จีนเผยแพร่แนวทางการชักชวนชาวจีนให้เป็นสายลับ

กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีน (MSS) เผยแพร่ข้อมูลเมื่อ 31 ส.ค.69 รายละเอียดผลการสอบสวนนายจาง ซึ่งเป็นพลเมืองของจีน ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ และทำงานในบริษัทการค้าอุตสาหกรรมทางทหารของจีน  ถูกชักชวนจากนักการทูต 2 ประเทศ หลังทำความรู้จักกันในงานเลี้ยงและพัฒนาสัมพันธ์กันต่อเนื่อง จนนำไปสู่การจ้างนายจางให้ช่วยแปลเอกสารทางเทคนิค หลอกถามข้อมูลละเอียดอ่อน และข้อมูลภายในบริษัท รวมทั้งรายละเอียดการทำงาน และข้อมูลการซื้อ-ขายอาวุธสงครามของบริษัท แลกกับค่าตอบแทน   MSS เปิดเผยว่าต้องการให้กรณีดังกล่าว กระตุ้นเตือนประชาชนและเผยแพร่วิธีการชักชวนบุคคลให้เป็นสายลับของหน่วยข่าวกรองต่างชาติ ซึ่งมักกระทำต่อเป้าหมาย อาทิ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ทางทหาร และเจ้าหน้าที่จีนที่ไปประจำการในต่างประเทศ รวมถึงนักวิชาการ และพนักงานทั่วไป

อาเซียน-จีนเตรียมจัดงานมหกรรมแสดงสินค้า (CAEXPO) ครั้งที่ 23

งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) ครั้งที่ 23  ที่เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้จีน ระหว่าง 17-21 ก.ย.69 ภายใต้หัวข้อ “ACFTA 3.0 Opportunities, Better Life” มุ่งเน้นการพัฒนาความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ฉบับปรับปรุง (ACFTA 3.0) โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดน ตลอดจนการพัฒนามาตรฐานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้  การค้าระหว่างอาเซียน-จีน ระหว่าง ม.ค.-ก.ค.69 มีมูลค่า 744,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่การลงทุนระหว่างอาเซียนกับจีน รวมถึงรายได้จากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทจีนดำเนินการในประเทศสมาชิกอาเซียน เมื่อ ก.ค.69 มีมูลค่ารวมกว่า 515,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ โครงการรถไฟสายตะวันออก (ECRL) ของมาเลเซีย โครงการรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง (Whoosh) และโครงการเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าจีน-ลาว

ไทยเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่ม

The Strait Times ของสิงคโปร์ และ Executive Traveller ของออสเตรเลีย รายงานกรณีไทยเตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในอัตรา 450 บาทต่อคน เพื่อนำรายได้ดังกล่าวไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว และเพิ่มความคุ้มครองนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้าน Nikkei Asia ของญี่ปุ่น ประเมินว่า การเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยลดลง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบแบคแพคเกอร์และกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ยังมีรายได้ไม่มาก ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมวิกฤติการท่องเที่ยวในไทย ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม

เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงานระยะ 25 ปี

น.ส.เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อ 30 ส.ค.69 ว่า เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงาน  ระยะเวลา 25 ปี ครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์   และแหล่งสัมปทานใหม่ในเวเนซุเอลา โดยรัฐบาลเวเนซุเอลาตั้งเป้าว่าข้อตกลงดังกล่าว จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศ เป็น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศ ประมาณ 209,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวของรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 28 ส.ค.69 เกี่ยวกับแผนที่สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมปริมาณสำรองน้ำมันของเวเนซุเอลา กว่า 65,000 ล้านบาร์เรล ผ่านการร่วมทุนกับภาคเอกชน

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เรียกร้องให้ประชาชนร่วมภารกิจปกป้องประเทศ

เมื่อ 31 ส.ค.69 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ในโอกาสวันวีรบุรุษแห่งชาติ เรียกร้องให้ชาวฟิลิปปินส์ร่วมแบ่งปันความรับผิดชอบในการปกป้องดินแดน อธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งเป็นภารกิจของทุกคน  พร้อมทั้งย้ำจุดยืนของรัฐบาลในการยืนยันสิทธิ์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศรวมถึงให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับที่มาและความสำคัญของสิทธิทางทะเลของประเทศ และใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ส่งเสริมความจริง ต่อต้านข้อมูลเท็จ และส่งเสริมการสนทนาอย่างมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ยังเน้นถึงบทบาทสำคัญของหน่วยยามฝั่ง กองทัพ สนง.ทรัพยากรประมงและสัตว์น้ำ และชาวประมง ที่เปรียบเสมือนแนวหน้าในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก

สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศรอบใหม่ต่ออิหร่าน

ในช่วงเช้าของ 30 ส.ค.69 กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศใส่แท่นยิงจรวดของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัค (Larak Island) ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน เนื่องจากตรวจพบว่าอิหร่านเตรียมยิงจรวดเพื่อวางทุ่นระเบิดรอบใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก จึงต้องโจมตีเพื่อปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือสินค้า   การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent  ปรับขึ้นสูงเหนือระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง (ประมาณ 90.31 ดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 85.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  เนื่องจากความกังวลว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับสู่ความรุนแรงอีกครั้ง

ศรีลังกาเฝ้าระวังเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 31 ส.ค.69 ว่า ศรีลังกาเฝ้าติดตามเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 20 ลำ ซึ่งจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งใกล้เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone-EEZ) ของศรีลังกา โดยเป็นเรือติดธงอิหร่านประมาณ 13 ลำ และบางส่วนเป็นเรือในกองเรือที่ใช้วิธีอำพรางการปฏิบัติการ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เรือดังกล่าวยังอยู่นอกน่านน้ำศรีลังกา จึงไม่อยู่ภายใต้อำนาจแทรกแซงของศรีลังกาโดยตรง และรัฐบาลยืนยันว่า ไม่ได้ให้บริการหรือความช่วยเหลือใดแก่เรือดังกล่าว ขณะที่ ทร. และ ทอ.ศรีลังกายังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายหรือการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ

ลาวร่วมมือกับจีนพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในแขวงเซียงขวาง

เว็บไซต์ข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 28 ส.ค.69 ว่า ลาวเตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 330 เมกกะวัตต์ ในแขวงเซียงขวาง มูลค่าการลงทุน 202.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท B Rich Namphan Power Sole เอกชนลาว กับบริษัท China Western Power Industrial และ บริษัท Dongdok Construction and Installation Engineering Sol คาดจะแล้วเสร็จในปี 2572 ระยะเวลาดำเนินการ 25 ปี เป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้า เฉพาะอย่างยิ่งช่วงฤดูแล้ง ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าดังกล่าวใช้เทคโนโลยีซูเปอร์คริติคัล ซึ่งมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินแบบเดิม และช่วยลดการปล่อยมลพิษต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายให้การไฟฟ้าลาว (EDL) เพื่อนำไปจ่ายให้แก่ภาคอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลางในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ ปัจจุบัน ลาวพยายามส่งเสริมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโซลาร์รูฟท๊อป เพื่อลดการพึ่งพาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และเมื่อ มิ.ย.69 ลาวกับรัสเซียลงนามศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์…

เมียนมามีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กในปี 2570

สนข. DVB รายงานเมื่อ 27 ส.ค.69 ว่า บริษัท Rosatom รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย เปิดเผยว่า มีแผนเริ่มดำเนินงานก่อสร้างในพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor – SMR) ในเมียนมาในปี 2570 โดยคาดว่าจะลงนามสัญญาสำรวจทางวิศวกรรมเบื้องต้นภายในสิ้นปี 2569 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเยือนรัสเซียของผู้นำเมียนมาห้วง 17 -19 ส.ค.69 และได้พบหารือกับผู้นำรัสเซีย โ นอกจากนี้ Rosatom ยังพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการศึกษาให้กับเมียนมา สำหรับที่ตั้งโครงการยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ก่อนหน้านี้คณะผู้แทนจากบริษัท Rosatom เคยสำรวจสภาพธรณีวิทยาบริเวณใกล้เขื่อนปองหล่อง (Paunglaung) ที่เมือง Zeyathiri ห่างจากกรุงเนปยีดอประมาณ 49 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าพื้นที่ดังกล่าวได้รับเลือกเป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้า

UN ชี้ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกำลังเผชิญปรากฎการณ์เอลนีโญและวิกฤตตะวันออกกลาง

สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ประเมินผลกระทบของปรากฎการณ์เอลนีโญ และสถานการณ์ขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เมื่อ 28 ส.ค.69 ว่า ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกมีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงด้านมนุษยธรรมเพิ่มขึ้น จากปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะทวีความรุนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 และความผันผวนของดัชนีมหาสมุทรอินเดีย (IOD) ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพอากาศ ความมั่นคงด้านอาหาร และการดำรงชีวิต โดยเฉพาะประเทศและพื้นที่ที่มีความเปราะบางและขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติจำกัด โดยอาจทำให้ประชากรในภูมิภาคเผชิญความมั่นคงทางอาหารเฉียบพลันเพิ่มขึ้นอีก ประมาณ 8.2 ล้านคน ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เพิ่มแรงกดดันต่อภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกผ่าน “3F” ได้แก่  ราคาพลังงาน (fuel) อาหาร (food) และปุ๋ย (fertilizer) ที่สูงขึ้น โดยระบุว่า อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก หลายแห่งมีความเสี่ยงสูงสุด ขณะที่ไทยเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ด้านสภาพอากาศแห้งแล้ง