นรม.ญี่ปุ่น ประกาศเร่งนำ AI และยุทโธปกรณ์ไร้คนขับ เพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (Self-Defense Force-SDF) กล่าวในการประชุมผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ กห.ญี่ปุ่น และ SDF เมื่อ  2 ก.ค.69 ว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันประเทศแบบไร้คนขับมาใช้งาน ก่อนการทบทวนเอกสารด้านความมั่นคงแห่งชาติ 3 ฉบับ นอกจากนี้ นรม.ญี่ปุ่น ย้ำว่า การดำเนินภารกิจของ SDF และการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศที่รัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดัน จำเป็นต้องได้รับความเข้าใจและความร่วมมือจากประชาชน พร้อมให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงสภาพการทำงานของกำลังพล SDF ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนกำลังพลในปัจจุบัน

UN เตือนว่าสภาพอากาศสุดขั้วสะท้อนว่าโลกที่กำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานเมื่อ 2 ก.ย.69 ว่า รายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ(United Nations Environment Programme – UNEP) ชี้ว่า โลกกำลังมุ่งสู่การทะลุขีดจำกัดอุณหภูมิ 1.5 องศาเซลเซียส (°C) ตามเป้าหมายความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในไม่กี่ปีข้างหน้า และทุกระดับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งเพิ่มความสูญเสียต่อชีวิต เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร น้ำ ระบบนิเวศ และทำลายวิถีชีวิต ทำให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อจุดเปลี่ยนที่อาจย้อนกลับไม่ได้ อย่างไรก็ดี UN ระบุว่า ประชาคมโลกยังสามารถจำกัดและลดอุณหภูมิโลกได้ โดยเร่งยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการปล่อยก๊าซมีเทน ปกป้องป่าไม้และมหาสมุทร เสริมด้วยการปรับตัวและความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเพิ่มเงินทุนด้านการปรับตัว โดยประเทศที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน

เกาหลีใต้ประเมินว่าผู้นำเกาหลีเหนือเตรียมการแต่งตั้งผู้สืบทอด

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 ก.ย.69 อ้างการประเมินของสำนักข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ (National Intelligence Service-NIS) ต่อคณะกรรมาธิการการข่าวกรองของรัฐสภาเกาหลีใต้ว่า ด.ญ.คิม จู-แอ บุตรสาวของผู้นำเกาหลีเหนือ อยู่ในขั้นตอนเตรียมแต่งตั้งเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากบิดา (the stage of being designated as successor) โดยสื่อของเกาหลีเหนือรายงานเกี่ยวกับบุตรสาวผู้นำเกาหลีเหนือบ่อยครั้ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ต่อประชาชนชาวเกาหลีเหนือในฐานะผู้นำ นอกจากนี้ เกาหลีเหนืออยู่ระหว่างวิเคราะห์เอกสารภายในของพรรคคนงานเกาหลี รวมถึงแบบพิมพ์พัฒนาขีปนาวุธ

บริการเพื่อนเช่าได้รับความนิยม

  Kyodo News ของญี่ปุ่น รายงานการเติบโตของธุรกิจบริการเพื่อนเช่าในไทย (งานประเภทที่จ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทางหรือท่องเที่ยวด้วยกัน) ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้สูงอายุ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม เช่น สังคมผู้สูงวัย ผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียวที่มีเพิ่มขึ้น ซึ่งสถิติจาก Euromonitor พบว่า ครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวในไทยในปี 2568 มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 29.5 (สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ร้อยละ 21.9) ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ผู้ให้บริการควรตั้งขอบเขตและระเบียบความปลอดภัยที่ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาการคุกคามทางเพศหรืออันตรายอื่น

มาเลเซียปฏิเสธข่าวเปิดรับแรงงานชาวบังกลาเทศ 200,000 คน

ดาตุ๊ก อะห์หมัด ฟะห์มี โมฮาเม็ด ฟัดซิล รมว.กระทรวงการสื่อสาร เมื่อ 2 ก.ย.69 ปฏิเสธข่าวว่า มาเลเซียจะเปิดรับแรงงานชาวบังกลาเทศทั้งหมด 200,000 คน โดยยืนยันว่าเป็นเพียงทัศนะของ รมช.กระทรวงการปกครองส่วนท้องถิ่น การพัฒนาชนบทและสหกรณ์ บังกลาเทศ ซึ่งไม่ได้แสดงถึงจุดยืนของรัฐบาล ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลัง นสพ.ท้องถิ่นบังกลาเทศรายงานว่า มาเลเซียจะเปิดรับแรงงานชาวบังกลาเทศทั้งหมด 200,000 คน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ภายใต้เงื่อนไขการจ้างงานแรงงานต่างชาติที่เข้มงวดขึ้น โดยจะแบ่งการนำเข้าแรงงานออกเป็นระยะ เริ่มระยะที่ 1 ห้วงปลาย ก.ย.69 จำนวน 10,000 คน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

อินเดียพยายามนำพลเมืองที่เข้าร่วมกับกองทัพรัสเซียกลับประเทศ

เว็บไซต์ Newspoint เผยแพร่เมื่อ 2 ก.ย.69 อ้างการให้สัมภาษณ์ของนาย Vikram Misri ปลัด กต.อินเดีย ว่า  อินเดียและรัสเซียมีการหารือกันในหลายระดับและหลายโอกาสเพื่อเร่งรัดการนำพลเมืองอินเดียที่เข้าร่วมปฏิบัติการกับกองทัพรัสเซียกลับอินเดียอย่างปลอดภัย โดยมีชาวอินเดียที่ทำสัญญารับราชการทหารกับกองทัพรัสเซียรวมจำนวน 227 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่  51 คน และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากกองทัพรัสเซียให้ปลดประจำการ 139 คน

UN เรียกร้องปฏิรูปสถาบันระหว่างประเทศ รองรับระเบียบโลกแบบหลายขั้วอำนาจ

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) แถลงในการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO Summit) ที่กรุงบิชเคก คีร์กีซสถาน เมื่อ 1 ก.ย.69 ว่า โลกกำลังเข้าสู่ระเบียบโลกแบบหลายขั้วอำนาจ ซึ่งจะเสริมสร้างระบบพหุภาคีและเพิ่มความเป็นธรรมในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศปฏิรูปสถาบันพหุภาคี โดยเสนอให้ UN และ SCO ขยายความร่วมมือใน 4 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงโลก การจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนา การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งนี้ เลขาธิการ UN ยังเรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน เคารพข้อตกลงหยุดยิงและกฎระเยียบ

ไทยเร่งระดมผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทน้ำมันเพื่อเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ

Xinhua ของจีน รายงานกรณีกรมธุรกิจพลังงานของไทยร่วมมือกับค่ายรถยนต์ 13 ราย ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ 5 ราย และผู้ค้าปลีกน้ำมัน 7 ราย ในโครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 โดยระบุเพิ่มเติมว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลไทยในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค ตอ.กลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก

กัมพูชาเริ่มก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์โลจิสติกส์ Cambodia SuperPort

นายฮุน มานี รอง นรม.และ รมว.กิจการสาธารณะ เป็นผู้แทน นรม.กัมพูชา และนาย Steven Pang Chee Wee ออท.สิงคโปร์/กัมพูชา พร้อมด้วย จนท.ระดับสูงของกัมพูชา เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการ Cambodia SuperPort ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์โลจิสติกส์-อุตสาหกรรมครบวงจรแห่งใหม่ เมื่อ 1 ก.ย.69 มีพื้นที่ 825 ไร่ ใน จ.กัมปงสปือ (ตอนกลางของประเทศ) มูลค่าการลงทุน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล เอกชนกัมพูชา และบริษัท YCH Group ของสิงคโปร์ เพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตภายในประเทศเข้ากับระบบขนส่งมวลชนหลายรูปแบบกับตลาดภูมิภาค ตลาดโลก ยกระดับประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน และตอบสนองความต้องการของนักลงทุนและธุรกิจ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างงานในกัมพูชา

เมียนมาเข้มงวดการเปลี่ยนประเภทหนังสือเดินทางของพลเมืองในต่างประเทศ

สนข. DVB รายงานเมื่อ 31 ส.ค.69 ว่า สอท./สกญ.เมียนมาในต่างประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินการเกี่ยวกับหนังสือเดินทางของชาวเมียนมาในต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปลี่ยนประเภทหนังสือเดินทาง เช่น จากประเภทท่องเที่ยว   เป็นประเภททำงาน  หรือศึกษาจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติและได้รับความเห็นชอบจากส่วนกลางของรัฐบาลเมียนมา ทำให้กระบวนการใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2 เดือน ขณะที่การต่ออายุหนังสือเดินทางประเภทเดิมยังสามารถดำเนินการผ่าน สอท./สกญ.ได้โดยตรง โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบเพิ่มเติมจากส่วนกลาง  มาตรการข้างต้นสร้างความกังวลในกลุ่มแรงงานและนักศึกษาชาวเมียนมาในต่างประเทศว่า การเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบจากส่วนกลางอาจถูกใช้เป็นกลไกในการติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองและชาวเมียนมาที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ