ผู้นำสหรัฐฯ พร้อมเจรจาเพื่อลดภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุเมื่อ 3 เมษายน 2568 ว่า สหรัฐฯ พร้อมเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อทบทวนนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยแนะนำให้ประเทศอื่น ๆ มีข้อเสนอสำคัญมากพอที่จะโน้มน้าวให้สหรัฐฯ เปลี่ยนนโยบาย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเชื่อมั่นว่านโยบายของเขาจะประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่นคทางเศรษฐกิจให้ชาวอเมริกัน ตลอดจนสร้างอำนาจการต่อรองให้สหรัฐฯ ในความร่วมมือต่าง ๆ มากขึ้น และประเมินว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ จะกลับมามั่นคงเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าปัจจุบันจะผันผวนและตกต่ำลงอย่างมาก เพราะนักลงทุนวิตกว่านโยบายภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่แน่นอน นักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่านโยบายของสหรัฐฯ ครั้งนี้ทำให้เกิดระเบียบเศรษฐกิจโลกแบบไม่แน่นอน (uncertainty) ซึ่งเป็นยุคใหม่ที่สหรัฐฯ เองอาจได้รับผลกระทบและเผชิญเศรษฐกิจถดถอยได้เช่นกัน

การเยือนไทยของนรม.อินเดียเป็นโอกาสดีในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน

เว็บไซต์ ANI NEWS รายงานเมื่อ 2 เม.ย.68 ว่า นายนาเกช ซิงห์ ออท.อินเดีย/กรุงเทพ ระบุการเยือนไทยของนายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดียเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC Summit) ครั้งที่ 6 นั้น มีความสำคัญทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยการเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ นรม.อินเดียในรอบ 12 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากนโยบายปฏิบัติการตะวันออก (Act East Policy) ของอินเดีย และนโยบายมองตะวันตก (Look West Policy) ของไทย อีกทั้งครอบคลุมความร่วมมือด้านความมั่นคงจากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ทางทะเล และในระดับพหุภาคี อินเดียให้ความสำคัญกับ BIMSTEC ในฐานะเวทีความร่วมมือที่สอดคล้องกับนโยบาย Neighborhood First Policy และเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเยือนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีในการกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและอินเดียในทุกมิติ

นรม.เนปาลเยือนไทยครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจและการค้า

เว็บไซต์ นสพ.The Kathmandu Post รายงานเมื่อ 2 เม.ย.68 ว่า นาย Sharma Oli นรม.เนปาล ได้เข้าพบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นรม.ไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างกัน โดยหารือแนวทางลดอุปสรรคทางการค้าและการดำเนินธุรกิจร่วมกัน นอกจากนี้ ได้ลงนามความตกลงจำนวน 8 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การค้า อุตสาหกรรม การแพทย์ การเกษตร และการศึกษา ทั้งนี้ นรม.เนปาลมีกำหนดการเยือนไทยระหว่าง 1-5 เม.ย.68 ซึ่งเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 65 ปี นับตั้งแต่ไทยและเนปาลสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต นอกจากนี้ นรม.เนปาลยังมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดข้อริเริ่มอ่าวเบงกอลครั้งที่ 6 (Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation-BIMSTEC) ที่กรุงเทพฯ ระหว่าง 2-4 เม.ย.68

มาเลเซียไม่ตอบโต้ภาษีสหรัฐฯ เดินหน้าหาทางออกผ่านเจรจาและขยายตลาดการค้า

กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซีย (MITI) ยืนยันเมื่อ 3 เม.ย. 68 ว่า จะไม่ดำเนินมาตรการทางภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากมาเลเซียร้อยละ 24 เพื่อตอบโต้ที่มาเลเซียกำหนดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 47 โดยมีแนวทางเชิงรุกเ ได้แก่ 1) เจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกร่วม 2) ผลักดันกรอบข้อตกลงการค้าและการลงทุนกับสหรัฐฯ รวมถึงการจัดทำข้อตกลงด้านการป้องกันเทคโนโลยี (Technology Safeguards Agreement) กับสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อวกาศ และเศรษฐกิจดิจิทัล 3) ขยายตลาดการค้า เน้นภูมิภาคที่มีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง 4) ส่งเสริมข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่มีอยู่เดิม และ 5) พิจารณาแนวทางบรรเทาผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของมาเลเซีย ทั้งนี้ MITI มั่นใจว่า รากฐานทางเศรษฐกิจของมาเลเซียยังคงแข็งแกร่งและพร้อมเผชิญทุกความท้าทายจากภายนอก ความต้องการบริโภคภายในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

เวียดนามได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์มากกว่า 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สนข.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 2 เม.ย.68 อ้างข้อมูลหน่วยความมั่นคงทางไซเบอร์ของบริษัท Viettel ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม (กห.เวียดนาม เป็นเจ้าของ) ว่า เมื่อปี 2567 เวียดนามถูกโจมตีทางไซเบอร์ด้วยแรนซัมแวร์ต่อเครื่อง/ระบบเป้าหมายจำนวนมากพร้อมกัน (Distributed denial of service-DDoS) สร้างความเสียหายมูลค่าประมาณ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลมากกว่า 14.5 ล้านบัญชี (คิดเป็นร้อยละ 12 ของข้อมูลทั่วโลกที่รั่วไหล) โดยภาคการเงินและธนาคารได้รับผลกระทบมากที่สุดร้อยละ 71 ของการโจมตีทั้งหมด รองลงมาเป็นภาคพลังงานและเทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งอาชญากรทางไซเบอร์นิยมใช้วิธีสร้างเว็บไซต์และอีเมลแอบอ้างเป็นตราสินค้าที่มีชื่อเสียงเพื่อหลอกลวงข้อมูลและฉ้อโกงเงิน

อาเซียนจัดส่งเครื่องบินทหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 อ้างพลจัตวา Azrin Iskandar Zulkaply ผู้แทนกลาโหมอาเซียนประจำศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) ว่า กองกำลังเตรียมความพร้อมอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (ASEAN Militaries Ready Group on Humanitarian Assistance and Disaster Relief-AMRG on HADR) ประกอบด้วย สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ได้จัดส่งเครื่องบินทหารและกำลังพลเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา เพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาและกู้ภัย ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ และจัดส่งสิ่งของจำเป็น โดยชุดแรกส่งถึงตั้งแต่ 29 มี.ค.68 ซึ่งเป็นการตอบสนองอย่างรวดเร็วของประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ การช่วยเหลือจะมุ่งเน้นค้นหาผู้รอดชีวิตและส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ เช่น ยา อาหาร และที่พัก ผ่านการกระจายสิ่งของจากคลังสิ่งของเพื่อตอบสนองความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNHRD) ที่เมืองซูบัง มาเลเซีย และคลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียนที่ จ.ชัยนาท ไทย ผ่านการประสานงานจาก AHA Centre อีกทั้ง AMRG on…

จีนเสร็จสิ้นการฝึกทหารร่วมรหัส Strait Thunder-2025A เน้นป้องปรามไต้หวัน

กองทัพจีน (PLA) ใช้เรือบรรทุกเครื่องบินซานตง (Shandong) ปฏิบัติการและฝึกซ้อมในบริเวณทะเลจีนตะวันออก ใกล้ช่องแคบไต้หวัน เพื่อป้องปรามความเคลื่อนไหวที่อาจเป้นภัยคุกคามต่อจีน โดยเมื่อ 2 เมษายน 2568 จีนระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน Shandong และกองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพจีน สามารถควบคุมความเคลื่อนไหวของไต้หวันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการนำเข้าพลังงาน เส้นทางการรับความช่วยเหลือด้านการทหารจากต่างประเทศ และเส้นทางหลบหนี เพราะจากการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศจีน รหัส “Strait Thunder-2025A” สะท้อนชัดเจนว่าจีนสามารถโจมตีไต้หวันได้ทั้งเป้าหมายบทบกและบนทะเล ตลอดจนสามารถเคลื่อนกำลังพลไปยังภาคตะวันออกของไต้หวันได้อย่างรวดเร็ว

อิสราเอลขยายปฏิบัติการทหารในฉนวนกาซา มุ่งสร้าง Security Zones

รัฐบาลอิสราเอลประกาศเมื่อ 2 เม.ย.68 ขยายปฏิบัติการทางการทหารในฉนวนกาซา เป้าหมายเพื่อกวาดล้างกลุ่มก่อการร้าย รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกของกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ พร้อมกับสั่งให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกจากพื้นที่สงคราม อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังไม่เปิดเผยรายละเอียดการปฏิบัติการภาคพื้นดิน นักวิเคราะห์เชื่อว่าอิสราเอลจะใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเป็นหลัก นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลยังประกาศว่า กองทัพอิสราเอลจะสร้างพื้นที่ด้านความมั่นคง หรือ Security Zones ในฉนวนกาซา ซึ่งภายหลัง นรม.เบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลระบุว่าจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เพื่อประจำการทหารอิสราเอล ชื่อ Morag corridor ทั้งนี้ อิสราเอลเคยยึดครองพื้นที่ตอนใต้ของฉนวนกาซาชั่วคราว ได้แก่บริเวณเมือง Rafah และ Khan Younis ด้านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลระบุว่า Security Zones อาจครอบคลุมพื้นที่บริเวณพรมแดนอิสราเอล-ฉนวนกาซาทั้งหมด

สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ รวมทั้งไทย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 2 เมษายน 2568 ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศร้อยละ 10 ตั้งแต่ 5 เมษายน 2568 และขึ้นภาษีนำเข้าแบบเฉพาะเจาะจงต่อประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ ตั้งแต่ 9 เมษายน 2568 เพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยแต่ละประเทศคู่ค้าจะถูกกำหนดอัตราภาษีนำเข้าแตกต่างกัน และสินค้าบางรายการจะถูกเก็บภาษีมากกว่าสินค้าอื่น ๆ ด้วย ได้แก่ เหล็กและอะลูมิเนียม ทองแดง ยารักษาโรค อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ แร่ธาตุบางชนิดและพลังงาน มาตรการดังกล่าวเป็นไปตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าจะสร้างยุคทอง (Golden Age)  และปลดปล่อย (Liberation Day) ชาวอเมริกันจากนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม และทำให้สหรัฐฯ ไม่เสียเปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศอีกต่อไป

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร จนท.ระดับสูงของจีนและฮ่องกง

กต.สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานตามรัฐบัญญัติ Hong Kong Policy Act ประเมินสถานการณ์การเมืองในฮ่องกง ห้วง ม.ค.-ธ.ค.67 พร้อมกับขึ้นบัญชีคว่ำบาตร จนท.ระดับสูงของจีนและฮ่องกง จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย 1) นาย Sonny Au Chi Kwong เลขาธิการใหญ่ประจำคณะกรรมาธิการปกป้องความมั่นคงแห่งชาติในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 2) นาย Dong Jingwei ผอ.สำนักงานปกป้องความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลกลางประจำเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 3)นาย Dick Wong Chung Chun ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฮ่องกง ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ 4) นาง Margaret Chiu Wing Lan ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฮ่องกง ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ 5) นาย Raymond Siu Chak Yee ผบ.ตร.ฮ่องกง และ 6) นาย Paul…