ส.ส.ไต้หวันเสนอร่างแก้ไขกฎหมายให้ชาวจีนสละสัญชาติหากต้องการทำงานในหน่วยงานภาครัฐไต้หวัน

นสพ.Taipei Times รายงานเมื่อ 11 พ.ย.67 ว่า ส.ส.พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democrat Progressive Party-DPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลไต้หวัน เสนอร่างแก้ไขกฎหมายกำกับดูแลความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไต้หวันกับจีน (Act Governing Relations Between the People of the Taiwan Area and the Mainland Area) เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวจีนปฏิบัติการแทรกซึมไต้หวัน โดยชาวจีนที่ต้องการทำงานในหน่วยงานภาครัฐของไต้หวัน แสดงหลักฐานการสละสัญชาติจีน เพื่อพิสูจน์ความภักดีต่อไต้หวัน เนื่องจากกฎระเบียบปัจจุบันไม่ได้ระบุชัดเจนให้ชาวจีนต้องสละสัญชาติ โดยระบุให้ผู้ที่ทำงานในหน่วยงานภาครัฐต้องถือสัญชาติไต้หวันเท่านั้น หรือพลเมืองจีนซึ่งพำนักอยู่ในไต้หวันอย่างน้อย 10 ปี จึงจะสามารถทำงานในหน่วยงานภาครัฐหรือจัดตั้งพรรคการเมืองได้ และพำนักอยู่ในไต้หวันอย่างน้อย 20 ปี จึงจะสามารถทำงานในหน่วยข่าวกรองหรือหน่วยงานทางทหาร

The Substance : ภาพยนตร์ผลิตซ้ำ อคติต่อสตรีด้วยท่าทีแบบสตรีนิยม

จริงอยู่ที่ว่าการขับเน้นภาพย้ำซ้ำเดิมผ่านสื่อภาพยนตร์จะช่วยกระจายสารให้สาธารณชน ไม่ให้หลงลืมไปว่าสังคมยังมีปัญหาความไม่เท่าเทียมทางอำนาจระหว่างหญิงชาย   ดังเช่นภาพยนตร์แบบสตรีนิยมอย่าง The Substance ของผู้กำกับหญิง Coralie Fargeat ที่ขับเน้นประเด็นความทุกข์ทนที่ผู้หญิงต้องเผชิญจากความคาดหวังของสังคมเกี่ยวกับการรักษา “มาตรฐานความงาม” (Beauty Standard) ตามบรรทัดฐานสังคม แม้ในยามที่อายุล่วงเข้าสู่วัยที่ไม่อาจฝืนไว้ได้  อุตสาหกรรมบันเทิงยังเป็นตัวอย่างอันสมบูรณ์แบบของสังคมชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) แต่การที่ภาพยนตร์เลือกสื่อสารเช่นนั้น (และการที่หนังฮอลลีวูดที่มีท่าทีมีสตรีนิยมเรื่องอื่น ๆ เลือกจะสื่อสารเช่นนี้ซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ) ในอีกทางหนึ่ง อาจเป็นการชี้นิ้วด่าผู้หญิง เช่นเดียวกับการผลิตซ้ำภาพจำเชิงลบ (negative stereotype) ของผู้หญิงให้เป็นภาพของเพศที่ขาดอำนาจในการควบคุมตัวเอง การกระทำการใดของผู้หญิงเป็นไปเพียงเพื่อสนองความพึงพอใจของบุคคลอื่นเท่านั้น The Substance กำหนดบทบาทให้ Elisabeth Sparkle (รับบทโดย Demi Moore) เป็นดาวเด่นของวงการบันเทิง แต่อายุที่ร่วงโรยทำให้ความงามตามมาตรฐานสังคมเลือนหาย โดยเฉพาะในสายตาของ Harvey โปรดิวเซอร์ชาย ที่ผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายว่าใครจะเป็นดาวดวงเด่นของวงการ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว Harvey ถอดรายการของ Elisabeth ออกจากผัง เพื่อจัดสรรเวลาให้กับดาราหญิงรุ่นใหม่ The Substance หรือ “สสาร” ที่เป็นชื่อของหนัง…

รัสเซียลงนามสนธิสัญญาความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ฯ กับเกาหลีเหนือ

สนข.Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 9 พ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ลงนามกฎหมายว่าด้วยการให้สัตยาบันในสนธิสัญญาความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ ตามที่ประธานาธิบดีปูติน ลงนามที่กรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ เมื่อ 19 มิ.ย.67 และต่อมายื่นต่อรัฐสภารัสเซีย เพื่อออกกฎหมายการให้สัตยาบันต่อสนธิสัญญาฯ เมื่อ 15 ต.ค.67  โดยอ้างว่า ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานของประชาชนของรัสเซียและเกาหลีเหนือ มีส่วนสนับสนุนให้เกิดสันติภาพ ความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคและระดับโลก ทั้งสองฝ่ายจะให้ความช่วยเหลือทางทหารและความช่วยเหลืออื่น ๆ ทันที หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกโจมตีด้วยอาวุธ ซึ่งสอดคล้องตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ

กฎหมายเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ของฟิลิปปินส์ส่งผลให้จีนยื่นหนังสือประท้วงทางการทูต

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้างนางเหมา หนิง โฆษก กต.จีน เมื่อ 8 พ.ย.67 ว่า จีนยื่นหนังสือประท้วงทางการทูตไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมาย 2 ฉบับ ของฟิลิปปินส์ ได้แก่ 1) พรบ.อาณาเขตทางทะเล (Maritime Zones Act) และ 2) พรบ.การเดินเรือผ่านช่องทางทะเลหมู่เกาะ (Archipelagic Sea Lanes Act) ซึ่งย้ำถึงสิทธิของฟิลิปปินส์ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) รวมถึงพื้นที่พิพาทกับจีนบริเวณสันดอนสการ์โบโรห์และหมู่เกาะสแปรตลีย์ในทะเลจีนใต้ โดยจีนเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์เคารพอธิปไตยและผลประโยชน์ทางทะเลของจีน รวมทั้งยุติการดำเนินการฝ่ายเดียว ที่อาจนำไปสู่การขยายตัวของข้อพิพาทและทำให้สถานการณ์ซับซ้อน อย่างไรก็ดี กต.สหรัฐฯ ย้ำว่า การออกกฎหมายดังกล่าว สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ

กลุ่มแบ่งแยกดินแดน BLA อ้างความรับผิดชอบเหตุระเบิดสถานีรถไฟในปากีสถาน

เกิดเหตุระเบิดพลีชีพใกล้กับห้องขายบัตรโดยสาร สถานีรถไฟ Quetta แคว้น Balochistan ในปากีสถาน เมื่อ 090830 พ.ย.67 (ตามเวลาท้องถิ่น) มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 60 คน และเสียชีวิต 26 ราย ในจำนวนนี้เป็นทหาร ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย 16 นาย ที่กำลังเดินทางกลับจากการฝึกอบรมที่โรงเรียนทหารในเมือง Quetta ด้วยขบวนรถไฟ Jaffar Express ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเมือง Peshawar กลุ่มแบ่งแยกดินแดน BLA (Baloch Liberation Army) อ้างความรับผิดชอบเหตุระเบิดดังกล่าวในเวลาต่อมา ขณะที่นาย Shehbaz Sharif นรม.ปากีสถาน ประณามเหตุระเบิด พร้อมแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้นำเมียนมา พบหารือกับ นรม.ไทย

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และ นรม.เมียนมา พบหารือกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นรม.ไทย ในห้วงประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS Summit) ครั้งที่ 8 ณ นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน จีน เมื่อ 7 พ.ย.67 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าเมียนมาและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ และได้ร่วมหารือในประเด็น สันติภาพและความมั่นคงบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ การใช้หลักนิติธรรมและการปรับปรุงกฎระเบียบ การกำจัดอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และ การพนันออนไลน์ การส่งเสริมการค้าชายแดน การลงทุน แรงงาน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการของทั้งสองประเทศในระดับกรม และกระทรวง รวมทั้งการเตรียมการจัดการเลือกตั้งของเมียนมาอย่างเสรีและยุติธรรมตามหลักประชาธิปไตย

สภาแห่งชาติกัมพูชาอนุมัติการถอนตัวจากกรอบสามเหลี่ยมการพัฒนา CLV-DTA

สนข. Fresh News รายงานเมื่อ 8 พ.ย.67 ว่าวันเดียวกัน ที่ประชุมสภาแห่งชาติกัมพูชา ซึ่งมีสมเด็จฯ ควน สุดารี ประธานสภาแห่งชาติ และ สส.อีก 109 คน ร่วมหารือและมีมติอนุมัติการถอนตัวออกจากกรอบความร่วมมือเขตสามเหลี่ยมการพัฒนากัมพูชา-ลาว-เวียดนาม (Cambodia–Laos-Vietnam Development Triangle Area-CLV-DTA) อย่างเป็นทางการ หลังจากสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา และสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา ประกาศยุติการเข้าร่วมกรอบดังกล่าว เมื่อ 20 ก.ย.67 โดยอ้างเหตุผลป้องกันกลุ่มต่อต้านใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการยุยงปลุกปั่นประชาชน นอกจากนี้ ที่ประชุมสภาแห่งชาติรับรองให้นาย Yous Tha Neary เป็น สส.กัมปงธม แทนนาย Chea Chanto ที่เสียชีวิต

รมว.กต.NUG ระบุ การกดดันกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมาของจีนไม่ใช่แนวทางแก้ไขความขัดแย้งในเมียนมา

ถ้อยแถลงของนาง Zin Mar Aung รมว.กต.ของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) เมื่อ 5 พ.ย.67 ระบุว่า การกดดันกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ไม่ใช่แนวทางแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเมียนมา และไม่เป็นผลดีกับรัฐบาลจีน  รวมทั้งต้องไม่เปิดพื้นที่ให้กองทัพเมียนมาเข้ามาข้องเกี่ยวกับการเมืองได้อีก และรับรองระบบสหพันธรัฐให้กับชนกลุ่มน้อย อย่างไรก็ดี NUG เข้าใจจีนที่ต้องการให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดน แต่ปัญหาเมียนมาไม่สามารถแก้ไขด้วยระยะเวลาสั้น และประชาชนกำลังต่อสู้เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว โดย NUG ได้ส่งคำขอถึงรัฐบาลจีนให้ทบทวนการเชิญ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ แต่จีนตอบกลับว่า การเยือนในครั้งนี้ไม่ใช่การเยือนอย่างเป็นทางการในฐานะประมุขรัฐ (State Visit) เป็นพียงการเยือนเพื่อเข้าร่วมกรอบการประชุมระดับภูมิภาค

ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยและยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่ง

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แถลงเมื่อ 7 พ.ย.67 หลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ห้วง 6-7 พ.ย.67 ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 4.50-4.75 พร้อมกับประเมินเศรษฐกิจสหรัฐฯ ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่มั่นคง การอัตราว่างงานเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงสูง แต่ลดระดับลงตามเป้าหมาย อย่างไรก็ดี แนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน และ Fed จะยังคงต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างเข้มงวด ส่วนชัยชนะในการเลือกตั้งของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed และจะไม่ลาออก แม้เคยขัดแย้งกับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์

ที่ประชุม GMS Summit ครั้งที่ 8 เห็นพ้องรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุม

เอกสารผลการประชุมผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS Summit of Leaders) ครั้งที่ 8 ระหว่าง 6-7 พ.ย.67 ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน จีน ซึ่งที่ประชุมรับรอง 2 ฉบับ ได้แก่ 1) แถลงการณ์ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงาน GMS ครั้งที่ 8 และ 2) ยุทธศาสตร์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ปี ค.ศ.2030  ผู้นำกลุ่มประเทศ GMS ยังชื่นชมบทบาทจีนในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และจะเพิ่มการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ รักษาความร่วมมือที่เปิดกว้าง  การพัฒนาที่สร้างสรรค์ และขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติในสาขาต่าง ๆ อาทิ การค้า การเกษตร การเชื่อมต่อ เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาสีเขียว สุขภาพ การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม นายหลี่ เฉียง นรม.จีน ในฐานะประธานการประชุมฯ ย้ำความจำเป็นที่ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ควรเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันภายใต้กรอบ GMS รวมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือภายใต้ข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road…