นรม.ญี่ปุ่นหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่นว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 25 พ.ย.68 โดยนายทรัมป์บรรยายสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน พร้อมระบุว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับตน  นางทาคาอิจิปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการหารือดังกล่าว ขณะที่นายคิฮาระ มิโนรุ เลขาธิการ ครม.ญี่ปุ่น ระบุในการแถลงข่าวตามปกติเมื่อวันเดียวกันว่า เสถียรภาพของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมระหว่างประเทศ แต่ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นกรณีนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวถึงไต้หวันระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับนายทรัมป์

ไทยเร่งรัดโครงการลงทุนที่หยุดชะงักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

Bloomberg รายงานกรณี ครม.เศรษฐกิจ อนุมัติแผน “Thailand Fast Pass” ด้วยการเร่งรัดโครงการสำคัญ 80 โครงการ ที่ได้รับการอนุมัติจาก BOI แล้ว แต่ติดอุปสรรคเรื่องการขอใบอนุญาตต่าง ๆ โครงการสำคัญดังกล่าว มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 480,000 ล้านบาท เพื่อเพื่อดึงดูดทุนต่างชาติ และเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในขณะที่ไทยกำลังเผชิญกับการลงทุนที่ซบเซา ความต้องการในประเทศที่อ่อนแอ และการใช้จ่ายภาครัฐที่ล่าช้า โดยจากคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 2  ซึ่งเป็นอัตราที่ช้าอย่างมาก และมีแนวโน้มที่อัตราอาจชะลอตัวลงอีกในปี 2569

สื่อจีนระบุปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชนไทยมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

SCMP ของจีนเผยแพร่บทความว่า ปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชนไทยมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น โซเชียลมีเดีย ปัญหาหนี้ครัวเรือน ลักษณะครอบครัวที่เป็นพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวมากขึ้น ทำให้เยาวชนเผชิญกับความเครียด ความเหงา และแรงกดดันจากครอบครัวและสังคม ขาดการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ทำให้เยาวชนเสพติดอบายมุขมากขึ้น เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ กัญชา เพื่อเป็นเครื่องมือปลอบประโลมจิตใจ ซึ่งการผลักดันนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ แต่กลับไม่สามารถควบคุมการใช้กัญชาได้อย่างจริงจังส่งผลกระทบอย่างมากต่อกลุ่มเยาวชน แม้ปัญหากัญชาจะไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้สุขภาพจิตของเยาวชนไทยย่ำแย่ลง แต่สะท้อนวัฒนธรรมเพิกเฉยในการทำนโยบาย พร้อมเสนอให้ 1) ควบคุมการใช้กัญชาอย่างเข้มงวดมากขึ้น 2) ปรับปรุงการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตโดยเฉพาะในโรงเรียน และ 3) ให้ความสำคัญกับสวัสดิการครอบครัว

การชุมนุมของกลุ่มคน Gen Z ในเม็กซิโกมีความรุนแรงขึ้น

  สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคน Gen Z  ในเม็กซิโก ตั้งแต่ 15 พ.ย.68  มีความรุนแรงขึ้น หลังจากผู้ชุมนุมบุกเข้าไปรื้อรั้วรอบที่พำนักของประธานาธิบดีคลอเดีย ชายน์บอม ทำให้จนท.ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม  ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 120 คน ในจำนวนนี้  เป็นจนท.ตำรวจจำนวน 100 นาย  โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับการสนับสนุนจากประชาชนที่ไม่พอใจกรณีที่นายคาร์ลอส  แมนโซ นายกเทศมนตรีเมืองอูรัวปัน ในรัฐมิโชอากาน  ถูกลอบสังหารเมื่อ 1 พ.ย.68  ขณะที่นางชายน์บอมระบุว่ากลุ่มนักการเมืองฝ่ายขวาเป็นผู้สนับสนุนเหตุชุมนุมดังกล่าว

จนท.อาวุโส กต.ญี่ปุ่น เตรียมเยือนจีนเพื่อยุติความขัดแย้ง

นาย Masaaki Kanai อธิบดีกรมเอเชียและโอเชียเนีย กต.ญี่ปุ่นอาจเยือนจีน เพื่อพบหารือกับนาย Liu Jinsong อธิบดีกรมเอเชีย กต.จีน  ใน 18 พ.ย.68 เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นกับจีนภายหลังนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น แสดงความเห็นในที่ประชุมรัฐสภาญี่ปุ่น เมื่อ 7 พ.ย.68 ว่าหากไต้หวันถูกรุกรานด้วยกำลังทหาร อาจส่งผลให้เกิดภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่น และญี่ปุ่นอาจใช้สิทธิป้องกันตนเองร่วม นาย Masaaki จะอธิบายว่าการแสดงความคิดเห็นของ นรม.ญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายความมั่นคงของญี่ปุ่น พร้อมเรียกร้องให้จีนหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย

คะแนนนิยม ครม.ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น

สนข. Kyodo News สำรวจความเห็นทางโทรศัพท์ระหว่าง 15-16 พ.ย.68 ว่า  ประชาชนที่สนับสนุน ครม.ญี่ปุ่น ภายใต้การนำของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม. เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 69.9 จากร้อยละ 32 เมื่อ ต.ค.68   ขณะที่ ประชาชนที่ไม่สนับสนุน ครม.ญี่ปุ่น ลดลงเหลือร้อยละ 16.5 จากร้อยละ 23.2 โดยส่วนใหญ่ คาดหวังให้รัฐบาลจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น (ร้อยละ 69.6) และเห็นด้วยกับการที่ญี่ปุ่นเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านกลาโหมของประเทศ (ร้อยละ 60.4) แต่เห็นว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาหมีทำร้ายประชาชนได้ล่าช้า (ร้อยละ 65.0)

ชาวไทยในเกาหลีใต้ติดอันดับกลุ่มชาวต่างชาติที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี

Korea JoongAng Daily รายงานอ้างข้อมูลจากหน่วยงานป้องกันและควบคุมโรคของเกาหลีใต้ซึ่งพบว่า เกาหลีใต้มีผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ประมาณ 3,600 ราย เป็นคนเกาหลีใต้ประมาณ 3,300 ราย และชาวต่างชาติประมาณ 300 ราย คิดเป็นร้อยละ 7-9 ต่อปี ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เวียดนาม และไทย ตามลำดับ และเป็นกลุ่มแรงงานในภาคการผลิต (ร้อยละ 20.4) ทั้งนี้ ทางการเกาหลีใต้เริ่มเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์โรคไวรัสตับอักเสบบีในกลุ่มชาวต่างชาติเป็นครั้งแรก เนื่องจากเกาหลีใต้มีประชากรชาวต่างชาติมากขึ้น ส่วนใหญ่มาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวงจรการระบาดของเกาหลีใต้โดยรวม

คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยมีมติขายในช่วงกลางวัน

 Bloomberg รายงานกรณีที่ประชุม คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยมีมติอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในเวลา 14.00 – 17.00 น. และประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในอีก 6 เดือน ทั้งนี้ คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เร่งทบทวนมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงกลางวันหลังจากเผชิญกับกระแสวิจารณ์จากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยกำลังพยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่อยู่ในภาวะชะลอตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนลดลงตั้งแต่ปี 2568

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีบริษัทในไทยที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์เมียนมา

เว็บไซต์ของ OCCRP องค์กรสื่อมวลชนต่อต้านคอร์รัปชัน รายงานกรณี กค.สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีคว่ำบาตรกองทัพกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) รวมถึงชาวไทยและบริษัทไทย 2 แห่ง เนื่องจากร่วมมือกับ DKBA ในการทำงานสนับสนุนแก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมา ด้าน The Irrawaddy ของเมียนมา นำเสนอบทความเกี่ยวกับข่าวการคว่ำบาตรดังกล่าวในลักษณะว่า พ.อ. ซอชิตตู่ ผบ.กองกำลังพิทักษ์ชายแดนเมียนมา (BGF) อาจเป็นเป้าหมายในการปราบปรามต่อจากนายเฉอ จื้อเจียง และ DKBA เมื่อพิจารณาจากความใกล้ชิดของ พ.อ. ซอชิตตู่กับนายเฉอ

สื่อสหรัฐฯ รายงานมาตรการลดหย่อนภาษีการท่องเที่ยวไทย

Bloomberg เผยแพร่บทความเกี่ยวกับมาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยจูงใจด้วยการลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะเมืองรอง ซึ่งเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68 แต่จนถึงขณะนี้ผู้ประกอบการยังไม่เห็นผลตอบรับที่ดี โดยเห็นว่ามาตรการดังกล่าวมีระยะเวลาสั้นเกินไป ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้คนไทยไม่อยากใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น การท่องเที่ยว ขณะที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มไม่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีจึงไม่สนใจการลดหย่อนภาษี และเห็นว่ามาตรการก่อนหน้า เช่น โครงการร่วมจ่ายที่อุดหนุนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว อาจช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศได้มากกว่ามาตรการด้านภาษี