รมว.กต.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.กต.กัมพูชา

นายอิวายะ ทาเกชิ รมว.กต.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายปรัก สุคน รอง นรม. และ รมว.กต.กัมพูชา เมื่อ 25 ก.ค.68 นายอิวายะกังวลต่อเหตุปะทะทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชา เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้น และคาดหวังให้สถานการณ์ตึงเครียด คลี่คลายอย่างสันติผ่านการเจรจา ส่วนนายปรักชี้แจงถึงท่าทีของกัมพูชา (ไม่เปิดเผยรายละเอียด) และแสดงความปรารถนาให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

รัสเซียกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา

สนข.Tass รายงานเมื่อ 24 ก.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษก กต.รัสเซีย ว่ารัสเซียกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่รุนแรงมากขึ้น พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้นและการหารือเพื่อแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ    รัสเซียเชื่อว่าภายใต้บริบทซึ่งสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยรวมเลวร้ายลง การแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยคำนึงถึงจิตวิญญาณและความเป็นเอกภาพของอาเซียนเป็นสิ่งสำคัญ

นรม.มาเลเซียหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำไทยและกัมพูชา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อ 24 ก.ค.68 ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์กับ นรม.ฮุน มาเนต ของกัมพูชา และรอง นรม.ภูมิธรรม เวชยชัย โดยยืนยันว่า มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนปี 2568 เรียกร้องให้ผู้นำทั้งสองฝ่ายหยุดยิงโดยทันที เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย เปิดพื้นที่สำหรับการเจรจาสันติภาพและการแก้ไขปัญหาตามแนวทางการทูต นรม.อันวาร์ ยังแสดงความขอบคุณที่ผู้นำทั้งสองประเทศมีท่าทีเชิงบวกและมุ่งมั่นแก้ไขความขัดแย้ง มาเลเซียพร้อมช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกกระบวนการดังกล่าว เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพและความรับผิดชอบร่วมกัน อันเป็นหัวใจสำคัญของอาเซียน

EU เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาลดระดับความรุนแรงและใช้การเจรจา

สนข.Anadolu Agency รายงานเมื่อ 24 ก.ค.68 ว่าสหภาพยุโรป (EU) เรียกร้องให้กัมพูชาและไทยลดความตึงเครียดและยุติการปะทะบริเวณชายแดนที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 รายในฝั่งไทย โดย EU กังวลอย่างยิ่งต่อการสูญเสียชีวิตของพลเรือน และเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศลดระดับความรุนแรงและแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาและสันติวิธีอื่น ๆ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ ขณะที่ฝรั่งเศสประณามเหตุปะทะดังกล่าว แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และแนะนำให้พลเมืองฝรั่งเศสหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน หรือเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด

ศาลฏีกาฟิลิปปินส์ตัดสินให้การยื่นถอดถอนรองประธานาธิบดีขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ศาลฏีกาฟิลิปปินส์มีคำพิพากษา เมื่อ 25 ก.ค.68 ระงับการพิจารณาคดีถอดถอน นางซารา ดูเตอร์เต รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของวุฒิสภา โดยระบุว่า การยื่นถอดถอนนางดูเตอร์เตขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ซึ่งห้ามมิให้มีกระบวนการถอดถอนเกินกว่าหนึ่งครั้งภายในปีเดียวกัน แต่ตลอดปี 2568 มีการยื่นคำถอดถอนมาถึง 4 ครั้ง ในหลายข้อหา รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชันและการวางแผนลอบสังหารประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ คำตัดสินมีผลให้วุฒิสภาไม่มีอำนาจพิจารณาคำฟ้องถอดถอนนางดูเตอร์เตต่อ

สื่อเมียนมารายงานกรณีกองทัพเมียนมาปฏิบัติโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับรุกล้ำเข้ามาในฝั่งไทย

สนข. The Irrawaddy รายงานเมื่อ 23 ก.ค.68 ว่า กองทัพเมียนมาปฏิบัติโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle-UAV)) แบบพลีชีพติดตั้งระเบิด จำนวน 1 ลำ รุกล้ำเข้ามาในฝั่งไทยและตกในพื้นที่ป่าบริเวณบ้านขุนแม่เหว่ย ต.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก แต่ทีมกำจัดวัตถุระเบิดได้ทำการปลดชนวนและเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ออกไปอย่างปลอดภัย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของไทย เปิดเผยเมื่อ 21 ก.ค.68  คาดว่าเป็น UAV ของกองทัพเมียนมาที่ใช้โจมตีต่อฐานที่มั่นของกองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNLA) พื้นที่ฝั่งตรงข้ามในรัฐกะเหรี่ยง ส่งผลให้ฝ่ายไทยทำหนังสือประท้วงฝ่ายเมียนมา ผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) เพื่อขอให้ป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุโจมตีรุกล้ำเข้ามาในฝั่งไทย

กัมพูชาประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย

  สนข.Fresh News และ สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 24 ก.ค.68 ว่า รัฐบาลกัมพูชาตัดสินใจระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยเหลือระดับต่ำสุด (อุปทูตรักษาการ) เพื่อตอบโต้กรณีไทยลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา รวมถึงการเรียกตัว ออท.ไทย/กัมพูชา กลับประเทศ และขับ ออท.กัมพูชา/ไทย  โดยกัมพูชาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตทั้งหมดใน สอท.กัมพูชา/ไทย เดินทางกลับกัมพูชา และให้ สอท.ไทย/กัมพูชา ดำเนินการเช่นเดียวกัน    

รมช.กต.ญี่ปุ่น พบหารือกับ รมว.กต.ไทย

กต.ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ก.ค.68 ว่า นายมิยาจิ ทากูมะ รมช.กต.ญี่ปุ่น พบหารือกับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.กต.ไทย ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ โดยนายมิยาจิระบุว่าญี่ปุ่นประสงค์กระชับความร่วมมือกับไทยภายใต้ความสัมพันธ์ระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) เนื่องในโอกาสครบรอบ 140 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศในปี 2570 เฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนในห้วงที่ประชาคมระหว่างประเทศเผชิญวิกฤตรอบด้าน นายมิยาจิแสดงความเสียใจต่อผลกระทบและความเสียหายในไทยจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาเมื่อ มี.ค.68  และพร้อมใช้ประสบการณ์และกรณีศึกษาของประเทศ เพื่อสนับสนุนประชาคมระหว่างประเทศด้านการบรรเทาสาธารณภัย ส่วนนายมาริษระบุว่าไทยประสงค์กระชับความร่วมมือกับญี่ปุ่นเช่นกัน พร้อมขอบคุณญี่ปุ่นที่ช่วยเหลือด้านการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย และย้ำว่าทั้งสองประเทศให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) โดยความเชี่ยวชาญด้านการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยของญี่ปุ่นเป็นปัจจัยส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

จีน-เวียดนามจัดฝึกร่วมทางทหารครั้งแรกที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 23 ก.ค.68 ว่า การฝึกร่วมทางทหารระหว่างจีน-เวียดนามครั้งแรกจัดขึ้นที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง มุ่งเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การลาดตระเวนร่วม การโจมตีร่วม การกู้ภัยร่วม และการสนับสนุนร่วม ครอบคลุม 8 หลักสูตรย่อย อาทิ การลาดตระเวนแบบพรางตัว การลาดตระเวนด้วยโดรน และการยิงด้วยกระสุนจริง มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ลาดตระเวนชายแดน ตลอดจนกระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการทหารจีนระบุว่า การฝึกร่วมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างกองทัพจีนกับเวียดนามกำลังขยายตัวต่อเนื่อง

สหรัฐฯ อาจต้องหาบริษัทแทน SpaceX ในการดำเนินการระบบ Golden Dome for America

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 23 ก.ค.68 ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาบริษัทแทน  SpaceX เพื่อพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธ Golden Dome for America  เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับนาย Elon Musk  บริษัทที่มีศักยภาพและสหรัฐฯ กำลังพิจารณา ได้แก่ บริษัทอวกาศ Project Kuiper ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท Amazon  รวมถึงบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่มีศักยภาพในการวิจัย และปล่อยอุปกรณ์ หรือวัตถุไปยังอวกาศ อาทิ บริษัท Northrop Grumman , Lockheed Martin , L3Harris ,  Palantir และ Anduril ทั้งนี้ บริษัท SpaceX เป็นบริษัทเอกชนด้านอวกาศที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก เพราะได้สัญญาโครงการของกองทัพ และเครือข่ายการสื่อสารสำคัญของสหรัฐฯ หลายโครงการ อาทิ  โครงการเครือข่ายดาวเทียม Starlink และ Starshield