ประธานาธิบดีจีนจะเยือนเกาหลีเหนือเพื่อกระชับความสัมพันธ์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะเยือนเกาหลีเหนือ ระหว่าง 8-9 มิ.ย.69 ตามคำเชิญของนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี ของประธานาธิบดีสี ในโอกาสครบรอบ 65 ปีของสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ ความร่วมมือ และการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ทั้งสองฝ่ายจะหารือในประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วม เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ส่งเสริมการพัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน  ตลอดจนร่วมกันเสริมสร้างบทบาทในการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาทั้งในระดับภูมิภาค และระดับโลก

รัฐบาลใช้งบประมาณ 120,000 ล้านบาทเพื่อกระตุ้นการบริโภค

Nikkei Asia ของญี่ปุ่น เผยแพร่บทความเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดต่ำลง โดยใช้งบประมาณจากการกู้เงิน 120,000 ล้านบาท สูงที่สุดในชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในห้วงที่เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากสงครามในภูมิภาค ตอ.กลาง ซึ่งโครงการร่วมจ่ายเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม./รมว.มท. และสะท้อนแนวโน้มของนักการเมืองไทยที่ใช้การแจกเงินเพื่อตอบสนองต่อวิกฤตและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์และนักวิชาการตั้งคำถามถึงประสิทธิผลของโครงการที่อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียงระยะสั้น อีกทั้งการกู้เงินเพื่อสนับสนุนโครงการยังอาจทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยสูงเกินกฎหมายกำหนด

กองทุนพิเศษ LMC สนับสนุนกัมพูชาดำเนินโครงการปี 2569

สนข.ซินหัว รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.69 อ้างการเปิดเผยของ กต.กัมพูชา ว่า กองทุนพิเศษความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (Lancang-Mekong Cooperation Special Fund – LMCSF) ของจีน ลงนามข้อตกลงความร่วมมือประจำปี 2569 กับกัมพูชา โดยมีนายหวัง เหวินปิน ออท.จีนประจำกัมพูชา และนายปร๊ะ สุคน รอง นรม.และ รมว.กต.กัมพูชา เป็นผู้ลงนาม ฝ่ายกัมพูชาระบุว่า กองทุนดังกล่าว สร้างประโยชน์ระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมแก่ประชาชนกัมพูชาและประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) อีกทั้งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อส่งเสริมการบูรณาการระดับภูมิภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืน ขณะที่ฝ่ายจีนย้ำว่า LMC ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระดับภูมิภาคและการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน พร้อมยืนยันจะทำงานร่วมกับกัมพูชาและประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอื่น ๆ อย่างใกล้ชิด

นรม.ญี่ปุ่นจะเยือนอินเดียใน ก.ค.69

รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ระหว่างเตรียมการการเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น เพื่อพบหารือกับนายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย ในห้วง ก.ค.69 (ยังไม่กำหนดวันที่) ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะหารือประเด็นต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ความมั่นคงด้านการจัดหาพลังงาน และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก ทั้งนี้ การเยือนครั้งนี้จะเป็นการเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนางทาคาอิจิ นับแต่นางทาคาอิจิเริ่มดำรงตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ ต.ค.68 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงในห้วงที่จีนเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อประเทศอื่น และสร้างแบบแผนการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับผู้นำรัฐบาลระหว่างสองประเทศ หลังนายนเรนทราเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อ ส.ค.68

รัสเซียส่งออกน้ำมันกว่า 2.4 ล้านบาร์เรล ไปฟิลิปปินส์

นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซียระบุในบทความเนื่องในวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตรัสเซีย-ฟิลิปปินส์ ว่า รัสเซียจัดส่งน้ำมันแก่ฟิลิปปินส์คิดเป็นปริมาณกว่า 2.4 ล้านบาร์เรล ตั้งแต่ห้วงฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-พ.ค.69) ตามการร้องขอของฟิลิปปินส์ ห้วงที่ตลาดพลังงานโลกประสบภาวะวิกฤติ ซึ่งบ่งชี้อย่างชัดเจนถึงการที่รัสเซียเป็นผู้จัดหาพลังงานที่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างกันมีความคืบหน้านับแต่การประชุมคณะกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจรัสเซีย-ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 4 เมื่อ ก.ย.68 ที่กรุงมอสโก นำมาสู่แนวทางความร่วมมือที่มีศักยภาพหลายด้าน อาทิ โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ อวกาศ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นอกจากนี้ บริษัท Rosatom รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย อยู่ระหว่างขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กกับฟิลิปปินส์

นรม.มาเลเซียประเมินความต้องการพลังงานอาเซียนจะเพิ่มขึ้น

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย กล่าวปาฐกถาในงาน Energy Transition Conference 2026 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 4 มิ.ย.69 ว่า ความต้องการพลังงานของอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 60 ภายในปี 2583 จากปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ การขยายตัวของเขตเมืองอย่างรวดเร็ว การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมาเลเซียจัดสรรงบประมาณลงทุนกว่า 43,000 ล้านริงกิต ระหว่างปี 2568-2570 เพื่อยกระดับและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงข่ายไฟฟ้าและบูรณาการ AI รองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนศูนย์ข้อมุลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศ

ญี่ปุ่นห่วงกังวลเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางทหารของจีน

สนข. NHK รายงานเมื่อ 3 มิ.ย.69 อ้างเนื้อหาในร่างรายงานด้านการป้องกันประเทศของญี่ปุ่น หรือรายงานสมุดปกขาวประจำปี ของ กห.ญี่ปุ่น ซึ่งระบุถึงการดำเนินกิจกรรมทางทหารของจีนในห้วงที่ผ่านมา รวมถึงกรณีเครื่องบินขับไล่ J-15 ที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Liaoning ของจีน ใช้เรดาร์ล็อกเป้าเครื่องบินขับไล่ F-15 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น (Japan Air Self-Defense Force-JASDF) เมื่อ 6 ธ.ค.68 พร้อมแสดงท่าทีของญี่ปุ่นโดยใช้ถ้อยคำในลักษณะคล้ายกับถ้อยคำในรายงาน Annual White Paper ประจำปี 2568 เช่น ญี่ปุ่นเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของจีนสร้างความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศ อีกทั้งเป็นความท้าทายเชิงกลยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติการณ์ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเสนอร่างรายงานดังกล่าวให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาในห้วงฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) ประจำปี 2569

สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 10 – 12.5 60 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย

สนง.ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เผยแพร่มาตรการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมเมื่อ 2 มิ.ย.69 ซึ่งเป็นผลล่าสุดจากการสอบสวนพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมตาม Section 301 เมื่อ มี.ค.69 ที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 10 – 12.5 กับสินค้านำเข้าจาก 60 ประเทศรวมทั้งไทย  เนื่องจากประเทศดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอเพื่อควบคุมการค้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ (forced labor) ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อการค้าของสหรัฐฯ โดยจะเรียกเก็บภาษีร้อยละ 10 ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนการใช้แรงงานบังคับ จากสินค้าที่นำเข้าจากแคนาดา เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา มาเลเซีย ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร ส่วนอีก 45 ประเทศที่เหลือซึ่งถูกสอบสวนในครั้งนี้ จะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 12.5 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นข้อเสนอของ USTR ซึ่งต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ (Public Hearing) ใน 7 ก.ค.69 จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนจะมีผลบังคับใช้

เมียนมาทำพิธีเปิดใช้งานคลังสินค้าแห่งใหม่ที่ท่าเรือติลาวาในภาคย่างกุ้ง

นายเมียะทุนอู รมว.กระทรวงคมนาคม การพัฒนาด้านดิจิทัลและการสื่อสารเมียนมา เป็นประธานพิธีเปิดใช้งานคลังสินค้าแห่งใหม่ เมื่อ 31 พ.ค.69 หรือภายใต้ชื่อ “Modern Warehouse No 1” ที่ดำเนินการโดยบริษัท Myanmar Agribusiness and General Development Public Company Limited (MAGDPL) บริเวณท่าเทียบเรือหมายเลข 29 ที่ท่าเรือติลาวา ในภาคย่างกุ้ง  นายเมียะทุนอูระบุว่า ท่าเรือติลาวามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการค้าผ่านแดนและธุรกิจขนถ่ายสินค้า เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการค้าของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้บริษัท MAGDPL ลงทุนในคลังสินค้าอีก 3 แห่ง และสนับสนุนให้นักลงทุนรายอื่น ๆ ให้เร่งดำเนินโครงการ

WMO ประเมินว่าโลกจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญ ห้วง มิ.ย. – ส.ค.69

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization – WMO) ประเมินเมื่อ 2 มิ.ย.69 ว่า มีโอกาสสูงถึงร้อยละ 80 ที่โลกจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญระหว่างห้วง มิ.ย. – ส.ค.69 ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและส่งผลให้เกิดสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม พลังงาน การค้า ทรัพยากรน้ำ ห่วงโซ่อุปทาน และความเป็นอยู่ของประชาชน และระบุด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้ผลกระทบของเอลนีโญรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ดี WMO จะร่วมมือกับหน่วยงานด้านสภาพอากาศทั่วโลกในการติดตามตรวจสอบสภาพอากาศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล และหน่วยงานด้านมนุษยธรรม พร้อมย้ำว่าการพยากรณ์อากาศและระบบเตือนภัยล่วงหน้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยชีวิตและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ