สหรัฐฯ ดำเนินการกีดกันเรือเข้า-ออกอิหร่านอย่างต่อเนื่อง

  กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศเมื่อ 25 ก.ค. 69  ได้กีดกันเรือพาณิชย์ที่พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปแล้ว 12 ลำ และ นย.จากเรือรบ USS Boxer (LHD-4) ได้ตรวจค้นเรือ เมื่อ 24 ก.ค.69 บริเวณอ่าวโอมาน นอกจากนี้ สื่อต่าง ๆ รายงานถึงการไม่มีปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อ 24 ก.ค.69  จนถึงปัจจุบันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งการให้หยุดปฏิบัติการชั่วคราว ภายหลังการปรึกษาหารือกับรองประธานาธิบดี เจ.ดี.แวนซ์ และ พล.อ.อ.แดน เคน ประธานเสนาธิการทหารร่วมกองทัพสหรัฐฯ ในการประชุม จนท.ความมั่นคงระดับสูงในวันเดียวกัน เนื่องจากมีข้อห่วงกังวลถึงการขยายวงกว้างของสงครามในภูมิภาคตะวันออกและอาจจะกระทบต่อการเจรจาทางการทูต ตลอดจนข้อกังวลเกี่ยวกับปริมาณอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหลืออยู่ในภูมิภาค

ไทยยังคงอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังการบิดเบือนค่าเงินของสหรัฐฯ

รายงานกรณี กค.สหรัฐฯ เกี่ยวกับการประเมินนโยบายเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ เมื่อ 23 ก.ค. 69 ระบุว่า ไม่มีประเทศใดเข้าเกณฑ์เป็นประเทศบิดเบือนค่าเงินจากการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าเหนือสหรัฐฯ ในปี 2568  แต่มีคู่ค้าสำคัญที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง 10 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งทั้งหมดเป็นรายชื่อเดิมในรายงานฉบับ ม.ค. 69 โดยไทย สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ เข้าเกณฑ์เพียง 1 ข้อจาก 3 ข้อ

เวียดนามส่งออกข้าวปริมาณเพิ่มขึ้นห้วง 6 เดือนแรกของปี 2569 แต่มูลค่าลดลง

ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม (National Statistics Office-NSO) ว่าห้วงครึ่งแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.69) เวียดนามส่งออกข้าวไปต่างประเทศประมาณ 5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 แต่มีมูลค่าลดลงร้อยละ 2.5 อยู่ที่ 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนหนึ่งเพราะราคาขายข้าวต่ำ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณตันละ 460 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11 ทั้งนี้ เวียดนามส่งออกข้าวไปฟิลิปปินส์มากที่สุด ประมาณ 2.4 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 1,060 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาเป็นจีน 915,466 ตัน มูลค่า 454 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกานา 445,534 ตัน มูลค่า 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วุฒิสภาญี่ปุ่นเห็นชอบร่างกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งเมืองหลวงรอง

วุฒิสภาญี่ปุ่นเห็นชอบเมื่อ 24 ก.ค.69 ในร่างกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งเมืองหลวงรอง หลังสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบเมื่อ 15 ก.ค.69 ตามที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) พรรครัฐบาล และพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation Party-JIP) พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ  การเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงในการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรค LDP และพรรค JIP เมื่อ ต.ค.68  เพื่อสร้างหลักประกันความต่อเนื่องของการบริหารราชการในกรณีที่กรุงโตเกียวเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงจนทำให้การบริหารราชการของประเทศชะงักงัน

เหตุเผชิญหน้าระหว่างจีนและฟิลิปปินส์บริเวณสันดอนสการ์โบโรห์ในทะเลจีนใต้

เกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ (Philippine Coast Guard-PCG) และจีน (China Coast Guard-CCG) บริเวณสันดอนสการ์โบโรห์ (Scarborough Shoal) ในทะเลจีนใต้ ระหว่าง 23-24 ก.ค.69 โดยต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่ายั่วยุ ด้าน PCG ประณามจีนว่าใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงและดำเนินการในลักษณะที่เป็นอันตราย แต่ CCG ระบุว่าได้ดำเนินการควบคุมตามกฎหมาย ทั้งการใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง การประกาศเตือนด้วยวาจา และการสกัดกั้นเรือของฝ่ายฟิลิปปินส์  การเผชิญหน้าดังกล่าว เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ภายในสัปดาห์เดียวกัน หลังจากการปะทะของครั้งแรกบริเวณสันดอนโทมัสที่สอง เมื่อ 20 ก.ค.69 ซึ่งเป็นห้วงการประชุม รมว.กต.อาเซียน และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์

อาเซียนจะยังไม่อนุญาตให้ผู้นำเมียนมาเข้าร่วมการประชุม

ถ้อยแถลงของนางมาเรีย เทเรซา ลาซาโร รมว.กต.ฟิลิปปินส์/ผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนด้านเมียนมา ภายหลังการประชุมที่เกี่ยวข้อง ห้วงการประชุม รมว.กต.อาเซียน ครั้งที่ 59 ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 23 ก.ค.69 ระบุว่า การอนุญาตให้ผู้นำเมียนมาเข้าร่วมการประชุมอย่างเป็นทางการในกรอบอาเซียนไม่น่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2569 หรือในช่วงที่สิงคโปร์ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2570 เนื่องจากอาเซียนยังคงยึดฉันทามติ 5 ข้อ (5PC) เป็นกรอบหลักในการแก้ไขวิกฤตเมียนมา แต่ยังมีคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกรอบดังกล่าวของรัฐบาลเมียนมา อย่างไรก็ดี หากเมียนมาสามารถบรรลุดำเนินการตาม 5PC ก็อาจส่งผลต่อการพิจารณาท่าทีของอาเซียนในอนาคต ทั้งนี้ ผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนด้านเมียนมา มีกำหนดนำคณะเดินทางเยือนเมียนมาในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 เพื่อดำเนินภารกิจด้านมนุษยธรรมร่วมกับศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) และองค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

อาเซียนรับ 4 ประเทศในยุโรปเข้าเป็นอัครภาคีสนธิสัญญา TAC

นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามภาคยานุวัติสารเข้าเป็นอัครภาคีสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia-TAC) ของ ลิทัวเนีย โปแลนด์ โรมาเนีย และสวีเดน ในห้วงการประชุม รมว.กต.อาเซียน ครั้งที่ 59 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 24 ก.ค.69 การลงนามดังกล่าวจัดขึ้นในวาระครบรอบ 50 ปีของ TAC สะท้อนถึงความสำคัญและความเกี่ยวข้องของสนธิสัญญาฯ ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงความสนใจของประเทศภาคีนอกภูมิภาคที่มีต่ออาเซียน การเข้าเป็นอัครภาคีของทั้ง 4 ประเทศ ส่งผลให้จำนวนอัครภาคีของ TAC รวมเป็น 62 ประเทศ

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 24 ก.ค.69 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอนอยู่ที่ 99.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์กอยู่ที่ 91.49 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ภายหลังกลุ่ม Houthi โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดงและประกาศปิดล้อมการขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่อิหร่านยังคงควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดกังวลว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบบาบ อัลมันดาบ (Bab al-Mandab) และคลองสุเอซ อาจเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น   รวมทั้งคาซัคสถานปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันชั่วคราว  ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก OPEC+ 7 ประเทศ มีแนวโน้มเห็นชอบให้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในห้วง ก.ย.69 อีกประมาณ 188,000 บาร์เรลต่อวัน โดยจะประชุมพิจารณาและรับรองมติดังกล่าวใน 2 ส.ค.69

อาเซียน-จีน มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือภายใต้ 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน

ที่ประชุม รมว.อาเซียน-จีน (ASEAN Post-Ministerial Conference with China) ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 22 ก.ค.69ได้ทบทวนความคืบหน้าของการดำเนินความร่วมมือภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านอาเซียน–จีน พร้อมหารือถึงทิศทางความร่วมมือในอนาคต และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน นอกจากนี้ ในวาระครบรอบ 5 ปีของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านอาเซียน–จีน ในปี 2569 ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทั้ง 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง ประชาคมเศรษฐกิจ และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการอาเซียน–จีน ปี 2569-2573 (ASEAN–China Plan of Action) ทั้งนี้ รมว.กต.อาเซียน/ผู้แทน นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน และนายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

มาเลเซียสั่ง UNHCR ระงับการลงทะเบียนผู้ลี้ภัย

ดาตุ๊ก ลูกานิสมัน อาวัง เซานี รมช.กต.มาเลเซีย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 23 ก.ค.69 ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้รัฐบาลแจ้งสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในมาเลเซีย ให้ยุติการลงทะเบียนผู้ลี้ภัย และให้ผู้ลี้ภัยลงทะเบียนในระบบลงทะเบียนเอกสารผู้ลี้ภัย (Refugee Registration Document System-DPP) ของมาเลเซียแทน เนื่องจากมาเลเซียอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างการจัดการข้อมูลผู้ลี้ภัยอย่างเป็นระบบ รวมถึงจะใช้ระบบดังกล่าวในการประสานข้อมูล ยืนยันตัวบุคคล ติดตาม กำกับดูแลผู้ลี้ภัย และลดการพึ่งพาฐานข้อมูลขององค์กรต่างประเทศ  การลงทะเบียนภายใต้ DPP มีกระบวนการที่เข้มงวด โดยมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายช่วยคัดกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม รวมถึงป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และจะแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาร่วมกับเมียนมาและ สมาชิกอาเซียนอย่างจริงจัง ทั้งนี้ มาเลเซียเตรียมส่งตัวชาวโรฮีนจาในค่ายกักกันผู้ลี้ภัยประมาณ 5,000 คน กลับไปยังเมียนมาทางเรือ เมื่อเมียนมาแสดงความพร้อม