ญี่ปุ่นเตรียมใช้ระบบตรวจจับเรือต้องสงสัยด้วย AI ในปีงบประมาณ 2565

สำนักข่าวJapan Times รายงานเมื่อ 29 ส.ค. 64 ว่าหน่วยเฝ้าระวังชายฝั่งของญี่ปุ่นเตรียมใช้งานระบบตรวจจับเรือต้องสงสัยด้วย AI ในปีงบประมาณ 2565 (ตั้งแต่ เม.ย.65) โดยระบบดังกล่าวจะติดตามความเคลื่อนไหวของเรือทุกลำในน่านน้ำอธิปไตยญี่ปุ่นและพื้นที่ใกล้เคียงจากดาวเทียม เช่น ข้อมูลอัตราความเร็วของเรือ ข้อมูลที่อยู่ของเรือ และเส้นทางการเดินเรือ เพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่เรือต่างชาติจะรุกล้ำน่านน้ำญี่ปุ่นหรือกระทำผิดกฎหมายทางทะเล นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวจะสามารถตรวจพบเรือต้องสงสัยพร้อมกันได้หลายลำในครั้งเดียว

ญี่ปุ่นเตรียมพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 แบบผสม

สำนักข่าวJapan Today รายงานเมื่อ 30 ส.ค.64 ว่ากระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่นเตรียมพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 แบบผสมยี่ห้อระหว่างวัคซีนของ Pfizer วัคซีนของ Moderna และวัคซีน AstraZeneca (ฉีดวัคซีน 2 เข็มที่ยี่ห้อแตกต่างกัน) เพื่อรับมือความเสี่ยงต่อการขาดแคลนวัคซีนกระทันหัน และเร่งกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนญี่ปุ่นทุกคนภายในปี 2564 โดยนายทาโร โคโนะ รัฐมนตรีพิเศษรับผิดชอบด้านการบริหารจัดวัคซีนสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขฯ กับสถาบันทางการแพทย์ของญี่ปุ่นเร่งศึกษาประสิทธิภาพและผลข้างเคียงในการดำเนินการดังกล่าว เช่น การฉีดวัคซีนของ AstraZeneca เป็นเข็มที่ 1 และฉีดวัคซีน Pfizer เป็นเข็มที่ 2 หรือ ฉีดวัคซีน Pfizer เป็นเข็มที่ 1 และวัคซีน Moderna เป็นเข็มที่ 2 เพื่อนำผลการศึกษามาให้รัฐบาลใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติการฉีดวัคซีนในรูปแบบดังกล่าว

สหรัฐฯ ใช้โดรนปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายในคาบูล อัฟกานิสถาน

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส รายงานเมื่อ 29 ส.ค.๖๔ ว่า สหรัฐฯ ใช้โดรนจากฐานทัพในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates-UAE) ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในคาบูล อัฟกานิสถาน เพื่อสกัดกั้นการก่อการร้าย โดยได้โจมตียานพาหนะและสมาชิกกลุ่ม Islamic State Khorasan (IS-K) ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยุติปฏิบัติการอพยพคนออกทางท่าอากาศยานนานาชาติคาบูลเป็นการชั่วคราว โดยตั้งแต่ 14 ส.ค.64 สหรัฐฯ อพยพชาวอเมริกันและชาวอัฟกันออกทางท่าอากาศยานดังกล่าวแล้วประมาณ 117,000 คน คาดว่าเหลืออีกประมาณ 1,000 คน ทั้งนี้ มีรายงานว่าการโจมตีดังกล่าวส่งผลให้พลเมืองชาวอัฟกันเสียชีวิต ซึ่งสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงคาบูลออกคำเตือนเกี่ยวกับการก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน

สำนักข่าววีโอเอรายงานเมื่อ 29 ส.ค.64 ว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงคาบูลออกคำเตือนให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปท่าอากาศยานนานาชาติคาบูล อัฟกานิสถาน เนื่องจากอาจตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนคาดการณ์ว่ากลุ่มก่อการร้ายจะโจมตีอีก หลังจากก่อเหตุระเบิดเมื่อ 26 ส.ค.64 ทำให้สหรัฐฯ เผชิญอุปสรรคในการอพยพชาวอเมริกันออกจากพื้นที่ ซึ่งยังมีพลเมืองอยู่ในท่าอากาศยานดังกล่าวประมาณ 1,400 คน ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีไบเดนระบุว่าจะตอบโต้กลุ่มก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดดังกล่าวอีก และพร้อมจะถอนทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่ตามกำหนดการใน 31 ส.ค.64

จีนจะระงับโครงการพัฒนาที่ใช้พลังงานและปล่อยคาร์บอนจำนวนมาก

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า นายหาน เจิ้ง รองนายกรัฐมนตรีจีน แถลงเมื่อ 26 ส.ค.64 เน้นย้ำความจำเป็นของการระงับโครงการพัฒนาที่ใช้พลังงานและปล่อยคาร์บอนจำนวนมาก โดยจะนำปรัชญาการพัฒนาแบบใหม่ไปปฏิบัติอย่างเต็มที่ ถูกต้อง  และรอบด้าน โครงการเดิมที่มีลักษณะดังกล่าวต้องได้รับการแก้ไข และจะไม่อนุมัติโครงการใหม่ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ละเมิดกฎหมายต้องถูกสอบสวนและดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ ยังย้ำความสำคัญของกระบวนการตรวจสอบ อนุมัติ  และปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ปาเลสไตน์ จอร์แดน และอียิปต์ เตรียมประชุม 3 ฝ่าย หารือสถานการณ์ในปาเลสไตน์

สำนักข่าวXinhua รายงานเมื่อ 27 ส.ค.64 ว่า นาย Azzam al-Ahmad สมาชิกของคณะกรรมการบริหารองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (Palestine Liberation Organization-PLO) เปิดเผยว่าผู้นำปาเลสไตน์ จอร์แดน และอียิปต์เตรียมจัดประชุมสุดยอด ที่กรุงไคโร อียิปต์ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในปาเลสไตน์ แต่ไม่ได้ระบุวันที่ โดยการประชุมจะมุ่งเน้นประเด็นการประสานงานของทั้งสามฝ่ายเกี่ยวกับจุดยืนทางการเมืองและความพยายามแก้ไขความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ โดยนาย al-Ahmad กล่าวว่าจำเป็นต้องมีการประสานงานทางการเมืองระหว่างปาเลสไตน์ จอร์แดน และอียิปต์ รวมถึงรัฐอาหรับและรัฐอิสลามอื่น ๆ เพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระและมีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง  นอกจากนี้ ปาเลสไตน์ยังเตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสันนิบาตอาหรับประจำปีที่มีแอลจีเรียเป็นประธาน

WHO ระบุการฉีดวัคซีน COVID-19 ในแอฟริกาเพิ่มขึ้น 3 เท่า แต่สัดส่วนยังอยู่ในระดับต่ำ

หนังสือพิมพ์The Washington Post รายงานการให้สัมภาษณ์ของ ดร.Matshidiso Moeti ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ประจำภูมิภาคแอฟริกา เมื่อ 26 ส.ค.64 ว่า ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอัตราการฉีดวัคซีน COVID-19 ในแอฟริกาสูงถึง 13 ล้านโดส หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเป็นวัคซีนที่ได้รับบริจาคเพิ่มจากประเทศที่พัฒนาแล้ว และแม้ว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแอฟริกาจะได้รับวัคซีน COVID-19 จำนวน 117 ล้านโดส แต่ยังคงต้องการวัคซีนเพิ่มอีก 34 ล้านโดส เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนร้อยละ 10 ของประชากร ซึ่งจากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa Centers for Disease Control and Prevention-Africa CDC) ระบุว่าจากประชากรทั้งหมดประมาณ 1,300 ล้านคน มีชาวแอฟริกันเพียงร้อยละ 2.4 ที่ได้รับวัคซีน  ดร.Moeti กล่าวเพิ่มเติมว่าในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแอฟริกามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 248,000 ราย และอย่างน้อย…

ไต้หวันประณามเหตุก่อการร้ายที่ท่าอากาศยานคาบูล

ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน ทวีตข้อความเมื่อ 27 ส.ค.64 ประณามเหตุก่อการร้ายที่ท่าอากาศยานคาบูล อัฟกานิสถาน ในนามของประชาชนและรัฐบาลไต้หวัน พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้ผู้บาดเจ็บรักษาตัวหายอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังระบุว่าไต้หวันจะอยู่เคียงข้างเป็นหนึ่งเดียวกับสหรัฐฯ ในสถานการณ์อันยากลำบากนี้

ออสเตรเลียอนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ในเด็กอายุ 12-15 ปี

สำนักข่าวABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 27 ส.ค.64 ว่า รัฐบาลออสเตรเลียประกาศอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Pfizer กับเด็กอายุ 12-15 ปี ตามคำแนะนำของ Australian Technical Advisory Group on Immunisation (ATAGI) ที่ระบุว่า วัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพดีสำหรับช่วงอายุดังกล่าว โดยจะเริ่มเปิดให้จองคิวฉีดวัคซีนได้ใน 13 ก.ย.64 อย่างไรก็ตาม ออสเตรเลียมีจำนวนวัคซีนของบริษัท Pfizer อยู่อย่างจำกัด ซึ่งเด็กอายุ 12-15 ปี มีความเสี่ยงต่อโรค COVID-19 น้อยกว่าผู้ใหญ่ ทำให้เด็กอาจได้รับวัคซีนช้ากว่ากำหนดใน 13 ก.ย.64

สหราชอาณาจักรลดอันดับไทยอยู่ในกลุ่มประเทศไม่แนะนำให้เดินทางไป

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 26 ส.ค.64 ว่า สหราชอาณาจักรปรับลดให้ไทยและมอนเตเนโกรอยู่ในกลุ่มประเทศสีแดง (ไม่แนะนำให้เดินทางไป) กลุ่มเดียวกับปากีสถาน ตุรกี บราซิล แอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย เมียนมา และฟิลิปปินส์ ตามมาตรการแบ่งกลุ่มประเทศตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เพื่อเปิดการเดินทางระหว่างประเทศ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลตาที่ยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราการฉีดวัคซีนและการศึกษาเพื่อเฝ้าระวังเชื้อกลายพันธุ์ในระดับต่ำ เสี่ยงเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ใหม่ เชื้อสายพันธุ์น่าห่วงกังวล และเชื้อสายพันธุ์ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนได้ โดยสหราชอาณาจักรกำหนดแนวทางการเปิดรับเฉพาะผู้ที่มีสัญชาติอังกฤษ สัญชาติไอริช และผู้ที่ถือวีซ่าพำนักระยะยาวเท่านั้น งดรับชาวต่างประเทศที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวชั่วคราว ซึ่งผู้ที่เดินทางกลับจากกลุ่มประเทศสีแดงต้องเข้ารับการกักตัวอย่างน้อย 10 วันและตรวจหาเชื้อ แม้จะได้รับวัคซีนครบสองโดส ขณะที่แคนาดา เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย สวิตเซอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และหมู่เกาะ Azores ของโปรตุเกส ถูกปรับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มสีเขียว กลุ่มเดียวกับเยอรมนี ออสเตรีย นอร์เวย์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อิสราเอล สิงคโปร์ บรูไน ฮ่องกง และไต้หวัน ส่วนสหรัฐฯ สเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส และกรีซ…