ผู้นำมาเลเซียย้ำการแก้ไขร่างกฎหมายเพิ่มอำนาจศาลชารีอะห์ต้องทำอย่างระมัดระวัง

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 16 ก.ค.67 ว่า ข้อเสนอแก้ไขร่างกฎหมายมอบอำนาจพิจารณาคดีทางอาญาแก่ศาลชารีอะห์ (Syariah Courts (Criminal Jurisdiction) Act-RUU355) จำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังไม่ให้บทบัญญัติเข้มงวดเกินไป และควรผ่านการพิจารณาจากนักการศาสนาและผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาอิสลามจากต่างประเทศ เพื่อให้ทุกรัฐยอมรับในเนื้อหาของร่างกฎหมายดังกล่าว ก่อนเสนอต่ออัยการสูงสุด ฝ่ายนิติบัญญัติและสภาผู้ปกครอง (สภาสุลต่าน) พิจารณารับรองต่อไป ทั้งนี้ หลักการสำคัญของร่างกฎหมาย RUU355 คือการให้อำนาจศาลชารีอะห์พิจารณาคดีทางอาญา และใช้บทลงโทษทางอาญาแบบอิสลาม (Hudud)

เวียดนามส่งออกสินค้าเครื่องหนัง รองเท้า และกระเป๋า เพิ่มร้อยละ 5.7 ห้วงครึ่งแรกของปี 2567

สำนักข่าว Vietnam News รายงานเมื่อ 15 ก.ค.67 อ้างข้อมูลจากสมาคมหนัง รองเท้า และกระเป๋าถือเวียดนาม (the Việt Nam Leather, Footwear and Handbag Association-LEFASO) ว่า ห้วง ม.ค.-มิ.ย.67 เวียดนามส่งออกผลิตภัณฑ์จากเครื่องหนัง รองเท้า และกระเป๋ามากกว่า 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2566 และคาดว่ามูลค่ารวมทั้งปี 2567 จะอยู่ระหว่าง 26,000-27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดส่งออกหลักได้แก่ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป (EU) ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ทั้งนี้ นาง Phan Thi Thanh Xuan รองประธาน LEFASO กล่าวว่า เวียดนามมีแผนขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะในประเทศที่เวียดนามมีข้อตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม (EVFTA) และความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP)…

FBI ประเมินเหตุลอบยิงอดีตประธานาธิบดีทรัมป์เป็นการก่อเหตุโดยลำพัง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) เมื่อ 14 ก.ค.67 ว่า FBI กำลังเร่งสืบสวนหาแรงจูงใจที่ นาย Thomas Matthew Crooks (20 ปี/2567) ก่อเหตุลอบยิงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยจะให้ความสำคัญกับการเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ โดยเฉพาะบัญชีสื่อออนไลน์ และคำให้การของครอบครัวนาย Crooks เป็นหลัก และประเมินว่านาย Crooks ก่อเหตุโดยลำพัง ด้วยการใช้ปืนไรเฟิล AR-556 ที่คาดว่าบิดาของนาย Crooks ครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งนาย Crooks ไม่มีประวัติการก่อเหตุหรือคดีอาชญากรรม พร้อมทั้งยืนยันว่ายังไม่พบว่ามีภัยคุกคามอื่น ๆ ที่จะส่งผลต่อความปลอดภัยของสาธารณชน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความเสียใจกรณีเหตุลอบยิงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เมื่อ 14 ก.ค.67 แสดงความเสียใจกรณีเหตุลอบยิงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างปราศรัยหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อ 13 ก.ค.67 ซึ่งเป็นเหตุให้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับบาดเจ็บบริเวณหูข้างขวา รวมถึงชาวอเมริกันที่รับฟังการปราศรัยบาดเจ็บสาหัส 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย พร้อมทั้งได้โทรศัพท์แสดงความห่วงใยถึงอดีตประธานาธิบดีทรัมป์แล้ว โดย สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) และหน่วยงานความมั่นคงอยู่ระหว่างการสืบสวนแรงจูงใจในการก่อเหตุ และจะเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบต่อไป นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไบเดนยังประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในสหรัฐฯ และออกคำสั่งให้หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Secret Service) เพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้กับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในการปราศรัยและการประชุม National Convention ของพรรครีพับลิกัน รวมทั้งเรียกร้องให้ชาวอเมริกันยุติการใช้ความรุนแรงต่อผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง เพื่อลดความแตกแยกในสังคม

จีนและรัสเซียจัดซ้อมรบร่วมทางทะเลในมณฑลกวางตุ้ง

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานเมื่อ 14 ก.ค.67 ว่ากองทัพเรือจีนและรัสเซียจัดการซ้อมรบร่วมภายใต้รหัส Exercise Joint Sea-2024 ที่เมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง ห้วงกลางเดือน ก.ค.67 (ไม่ระบุจำนวนวัน) ซึ่งจีนส่งเรือพิฆาต Nanning Type 052D เรือฟริเกต Xianning และ Dali Type 054A เรือส่งกำลังบำรุง Weishanhu Type 903 และเฮลิคอปเตอร์ Shipborne ขณะที่ฝ่ายรัสเซียส่งเรือคอร์เวต Gromkiy และ Rezkiy และเรือบรรทุกน้ำมัน Irkut เข้าร่วม การซ้อมรบดังกล่าวเป็นการซ้อมด้วยกระสุนจริงในการฝึกหลายรูปแบบ อาทิ การลาดตระเวนร่วมและการแจ้งเตือนล่วงหน้า การค้นหาและกู้ภัยร่วม การป้องกันทางอากาศบริเวณน่านน้ำและน่านฟ้าใกล้เมืองจ้านเจียง เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่น และขีดความสามารถของทั้งสองฝ่ายในการจัดการกับภัยคุกคามความมั่นคงทางทะเล รวมถึงรักษาสันติภาพและเสถียรภาพทั้งในระดับโลกและภูมิภาค พร้อมกับกระชับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านในยุคใหม่ระหว่างจีน-รัสเซียให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ลงนาม เพื่อปฏิบัติ ป้องปรามปฏิบัติการทางนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยแพร่เมื่อ 11 ก.ค.67 ว่า Dr. Vipin Narang รักษาการผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบายด้านอวกาศ และ Dr. Cho Chang Lae รัฐมนตรีช่วยกลาโหมของเกาหลีใต้ เป็นประธานร่วมของกลุ่มที่ปรึกษานิวเคลียร์ (Nuclear Consultative Group -NCG) ที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในวันเดียวกัน และได้ลงนามร่วมในแนวปฏิบัติระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ เพื่อป้องปรามและปฏิบัติการทางนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งจะกำหนดหลักการและขั้นตอนต่าง ๆ ในการสนับสนุนพันธมิตรและกองทัพเพื่อรักษาบทบาทและดำเนินนโยบายการป้องปรามนิวเคลียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ในการพบหารือนอกรอบการประชุมผู้นำ NATO (สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ) ระหว่างประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล ของเกาหลีใต้ ในวันเดียวกัน ทั้งสองฝ่าย ชื่นชมการดำเนินงานในห้วงปีแรกของ NCG ที่มีความคืบหน้า และแนวปฏิบัติดังกล่าวจำเป็นและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อความร่วมมือเพื่อป้องปรามนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี โดยผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่า จะสนับสนุนการตอบโต้ของเกาหลีใต้อย่างเต็มที่หากถูกเกาหลีเหนือโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์

รองผู้นำตอลิบันขอบคุณญี่ปุ่นที่ให้ความช่วยเหลืออัฟกานิสถาน

เว็บไซต์ สำนักข่าว Bakhtar รายงานเมื่อ 11 ก.ค.67 ว่า นาย Mohammad Yaqoob Mujahid รองผู้นำตอลิบัน ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมอัฟกานิสถาน กล่าวขอบคุณญี่ปุ่นผ่านนาย Takayoshi Kurumiya เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น/คาบูล ที่ให้ความช่วยเหลือแก่อัฟกานิสถานในห้วงที่ผ่านมา รวมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี ขณะที่เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น/คาบูล กล่าวว่าจะให้ความช่วยเหลืออัฟกานิสถานในหลายด้าน อาทิ ด้านสาธารณสุข การเกษตร และการศึกษาต่อไป

กัมพูชา-ไทย ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐสภา

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 12 ก.ค.67 ว่า สมเด็จฯ ควน สุดารี ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชา และนายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาแห่งชาติกัมพูชาและรัฐสภาไทย ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 11 ก.ค.67 เพื่อสนับสนุนความร่วมมือรอบด้าน ให้คำมั่นจะสนับสนุนการมีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร วิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ตลอดจนการแลกเปลี่ยนการเยือนทุกระดับ ทั้งนี้ระหว่างเยือน สมเด็จฯ ควน สุดารี ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ประธานาธิบดียูเครนแสดงความผิดหวังต่อการเยือนรัสเซียของ นรม.อินเดีย

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โพสข้อความผ่าน X เมื่อ 9 ก.ค.67 แสดงความผิดหวังครั้งใหญ่ต่อการเยือนรัสเซียของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย (ระหว่าง 8-9 ก.ค.67) และเห็นว่าเป็นการทำลายล้างความพยายามที่จะให้เกิดสันติภาพ อีกทั้งเชื่อมโยงการเยือนรัสเซียที่เกิดขึ้นพร้อมกับเหตุการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อโรงพยาบาลเด็กในกรุงเคียฟ ซึ่งในการหารือทวิภาคีในประเด็นรัสเซีย-ยูเครนระหว่างการเยือนดังกล่าว นายกรัฐมนตรีอินเดียประกาศพร้อมจะช่วยหาทางแก้ไขความขัดแย้งและจัดการเจรจาสันติภาพ ทั้งนี้ อินเดียเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ลำดับต้นของรัสเซีย และเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของรัสเซียในห้วงมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และไม่ร่วมลงนามรับรองแถลงการณ์ร่วมในการประชุมสุดยอดสันติภาพที่สวิตเซอร์แลนด์

ธนาคารเมียนมาจำกัดการเบิกถอนเงินสดต่อวัน

สำนักข่าว Radio Free Asia รายงานเมื่อ 10 ก.ค.67 ว่า ธนาคารเมียนมาหลายแห่งเริ่มจำกัดการเบิกถอนเงินสดในแต่ละวัน โดยสามารถเบิกได้มากสุดเพียง 1,000,000 – 2,000,000 จั๊ต (11,000 – 22,000 บาท) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแห่ถอนเงิน เนื่องจากประชาชนมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อสภาวะเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจตกต่ำ นอกจากนี้ ธนาคารหลายแห่งไม่ได้สำรองเงินสดมากพอสำหรับการถอนเงินจำนวนมากต่อวัน ซึ่งการจำกัดการถอนเงินสดต่อวันส่งผลต่อภาคธุรกิจทำให้ผู้ประกอบการบางแห่งไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานได้ การกำหนดการถอนเงินสดเกิดขึ้นหลังจากที่กระทรวงสารสนเทศออกประกาศดำเนินการลงโทษพนักงานธนาคารและเก็บค่าปรับธนาคารเอกชน 7 แห่ง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อเงินกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เกินอัตราที่ธนาคารกลางกำหนด มาตรการดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลเริ่มไม่ไว้วางใจธนาคารเอกชน จึงส่งผลให้เกิดการแห่ถอนเงินมากกว่าปกติในช่วงที่ผ่านมา