กต.จีนออกรายงานวิจารณ์บทบาททางการทูตของสหรัฐฯ

สำนักข่าวซินหัวและGlobaltimes รายงานเมื่อ 18 พ.ค. 66 อ้างกระทรวงการต่างประเทศจีน เผยแพร่รายงานเรื่อง “America’s Coercive Diplomacy and Its Harm,” วิจารณ์บทบาทและการใช้การทูตเชิงบังคับ (Coercive Diplomacy) ของสหรัฐฯ โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1) นิยามและประวัติการใช้การทูตเชิงบังคับของสหรัฐฯ ต่อลาว คิวบา เวียดนาม เวเนซูเอลา เกาหลีเหนือ อิหร่าน รัสเซีย เบลารุส จีน อินเดีย และประเทศในแอฟริกาตั้งแต่ปี 2513 ถึงปัจจุบัน 2) รูปแบบการทูตเชิงบังคับของสหรัฐฯ ที่พยายามควบคุมระบบการเงินโลก การได้รับสิทธิวีโต้ในที่ประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก การใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อกีดกันทางการค้า การใช้อำนาจรัฐนอกดินแดน (Long-arm jurisdiction) เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว และการใช้ Soft power รวมทั้งการนำประเด็นประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนมาเป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้าม และการแทรกซึมเข้าไปในองค์กรต่าง ๆ โดยหน่วยความมั่นคงของสหรัฐฯ และ 3)…

นรม.อินเดียพอใจผลการเยือนญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอด G7 และ QUAD

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ทวีตข้อความเมื่อ 21 พ.ค.66 ว่า การเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 และกลุ่มพันธมิตรความมั่นคง 4 ฝ่าย (QUAD) ระหว่าง 19-21 พ.ค.66 ที่ จ.ฮิโรชิมะ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยได้พบหารือกับผู้นำญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ยูเครน บราซิล ออสเตรเลีย หมู่เกาะคุก และเลขาธิการสหประชาชาติ ประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคี และการเพิ่มพูนความร่วมมือในหลากหลายมิติ ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีโมดิ ในฐานะแขกรับเชิญของ นายกรัฐมนตรีคิชิดะ ฟูมิโอะ ของญี่ปุ่น กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 โดยเสนอแนวคิดในการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาโลกให้ดียิ่งขึ้น และรับมือกับความท้าทายที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ เช่น การดูแลสุขภาพ และความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งการให้ความสำคัญและความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา

จนท.อาวุโสอาเซียน-จีน หารือการปฏิบัติตาม DOC

สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 18 พ.ค.66 ว่า ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีนว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (ASEAN – China SOM on Declaration on the Conduct of Parties/DOC) ครั้งที่ 20 ที่ จ.Quang Ninh เวียดนาม หารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้  โดยเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย และเสรีภาพในการเดินเรือและการบินเหนือทะเลจีนใต้ รวมถึงการเคารพหลักการต่าง ๆ ร่วมกัน ได้แก่ การใช้ความอดกลั้น ไม่กระทำการคุกคามหรือการใช้กำลัง และการระงับข้อพิพาทด้วยแนวทางสันติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct – COC) และหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการของคณะทำงานร่วมอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้  เพื่อสร้างความไว้ใจร่วมกัน และเพิ่มศักยภาพการจัดการข้อพิพาทในทะเลจีนใต้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ประชุมกำหนดจัดประชุม SOM-DOC ครั้งที่ 21 ที่จีน ในไตรมาสที่…

ผู้นำเกาหลีเหนือตรวจเยี่ยมการพัฒนาดาวเทียมจารกรรมทางทหารดวงแรกของประเทศ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 17 พ.ค.66 ว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ตรวจเยี่ยมการพัฒนาดาวเทียมจารกรรมทางทหารดวงแรก (military reconnaissance satellite) ของประเทศ ซึ่งขณะนี้พร้อมติดตั้งในจรวดส่งดาวเทียมแล้ว โดยผู้นำเกาหลีเหนืออนุมัติการดำเนินการขั้นตอนต่อไป พร้อมเน้นย้ำว่า การส่งดาวเทียมให้ประสบความสำเร็จ เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ เพื่อรับมือกับสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า เกาหลีเหนือมีแนวโน้มที่จะส่งดาวเทียม โดยพิจารณาจากสภาพอากาศและเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง ในขั้นต่อไป เกาหลีเหนือจะติดตั้งดาวเทียมที่ส่วนบนสุดของขีปนาวุธ คาดว่าจะสามารถส่งดาวเทียมได้เร็วที่สุดใน มิ.ย.66

ประธานาธิบดียูเครนอาจเดินทางเยือนญี่ปุ่นและซาอุดีอาระเบียเพื่อเข้าร่วมการประชุม G7 และสันนิบาตอาหรับ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 19 พ.ค.66 อ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน จะเดินทางเยือน จ.ฮิโรชิมะ ญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G7 ระหว่าง 19-21 พ.ค.66 ด้วยตนเอง โดยจะเดินทางด้วยเครื่องบินทหารของสหรัฐฯ และแวะเยือนกรุงเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบียเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสันนิบาตอาหรับ (Arab League-AL) ใน 19 พ.ค.66 อย่างไรก็ดี ทางการยูเครน สหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังไม่ยืนยันกำหนดการดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นคาดหวังว่า ประธานาธิบดีเซเลนสกีจะเข้าร่วมประชุมผ่านระบบประชุมทางไกล ทั้งนี้ กลุ่ม G7 จะหารือเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย อาทิ การติดตามและเฝ้าระวังการนำเข้าเพชรจากรัสเซีย และการลดการนำเข้าแร่โลหะจากรัสเซีย

กกต.กัมพูชาศึกษาการจัดเลือกตั้งของไทยเพื่อปรับใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปใน ก.ค.66

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 17 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Hang Puthea โฆษกคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กัมพูชา เมื่อ 15 พ.ค.66 ว่า กกต.กัมพูชา ร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปของไทยเมื่อ 14 พ.ค.66 โดยกัมพูชาสามารถเรียนรู้ ศึกษา และนำบางประเด็นมาปรับใช้กับการเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชาที่จะมีขึ้นใน 23 ก.ค.66 ด้านนาย Sam Kuntheamy ผู้อำนวยการคณะกรรมการเป็นกลางและเป็นธรรมเพื่อการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมกัมพูชา ก็ มีทัศนะเชิงบวกที่ กกต.กัมพูชาจะนำการเลือกตั้งของไทยมาปรับใช้กับกัมพูชา โดยขอให้คำนึงถึงรัฐธรรมนูญ กฎหมาย วัฒนธรรม ระเบียบข้อบังคับ และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ

รมว.กต.ยูเครนยืนยันต่อผู้แทนพิเศษด้านกิจการยูเรเซียของจีนที่จะไม่ยอมเสียดินแดนของยูเครนให้แก่รัสเซีย

สำนักข่าว The Guardian รายงานเมื่อ 17 พ.ค.66 อ้างผลการหารือระหว่าง นายดมิโต คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน และนายหลี่ ฮุย ผู้แทนพิเศษด้านกิจการยูเรเซียของจีนซึ่งเยือนยูเครนระหว่าง 16-17 พ.ค.66 โดยนายคูเลบาระบุว่า ยูเครนจะไม่ยอมรับข้อเสนอใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสียดินแดนของยูเครนให้แก่รัสเซีย และย้ำว่าการเกิดสันติภาพต้องขึ้นอยู่กับการเคารพอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน นอกจากนี้ ยังเน้นถึงความสำคัญของบทบาทจีนในฐานะผู้ไกล่เกลี่ย เฉพาะอย่างยิ่งประเด็นความปลอดภัยจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์และการต่ออายุข้อริเริ่มการส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ (Black Sea Grain Initiative ) ที่จะหมดอายุใน 18 พ.ค.66 ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า การเดินทางเยือนยูเครน รัสเซีย และยุโรปของผู้แทนจีนในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการหาแนวทางเพื่อหารือแนวทางแก้ไขวิกฤตยูเครน ทั้งนี้ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการยูเรเซียของจีนเริ่มเดินทางเยือนยูเครน รัสเซีย โปแลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ตั้งแต่ 15พ.ค.66 อนึ่ง การต่ออายุข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative นั้น ประธานาธิบดีตุรกีประกาศว่า ทุกฝ่าย (รัสเซีย ยูเครน…

กัมพูชาเรียกร้องให้นานาประเทศปรับลดงบประมาณด้านการทหาร

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 18 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ในพิธีจบการศึกษาของนักเรียน ในวันเดียวกัน เรียกร้องให้นานาประเทศปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการทหารลงร้อยละ 50 และนำไปลงทุนในด้านสาธารณสุข และกิจการสังคม จะทำให้โลกดีขึ้น และหากนำไปลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนายาและเวชภัณฑ์ จะช่วยประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สำหรับเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวว่า สงครามจะไม่ยุติหากนานาประเทศยังคงสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครน

ฟิลิปปินส์ช่วยเหลือเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ในเมียนมา

สำนักข่าว CNN Philippines รายงานเมื่อ 16 พ.ค.66 อ้างการเปิดเผยของทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ว่า ชาวฟิลิปปินส์ 6 คน (ผู้หญิง 4 คน และชาย 2 คน) ซึ่งเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์เมียนมา เดินทางกลับถึงฟิลิปปินส์แล้วตั้งแต่ 11 พ.ค.66 โดยชาวฟิลิปปินส์ถูกหลอกลวงผ่านทางสื่อออนไลน์ให้มาทำงานฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ในไทย แต่เมื่อเดินทางถึงไทย ทั้งหมดถูกยึดหนังสือเดินทางและทรัพย์สิน จากนั้นถูกส่งไปเมืองเมียวดี เมียนมา เพื่อบังคับทำงานเกี่ยวกับการหลอกลวงเรื่องความรักและการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล เหยื่อดังกล่าวติดต่อผ่านทางสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจฟิลิปปินส์ในไทย ซึ่งประสานความช่วยเหลือและแนะนำการหลบหนี จนสามารถข้ามแม่น้ำมาทางแม่สอด จ.แม่ฮ่องสอน เดินทางต่อมากรุงเทพฯ และได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับฟิลิปปินส์ในที่สุด

สหรัฐฯ เตือนปากีสถานแนวโน้มการยกระดับความรุนแรงสถานการณ์การเมืองภายใน

เว็บไซต์ สำนักข่าว Khaama Press ของอัฟกานิสถาน และเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Pakistan Today รายงานเมื่อ 15 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Zalmay Khalilzad อดีตผู้แทนสหรัฐฯ รับผิดชอบกิจการอัฟกานิสถาน กรณีมีข่าวลือว่า ทางการปากีสถานจะจับกุมนาง Bushra Begum ภริยาของนายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรี และออกกฎหมายกักขังนายอิมราน เพื่อยกระดับสถานการณ์ทางการเมืองให้รุนแรงขึ้นแทนที่จะปล่อยให้สถานการณ์คืนสู่ความสงบ โดยถ้อยแถลงระบุว่า หากข่าวลือดังกล่าวเป็นจริง ถือเป็นการกระทำที่ประมาท พร้อมย้ำว่าผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบันควรลาออกและทางการควรรีบกำหนดวันเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังขอให้ชาวปากีสถานเข้ามามีส่วนร่วมในการคลี่คลายสถานการณ์โดยปราศจากการใช้ความรุนแรง ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นภายหลังเกิดเหตุจับกุมนายอิมราน ซึ่งส่งผลให้เกิดเหตุประท้วงรุนแรงในหลายพื้นที่ ขณะที่รัฐมนตรีมหาดไทยของปากีสถาน ระบุว่าผู้ที่จะถูกจับอย่างแน่นอนคือนายอิมราน ไม่ใช่ภริยา