เกาหลีเหนือรื้อถอนเครื่องกระจายเสียงบริเวณพรมแดน

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 9 ส.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของคณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff-JCS) ว่า JCS พบความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือที่เริ่มรื้อถอนเครื่องกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อบริเวณพรมแดนสองเกาหลีเมื่อห้วงเช้าของวันเดียวกัน ท่าทีของเกาหลีเหนือเกิดขึ้น หลังเกาหลีใต้ยุติการกระจายเสียงเมื่อ 11 มิ.ย.68 และเริ่มรื้อถอนเครื่องกระจายเสียงจนเสร็จสิ้นเมื่อ 5 ส.ค.68 ตามข้อสั่งการของประธานาธิบดีอี แจ มย็อง ของเกาหลีใต้ เพื่อลดความตึงเครียดบริเวณพรมแดนสองเกาหลี อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการยืนยันว่า เกาหลีเหนือรื้อถอนเครื่องกระจายเสียงในทุกพื้นที่ตลอดแนวพรมแดนสองเกาหลี

ประธานาธิบดีรัสเซียตกลงเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-รัสเซีย ที่สหรัฐฯ

  ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซียระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ตกลงเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐฯ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อยุติความขัดแย้งกับยูเครนใน 15 ส.ค.68 ที่รัฐอะแลสกา  รัสเซียเลือกสถานที่ดังกล่าวเพื่อแสดงความเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกัน ส่วนสหรัฐฯ แสดงท่าทีว่าอาจกดดันยูเครนให้ยกดินแดนในภูมิภาคดอนบาสแก่รัสเซีย เพื่อโน้มน้าวรัสเซียให้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง อย่างไรก็ดี ฝ่ายรัสเซียอาจเจรจาประเด็นความร่วมมือ  ประเด็นปัญหาระดับโลกและระดับภูมิภาคด้วย   ทั้งนี้ การประชุมสุดยอดดังกล่าวจะเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีทรัมป์ พบหารือประธานาธิบดีปูติน หลังการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2

จับตามองบทบาทของสหรัฐฯ ที่จะกลับมาในอาเซียนอีกครั้ง

การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดกับประเทศอาเซียน (U.S.-ASEAN Meeting Summit) ครั้งที่ 13 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียในปลายตุลาคม 2568 น่าจะเป็นสัญญานที่ดีต่ออาเซียนว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับความร่วมมือในกรอบพหุภาคี คืออาเซียน นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็จะต้องเดินทางมาด้วย เพื่อเข้าร่วมประชุมในกรอบสำคัญ ๆ กับอาเซียน เช่นเดียวกับนักธุรกิจของสหรัฐฯ ก็จะมีการประชุมกับนักธุรกิจของอาเซียนด้วย แต่สิ่งที่น่าจับตามองในเรื่องนี้คือ หากประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางเข้าร่วมประชุมสุดยอดกับอาเซียนจริง ก็น่าจะจับตามองถึงการที่สหรัฐฯ จะเพิ่มบทบาทและการเกี่ยวพันกับประเทศในภูมิภาคมากขึ้นจากที่มีอิทธิพลด้านการทหาร แนบแน่นกับหลายประเทศในภูมิภาคนี้  เฉพาะอย่างยิ่งกัมพูชาว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะพลิกประวัติศาสตร์เยือนกัมพูชาหรือไม่ เพราะกัมพูชาเปิดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มากขึ้น เช่น เพิ่มความโปร่งใสในการเปิดฐานทัพเรือเรียมให้ต่างประเทศเข้าแวะเทียบท่ามากขึ้น รวมทั้งการเยือนของเรือรบสหรัฐฯ ที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ ในรอบ 8 ปี เมื่อ ธันวาคม 2567 พร้อมผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโดแปซิฟิก (USINDOPACOM) ของสหรัฐฯ กองทัพกัมพูชายังเพิ่มความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ในกรอบการเจรจาในกรอบ Bilateral Defense Dialogue ระหว่างกองทัพกัมพูชากับ USINDOPACOM เมื่อ 24-25 กรกฎาคม…

วิกฤตซ้อนวิกฤต : เมื่อประเทศใหญ่ปรับลดการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

  สถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นภายในและระหว่างประเทศในหลายภูมิภาค ร่วมด้วยภัยพิบัติทางธรรมชาติหลากรูปแบบในหลายประเทศ ท่ามกลางสงครามการค้าที่ซ้ำเติมความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไม่เพียงสร้างความลำบากในการดำรงชีวิตของคนธรรมดาทั่วไป แต่ยิ่งสร้างความทุกข์ยากให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่เหล่านั้น และจะยิ่งหนักหน่วงขึ้นหากไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และกลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติที่ยากจะแก้ไข ข่าวการปรับลดงบประมาณการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่ต่างชาติของฝรั่งเศสลง ร้อยละ 5 ของงบความช่วยเหลือทั้งหมด เมื่อกรกฎาคม 2568 ทำให้องค์กรพัฒนาเอกชนเกือบ 190 แห่ง กังวลว่าจะกระทบต่อการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ทั้งด้านสาธารณสุข อาหาร และน้ำ รวมทั้งการดูแลประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เปราะบาง สะท้อนว่า สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศจะเผชิญภาวะวิกฤตมากขึ้น กลุ่ม NGOs ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน เนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว หรือ ปี 2567 ฝรั่งเศสยังเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนารายใหญ่ลำดับ 5 ของโลก ต่อจากสหรัฐฯ เยอรมนี สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น อีกทั้งนับตั้งแต่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2560 ฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือแก่ต่างชาติเป็นภารกิจในลำดับต้น ๆ ทั้งยังจัดสรรงบประมาณให้เพิ่มเติม ไม่เพียงฝรั่งเศส ประเทศใหญ่ ๆ ต่างทยอยปรับลดงบการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่ต่างชาติ ไม่ว่าเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สวีเดน เบลเยียม สหราชอาณาจักร…

Delulu is the Solulu : กับแนวคิดสงครามข่าวสารในช่วงความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา

ห้วงเกิดที่เกิดภาวะความไม่สงบหรือภาวะสงคราม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาและไม่จำกัดอยู่แค่ไหนสนามรบ คือ การต่อสู้กันด้วยข้อมูลข่าวสาร หรือ “สงครามข่าวสาร” ที่คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายสร้างขึ้น เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในสื่อสารมวลชน และเพื่อชี้นำความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของผู้คนทั้งภายในประเทศและในประชาคมโลก และการไหลบ่าของข้อมูลทั้งข้อมูลจริง-เท็จ-บิดเบือนปะปนกันอย่างมากมาย ซึ่งเห็นได้ชัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากกรณีความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่มีเริ่มการตอบโต้ทางการทหารเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 แนวคิดใหม่ ๆ อย่าง Delulu is the Solulu” ก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจที่สามารถนำมาใช้ในบริบทของปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations) และสงครามจิตวิทยา (Psychological Warfare) ด้วย ก่อนที่จะไปดูกันว่า Delulu กับแนวคิดสงครามข่าวสารถูกใช้งานอย่างไร อยากจะชวนมาทำความรู้จักกับแนวคิด Delulu is the Solulu เพราะเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่คุ้น หรือไม่เคยได้ยินแนวคิดนี้มาก่อน จริง ๆ แล้ว แนวคิด “Delulu is the Solulu” เป็นวลีแสลงที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ในระยะหลัง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ย่อมาจาก…

สนธิสัญญาเจนีวากับปฏิบัติการทางทหาร : หลักมนุษยธรรมท่ามกลางความขัดแย้ง

สงครามถือเป็นปรากฎการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอย่างหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติการทางทหารในยามสงครามนั้น มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของยุทธวิถีและอำนาจ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น แม้ในสถานการณ์ที่โหดร้ายในการทำสงคราม ยังคงมีหลักการและข้อตกลงที่มุ่งลดทอนความทุกข์ทรมาน เพื่อจำกัดความโหดร้ายและปกป้องมนุษยชาติ นั่นคือ “สนธิสัญญาเจนีวา” (Geneva Conventions) ซึ่งวางกรอบทางกฎหมายและมนุษยธรรมสำหรับการปฏิบัติการทางทหาร สนธิสัญญาเจนีวาคืออะไรและเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารอย่างไร ? สนธิสัญญาเจนีวา (Geneva Conventions) คือ ชุดข้อตกลงระหว่างประเทศที่ตั้งขึ้นเพื่อวางรากฐานของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law – IHL) หรือที่รู้จักกันในชื่อ กฎหมายว่าด้วยสงคราม (Law of War) จุดประสงค์หลักคือการจำกัดผลกระทบของสงคราม โดยเฉพาะการปกป้องบุคคลที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง เช่น พลเรือน บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่สิ้นสภาพการสู้รบ เช่น ผู้บาดเจ็บ เชลยศึก  สนธิสัญญาเจนีวาไม่ใช่ข้อเสนอแนะทางศีลธรรม แต่เป็น ข้อผูกพันทางกฎหมาย ที่ทุกประเทศที่ให้สัตยาบัน (ปัจจุบันเกือบทุกประเทศทั่วโลก) ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในระหว่างการปฏิบัติการทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศหรือภายในประเทศ สนธิสัญญาเจนีวา มี 4 ฉบับที่ลงนามและปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 12 สิงหาคม 2492 และเป็นรากฐานของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศในปัจจุบัน ได้แก่…

สนธิสัญญาออตตาวา : ความหวังและการเผชิญหน้ากับความท้าทายในการห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

สถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชายังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย และสถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อห้วงกลางกรกฎาคม 2568 เกิดกรณีที่ทหารไทย 3 นายถูกระเบิด ขณะลาดตระเวนบริเวณสามเหลี่ยมมรกต อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ 16 กรกฎาคม 2568 ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ  (Thailand Mine Action Center-TMAC) และกองทัพบกของไทย ยืนยันว่าทุ่นระเบิดที่พบเป็นชนิด PMN-2 ซึ่งเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ผลิตในรัสเซีย และยืนยันว่าไม่ใช่ทุ่นระเบิดของกองทัพไทย และชี้ว่าเป็นการวางใหม่ โดยมีเจตนาเพื่อสังหารบุคคล ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยและสนธิสัญญาออตตาวา ขณะที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชายืนยันว่า บริเวณที่ทหารไทยลาดตระเวนอยู่ภายในอธิปไตยกัมพูชาและมีระเบิดตกค้างจากสมัยสงครามจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงของเหตุระเบิดยังต้องสืบสวนกันต่อไป แต่วันนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับสนธิสัญญาออตตาวาที่ทั้งสองประเทศกล่าวอ้างถึงกัน สนธิสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ค.ศ. 1997 (Convention on the Prohibition of the Use, Stockpiling, Production and Transfer of Anti-Personnel…

ภัยคุกคามไซเบอร์ในยุคดิจิทัล: ความมั่นคงของประเทศไทยภายใต้ความเสี่ยงใหม่

การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็วของประเทศไทย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต การผลักดันนโยบาย Digital Government และการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานออนไลน์อย่างมหาศาล ในปี 2568 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 65.4 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 91.2 ของประชากรทั้งหมด ได้นำมาซึ่งความท้าทายใหม่ด้านความมั่นคงไซเบอร์ ระบบข้อมูลที่สำคัญจำนวนมากของภาครัฐและเอกชนถูกจัดเก็บและบริหารในรูปแบบดิจิทัล ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น ข้อมูลจาก Kaspersky ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกด้านความมั่นคงไซเบอร์ที่พัฒนาและจำหน่ายซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส, การจัดการรหัสผ่าน, ระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ปลายทาง และโซลูชันเชิงองค์กรอื่น ๆ ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปจนถึงภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเสี่ยงสูง ระบุว่า ไทยมีอัตราการโจมตีทางไซเบอร์สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงร้อยละ70 และพบภัยคุกคามบนเว็บมากกว่า 10 ล้านรายการในหนึ่งปี สะท้อนให้เห็นถึงระดับความรุนแรงที่โลกไซเบอร์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมรภูมิความมั่นคงอย่างแท้จริง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่สำคัญมีหลากหลายรูปแบบ เช่น มัลแวร์ (Malware) เป็นหนึ่งในภัยหลักที่ออกแบบมาเพื่อขโมยหรือทำลายข้อมูล ประกอบด้วยไวรัส เวิร์ม โทรจัน และสปายแวร์ ซึ่งสามารถแพร่กระจายและเข้าควบคุมระบบโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว แรนซัมแวร์ (Ransomware) เป็นภัยคุกคามที่รุนแรง โดยมักใช้การโจมตีผ่านอีเมลหรือไฟล์แนบเพื่อเข้ารหัสข้อมูลเหยื่อและเรียกค่าไถ่ เช่นเดียวกับฟิชชิ่ง (Phishing) ซึ่งใช้การหลอกลวงผ่านเว็บไซต์หรืออีเมลปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การพัฒนาของภัยเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรต่าง ๆ ต้องตื่นตัวและวางมาตรการป้องกันอยู่เสมอ การโจมตีทางไซเบอร์ไม่เพียงเกิดจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ยังมีมนุษย์เป็นช่องโหว่หลัก โดยเฉพาะการขาดความรู้และทักษะที่จำเป็น จากการทดลองการโจมตีแบบฟิชชิ่งในกลุ่มพนักงานหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานในไทย…

กลไกทางสังคมที่ช่วยแก้ไขและยับยั้งความรุนแรงจากกระแส Islamophobia

ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหนึ่งในประเด็นภัยความมั่นคงที่สำคัญอย่างมากหรืออาจพูดได้ว่ามากที่สุดหากมองในแง่มุมความเป็นอธิปไตยของประเทศ โดยความไม่สงบที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมุมมองของผู้เขียน คือสถานการณ์ความขัดแย้งที่แสดงออกผ่านทางการใช้ความรุนแรงในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี ซึ่งประชาชนในพื้นที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ แต่ร้อยละ 80 ของประชากร เป็นคนไทยมุสลิมเชื้อสายมลายู ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568 เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนอายุ 18 ปี ขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 1,100 คน เกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 33.45 ระบุว่า สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 20.36 ระบุว่า สถานการณ์ดีเหมือนเดิม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมีมุมมองว่าสถานการณ์ยังเป็นความท้าทายของประเทศ เหตุการณ์เหล่านั้นที่เกิดในพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมไทยบางส่วนเกิดความรู้สึกความกลัวต่อชาวมุสลิม หรือ Islamophobia ซึ่งบทความนี้จะชวนขบคิดในเรื่องนี้ จากรายงานการพิจารณาการศึกษา เรื่อง สถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และแนวทางแก้ไขเชิงรุก โดยคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ปี 2553 ระบุว่า…

ปัญหาอาชญากรออนไลน์ (scammers) บริเวณชายแดน ไทย – เมียนมา

ปัญหาจากอาชญากรออนไลน์ (scammers) จากต่างชาติ  โดยเฉพาะในบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา สร้างความท้าทายด้านความมั่นคงทั้งในมิติเศรษฐกิจ ไซเบอร์ และความมั่นคงมนุษย์ ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ความเสียหายจากอาชญากรรมข้ามชาตินี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยมีผู้ถูกยักยอกทรัพย์สินด้วยการหลอกผ่านโทรศัพท์ หรือช่องทางออนไลน์ เป็นจำนวนมากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ  Global Anti-Scam Alliance-GASA รายงานเมื่อปี 2567 ว่า ความเสียหายของการคุกคามของอาชญากรออนไลน์ หรือ scammers นั้นมีมูลค่าสูงถึง 1.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเรียงลำดับจากความเสียหายมากที่สุดคือ สหรัฐฯ 3,520 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว เดนมาร์ก 3,067 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว และสวิตเซอร์แลนด์ 2,980 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว และยังพบว่าการหลอกลวงด้วยโทรศัพท์นั้นมีมากที่สุดในไทย รัสเซีย และฮ่องกง บทความนี้อยากจะชวนทำความเข้าใจและตีแผ่ภัยคุกคามจากจากอาชญากรออนไลน์ หรือ scammers ที่ส่งผลกระทบไม่ใช่เฉพาะแค่ไทย แต่ทั่วโลก กลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้ หมายถึงกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ปฏิบัติการการหลอกลวงผ่านช่องทางไซเบอร์ และโทรศัพท์ อยู่ในบริเวณชายแดนของประเทศไทย โดยเฉพาะกับประเทศเมียนมาและกัมพูชา ที่ผ่านมา จีนได้ดำเนินการการปราบปรามการปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรออนไลน์ หรือ scammers เช่น กลุ่ม บริษัท…