อิหร่านโจมตีทางอากาศในอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ 180 ลูก

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงเมื่อ 1 ต.ค.64 เวลาท้องถิ่น 19.30 น. (เวลาไทย 23.30 น.) ว่า อิหร่านโจมตีทางอากาศในอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ 180 ลูก ในพื้นที่กรุงเยรูซาเล็ม และกรุงเทลอาวีฟ ทั้งนี้ ระบบป้องกันขีปนาวุธ Iron Dome ของอิสราเอลสามารถสกัดกั้นได้ทั้งหมด พร้อมกับเปิดเสียงไซเรนแจ้งเตือนและส่งข้อความให้ประชาชนหลบในหลุมหลบภัยและพื้นที่ปลอดภัย เบื้องต้นไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีผู้บาดเจ็บและตื่นกลัวในระหว่างการหนีเข้าหลุมหลบภัย โดย IDF ยืนยันว่าจะโจมตีตอบโต้อิหร่านอย่างแน่นอน  ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ สั่งการให้กองทัพและเรือรบที่ประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อสนับสนุนอิสราเอล รวมถึงประกาศจะสนับสนุนการป้องกันจากการโจมตีในอนาคต

หน่วยข่าวกรองทหารของเกาหลีใต้พบการถ่ายโอนข้อมูลลับทางทหารให้สายลับเกาหลีเหนือ

หนังสือพิมพ์โชซ็อนของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 30 ก.ค.67 ว่า ศาลทหารของเกาหลีใต้ออกหมายจับกุมเจ้าหน้าที่พลเรือนของหน่วยข่าวกรองทหาร (Korea Defense Intelligence Command-KDIC) เมื่อ 29 ก.ค.67 จากกรณีต้องสงสัยว่า บุคคลดังกล่าวถ่ายโอนข้อมูลลับทางทหารให้ชาวต่างชาติหลายคน รวมถึงชาวจีนเชื้อสายเกาหลีเมื่อต้น มิ.ย.67 ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลับในต่างประเทศ รวมถึงแผนปฏิบัติการและประเทศที่ประจำการ โดยมีความเป็นไปได้ว่า ชาวจีนที่ได้รับข้อมูลอาจเป็นสายลับให้เกาหลีเหนือ ซึ่งเกาหลีเหนืออาจได้รับข้อมูลดังกล่าวแล้ว ทำให้ KDIC เรียกเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในต่างประเทศบางส่วนกลับเกาหลีใต้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ถูกออกหมายจับอ้างว่า เกาหลีเหนือแฮ็กข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัว อย่างไรก็ดี บุคคลดังกล่าวไม่มีอำนาจเข้าถึงข้อมูล โดยอาจมีบุคคลภายในหน่วยงานเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด

ราคาก๊าซหุงต้มในเมียนมาพุ่งสูงจากการผูกขาดและจำกัดการนำเข้า

สำนักข่าว Radio Free Asia รายงานเมื่อ 29 ก.ค.67 ว่า ราคาก๊าซหุงต้มหรือก๊าซ LPG ในเมียนมาพุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่า ท่ามกลางสภาวะขาดแคลนก๊าซอย่างหนัก นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อ ก.พ.64 ส่งผลให้บางครอบครัวต้องใช้ถ่านในการประกอบอาหารแทน โดยผู้จำหน่ายก๊าซหุงต้มแห่งหนึ่งในภาคย่างกุ้งระบุว่า ราคาก๊าซเพิ่มสูงขึ้นทุกปีจากปัญหาหลักสองประการ ได้แก่ การผูกขาดที่ท่าเรือ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่สูงขึ้น ร่วมกับการจำกัดการออกใบอนุญาตนำเข้าซึ่งให้กับผู้ที่มีความใกล้ชิดกองทัพ หากไม่มีการผูกขาดและจำกัดใบอนุญาตราคาก๊าซอาจลดลงถึงร้อยละ 40 จากราคาปัจจุบันต่อความจุถัง 1.68 กิโลกรัม อยู่ที่ 12,000-20,000 จั๊ต (132-221 บาท) ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้นตามมา ทั้งนี้ การนำเข้าก๊าซ LPG ถูกกฎหมายทั้งหมดผ่านการขนส่งทางทะเลเข้าที่ภาคย่างกุ้ง ขณะที่การลักลอบนำเข้าก๊าซผิดกฎหมายจะเข้าผ่านชายแดนไทยในรัฐมอญและรัฐกะเหรี่ยง แต่ห้วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักทำให้เส้นทางลักลอบขนสินค้าถูกตัดขาด

รัฐบาลออสเตรเลียแต่งตั้งให้ ผอ.หน่วยต่อต้านข่าวกรองกลับมาเป็นสมาชิกถาวรคณะกรรมาธิการความมั่นคง

สำนักข่าว Sky news ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 29 ก.ค.67 ว่า นาย Mike Burgess ผู้อำนวยการหน่วยต่อต้านข่าวกรองออสเตรเลีย ได้รับการแต่งตั้งให้กลับเข้าเป็นสมาชิกถาวรคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Committee) หลังผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองและหน่วยต่อต้านข่าวกรองถูกถอดออกจากคณะกรรมาธิการดังกล่าวตั้งแต่ ม.ค.67 และให้ทั้งสองคนเข้าประชุมเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องแทน โดย นาย James Peterson รัฐมนตรีมหาดไทยเงา ระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนการตัดสินใจที่ผิดพลาด รัฐบาลไม่ควรถอดผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองออกจากคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ

อิสราเอลโจมตีทางอากาศสังหาร ผบ.ระดับสูงสุดของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงเมื่อ 30 ก.ค.67 ว่า IDF ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ที่ชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุต เลบานอน ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 19.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น สังหารนาย Fuad Shukr ผู้บัญชาการทหารระดับสูงสุดของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเมือง Majdal Shams ของที่ราบสูงโกลาน เมื่อ 27 ก.ค.67 ทำให้เด็กและเยาวชนเสียชีวิต 12 ราย ซึ่งอิสราเอลกล่าวหากลุ่มฮิซบุลลอฮ์ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดย IDF ระบุว่านาย Shukr เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญที่สุดของนายฮะซัน นัศรอลลอฮ์ ผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน และเป็นผู้รับผิดชอบเหตุโจมตีเมือง Majdal Shams ด้านกระทรวงต่างประเทศเลบานอนประณามเหตุโจมตีกรุงเบรุต จนทำให้มีพลเรือนเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 74 ราย และว่ามีแผนจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสหประชาชาติ (UN) ขณะที่อิหร่านและกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ กลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซา กลุ่มกบฏ Houthi ในเยเมน และกลุ่มติดอาวุธชาวชีอะฮ์ในซีเรีย…

หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ประเมินว่าผู้นำเกาหลีเหนือมีปัญหาสุขภาพและวางตัวบุตรสาวเป็นผู้สืบทอดอำนาจ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 29 ก.ค.67 อ้างรายงานการประเมินของสำนักข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ (National Intelligence Service-NIS) ต่อคณะกรรมาธิการการข่าวกรองของรัฐสภาเกาหลีใต้ว่า ด.ญ.คิม จู-แอ บุตรสาวของนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ อาจถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากบิดา เนื่องจาก ด.ญ.คิม จู-แอ ปรากฏตัวต่อสาธารณะบ่อยครั้ง อีกทั้งการใช้คำ “Hyangdo” หรือผู้นำทางสู่การปฏิวัติเมื่อกล่าวถึงบุตรสาวผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นคำที่ใช้กับผู้นำประเทศหรือผู้สืบทอดอำนาจ อย่างไรก็ดี ทางการเกาหลีเหนือยังไม่พิจารณาผู้สืบทอดอำนาจอย่างเป็นทางการ ขณะที่ นายคิม จ็อง-อึน มีปัญหาด้านสุขภาพจากน้ำหนักตัวกว่า 140 กิโลกรัม และความเสี่ยงสูงจากโรคหัวใจที่เกิดจากความเครียด การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนหน้านี้ นายคิม จ็อง-อึน เคยแสดงอาการคล้ายความดันโลหิตสูงและภาวะเบาหวานตั้งแต่เข้าสู่ช่วงอายุ 30 ปี

จีนและอิตาลีพร้อมกระชับความร่วมมือระหว่างกัน

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานเมื่อ 29 ก.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวในการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีจอร์จา เมโลนี ของอิตาลี ซึ่งเยือนจีนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ ต.ค.65 ว่า ทั้งสองประเทศควรสนับสนุนและส่งเสริมเจตนารมณ์ของเส้นทางสายไหม และผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ดำเนินไปอย่างมั่นคง โดยจีนพร้อมยกระดับความร่วมมือและแสวงหาความร่วมมือด้านใหม่ ๆ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าและปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งยินดีให้บริษัทอิตาลีเข้าไปลงทุนในจีน และจีนจะนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงจากอิตาลีมากขึ้น โดยจีนคาดหวังให้อิตาลีสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยุติธรรม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ ด้านผู้นำอิตาลี ระบุว่า จีนมีบทบาทในการจัดการกับความท้าทายระดับโลก โดยอิตาลียังคงยึดมั่นต่อนโยบายจีนเดียว และหวังที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับจีน เพิ่มการแลกเปลี่ยน และยินดีที่จะแสดงบทบาทเชิงรุกในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหภาพยุโรป

อดีตที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดียูเครนเสนอให้ยกเลิกกฤษฎีกาห้ามการเจรจากับรัสเซีย

สำนักข่าว TASS รายงานเมื่อ 29 ก.ค.67 ว่า นาย Oleg Soskin อดีตที่ปรึกษาของนาย Leonid Kuchma อดีตประธานาธิบดียูเครน แสดงความเห็นผ่านช่อง YouTube ว่า ควรยกเลิกกฤษฎีกาของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนที่ห้ามการเจรจากับรัสเซีย และควรจัดตั้งทีมเจรจา โดยใช้กรอบการเจรจาตามที่เคยเสนอในการประชุมระหว่างผู้แทนรัสเซีย-ยูเครน ที่นครอิสตันบูล และแนะนําสถานที่จัดการเจรจาที่เป็นไปได้คือ บูดาเปสต์หรือบราติสลาวา รวมทั้งให้นาย David Arakhamia หัวหน้ากลุ่มย่อยภายใต้พรรค Servant of the People ในฐานะผู้เจรจาที่เป็นไปได้จากยูเครนแทนประธานาธิบดีคนปัจจุบันที่รัสเซียเห็นว่ามีปัญหาความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่ง

ยุทธศาสตร์เครื่องประดับกับความมั่นคงทางทะเลของสองยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย

ไม่เพียงต้องแข่งขันกับโลกตะวันตก ….จีนยังต้องต่อสู้กับเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่ที่มีพรมแดนติดกัน เช่น อินเดีย ที่มีกรณีพิพาทเขตแดนทางบก และต่างมุ่งขยายอิทธิพลทางทะเล เฉพาะอย่างยิ่งในมหาสมุทรอินเดีย และยิ่งเข้มข้นขึ้นหลังจีนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Belt & Road Initiative (BRI) ในหลายประเทศและภูมิภาค ซึ่งไม่เพียงแต่สหรัฐฯ ที่หวั่นไหวกับการรุกออกนอกประเทศของจีน จนเร่งผลักดันความร่วมมือกับพันธมิตรและประเทศน้อยใหญ่ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก อินเดียก็หวั่นเกรงไม่น้อยกับความพยายามโอบล้อมอินเดียของจีนผ่านโครงการพัฒนาและปรับปรุงท่าเรือให้ประเทศริมชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย แม้ที่ผ่านมาไม่มีการเรียกชื่อยุทธศาสตร์ทางทะเลของจีนในมหาสมุทรอินเดียอย่างเป็นทางการ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนคงคุ้นหูด้วยศัพท์บัญญัติของนักวิชาการและสื่อมวลชนตะวันตกว่า…. ยุทธศาสตร์สร้อยไข่มุก หรือ String of Pearls เนื่องจากการสนับสนุนการสร้างและพัฒนาท่าเรือให้ประเทศริมชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียกลายเป็นหมุดหมายของจีนในการเคลื่อนไหวทางทะเล ซึ่งกระตุ้นให้อินเดียวิตกกังวลเพิ่มขึ้นทุกทีถึงการขยับเข้าใกล้ของจีน จนนำไปสู่การริเริ่ม……..ยุทธศาสตร์สร้อยเพชร หรือ Necklace of Diamonds ที่มีการเอ่ยอ้างขึ้นครั้งแรกโดยนาย Lalit Mansingh อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเมื่อสิงหาคม 2554 จีนปักหมุดเม็ดไข่มุกตามที่บรรดาชาติตะวันตกเรียก กินพื้นที่ประเทศที่อยู่ริมชายฝั่งตั้งแต่ต้นถึงปลายมหาสมุทรอินเดีย เช่น เมียนมา บังกลาเทศ มัลดีฟส์ ศรีลังกา ปากีสถาน เซเชลล์ และจิบูตี และช่องแคบทางยุทธศาสตร์ ทั้งฮอร์มุซ มะละกา และลอมบอก การรุกขยายความร่วมมือและช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ในการพัฒนาท่าเรือและฐานทัพ แม้ทั้งจีนและประเทศผู้รับยืนยันตรงกันว่าเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ แต่ไม่อาจลดความเคลือบแคลงให้ประเทศคู่แข่งขันหรือมีข้อพิพาทกับจีนทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า…..จะไม่มีการเข้าใช้ประโยชน์ด้านการทหาร โดยเฉพาะอินเดียที่เดิมนิ่งนอนใจจนเหมือนจะเฉยชากับการกระชับความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านที่ล้วนเป็นประเทศริมชายฝั่งเนื่องจากมั่นใจว่าพื้นที่แถบนี้เป็นเขตอิทธิพลของตนเอง…

ทำไมเกาหลีจึงแบ่งแยกดินแดนและความคิด

         การแบ่งแยกดินแดนบนคาบสมุทรเกาหลีเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในปัจจุบันนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นผลพวงของการแข่งขันอิทธิพล อำนาจและแย่งชิงผลประโยชน์เป็นระยะๆมายาวนานของจีน ญี่ปุ่น รัสเซีย รวมถึงสหรัฐอเมริกา ตลอดจนผลจากความแตกต่างทางความคิดของผู้นำทางการเมือง……… ทั้งนี้…..เมื่อปี ค.ศ. 1864 พระเจ้าโกจง แห่งราชวงศ์โซซอน ที่ครองราชย์ด้วยวัยเพียง 11 พรรษา ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์อย่างมาก แม้ว่าจะมีพระราชินีมินจายองเป็นผู้สำเร็จราชการแทนหลังบัลลังก์ แต่ก็ทำให้ราชสำนักขณะนั้นต้องเผชิญกับความท้าทายจาก 3 มหาอำนาจ คือ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย โดยความสัมพันธ์ของเกาหลีกับจีนอยู่ในแบบบรรณาการ ที่รับปากกันว่าเมื่อเกาหลีเกิดความวุ่นวายจีนต้องเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจเนื่องจากญี่ปุ่นต้องการเข้ามามีอิทธิพลในเกาหลี สงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่นจึงเริ่มขึ้นช่วง ค.ศ.1894-1895 ซึ่งตอนนั้นญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะ ทำให้เกาหลีหลุดลอยไปจากอำนาจของจีน แต่สงครามก็ยังไม่จบเพราะในปี ค.ศ.1910 ญี่ปุ่นรุกหนักมากจนสามารถเอาชนะกองทัพรัสเซียได้ ทำให้ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีมาเป็นอาณานิคมได้อย่างเป็นทางการ จากนั้นได้ปลดพระเจ้าโกจงออกจากราชบัลลังก์  และสถาปนาพระเจ้าซุกจงซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าโกจงเป็นจักรพรรดิเกาหลี แต่เพียงแค่ในนามเพราะว่าข้าหลวงใหญ่ของญี่ปุ่นต่างหากที่เป็นผู้ครองเกาหลี แต่แล้วในปี ค.ศ. 1945 ญี่ปุ่นก็แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม เกาหลีจึงได้รับเอกราชตามคำประกาศของฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้เกาหลีถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 เขตการยึดครอง คือเขตการยึดครองของโซเวียตและเขตยึดครองของสหรัฐฯ โดยมีเส้นขนานองศาที่ 38…