เมียนเสนอศักยภาพท่าเรือน้ำลึกทวายในการประชุม Myanmar–Russia Business Forum

นายซอไนง์อู มุขมนตรีภาคตะนาวศรี เข้าร่วมการประชุม Myanmar–Russia Business Forum 2026 ที่กรุงมอสโก เมื่อ 19 ส.ค.69 โดยนำเสนอศักยภาพของโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในภาคตะนาวศรี ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือกับรัสเซีย ในฐานะเส้นทางทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อสู่ทะเลอันดามันโดยตรง และช่วยลดระยะเวลาขนส่งประมาณ 4–6 วัน ขณะเดียวกัน ท่าเรือดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงไทยและเวียดนามผ่านระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor) ซึ่งเอื้อต่อการขนส่งระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกภายใน 24 ชั่วโมง อีกทั้งตั้งอยู่ห่างจากแหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งของเมียนมาประมาณ 45 กม. นอกจากนี้ ฝ่ายเมียนมายังนำเสนอโอกาสด้านการลงทุนและการค้า รวมถึงโครงการสำคัญในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) พร้อมยืนยันว่าการลงทุนจากต่างประเทศได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายการลงทุนและกฎหมาย SEZ ของเมียนมา

นรม.มาเลเซียสนับสนุนหลักการจีนเดียวและการใช้กำลังเพื่อรวมประเทศ

สนข.The Star รายงานเมื่อ 19 ส.ค.69 ว่า นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์ สนข.Al Jazeera โดยในประเด็นไต้หวัน นรม.อันวาร์ ย้ำจุดยืนของมาเลเซียที่สนับสนุนหลักการจีนเดียว และสิทธิของจีนในการใช้กำลังเพื่อรวมประเทศ ไต้หวันถือเป็นส่วนหนึ่งของจีน การพิจารณาประเด็นจีน-ไต้หวันจึงควรคำนึงถึงประวัติศาสตร์ด้วย สำหรับคำถามถึงความคิดเห็นของผู้นำมาเลเซียหากเกิดกรณีที่รัฐใดรัฐหนึ่งของมาเลเซียต้องการแยกตัว นรม.อันวาร์ตอบว่า รัฐบาลจะปกป้องความเป็นเอกภาพของชาติ บทสัมภาษณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์ในวงกว้างว่า นรม.อันวาร์โน้มเอียงเข้าหาจีนมากเกินไป แต่ควรรักษานโยบายต่างประเทศที่เน้นความเป็นกลางและไม่เลือกข้าง

ประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจขั้นสูงสุดกับอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่าน Truth social เมื่อ 20 ส.ค.69 ว่า จะใช้มาตรการโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจขั้นสูงสุด โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะลงโทษทางเศรษฐกิจกับประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือ หรือมีความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจกับอิหร่านทุกรูปแบบ ไม่จะว่าด้วยการลักลอบขนน้ำมัน การแลกเปลี่ยนเงินตรา การถ่ายโอนพันธบัตร การใช้บริษัทแลกเปลี่ยนเงินตรา การจดทะเบียนเรือขนส่งทางพาณิชย์ และบริษัทบังหน้า ผ่านการใช้สถาบันทางการเงิน การค้าขายจากภาคธุรกิจ การใช้สนามบิน หรือการติดต่อจากตัวแสดงของประเทศนั้น พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรเข้าร่วมกับมาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ และยืนยันว่าอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุรายละเอียดของมาตรการดังกล่าว

สถานีบริการน้ำมันในกรุงมอสโกจำกัดการจำหน่ายเนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำมัน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 19 ส.ค.69 ว่า สถานีบริการน้ำมันในกรุงมอสโก รัสเซีย กลับมาจำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน ภายหลังการผ่อนปรนข้อจำกัดเมื่อ มิ.ย.69 เนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีสาเหตุเชื่อมโยงกับการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย ทำให้สั่งห้ามการส่งออกน้ำมันเบนซินและดีเซล  และเริ่มน้ำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากต่างประเทศ รวมทั้งจำกัดการจำหน่ายน้ำมันของสถานีบริการน้ำมัน โดยแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน เช่น Gazprom Neft จำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซินและดีเซลในกรุงมอสโกที่ 40 ลิตรต่อรถยนต์ 1 คัน  Rosneft จำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซินทั่วรัสเซียที่ 30 ลิตรต่อคัน แต่ไม่จำกัดการจำหน่ายน้ำมันดีเซล Lukoil กำหนดข้อจำกัดในการจำหน่ายน้ำมันในกรุงมอสโกและพื้นที่โดยรอบแต่ไม่ได้ระบุปริมาณที่เฉพาะเจาะจง และ Tatneft จำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซินที่ 50 ลิตรต่อคัน

ไทยควรปรับเปลี่ยนนโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น

เว็บไซต์สถาบันวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน (Institute for Energy Economics and Financial Analysis-IEEFA) ซึ่งเป็น Think Tank ของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานของไทยว่า ปัจจุบันไทยผลิตไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 66 แต่เริ่มมีความเสี่ยงจากปริมาณจากก๊าซในอ่าวไทยที่ลดลง และความผันผวนของสถานการณ์น้ำมันและเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน แม้ไทยจะมีนโยบายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะการใช้โซลาร์เซลล์ แต่ยังมีอุปสรรคจากค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่สูง ขาดสิทธิพิเศษด้านภาษีเพื่อจูงใจประชาชน และนโยบายระดับชาติที่ยังไม่แน่นอน จึงมีข้อเสนอได้แก่ 1) เปลี่ยนมาตรการรับซื้อไฟฟ้าเป็นแบบขายคืนแบบหักลบกับหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ (Net Metering) และเสนออัตราการซื้อคืนที่สูงขึ้น 2) เพิ่มสิทธิในการนำไปลดหย่อนภาษี 3) ยกเลิกเกณฑ์การใช้ไฟฟ้าที่เข้มงวดและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของระบบเพื่อขจัดอุปสรรคของโครงข่ายไฟฟ้า

การที่ผู้นำเมียนมาจะเยือนกัมพูชาเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา กำหนดจะเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในห้วงต้น ก.ย.69 เพื่อส่งเสริมมิตรภาพระหว่างกัน ซึ่งอยู่บนพื้นฐานความจำเป็นและผลประโยชน์ร่วมกัน สำหรับการเยือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนายมินอองไลง์ได้รับเลือกตั้งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ เม.ย.69 จากนั้นเดินทางเยือนอินเดีย จีน ลาว ไทย และรัสเซียอย่างเป็นทางการตามลำดับ ด้าานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศกัมพูชาเห็นว่า การเยือนกัมพูชาของผู้นำเมียนมาจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยกัมพูชาสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการสร้างสันติภาพและความปรองดองแก่เมียนมา เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในประเทศ มากกว่าที่จะสร้างแรงกดดันจากภายนอก อย่างไรก็ดี กัมพูชายังคงต้องระมัดระวังและแสดงท่าทีให้สอดคล้องกับจุดยืนและท่าทีของอาเซียน

เวียดนามมุ่งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 19 ส.ค.69 อ้างคำกล่าวของนาย Ha Anh Duc ผอ.กรมการบริหารจัดการกระบวนการตรวจรักษาโรคและการดูแลสุขภาพ สังกัด สธ.เวียดนาม ว่าเวียดนามคาดหวังจะเป็นผู้นำระดับต้นด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ภายในปี 2573 และตั้งเป้าหมายจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวทั้งชาวเวียดนามโพ้นทะเลและชาวต่างชาติให้ได้ประมาณปีละ 750,000 คน ระหว่างปี 2569-2573 โดยมุ่งผลักดันให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาคเอกชนร่วมประสานงานอย่างจริงจัง เร่งสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุข ยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล สร้างตราสินค้าการท่องเที่ยวทางการแพทย์แห่งชาติที่มีอัตราค่าใช้จ่ายแข่งกับตลาดในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศได้ รวมทั้งจัดตั้งสมาคมสนับสนุนการพัฒนาด้านดังกล่างโดยตรง

อาเซียน-อินเดียจะฝึกซ้อมร่วมทางทะเล ครั้งที่ 2

อาเซียน-อินเดียมีกำหนดจัดการฝึกทางทะเลอาเซียน–อินเดีย (ASEAN-India Maritime Exercise-AIME) ครั้งที่ 2 ระหว่าง 28 ก.ย.-2 ต.ค.69 บริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ โดยมีฟิลิปปินส์และอินเดียเป็นเจ้าภาพร่วม และจะมีกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนและอินเดียเข้าร่วมฝึก ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Anchored in Trust, United at Sea” เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล การประสานงานด้านการปฏิบัติการ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ทั้งนี้ AIME 2026 จัดขึ้นในภายใต้ปีแห่งความร่วมมือทางทะเลอาเซียน–อินเดีย 2569 (ASEAN-India Year of Maritime Cooperation 2026) ซึ่งผู้นำอาเซียนและอินเดียเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านกิจการทางทะเลระหว่างกัน

จีนเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลของกลุ่มประเทศ SCO

จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลของกลุ่มประเทศองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ระหว่าง 14-16 ก.ย.69 ที่เมืองอูรุมชี ทาง ตต.น. ของเขตปกครองตนเองซินเจียง-อุยกูร์ คาดว่า จะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 500 คน  การประชุมจะประกอบด้วยการประชุมเฉพาะระดับรัฐมนตรี (close-door meeting) การประชุมใหญ่ และการประชุมย่อย 4 วงประชุม โดยในการประชุมระดับรัฐมนตรีจะมีการหารือเพื่อจัดทำวาระความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของ SCO ห้วงปี 2569-2570 และแนวทางการทำงานหลังจากปีนี้ ขณะที่ วงประชุมย่อยคาดว่าจะหารือถึงแนวทางเชื่อมต่อทางการค้า การลงทุน การกำกับดูแล และแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

การขยายตัวเศรษฐกิจไทยชะลอลงจากผลกระทบความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

Bloomberg, Reuters และ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 สูงกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 1.7-1.8 แต่ชะลอตัวจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น กระทบต่อการบริโภคในประเทศและภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2569