ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตำหนิอัยการ ICC ยื่นขอออกหมายจับผู้นำอิสราเอลและฮะมาส

  ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ออกแถลงการณ์เมื่อ 20 พ.ค.67 ตำหนิอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) ที่ยื่นขอออกหมายจับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และ นาย Yoav Gallant รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล รวมถึงผู้นำกลุ่มฮะมาส 3 คน ได้แก่ นาย Yahya Sinwar นาย Mohammed Diab Ibrahim Al-Masri และนาย Ismail Haniyeh ข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติว่า เป็นเรื่องน่ารังเกียจและไม่มีความเท่าเทียมระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส กับทั้งย้ำว่าสหรัฐฯ จะยังคงเคียงข้างอิสราเอลเสมอในการต่อต้านภัยคุกคามความมั่นคง

สเปนเรียก ออท.สเปนประจำอาร์เจนตินากลับประเทศภายหลัง ปธน.อาร์เจนตินาดูหมิ่น นรม.สเปนและภรรยา

  สำนักข่าว Reuters และ Anadolu Agency รายงานเมื่อ 19 พ.ค.67 ว่า สเปนเรียกเอกอัครราชทูตสเปนประจำกรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา กลับประเทศอย่างไม่มีกำหนด เมื่อ 18 พ.ค.67 ภายหลังประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเล ของอาร์เจนตินา เรียกนางเบโกนา โกเมซ ภรรยาของนายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ว่า “ผู้หญิงทุจริต” (a corrupt woman) โดยคำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมที่กรุงมาดริด สเปน เกี่ยวกับผู้นำขวาจัดระดับโลกที่จัดโดยพรรค Vox ของสเปน และได้รับเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมประมาณ 11,000 คน ผู้นำอาร์เจนตินายังโจมตีลัทธิสังคมนิยมว่าเป็น”มะเร็ง” เรียกนายกรัฐมนตรีซานเชซว่า”สกปรก” และแนะนำว่าประชาชนไม่ควรเชื่อการใช้อำนาจในทางที่ผิดของรัฐบาล ทั้งนี้รัฐมนตรีต่างประเทศสเปน ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่า สเปนคาดหวังคำขอโทษจากประธานาธิบดีมิเล อีกทั้งยังมองว่าพฤติกรรมของผู้นำอาร์เจนตินาทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศอยู่ในจุดที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับรัฐมนตรีสเปน คนอื่น ๆ ที่ออกมาประณามคำพูดของประธานาธิบดีอาร์เจนตินา อย่างไรก็ตาม โฆษกของประธานาธิบดีมิเล ยืนยันว่า ประธานาธิบดีมิเล จะไม่ขอโทษและเจ้าหน้าที่สเปนควรถอนคำพูดที่ดูหมิ่นต่อประธานาธิบดีอาร์เจนตินา

สหรัฐฯ แจ้งเตือนบริษัทโทรคมนาคมเกี่ยวกับการจารกรรมข้อมูลด้วยเรือซ่อมบำรุงสายเคเบิลทางทะเลของจีน

  สำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อ 19 พ.ค.67 ว่า สหรัฐฯ แจ้งเตือนบริษัทโทรคมนาคมเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เรือซ่อมบำรุงสายเคเบิลใต้ทะเลของบริษัท S.B.Submarine Systems (SBSS) ซึ่งควบคุมโดยรัฐบาลจีน จะจารกรรมข้อมูลผ่านสายเคเบิลใต้ทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก หลังพบความผิดปกติของสัญญาณตำแหน่งของเรือซ่อมบำรุงสายเคเบิลใต้ทะเลของจีนที่ขาดหายเป็นระยะ ๆ จากระบบติดตามทางวิทยุและดาวเทียมมาตั้งแต่ปี 2564 เฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่องแคบไต้หวัน อินโดนีเซีย และชายฝั่งต่าง ๆ ของทวีปเอเชีย แม้จะยังไม่สามารถยืนยันว่าสัญญาณตำแหน่งเรือที่หายไป เป็นความขัดข้องทางเทคนิคหรือเจตนาในการซ่อนตำแหน่งเพื่อปฏิบัติการต่อสายเคเบิลใต้ทะเล โดยห่วงกังวลว่า การที่สายเคเบิลใต้ทะเลของสหรัฐฯ ต้องพึ่งพาการติดตั้งและซ่อมบำรุงจากบริษัทต่างชาติ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อข้อมูลเชิงพาณิชย์และการทหาร รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารทางทหารของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสายเคเบิลทางทะเลให้ความเห็นว่า การจารกรรมข้อมูลบนภาคพื้นดินยังกระทำได้ง่ายและคุ้มค่ากว่าการจารกรรมผ่านสายเคเบิลทางทะเล แต่มีความเป็นไปได้ที่จะมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อปิดการใช้งานสายเคเบิลใต้ทะเลจากระยะไกล หรือเพื่อศึกษาเทคโนโลยีการรับ-ส่งสัญญาณของสหรัฐฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้เพิ่มงบประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานทางทะเล รวมทั้งโครงการ Cable Security Fleet ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่สนับสนุนเงินทุนแก่ภาคเอกชนสหรัฐฯ ในการซ่อมบำรุงสายเคเบิลใต้ทะเล

ประธานาธิบดีอิหร่านถึงแก่อสัญกรรมจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก

  สำนักข่าว Mehr ของอิหร่าน รายงานเมื่อ 20 พ.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีอิบรอฮีม เราะอีซี ของอิหร่านถึงแก่อสัญกรรมจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก หลังจากทีมกู้ภัยพบซากเฮลิคอปเตอร์ที่ตกบริเวณเนินเขาในเมือง Varzaghan จ.อาเซอร์ไบจานตะวันออก เมื่อ 20 พ.ค.67 โดยเฮลิคอปเตอร์เสียหายจากการตกกระแทกและเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ทั้งนี้ นอกจากประธานาธิบดีอิหร่านแล้ว ผู้ร่วมเดินทางในเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวยังมีนาย Hossein Amirabdollahian รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน นาย Malek Rahmati ผู้ว่าการจังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันออก อิหม่าม Mohammad Ali Alehashem นักบินและลูกเรือรวม 3 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คน รวมทั้งหมด 9 คน

สิงคโปร์เตือนพลเมืองในมาเลเซียเพิ่มความระมัดระวังตัว

  กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์แจ้งเตือนเมื่อ 17 พ.ค.67 ให้พลเมืองที่อยู่ในมาเลเซียหรือกำลังเดินทางไป เพิ่มความระมัดระวังตัว และลงทะเบียนกับทางการ เพื่อเป็นช่องทางติดต่อและให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินหลังจากเกิดเหตุชายต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกลุ่ม Jemaah Islamiyah (JI) บุกโจมตีสถานีตำรวจ Ulu Tiram ในรัฐยะโฮร์ ยิงตำรวจเสียชีวิต 2 นาย ก่อนจะถูกวิสามัญ ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ยังได้ประณามการก่อเหตุดังกล่าวอย่างรุนแรง และแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตรวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ

ที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเยือนซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลระหว่าง 18-19 พ.ค.67

  สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 18 พ.ค.67 ว่า นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเยือนซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลระหว่าง 18-19 พ.ค.67 โดยจะพบหารือกับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารของซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี และสถานการณ์สำคัญในภูมิภาค โดยเฉพาะสงครามในฉนวนกาซาและมาตรการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพอย่างยั่งยืน ส่วนการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจานิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล นายซัลลิแวนจะเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ปฏิบัติการทางทหารในเมืองราฟาห์เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮะมาส ต้องมุ่งเฉพาะเป้าหมาย ไม่ใช่การโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งการเจรจาให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันที่ป่วย ได้รับบาดเจ็บ และสูงอายุ ออกมาก่อน

ชาวปาเลสไตน์ในญี่ปุ่นและผู้สนับสนุนชุมนุมที่กรุงโตเกียวเพื่อรำลึกถึงการพลัดถิ่น

  สำนักข่าว Japan Today รายงานเมื่อ 16 พ.ค.67 ว่า ชาวปาเลสไตน์ในญี่ปุ่นและผู้สนับสนุนประมาณ 1,000 คน จัดการชุมนุมเมื่อ 15 พ.ค.67 ที่เขตชินจูกุ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เนื่องในวันนักบะห์ (Nakba) เพื่อรำลึกถึงโศกนาฏกรรมที่ชาวปาเลสไตน์ประมาณ 700,000 คน ถูกบังคับให้ต้องพลัดถิ่นเมื่อปี 2491 เพื่อให้อิสราเอลก่อตั้งประเทศสำเร็จเมื่อ 14 พ.ค.2491 โดยผู้ชุมนุมชูป้ายข้อความเป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษเรียกร้องให้ปลดปล่อยปาเลสไตน์ให้เป็นอิสระ และให้หยุดยิงในฉนวนกาซา ทั้งนี้ Nakba แปลว่าหายนะในภาษาอารบิก และวัน Nakba กำหนดให้ตรงกับ 15 พ.ค. ของทุกปี ซึ่งเป็นวันหลังจากอิสราเอลก่อตั้งประเทศ 1 วัน (14 พ.ค.) โดยในปีนี้เป็นการรำลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 76 ปี

รัสเซียสั่งขับผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของสหราชอาณาจักร เพื่อตอบโต้การกระทำที่ไม่เป็นมิตร

  สำนักข่าว TASS และ BBC รายงานเมื่อ 16 พ.ค.67 อ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียแถลงว่า รัสเซียสั่งขับ น.อ. Adrian Coghill ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของสหราชอาณาจักร เพื่อตอบโต้การกระทำที่ไม่เป็นมิตรของสหราชอาณาจักร ภายหลังกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร เรียกเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบเพื่อประท้วงที่รัสเซียทำการรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง และสั่งขับผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของรัสเซีย/ลอนดอน ซึ่งไม่เปิดเผยสถานะเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหาร เมื่อ 8 พ.ค.67 ทั้งนี้ รัสเซียประกาศให้ น.อ. Coghill เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata) และต้องเดินทางออกจากรัสเซียภายในหนึ่งสัปดาห์

อาเซียนและจีนยืนยันความมุ่งมั่นจะปฏิบัติตาม DOC

  สำนักข่าว PNA รายงานเมื่อ 16 พ.ค.67 อ้างการเปิดเผยของนาย Huang Xilian เอกอัครราชทูตจีน ประจำกรุงมะนิลา ในวันเดียวกันว่า ที่ประชุมคณะทำงานร่วมอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (ASEAN-China Joint Working Group on the Implementation of the DOC – JWG on DOC) ครั้งที่ 43 จัดขึ้นระหว่าง 13-15 พ.ค.67 ที่ไทย ยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ โดยย้ำจะปฏิบัติตาม DOC อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ความยับยั้งชั่งใจ ส่งเสริมการเจรจาและการปรึกษาหารือ และเร่งสรุปการเจรจาเกี่ยวกับประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct on South China Sea-COC)

อำลาลีเซียนลุง ผู้นำที่จะยังเป็นตำนาน

นายกรัฐมนตรีลีเซียนลุง ของสิงคโปร์ ในวัย 72 ปี ได้เริ่มกล่าวอำลาตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อส่งต่ออำนาจการบริหารรัฐบาลให้กับนายลอว์เรน หว่อง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 การส่งต่ออำนาจทางการเมืองนี้เตรียมการมาเป็นอย่างดี ใช้เวลาในการสื่อสารกับคนในประเทศและประชาคมระหว่างประเทศว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนี้ และการที่สิงคโปร์จะเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศที่เป็นระดับ “ตำนาน”