ศรีลังกาอนุมัติยกเว้นค่าธรรมเนียม visa ให้นักท่องเที่ยว 7 ประเทศ รวมทั้งไทย

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Colombo Page รายงานเมื่อ 24 ต.ค.66 ว่า คณะรัฐมนตรีศรีลังกาอนุมัติโครงการนำร่องยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (visa) ให้แก่นักท่องเที่ยว 7 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย จีน รัสเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และไทย โดยมีผลบังคับใช้ทันทีจนถึง 31 มี.ค.67 เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และวิกฤตการเงินครั้งรุนแรงเมื่อปี 2565 จนส่งผลให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่และขาดแคลนสิ่งของจำเป็น โดยรัฐบาลศรีลังกาตั้งเป้าหมายว่า จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ได้ 5 ล้านคนภายในปี 2569 จึงริเริ่มโครงการเพื่อแข่งขันกับอีกหลายประเทศที่ออกนโยบายในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ ตามข้อมูลของธนาคารกลางศรีลังกาเปิดเผยว่า ศรีลังกามีรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 46,000 ล้านบาท) ในห้วง ม.ค.-ส.ค.66 เพิ่มขึ้นจาก 833 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในห้วงเดียวกันของปี 2565 (ประมาณ 30,000 ล้านบาท) สำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาศรีลังกามากที่สุด ได้แก่…

สหรัฐฯ จะจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ Iron Dome เพิ่มเติมให้อิสราเอล

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อ 25 ต.ค.66 ว่า สหรัฐฯ มีแผนจะจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ Iron Dome ให้กับอิสราเอลเพิ่มเติม 2 หน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยประกอบด้วยระบบเรดาร์ (ครอบคลุมพื้นที่ 155 ตารางกิโลเมตร) ระบบควบคุมสั่งการ และระบบยิงขีปนาวุธ 3-4 เครื่อง รวมถึงขีปนาวุธอีกจำนวน 312 ลูกแก่อิสราเอล โดยไม่ระบุรายละเอียดการจัดส่ง อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ยืนยันว่า ได้ส่งมอบขีปนาวุธในระบบ Iron Dome ซึ่งผลิตในอิสราเอลโดยบริษัท Rafael Advanced Defense Systems ของอิสราเอล ร่วมกับบริษัท RTX Corp ของสหรัฐฯ โดยถ่ายโอนจากคลังอาวุธของสหรัฐฯ ในอิสราเอล ตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ฮะมาสปะทุขึ้นเมื่อ 7 ต.ค.66

สหรัฐฯ ยังคงกล่าวหาอิหร่าน

โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ยังคงกล่าวหาอิหร่านเมื่อ 23 ต.ค.66 ว่ายังให้ความช่วยเหลือกลุ่มฮะมาส และฮิสบุลลอฮ์ในการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งอิหร่านก็ติดตามสถานการณ์ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาส เพื่อแสวงประโยชน์ของอิหร่าน อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ จะไม่ยินยอมให้อิหร่านดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังได้ยืนยันในวันเดียวกันว่า อิหร่านต้องรับผิดชอบกรณีใช้โดรนโจมตีทหารสหรัฐฯ ในอิรัก ซีเรีย และในทะเลแดง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งเมื่อ 23 ต.ค.66

ไต้หวันจับกุมพลเมือง 5 รายด้วยข้อหาเป็นสายลับให้จีน

สำนักข่าว Taiwan news รายงานเมื่อ 24 ต.ค.66 ว่า สำนักอัยการไต้หวัน ออกหมายจับนาย Fang Hsiang นักธุรกิจชาวไต้หวัน และนาง Jan Chu ภรรยา รวมทั้งพวกอีก 3 ราย ฐานต้องสงสัยว่าเป็นสายลับ และรวบรวมข้อมูลข่าวสารของไต้หวันให้หน่วยความมั่นคงจีน โดยอ้างว่ากลุ่มดังกล่าวติดตามนักกิจกรรมการเมืองชาวไต้หวันที่สนับสนุนการแยกตัวออกจากจีน และติดต่อกับสมาชิกกลุ่มอาชญากรรม (gang member) รวมถึงติดตามเจ้าหน้าที่ประจำกระทรวงวัฒนธรรมมองโกเลีย-ธิเบต ในไทเป ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่า เมื่อปี 2560 นาย Fang และภรรยา เคยเข้าพบเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจีน ที่มณฑลไห่หนาน และสันนิษฐานว่านาย Fang รับเงินสนับสนุนจากจีน เพื่อรวบรวมข้อมูลและเคลื่อนไหวในไต้หวัน โดยมีการจัดตั้งกลุ่มและนำพาบุคคลที่ต้องการข้อมูลเข้าพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของจีนที่มณฑลไห่หนาน

อาเซียนส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและศิลปะในภูมิภาคกับประเทศคู่เจรจา

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 25 ต.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนางสวนสะหวัน วิยาเกด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวลาว ว่า ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนที่กำกับดูแลงานด้านวัฒนธรรมและศิลปะ (Senior Officials Meeting on Responsible for Culture and Arts-SOMCA) ครั้งที่ 19 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่าง 24-25 ต.ค.66 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “Promoting the Role of ASEAN Culture and the Arts in the Post-COVID-19 Pandemic for Sustainable Development” ย้ำการเสริมสร้างความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและศิลปะภายใต้ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community-ASCC) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและความยั่งยืน การพัฒนา และการเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาคกับประเทศคู่เจรจา รวมถึงเพื่อให้บรรลุตามแผนยุทธศาสตร์อาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและศิลปะ (ASEAN Strategic Plan…

สหรัฐฯ คัดค้านการหยุดยิงในฉนวนกาซา เพราะจะเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มฮะมาส

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เมื่อ 24 ต.ค.66 ยืนยันว่าสหรัฐฯ สนับสนุนการยุติการใช้ความรุนแรงชั่วคราว เพื่อจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เฉพาะอย่างยิ่งน้ำสะอาด เชื้อเพลิง และช่วยเหลือตัวประกันและประชาชนออกจากฉนวนกาซา แต่คัดค้านการหยุดยิงระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาส เนื่องจากจะเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มฮะมาสที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ และไม่สอดคล้องกับเป้าประสงค์ของอิสราเอลที่ต้องการกำจัดกลุ่มฮะมาส

อิสราเอลยืนยันจำนวนตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮะมาสควบคุมตัว เพิ่มขึ้นเป็น 222 คน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Haaretz ของอิสราเอล รายงานเมื่อ 23 ต.ค.66 อ้างโฆษกกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล (Israeli Defence Forces-IDF) แถลงเมื่อวันเดียวกันว่า IDF ยืนยันตัวประกันชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติที่ถูกกลุ่มฮะมาสควบคุมตัวไว้ในฉนวนกาซา ตั้งแต่ 7 ต.ค.66 เพิ่มขึ้นเป็น 222 คน จาก 212 คน และมีสมาชิกกลุ่มฮะมาสถูกสังหารอย่างน้อย 1,000 คน นอกจากนี้ IDF อนุญาตให้รถบรรทุกช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าพื้นที่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ผ่านด่าน Rafah ของอียิปต์ ระหว่าง 21-22 ต.ค.66 จำนวน 14 คัน หลังจากผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยที่จำเป็น และมอบให้กับองค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) แจกจ่ายให้ชาวปาเลสไตน์ แต่ความช่วยเหลือดังกล่าวไม่มีเชื้อเพลิง

UNRWA เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้ขนส่งเชื้อเพลิงเข้าพื้นที่ฉนวนกาซา

องค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (The United Nations Relief and Works Agency for Palestine Refugees in the Near East-UNRWA) แถลงเมื่อ 22 ต.ค.66 เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้ขนส่งเชื้อเพลิงเข้าพื้นที่ฉนวนกาซา เนื่องจากคาดว่าปริมาณเชื้อเพลิงสำรองของ UNRWA จะหมดภายใน 25 ต.ค.66 ซึ่งจะเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการดูแลผู้พลัดถิ่นในประเทศ (Internally Displaced People-IDP) ที่ฉนวนกาซา ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 500,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหากยังไม่มีการหยุดยิง ทั้งนี้ การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสตั้งแต่ 7 ต.ค.66 ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ UNRWA เสียชีวิต 29 คน และสถานที่พักพิงสำหรับผู้พลัดถิ่นของ UNRWA เสียหาย 38 แห่ง

อิสราเอลโจมตีเป้าหมายในฉนวนกาซา ในห้วง 24 ชั่วโมง มากกว่า 320 แห่ง

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Jerusalem Post รายงานอ้างกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล (Israeli Defence Forces-IDF) และหน่วยข่าวกรองภายในประเทศของอิสราเอล (Israel Security Agency -ISA หรือ Shin Bet) ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 23 ต.ค.66 ว่า อิสราเอลโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานในฉนวนกาซาในห้วง 24 ชั่วโมง มากกว่า 320 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นอุโมงค์ปฏิบัติการและสำนักงานที่กลุ่มฮะมาสและกลุ่ม Palestinian Islamic Jihad ใช้งานและหลบซ่อนตัว รวมถึงเก็บอาวุธ โดยสามารถทำลายเครื่องยิงจรวด (ปืนครก) ต่อต้านรถถังจำนวนมาก ทั้งนี้ อิสราเอลเพิ่มระดับการโจมตีในฉนวนกาซา เพื่อกำจัดภัยคุกคามต่อกองกำลังภาคพื้นดินที่เตรียมบุกเข้าฉนวนกาซา

สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้อิหร่านหากพลเมืองและกองทัพสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ

สำนักข่าวเอพี รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อ 22 ต.ค.66  ว่าวิตกกับการสู้รบอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หลังอิหร่านเพิ่มความเกี่ยวพันในสถานการณ์ พร้อมทั้งยืนยันว่า สหรัฐฯ พร้อมจะตอบโต้อิหร่าน หากพลเมืองอเมริกันหรือกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบหรือตกเป็นเป้าหมายในการโจมตี ตามสิทธิในการปกป้องตนเอง ขณะนี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เตรียมจัดส่งระบบป้องกันขีปนาวุธระดับเพดานบินสูง (THAAD) และระบบป้องกันภัยทางอากาศ (Patriot) ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพกองทัพสหรัฐฯ ในการป้องปรามการแสวงประโยชน์จากประเทศและกลุ่มกองกำลังอื่นในภูมิภาคให้สามารถตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วและทันการณ์ รวมทั้งสนับสนุนการปกป้องประเทศให้กับอิสราเอล