รมว.กต.รัสเซียกล่าวหาเนโตและ EU ว่าทำลายความมั่นคงของยูเรเชีย

สนข.TASS รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.69 ว่า นายเซียเกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการ รมว.กต.องค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม (Council of Foreign Ministers of the Collective Security Treaty Organization-CSTO) ที่เมืองคาซัน สาธารณรัฐตาตาร์สตาน รัสเซีย โดยนายลาฟรอฟ กล่าวถึงประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค ที่สำคัญคือ 1) เนโตและ EU เป็นภัยความมั่นคงของทวีปยูเรเชีย ละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับการค้าอาวุธ เพื่อสนับสนุนยูเครน และไม่ให้ความร่วมมือกับ CSTO เพื่อต่อต้านภัยความมั่นคง 2) อาร์เมเนียควรเลือกระหว่างการเข้าร่วมเนโตและ EU กับ CSTO และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) และ 3) รัสเซียจะยินยอมเจรจากับประเทศยุโรปต่อเมื่อประเทศยุโรปแสดงความจริงใจและเตรียมข้อเสนอที่สอดคล้องกับจุดยืนของรัสเซีย ปัจจุบันประเทศยุโรปมีเป้าหมายต่อต้านและจำกัดอิทธิพลรัสเซีย จึงยากที่รัสเซียจะประนีประนอม

นรม.ลาวพบหารือกับญี่ปุ่นหารือประเด็นความมั่นคงทางพลังงาน

  ผลการหารือระหว่างนายสอนไซ สีพันดอน นรม.ลาว กับ นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นรม.ญี่ปุ่น นอกรอบการประชุม International Conference on the Future of Asia ครั้งที่ 31 ที่กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เมื่อ 10 มิ.ย.69 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือ เฉพาะอย่างยิ่ง ความมั่นคงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ด้าน นรม.ลาวชื่นชมมิตรภาพที่เข้มแข็งระหว่างกัน และการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ร่วมกับย้ำการขยายความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมว่าลาวสนับสนุนโครงการความร่วมมือเพื่อความยืดหยุ่นด้านพลังงานและทรัพยากรในเอเชียที่มีเป้าหมายส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค ส่วน นรม.ญี่ปุ่นชื่นชมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การให้คำมั่นส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน และญี่ปุ่นยังคงสนับสนุนลาวผ่านโครงการต่าง ๆ

ไทยเร่งผลักดัน FTA กับสหภาพยุโรปเพื่อรับมือกับระบบการค้าโลกหลายขั้ว

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานจากบทสัมภาษณ์ผู้แทนการค้าไทย ถึงเหตุผลที่ไทยเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป เนื่องจากต้องการกระจายความเสี่ยงเพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานของจีน และสหรัฐฯ โดยการสร้างความร่วมมือทางเลือก และรัฐบาลตั้งเป้าหมายสรุปข้อตกลงภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งความพยายามของไทยสะท้อนว่าไทยมองข้อตกลงกับสหภาพยุโรปเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับระบบการค้าโลกที่มีหลายขั้วมากขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และข้อพิพาทด้านภาษี นอกจากนี้ ยังสะท้อนความกังวลว่าไทยอาจตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากการเข้าถึงตลาดยุโรปไปก่อนหน้า

UNHCR ระบุนโยบายจ้างงานผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาของไทยจะเป็นต้นแบบ

การให้สัมภาษณ์ของนาย Raouf Mazou ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เมื่อ 9 มิ.ย.69 ระบว่า นโยบายของไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาในค่ายพักพิงตามแนวชายสามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย จะเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการปัญหาผู้พลัดถิ่นระยะยาวให้แก่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.โดยผู้ลี้ภัยมากกว่า 5,500 คน ได้รับการจ้างงานแล้ว ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการเมื่อ ต.ค.68  จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประมาณ 80,000 คน ทั้งนี้ ไทยยังดำเนินมาตรการคุ้มครองสิทธิแรงงานของผู้ลี้ภัย เช่น การได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ การเข้าถึงบริการสาธารณสุข และการออกบัตรประจำตัวเพื่อใช้ยืนยันสถานะทางกฎหมาย ขณะที่ UNHCR คาดว่าอาจมีผู้ลี้ภัยอีก 10,000–20,000 คนได้รับโอกาสในการทำงานภายในปี 2570

ค่าเงินรูเปียห์ฟื้นตัวหลังธนาคารกลางอินโดนีเซียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียปรับตัวแข็งค่าขึ้นทันที หลังจากธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia – BI) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เมื่อ 9 มิ.ย.69 ก่อนการประชุมตามปกติในสัปดาห์หน้า โดยปรับขึ้น 0.25 จุด หลังจากที่เคยปรับเพิ่มถึง 50 จุด เมื่อห้วง พ.ค.69 เพื่อเร่งสร้างเสถียรภาพและพยุงค่าเงินรูเปียห์ที่กำลังอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วจากแรงกดดันภายนอก ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 18,050 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียตอบรับในสัญญาณบวก ทั้งนี้ อินโดนีเซียเผชิญความท้าทายด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง จากประเด็นด้านการคลัง ธรรมาภิบาลในตลาดหุ้น ความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายของ BI รวมถึงนโยบายการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่ขาดความแน่นอนและเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง

เวียดนามและติมอร์-เลสเตจะยกระดับความสัมพันธ์ในปี 2570

การพบหารือนอกรอบการประชุม ASEAN Future Forum ณ กรุงฮานอย เวียดนาม ระหว่างนายเล มิญ ฮึง นรม.เวียดนาม กับนายซานานา กุสเมา นรม.ติมอร์-เลสเต เมื่อ 9 มิ.ย.69  เวียดนามเสนอให้เร่งเจรจาจัดทำข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ควบคู่กับจัดตั้งกลไกทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างกัน ขณะที่ เวียดนามพร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมทั้งช่วยพัฒนาแรงงานของติมอร์-เลสเต  ส่วนฝ่ายติมอร์-เลสเต ขอให้ภาคเอกชนเวียดนามลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านการเกษตร  ประมง การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาทรัพยากร รวมทั้งจัดหาสินค้าที่มีมูลค่าเช่น ข้าว ให้กับติมอร์-เลสเต เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องให้แลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้แทนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าหมายจะยกระดับความสัมพันธ์สู่ขั้นใหม่ในปี 2570 ซึ่งครบรอบ 25 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน

สหรัฐฯ ตอบโต้อิหร่านที่ยิงเฮลิคอปเตอร์สหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันผ่าน Truth social เมื่อ 9 มิ.ย.69 ว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH – 64 Apache ของสหรัฐฯ ถูกโดรนของอิหร่านยิงตก ระหว่างลาดตระเวนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี นักบินทั้ง 2 นายปลอดภัย พร้อมกับยืนยันว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้อิหร่านต่อกรณีดังกล่าว  ต่อมาเมื่อ 10 มิ.ย.69 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ เพื่อการป้องกันตนเองต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบเรดาร์ของอิหร่านบริเวณช่องแคบ เป็นเวลามากกว่า 3 ชม. ก่อนยุติปฏิบัติการไ พร้อมระบุว่าการปฏิบัติการนี้เป็นการตอบโต้อย่างสมเหตุสมผล

อุตสาหกรรมกุ้งไทยเผชิญภาวะวิกฤตหลังมาเลเซียห้ามนำเข้า

South China Morning Post (SCMP) ของฮ่องกง เผยแพร่บทความระบุว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยถูกผลักดันเข้าสู่ภาวะวิกฤตหลังจากมาเลเซียห้ามนำเข้ากุ้งจากไทย 5 สายพันธุ์ เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อเกษตรผู้เลี้ยงกุ้งในภาคใต้ของไทย ข้อพิพาทดังกล่าวยังสะท้อนถึงความตึงเครียดภายในอาเซียน ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมกุ้งไทยยังเผชิญกับโรคระบาด การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีเมียนมาพบกับ รมว.กต.อินโดนีเซีย

นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา พบกับนาย Sugiono รมว.กต.อินโดนีเซีย และคณะ ที่เข้าเยี่ยมคารวะขณะเยือนกรุงเนปยีดอ เมื่อ 8 มิ.ย.69 โดยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา การให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่เมียนมา ความพยายามของเมียนมาในการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับอาเซียน ตลอดจนการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดระหว่างเมียนมากับอินโดนีเซีย  โดยย้ำถึงเงื่อนไขที่แต่ละประเทศต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะและวัฒนธรรมของตน โดยอิงจากเอกลักษณ์และประเพณีของชาติ นอกจากนี้  รมว.กต.ทั้งสองประเทศ เมียนมายังได้หารือกัน  โดยฝ่ายเมียนมาขอบคุณต่ออินโดนีเซียที่ชื่นชมกระบวนการสันติภาพและพัฒนาทางการเมืองของเมียนมา พร้อมขอให้อินโดนีเซียจัดหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในเมียนมา ขณะที่ฝ่ายอินโดนีเซียยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์กับเมียนมาภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง และเห็นว่าเมียนมาเป็นส่วนสำคัญของครอบครัวอาเซียน

จีนเริ่มโครงการก่อสร้างเส้นทางน้ำขนาดใหญ่เพื่อเชื่อมต่อการขนส่งภายในประเทศ

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 8 มิ.ย.69 ว่า นายติง เซวียเสียง รอง นรม.จีน เป็นประธานพิธีเปิดโครงการก่อสร้างทางน้ำขนาดใหญ่ ที่เมืองอี๋ชาง มณฑลหูเป่ย บริเวณเขื่อนสามผา (Three Gorges Dam) เพื่อใช้เป็นเส้นทางเดินเรือภายในประเทศ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเดินเรือในพื้นที่เกี่ยวข้อง   โครงการดังกล่าวจะขยายเส้นทางขนส่งทางเรือในจีนครอบคลุมพื้นที่ 11 มณฑล ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 9 ปี  และจะใช้เวลาอีก 8 ปี ในการปรับปรุงพื้นที่ที่เกี่ยวของ เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งทางน้ำของจีนจาก 170 ล้านตัน/ปี เป็น 336 ล้านตัน/ปี ลดปัญหาความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทาน และเชื่อมต่อเศรษฐกิจภายในประเทศกับตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่โครงการแรกภายใต้แผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 (2569–2573) เป็นสัญลักษณ์ของการเข้าสู่การพัฒนาแบบสังคมนิยมทันสมัย