อินเดียและอิหร่านบรรลุข้อตกลงการบริหารจัดการท่าเรือ Chabahar ระยะเวลา 10 ปี

  สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 14 พ.ค.67 ว่า อินเดียและอิหร่านบรรลุข้อตกลงการบริหารจัดการท่าเทียบเรือ Shahid Beheshti ในท่าเรือ Chabahar ของอิหร่าน ซึ่งเป็นการลงนามระหว่าง บริษัท Indian Ports Global Limited (IPGL) ของอินเดีย กับหน่วยงาน Ports and Maritime Organization (PMO) ของอิหร่าน เมื่อ 13 พ.ค.67 ระยะเวลา 10 ปี มูลค่าของสัญญารวม 370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งออกเป็น IPGL สนับสนุนการจัดการในท่าเรือมูลค่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และรัฐบาลอินเดียสนับสนุนงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังว่าการลงนามครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีและขยายความร่วมมือด้านการค้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ เมื่อ 13 พ.ค.67 เตือนว่า การดำเนินการทางธุรกิจใดก็ตามกับอิหร่าน…

ชาวไนจีเรียกังวลว่าข้าวจากไทยซึ่งเก็บในโกดังนาน 10 ปี อาจเสื่อมคุณภาพและมีสารพิษตกค้าง

  หนังสือพิมพ์ Business Day และเว็บไซต์ Legit.ng ของไนจีเรียรายงานเมื่อ 13 พ.ค.67 ว่า ชาวไนจีเรียแสดงความเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีรัฐบาลไทยประกาศส่งออกข้าวของโครงการรับจำนำซึ่งเก็บในโกดังนาน 10 ปี จำนวน 150,000 กระสอบ มูลค่า 5-10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้ประเทศในแอฟริกา ส่วนใหญ่เชื่อว่าผู้ค้าข้าวในไนจีเรียอาจรับซื้อข้าวดังกล่าวจากไทย ขณะที่นักวิชาการด้านอาหารของไนจีเรียเห็นว่า ข้าวที่จัดเก็บนานเกิน 5 ปี อาจเสื่อมคุณภาพ ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และเสี่ยงรับสารพิษสะสมจากสารเคมีที่ใช้รักษาคุณภาพข้าวในโกดัง โดยนักวิชาการและชาวไนจีเรียบางส่วนแสดงความเห็นเรียกร้องให้รัฐบาลไนจีเรียเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบความปลอดภัยของสินค้านำเข้าประเภทอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค รวมถึงเพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าข้าวข้ามชายแดนจากเบนินและโตโกซึ่งซื้อข้าวจากไทยเช่นกัน ทั้งนี้ ปัจจุบันไนจีเรียกำลังประสบปัญหาเงินเฟ้อและราคาธัญพืชเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 98.47 เมื่อเทียบกับปี 2566 และมีนโยบายสนับสนุนการผลิตข้าวภายในประเทศ โดยใช้มาตรการจำกัดการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสำหรับผู้นำเข้าข้าวในไนจีเรีย และไม่มีนโยบายประมูลข้าวเพื่อนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2562

จีนไม่พอใจกรณีสหราชอาณาจักรจับกุม จนท.สนง.เศรษฐกิจฮ่องกงในความผิดฐานเป็นสายลับ

  สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 14 พ.ค.67 อ้างแถลงการณ์สถานเอกอัครราชทูตจีน/สหราชอาณาจักร เมื่อ 13 พ.ค.67 แสดงความไม่พอใจและประณามสหราชอาณาจักรกรณีจับกุมเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าของฮ่องกง (Hong Kong Economic and Trade Office-HKETO) 3 ราย ในความผิดฐานให้ความช่วยเหลือหน่วยข่าวกรองต่างประเทศและสนับสนุนการแทรกแซงสหราชอาณาจักร พร้อมกับเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรหยุดการใช้วิธีคิดแบบ China threat theory และเร่งแก้ไขความเข้าใจผิดดังกล่าว เพราะอาจกระทบความสัมพันธ์ฮ่องกง-สหราชอาณาจักรในระยะยาว อนึ่ง บุคคลที่ถูกจับกุม ประกอบด้วย นาย Wai Chi Leung ผู้จัดการ HKTEO ประจำกรุงลอนดอน นาย Matthew Trickett และนาย Yuen Chung Biu โดยถูกนำตัวเข้าพิจารณาคดีที่ศาลเมืองเวสต์มินสเตอร์เมื่อ 13 พ.ค.67 และจะนัดไต่สวนใน 24 พ.ค.67

จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาของฟิลิปปินส์ที่ว่าจีนพัฒนาเกาะเทียมในทะเลจีนใต้

  นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อ 13 พ.ค.67 ว่า จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาของฟิลิปปินส์ที่ระบุว่า จีนสำรวจและเตรียมการพัฒนาเกาะเทียมบริเวณสันดอน Sabina ในทะเลจีนใต้ โดยย้ำว่า ฟิลิปปินส์มุ่งใช้ข่าวลือเป็นอุบายใส่ร้ายจีนและทำให้ประชาคมระหว่างประเทศเข้าใจผิด พร้อมเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์หยุดแสดงความเห็นอย่างขาดความรับผิดชอบ เผชิญหน้ากับข้อเท็จจริง และเร่งเจรจาและปรึกษาหารือผ่านกลไกที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน

ปากีสถานจัดตั้ง NCCIA ท่ามกลางความกังวลการจำกัดสิทธิเสรีภาพ

  เว็บไซต์ Khaama Press ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 14 พ.ค.67 ว่า รัฐบาลปากีสถานจัดตั้งสำนักงานสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์แห่งชาติ (National Cyber Crimes Investigation Agency-NCCIA) ซึ่งเป็นหน่วยสืบสวนอาชญากรรมพิเศษทางไซเบอร์ ภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2559 (Prevention of Electronic Crimes Act-PECA) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านการก่อการร้ายทางไซเบอร์ การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต การฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ และการล่วงละเมิดทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม มีข้อห่วงกังวลว่า PECA จะถูกใช้เพื่อปราบปรามกลุ่มเห็นต่าง จํากัดเสรีภาพของสื่อมวลชน และการแสดงออกของประชาชน ทั้งนี้ ปากีสถานเคยแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้วเมื่อปี 2564 ซึ่งเพิ่มความห่วงกังวลว่า จะไม่ได้ถูกใช้เพื่อต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผบ.ทสส.เมียนมา ลงพื้นที่ จ.เชียงตุง รัฐฉาน

  พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council – SAC) เมียนมา พร้อมด้วยนางจูจูหละ ภริยา และคณะ ประกอบด้วย พล.ท.เยวินอู เลขานุการร่วม SAC พล.อ.เมียะทุนอู รัฐมนตรีคมนาคมและการสื่อสาร และ พล.ท.เนียวซอ รัฐมนตรีการก่อสร้าง ลงพื้นที่ จ.เชียงตุง รัฐฉาน ระหว่าง 10- 12 พ.ค.67 กิจกรรมสำคัญคือ การพบหารือกับทหารที่ บก.ภทบ.ภาคสามเหลี่ยม เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ การประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ศาลาว่าการเมืองเชียงตุงในประเด็นการเข้มงวดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทางอิเล็กทรอนิกส์ การปรับปรุงสนามบินเชียงตุงและสนามบินท่าขี้เหล็กในรัฐฉาน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยจะเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงจากลาว จีน และไทย นอกจากนี้ยังมีการตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างขยายถนนเส้นทางเบี่ยงจากตองยี-เชียงตุง-ท่าขี้เหล็ก เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า การเข้าร่วมพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์จำลองพระราชวังเชียงตุง (เพิ่งเสร็จสิ้นการบูรณะระหว่างปี 2564-เม.ย.67) ตลอดจนการสักการะเจดีย์ทัตตะมหาโพธิ์ (จำลองจากพุทธคยา อินเดีย) ณ บริเวณพุทธอุทยานเชียงตุง และวัดเกงยิน (Kengyin)

อดีตสายลับจีนระบุจีนมีปฏิบัติการตามจับและลักพาตัวผู้เห็นต่าง

  สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 13 พ.ค.67 อ้างการเปิดเผยของอดีตสายลับชาวจีนในออสเตรเลียในรายการสารคดีสืบสวน Four Corners ของสถานี ABC ของออสเตรเลียว่า กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน (Ministry of Public Security – MPS) มีปฏิบัติการในออสเตรเลียครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566 โดยสายลับชาวจีนที่ใช้ชื่อว่า Eric ทำงานให้ MPS ห้วงปี 2551-ต้นปี 2566 ก่อนหนีออกจากจีนไปอาศัยอยู่ในออสเตรเลียระบุว่า ได้รับคำสั่งจาก MPS ให้ดำเนินการต่อเป้าหมายผู้เห็นต่างรัฐบาลจีนที่อาศัยอยู่ในอินเดีย แคนาดา ออสเตรเลีย และไทย เพื่อส่งตัวกลับจีน ส่วนการออกมาเปิดเผยปฏิบัติการดังกล่าว เนื่องจากต้องการให้ประชาคมโลกรับทราบความจริงเกี่ยวกับสำนักคุ้มครองความมั่นคงทางการเมือง หรือสำนักที่ 1 ของ MPS ซึ่งมีเป้าหมายบุคคลที่เป็นศัตรูของประเทศจีน นอกจากนี้ เนื้อหาในรายการดังกล่าวระบุด้วยว่า ทางการจีนอ้างการใช้มาตรการปราบปรามการคอร์รัปชั่นเพื่อส่งกลับชาวจีนมากกว่า 12,000 คนในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ทางการจีน รวมถึงหน่วยข่าวกรองของออสเตรเลียยังไม่แสดงความเห็นใดในเรื่องนี้

หากโลกต้องเผชิญหน้ากับ “ลานีญา” ต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร ??

  ♪♪♪   You got my temperature rising Like El Nin-YO!  ♪♪♪  หากคุณโตมาในยุค 90 ก็คงต้องเคยได้ยินเพลงฮิตติดชาร์ตของนักร้องสาวชาวไทยอย่างคุณอมิตา ทาทายัง อย่างเพลง El-nin yo กันมาบ้าง  ..แต่เอ๊ะ !! แล้วเพลงมาเกี่ยวอะไรกับ “ลานีญา” ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่โลกกำลังจะเผชิญหน้า แต่ถ้าลองนึกย้อนกลับไปสมัยที่เรายังเป็นเด็ก ในวิชาวิทยาศาสตร์ เรามักจะได้ยินคำสองคำที่มาคู่กันเสมอ นั่นคือ “ลานีญา-เอลนีโญ”  แต่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว เพราะ “เอลนีโญ” ก็ตามความหมายแบบของเพลงตรงๆ ตัวเลย ที่แปลออกมาว่า ♪คุณทำให้อุณหภูมิของฉันสูงขึ้นอย่างกับเอลนีโญ♪  นั่นก็หมายถึงการร้อนแบบสุดขีดจนเกิดภาวะแห้งแล้ง ส่วน “ลานีญา”  ก็ตรงข้ามกันเลย คือ ฝนตกหนักจนเกิดภาวะน้ำท่วม…..นั่นเอง หลายๆ คน อาจจะติดตามดูข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยากันบ้างว่า  วันนี้จะมีอุณหภูมิกี่องศา จะร้อนสุดเท่าไร ฝนจะตกไหม แต่ทราบกันหรือไม่ว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization- WMO) ของสหประชาชาติ…

สมเด็จฯ ฮุน เซน หารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผบ.ทสส.เมียนมา ผ่านระบบการประชุมทางไกล

  สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 9 พ.ค.67 ว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา หารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และประธานสภาบริหารแห่งรัฐของเมียนมา ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อ 7 พ.ค.67 โดยขอเข้าพบกับอองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา แต่ฝ่ายเมียนมายังไม่ตอบรับคำขอของสมเด็จฯ ฮุน เซน ขณะที่ พล.จ.ซอมินตุน โฆษกรัฐบาลเมียนมา ระบุว่า รัฐบาลเมียนมาจะรักษาคำมั่นในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป แต่ไม่มีเหตุผลที่ต้องดำเนินตามคำขอของกัมพูชา

อิสราเอลอ้างว่ากลุ่มฮะมาสยิงจรวดโจมตีจุดผ่านแดน Kerem Shalom ของอิสราเอล

  สำนักข่าว NDTV รายงานเมื่อ 9 พ.ค.67 อ้างกองทัพอิสราเอลว่า กลุ่มฮะมาสยิงจรวด 8 ลูก จากพื้นที่เมือง Rafah ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา มุ่งเป้าโจมตีบริเวณจุดผ่านแดน Kerem Shalom ของอิสราเอล ส่งผลให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล  จำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย การโจมตีเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่อิสราเอลกลับมาเปิดจุดผ่านแดน Kerem Shalom หลังกลุ่มฮะมาสยิงจรวดโจมตีจุดผ่านแดนดังกล่าวเมื่อ 5 พ.ค.67 ส่งผลให้ทหารอิสราเอลเสียชีวิต 4 นาย นอกจากนี้อิสราเอลยังคงปิดจุดผ่านแดน Rafah ระหว่างอียิปต์กับฉนวนกาซา หลังจากกองทัพอิสราเอลเข้าควบคุมจุดผ่านแดนดังกล่าว ตั้งแต่ 6 พ.ค.67 ทำให้ประชาคมโลกกังวลว่าวิกฤติมนุษยธรรมในฉนวนกาซาจะเลวร้ายยิ่งขึ้น เนื่องจากจุดผ่านแดน Rafah เป็นเส้นทางหลักในการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังฉนวนกาซา