สหราชอาณาจักรกังวลว่าจีนอาจใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

รัฐบาลสหราชอาณาจักรแสดงความห่วงกังวลว่า จีนอาจกำลังใช้ประโยชน์จากกฎหมายเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร (Freedom of Information-FOI) ของสหราชอาณาจักร รวบรวมข้อมูลที่แม้จะไม่จัดเป็นความลับ แต่มีความเสี่ยงต่อการเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหว เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมามีการส่งคำขอเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับด้านกลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติจำนวนมาก ซึ่งอาจมีจีนอยู่เบื้องหลัง แม้กฎหมาย FOI ซึ่งเริ่มใช้เมื่อปี 2543 จะกำหนดให้ผู้ยื่นคำขอระบุชื่อและที่อยู่จริง แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีการตรวจสอบตัวตนอย่างเข้มงวด ทำให้ยากต่อการระบุแหล่งที่มาที่แท้จริง

ความขัดแย้งใน ตอ.กลางที่ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อมนุษยธรรมทั่วโลก

โครงการอาหารโลก (World Food Programme-WFP) เตือนเมื่อ 17 มี.ค.69 ว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยืดต่อไปจนถึง มิ.ย.69 อาจทำให้ประชากรทั่วโลกประสบภาวะอดอยากเฉียบพลันเพิ่มขึ้นอีก 45 ล้านคน เนื่องจากราคาน้ำมัน ราคาอาหาร และต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก และทำให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น  ขณะเดียวกันการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเลบานอน รวมถึงการออกคำสั่งอพยพ ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตมนุษยธรรมในเลบานอน โดยประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคนต้องพลัดถิ่นและเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ

ผอ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ ลาออก

นายโจเซฟ เคนท์ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (NCTC) ของสหรัฐฯ ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 17 มี.ค.69 เพื่อคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่าน โดยระบุว่าไม่สามารถสนับสนุนการทำสงครามครั้งนี้ เพราะอิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามเร่งด่วน. แต่เป็นเพราะแรงกดดันจากอิสราเอล  การลาออกของนายเคนท์เป็น จนท.ระดับสูงคนแรกของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ลาออกเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามกับอิหร่าน

ไทยเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจนส่งผลกระทบต่อการจัดพิธีศพ

Bloomberg รายงานระบุว่าปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงน้ำมันที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง กำลังส่งผลกระทบต่อการจัดพิธีศพในไทย วัดหลายแห่งทั่วประเทศเผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำมันดีเซลสำหรับฌาปนกิจศพ และอาจต้องระงับการให้บริการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศรุนแรงขึ้น จากที่ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาค ตอ.กลางอย่างมาก ขณะที่ทยยืนยันว่าประเทศมีน้ำมันใช้เพียงพอ ประมาณ 3 เดือน แต่ภาพการเข้าคิวรอเติมน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งจำกัดการซื้อหรือปิดให้บริการเนื่องจากขาดแคลนน้ำมัน แสดงให้เห็นว่าประเทศกำลังรู้สึกถึงความตึงเตรียดจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

มาเลเซียถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนที่ลงนามร่วมกับสหรัฐฯ

ถ้อยแถลงของนายโจฮารี อับดุล กานี รมว.กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมมาเลเซียระบุว่า ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade-ART) ระหว่างมาเลเซียกับสหรัฐฯ ที่ลงนามโดยผู้นำของทั้งสองประเทศ เมื่อ 26 ต.ค.68 เป็นโมฆะ หลังจากศาลฎีกาของสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 ให้สหรัฐฯ ยกเลิกภาษีศุลกากรตอบโต้ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้  นักวิเคราะห์กล่าวว่า ท่าทีของมาเลเซียอาจกระตุ้นให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ยอมรับภาษีศุลกากรในอัตราร้อยละ 15-20 และการเข้าถึงตลาดกับสหรัฐฯ อาจเริ่มพิจารณาข้อตกลงในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน

วิกฤตความขัดแย้งใน ตอ.กลางส่งผลกระทบห่วงโซ่อุปทานการก่อสร้างสิงคโปร์

เว็บไซต์ channelnewsasia รายงานเมื่อ 16 มี.ค.69 ว่า อุตสาหกรรมการก่อสร้างของสิงคโปร์กำลังเผชิญกับภาระต้นทุนสูงจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเลียมเคมี เช่น แผ่นกันซึม สี และยาแนว เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20  ส่งผลให้ผู้รับเหมาจำนวนมากต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ความคืบหน้าของโครงการทันตามกำหนดการ   ทั้งนี้ แม้จะยังไม่มีปัญหาขาดแคลนวัสดุขั้นรุนแรง เนื่องจากสามารถจัดหาบางส่วนได้จากภายในภูมิภาค แต่หาก ความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัทก่อสร้างที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากวิกฤตโรคระบาด

สหรัฐฯ เรียกร้อง 7 ประเทศส่งเรือรบคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สนข.AP รายงานเมื่อ อ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ เรียกร้องอย่างน้อย 7 ประเทศ ให้สนับสนุนการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางเข้าออกช่องแคบฮอร์มุซ จากการโจมตีอิหร่าน หลังการส่งเรือรบสหรัฐฯ  เข้ามาในพื้นที่ แต่ไม่มีรายละเอียดว่าเป็นประเทศใด ก่อนหน้านี้ เคยระบุถึงจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ประกอบทางนายคริส ไรท์ รมว.พน.สหรัฐฯ ชี้แจงว่ากำลังอยู่ระหว่างการหารือกับประเทศข้างต้น และจีนจะมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์

ลาวประกาศมาตรการลดการใช้พลังงานภายในประเทศ

ประกาศเร่งด่วนของทางการลาว ลว.13 มี.ค.69 ว่า ด้วยมาตรการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่กับจัดตั้งคณะทำงานติดตามและประเมินผลการดำเนินมาตรการที่จำเป็นซึ่งจะรายงานต่อ นรม.ทุกวัน  รวมทั้งระงับการเดินทางไปประชุมหรือศึกษาดูงานในประเทศ  ใช้การประชุมออนไลน์  หมุนเวียนวันเข้าสำนักงาน รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะจากเครื่องยนต์แบบสันดาป เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดค่าบริการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าลง ร้อยละ 30 แต่ปรับขึ้นที่ใช้เชื้อเพลิงลง ร้อยละ 30 กำหนดให้ผู้บริการขนส่งสาธารณะใช้ยานพาหนะไฟฟ้าอย่างน้อยร้อยละ 10 ของยานพานะทั้งหมดภายในสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ ยังควบคุมราคาอาหารและสินค้าจำเป็น อาทิ ข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ปลา และผัก  ควบคู่กับสนับสนุนเกษตรกรหันไปใช้พลังงานหมุนเวียน ปรับใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

IRGC ของอิหร่านประกาศจะตามไล่ล่าและสังหาร นรม.อิสราเอล

กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน แถลงเมื่อ15 มี.ค.69 ว่า IRGC จะไล่ล่าและสังหารนายเบนจามิน เนทันยาฮู นรม.อิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งและการสู้รบระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.69 และเป็นเหตุให้อายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน เสียชีวิตเมื่อวันเดียวกัน

IDF เตรียมแผนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์

โฆษก กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงเมื่อ 15 มี.ค.69 ว่า อิสราเอลกำลังประสานงาน กับสหรัฐฯ เพื่อดำเนินแผนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านต่อไป อย่างน้อย 3 สัปดาห์ หรือจนถึงช่วงเทศกาลปัสกา (Passover) ของชาวยิว ระหว่าง 1-9 เม.ย.69 เพื่อโจมตีเป้าหมายหลายพันแห่งของรัฐบาลอิหร่าน รวมทั้งมีแผนครอบคลุมไปถึงช่วงเวลาอีก 3 สัปดาห์ถัดไปหลังเทศกาลปัสกาด้วย และย้ำว่า IDF  จะปฏิบัติการจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย  ซึ่งไม่ได้เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน แต่ต้องการสร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านสามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองได้ในอนาคต ซึ่งการตัดสินใจขึ้นอยู่กับชาวอิหร่าน