ชีวิตเริ่มจะอยู่ยากมากขึ้นในปี 2568 เมื่อการก่อเหตุรุนแรงในสังคมมีสัญญาณว่าจะเกิดบ่อยครั้งขึ้น

เหตุรถยนต์พุ่งชนผู้คนในจีนและเยอรมนีที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนก่อนหมดปี 2567 และเริ่มต้นปี 2568 ด้วยเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเมื่อเกิดเหตุรถบรรทุกพุ่งชนคน ที่เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา สหรัฐฯ ในวันปีใหม่ จนมีผู้เสียชีวิต ซึ่งทางการสหรัฐฯ ระบุว่าจะสอบสวนเหตุดังกล่าวในฐานการก่อการร้าย หรือแม้แต่ญี่ปุ่น ประเทศที่ได้ชื่อว่าปลอดภัยสูงเนื่องจากเกิดเหตุการใช้ความรุนแรงน้อยครั้งยังเริ่มมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาวุธมีด ปืน หรือฆ้อน โดยเมื่อ 10 มกราคม 2568 เกิดเหตุนักศึกษาใช้ฆ้อนทำร้ายเพื่อนนักศึกษาด้วยกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน เหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้ฉุกคิดถึงอันตรายจากการก่อเหตุรุนแรงในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการก่อการร้ายหรือไม่ก็ตาม หรือผู้ก่อเหตุจะมีแรงจูงใจจากสาเหตุใดก็ตาม คนธรรมดา ๆ ที่เป็นผู้บริสุทธิ์ก็เป็นเหยื่อทุกครั้งไป คำถามคือ เราจะป้องกันตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์ทำนองนี้ที่น่าจะเกิดมากขึ้น รวมถึงในไทยที่มีข่าวการใช้ความรุนแรงกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแทบทุกวัน ท่ามกลางข่าวสารการใช้กำลังทางทหารตอบโต้กันระหว่างคู่ขัดแย้งระดับรัฐและที่ไม่ใช่รัฐในยุโรปและตะวันออกกลาง รวมถึงใกล้บ้านเราในเมียนมา จนทำให้มีการคาดการณ์ว่า การก่อการร้ายจะหวนกลับมาเกิดถี่ขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีตอบโต้กันระหว่างคู่พิพาทและที่เป็นการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายเอง ที่ฉวยโอกาสแสดงศักยภาพจากสถานการณ์วุ่นวายในประเทศต่าง ๆ ก็มีข่าวการก่อเหตุรุนแรงที่เป็นการกระทำของคนธรรมดา ๆ ที่ไม่มีใครคาดคิด แต่ผลจากการก่อเหตุกลับสร้างความตื่นตระหนกให้ไม่น้อย เฉพาะอย่างยิ่งในจีนที่ผู้มีปัญหาส่วนตัวเลือกใช้การก่อเหตุรุนแรงเป็นทางออก   เพื่อแสดงความไม่พอใจหรือผิดหวังในสิ่งที่ต้องพบเจอในชีวิตหลายครั้ง โดยมีเหยื่อเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องจบชีวิตจากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายสิบคน ทั้ง ๆ ที่จีนมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้น รวมถึงการควบคุมการมีอาวุธในครอบครอง ในห้วงกันยายน-พฤศจิกายน 2567…

NGOs ในสิงคโปร์ และในไทยเป็นอย่างไร

NGOs (Non-Governmental Organisations) หรือที่เรารู้จักกันในภาษาไทยคือ องค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐ หรือองค์กรไม่แสวงผลกำไรต่าง ๆ ซึ่งองค์กรเหล่านี้จะมีการบริหารงานแบบเอกชน ไทยมีจำนวน NGOs มากกว่าในสิงคโปร์  นั่นหมายความว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้สิงคโปร์ไม่เป็นที่น่าดึงดูดเท่าไทยในด้านของการลงหลักปักฐานของ NGOs จำนวน NGOs ในไทยล่าสุด โดยประมาณนั้นมีอยู่ถึง 25,085 องค์กร แบ่งเป็นองค์กรต่างประเทศหรือระหว่างประเทศ 85 องค์กร และในประเทศกว่า 25,000 องค์กร ในขณะที่สิงคโปร์มีเพียงประมาณ 2,982 องค์กร  สิ่งที่ทำให้ NGOs ทั้งหลายตั้งหลักปักฐานที่ไทยนั้น เป็นเพราะทางด้านกฎหมายที่มีความ “ยืดหยุ่น” มากกว่าสิงคโปร์มาก ทั้งด้านการจัดตั้ง และการตรวจสอบแหล่งเงินทุน ที่ผ่านมา การทำงานของรัฐบาลสิงคโปร์เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในการใช้กฎหมาย จัดระบบสังคมอย่างเคร่งครัด โดยรัฐบาลที่เป็นพรรคเดียวกันอย่างต่อเนื่องมาแทบจะโดยตลอด ซึ่งก็คือพรรค The People’s Action Party (PAP) ที่ครองเสียงข้างมากมาตั้งแต่ได้รับเอกราชจากมาเลเซีย ทำให้สามารถกำหนดความเป็นไปของประเทศได้อย่างราบรื่น จำนวนและพื้นที่ของสิงคโปร์ก็น้อยกว่าไทยมาก รัฐบาลจึงสามารถสอดส่องและควบคุมการเกิดของ NGOs ได้ง่ายผ่านการสร้างความใกล้ชิดกับประชาชน    ประกอบกับรัฐบาลสิงคโปร์ต้องการรักษาเสถียรภาพของพรรคและประเทศไว้ จึงระมัดระวังเป็นอย่างมากไม่ให้เกิดการต่อสู้ทางการเมือง…

ชาวจีนที่วางแผนเดินทางมาไทยช่วงเทศกาลตรุษจีนแสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัย

นสพ.South China Morning Post รายงานเมื่อ 10 ม.ค.68 ว่า ชาวจีนจำนวนมากที่วางแผนเดินทางมาท่องเที่ยวไทยช่วงเทศกาลตรุษจีนกังวลเรื่องความปลอดภัยผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนหนึ่งเกิดจากกรณีนายหวัง ซิง นักแสดงชาวจีน ที่ถูกหลอกมาทำงานในไทย แต่ถูกส่งตัวต่อไปยังเมียนมา โดยเมื่อ 9 ม.ค.68 มีการโพสต์ข้อความสอบถามวิธีการยกเลิกการเดินทางไปไทยจีนมากกว่า 380,000 ครั้ง บนแพลตฟอร์มออนไลน์ Xiaohongshu (Little Red Book) ขณะที่สมาคมบริการไทยท่องเที่ยว  ประเมินว่า กรณีดังกล่าวจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยลดลงร้อยละ 10-20 ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทั้งนี้ สถิติจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาของไทยระบุว่า เมื่อปี 2567 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดที่เดินทางมาไทยเมื่อปี 2567 มีจำนวน 6.73 ล้านคน

สอท.จีน ณ กรุงเทพฯ เตือนชาวจีนให้ระมัดระวังถูกหลอกจากข้อเสนอการทำงานที่มีค่าตอบแทนสูง

สอท.จีน /กรุงเทพฯ ออกแถลงการณ์ผ่านบัญชี WeChat เมื่อ 11 ม.ค.68 เตือนชาวจีนที่เดินทางมาไทยให้ระมัดระวังการถูกหลอกจากข้อเสนอการทำงานที่มีค่าตอบแทนสูง และอย่าหลง อาทิ งานรายได้ดี ฟรีค่าเดินทาง ที่พัก และอาหาร เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง สำหรับชาวจีนที่ประสบปัญหาเรื่องความปลอดภัย ขอให้แจ้ง จนท.ตร. หรือขอความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นในไทย เพื่อจะได้ประสานติดต่อขอความช่วยเหลือจาก สอท.หรือ สกญ.จีน ต่อไป ส่วนการเดินทางเข้าไทยตามข้อตกลงยกเว้นวีซ่าไทย-จีน ซึ่งกำหนดเงื่อนไขสำหรับการเดินทางเข้ามาประกอบกิจกรรมบางประเภท อาทิ การทำงานหรือการศึกษาต่อในประเทศเจ้าบ้าน จะต้องได้รับอนุมัติตามกระบวนการด้านวีซ่าก่อนเข้าประเทศ หากวีซ่าหมดอายุ ขอให้ละเว้นการทำงานแบบผิดกฎหมาย หรือกิจกรรมอื่น ๆ

ญี่ปุ่นเพิ่มมาตรการลงโทษรัสเซีย

สนข. Japan Times รายงานเมื่อ 10 ม.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนายฮายาชิ โยชิมาซะ เลขาธิการ ครม.ญี่ปุ่น เมื่อวันเดียวกัน ว่า ญี่ปุ่นเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียในยูเครน เพื่อตอบโต้กรณีเกาหลีเหนือให้การสนับสนุนรัสเซีย และกรณีรัสเซียหลบเลี่ยงการดำเนินมาตรการลงโทษผ่านประเทศอื่นได้แก่ 1) อายัดทรัพย์สิ ของบุคคลสัญชาติต่าง ๆ เช่น เกาหลีเหนือ รวม 12 ราย และองค์กร 33 แห่ง 2) ระงับการส่งออกสินค้าหรือเพิ่มมาตรการจำกัดทางการค้าแก่องค์กรหรือบริษัท  เช่น รัสเซีย และจีน รวม 53 แห่ง และ 3) ระงับการส่งออกสินค้า 335 รายการ ไปรัสเซีย เช่น รถจักรยานยนต์ และอะไหล่ปั้นจั่น  ตั้งแต่ 23 ม.ค.68

หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ยืนยันยูเครนควบคุมตัวทหารเกาหลีเหนือจากพื้นที่สู้รบรัสเซีย-ยูเครน

สนข.KBS World รายงานเมื่อ 12 ม.ค.68 ว่า หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ (National Intelligence Service-NIS) ประสานกับหน่วยข่าวกรองของยูเครนในประเด็นเกาหลีเหนือส่งกองกำลังทหารสนับสนุนรัสเซียสู้รบกับยูเครนอย่างใกล้ชิด และยืนยันกรณี จนท.ยูเครนสามารถควบคุมตัวทหารเกาหลีเหนือที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จากภูมิภาคคุสก์ของรัสเซีย เมื่อ 9 ม.ค.68  NIS เปิดเผยข้อมูลจากการสอบสวนทหารเกาหลีเหนือด้วยว่า ทหารเกาหลีเหนือเดินทางไปยังรัสเซีย เมื่อ พ.ย.67 เพื่อเข้าร่วมการฝึกทางทหาร แต่ไม่ทราบถึงการเข้าร่วมสู้รบกับยูเครนมาก่อน โดยทหารเกาหลีเหนือเผชิญความสูญเสียจากการสู้รบ และถูกทิ้งโดยไม่มีเสบียงอาหารกว่า 4-5 วัน ก่อนถูก จนท.ยูเครนควบคุมตัว

โบสถ์ยิวในนครซิดนีย์ถูกพ่นสีด้วยสัญลักษณ์เกี่ยวกับนาซี

สนข.ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 10 ม.ค.68 ว่า ในวันเดียวกัน ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ตรวจพบเหตุพ่นสีบนผนังภายนอกของโบสถ์ยิวในเมือง Allawah ชานเมืองนครซิดนีย์ เป็นสัญลักษณ์สวัสติกะ ถ้อยคำที่เกี่ยวกับนาซีและการสรรเสริญพระเจ้าในศาสนาอิสลาม ได้แก่ “Hitler on top” “Allah hu akbar” และ “Free Palestine” โดยคาดว่าเหตุเกิดประมาณเวลา 04.00 น. ตำรวจยังอยู่ระหว่างสืบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้นมีข้อมูลจากกล้อง CCTV บันทึกภาพผู้ก่อเหตุ 2 คน สวมเสื้อฮู้ดและหน้ากาก ด้านนาย Chris Minn มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ประณามการก่อเหตุว่าเป็นการก่ออาชญากรรมที่โหดร้าย และเป็นพฤติกรรมที่สร้างความแตกแยกของสังคม ด้านผู้นำชุมชนยาวยิวให้ความเห็นว่า ชาวยิวในออสเตรเลียไม่ควรตกอยู่ในความหวาดกลัวจากอาชญากรรมจากความเกลียดชังต่อชาวยิว พร้อมเรียกร้องให้ทางการจับผู้ก่อเหตุโดยเร็ว

จีนจะส่งผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นสพ.Financial Times รายงานเมื่อ 10 ม.ค.68 รายงานว่า ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะส่งผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ สหรัฐฯ ของนายทรัมป์ ใน 20 ม.ค.68 ซึ่งรูปแบบการดำเนินนโยบายที่ไม่ปกติดังกล่าวถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของจีนที่ต้องการลดความขัดแย้งกับรัฐบาลใหม่สหรัฐฯ ทั้งยังอาจเพื่อปูทางไปสู่การแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างจีน-สหรัฐฯ ในระดับเดียวกัน ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนของสหรัฐฯ คาดการณ์บุคคลที่จีนอาจส่งมาร่วมพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แก่ 1) นายหาน เจิ้ง รองประธานาธิบดีจีน 2) นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน และ 3) นายไช่ ฉี สมาชิกถาวรประจำกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

สำนักอัยการไต้หวันดำเนินคดีอดีตนายทหารไต้หวัน 7 รายฐานสร้างเครือข่ายสายลับสนับสนุนจีน

นสพ.Taipei Times รายงานเมื่อ 9 ม.ค.68 ว่า สำนักอัยการไต้หวันมีคำสั่งให้ดำเนินคดีอดีตนายทหารไต้หวัน (เกษียณ) และเป็นสมาชิกพรรค Rehabilitation Alliance Party จำนวน 7 ราย ในความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคง และกฎหมายต่อต้านการแทรกแซงของไต้หวัน โดยพบพฤติกรรมลักลอบถ่ายภาพ วาดแผนที่สถานีเรดาร์สำคัญ ฐานติดตั้งขีปนาวุธ และสำนักงานใหญ่ของสถาบันอเมริกันในกรุงไทเป ไต้หวัน ทั้งยังจัดตั้งเครือข่ายสายลับ กองกำลังกึ่งทหาร (Paramilitary) และหน่วยซุ่มยิง (Sniper squad) เพื่อลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐบาลและนักการเมืองไต้หวัน เพื่อสนับสนุนในกรณีกองทัพจีนรุกรานไต้หวัน

ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงต้องการผนวกกรีนแลนด์ คลองปานามา และแคนาดา

สนข.วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อ 7 ม.ค.68 ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์แถลงแนวนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในวาระจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ที่รีสอร์ท Mar-a-Lago Club เมือง Palm Beach รัฐฟลอริดา เมื่อ 7 ม.ค.68 จะใช้มาตรการทั้งทางเศรษฐกิจและกำลังทางทหาร เพื่อผนวกกรีนแลนด์ รวมทั้งกรณีคลองปานามา และแคนาดา กับทั้งจะเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็นอ่าวอเมริกา และกดดันให้พันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศเป็นร้อยละ 5 ต่อ GDP อย่างไรก็ดี การใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อควบคุมกรีนแลนด์และคลองปานามา และผนวกรวมแคนาดาเป็นรัฐที่ 51 คงเป็นไปได้ยาก สหรัฐฯ อาจเจรจาข้อตกลงกับเดนมาร์กเพื่อเข้าถึงทรัพยากรแร่หายากและเพิ่มประจำการกองทัพในกรีนแลนด์ เพื่อส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานและสกัดกั้นอิทธิพลของจีนและรัสเซียในภูมิภาคอาร์กติก ซึ่งในวันเดียวกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ และคณะที่ปรึกษา ได้เดินทางเยือนกรุงนุก กรีนแลนด์ อย่างไม่เป็นทางการ