จีนประกาศแผนส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยะ 5 ปี ฉบับใหม่

สำนักงานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งรัฐจีน อนุมัติแผนส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยะ 5 ปี ฉบับใหม่ เมื่อ 8 ก.ค.69 ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยวในจีนให้ได้ 190 ล้านคน ขยายการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ และกระตุ้นการใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวภายในจีนให้ได้ 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ ปี ภายในปี 2573   อาทิ การขยายโครงการเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า (Visa free) และเพิ่มการเชื่อมโยงระหว่างประเทศทั้งทางอากาศและทางราง เพิ่มการอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงิน การเดินทาง การสื่อสาร และที่พัก รวมถึงปรับปรุงขั้นตอนการขอคืนภาษี ยกระดับทักษะด้านภาษาและการสื่อสาร  นำระบบปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการแปลภาษาเพื่อลดข้อจำกัดในการให้บริการนักท่องเที่ยวมากขึ้นในอนาคต

สหรัฐฯ ยุติข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการหารือกับนายมาร์ค รุตเตอ เลขาธิการ NATO ก่อนการประชุมกับกลุ่มผู้นำประเทศสมาชิก NATO ณ กรุงอังการา ตุรกี เมื่อ 8 ก.ค.69 ว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านภายใต้บันทึกความเข้าใจแห่งอิสลามาบัด (Islamabad Memorandum of Understanding) ได้สิ้นสุดลง หลังจากอิหร่านโจมตีของเรือพาณิชย์ จนทำให้สหรัฐฯ ต้องตอบโต้ และไม่เห็นความเป็นได้ที่จะบรรลุข้อตกลงจากการเจรจากับอิหร่านอีก แต่ผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ ยังสามารถเจรจากับอิหร่านต่อไปได้

กรีนแลนด์ยังคงเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 8 ก.ค.69 ว่า การประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่กรุงอังการา ตุรกี มีบรรยากาศตึงเครียด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่าสหรัฐฯ ควรเข้าควบคุมกรีนแลนด์ พร้อมวิจารณ์เดนมาร์กว่าใช้งบประมาณด้านกลาโหมเพื่อปกป้องดินแดนดังกล่าวไม่เพียงพอ ขณะที่ นาง Mette Frederiksen นรม.เดนมาร์ก ยืนยันว่ากรีนแลนด์เป็นอธิปไตยของเดนมาร์กและไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาซื้อขาย ด้านเลขาธิการ NATO หลีกเลี่ยงการแสดงความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่ากำลังมีการหารือผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ ความขัดแย้งดังกล่าว ประกอบกับสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน มีแนวโน้มส่งผลให้ประเด็นด้านความมั่นคงของ NATO รวมถึงยูเครนและการป้องกันยุโรป ถูกลดความสำคัญลงในการประชุม

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว

The Edge Malaysia ของมาเลเซีย เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยที่เคยถูกมองเป็นเสือตัวที่ห้าของเอเชีย แต่ห้วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากทั้งความขัดแย้งทางการเมือง การเข้าสู่สังคมสูงอายุ ความสามารถในการแข่งขันลดลง ตลอดจนผลกระทบจากสงครามในภูมิภาค ตอ.กลาง อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว เนื่องจากไทยมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการผลักดันนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ หากไทยมีความต่อเนื่องทางการเมือง และมีการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ไทยอาจฟื้นคืนและกลับมามีอิทธิพลในภูมิภาคได้อีกครั้ง

ไทยได้รับโอกาสจากคลื่นความร้อนในยุโรป

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานว่า ภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยกำลังได้รับโอกาสจากสถานการณ์คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในยุโรป โดยไทยกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางมาเที่ยวไทยในช่วงฤดูฝน ขณะเดียวกันยังส่งออกเครื่องปรับอากาศไปยังยุโรปเพิ่มขึ้น หลังจากความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งไทยเป็นฐานผลิตของเครื่องปรับอากาศหลายยี่ห้อ เนื่องจากมีห่วงโซ่อุปทานด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง

มาเลเซียมีปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอจนถึง ธ.ค.69

  งกระทรวงเศรษฐกิจของมาเลเซีย ยื่นเอกสารชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียเมื่อ 7 ก.ค.69 ตอบกระทู้ถามประเด็นสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศ ห้วง ก.ค.-ธ.ค.69 ว่า ปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงมีเสถียรภาพและเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินมาตรการเชิงรุกที่แบ่งเป็นระยะ ตั้งแต่ช่องแคบฮอร์มุซเริ่มได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งใน ตอ.กลาง เมื่อ 28 ก.พ.69 แม้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ห้วง 1-5 มิ.ย.69 จะลดลงมาอยู่ที่ 99.29 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซียได้ดำเนินมาตรการในหลายด้านเพื่อรับประกันความมั่นคงในการจัดหาน้ำมัน เช่น การกระจายแหล่งนำเข้า การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเชื้อเพลิงภายในประเทศ โดยเฉพาะไบโอดีเซล การทำสัญญาจัดหาเชื้อเพลิงระยะยาว และการเฝ้าระวังขบวนการลักลอบค้าน้ำมัน

ญี่ปุ่นจะส่งมอบเรือรบที่ปลดระวางประจำการให้ฟิลิปปินส์

สนข. Japan Times รายงานเมื่อ 8 ก.ค.69 ว่า ญี่ปุ่นมีแผนส่งมอบเรือพิฆาตคุ้มกัน  ชุดเรืออาบูคูมะ   ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (Japan Maritime Self-Defense Force-JMSDF) ที่จะปลดระวางประจำการ จำนวน 5 ลำ ให้ฟิลิปปินส์ ภายในระยะเวลา 2-3 ปี โดยเรือลำแรกในชุดเรือดังกล่าวมีกำหนดปลดระวางประจำการในปี 2570 และญี่ปุ่นจะส่งมอบให้ฟิลิปปินส์ผ่านกรอบความช่วยเหลือเพื่อความมั่นคงอย่างเป็นทางการ

อิหร่านประกาศจะตอบโต้การรุกรานของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง

อิหร่าน ออกแถลงการณ์ เมื่อ 8 ก.ค.69 ว่า จะตอบโต้สหรัฐฯ อย่างรุนแรงต่อการโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน และจะไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ แทรกแซงการบริหารช่องแคบฮอร์มุซ และเส้นทางการเดินเรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันที่ปลอดภัยต้องเป็นไปตามที่อิหร่านกำหนด  การรุกรานของสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นถึงการไม่เคารพพันธกรณีภายใต้บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (Islamabad MOU) ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อ มิ.ย.69 อีกทั้งการกระทำดังกล่าวยังเกิดขึ้นในห้วงที่อิรักมีกำหนดจัดพิธีแสดงความอาลัยต่ออายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน   การแสดงท่าทีดังกล่าวของอิหร่านเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศครั้งใหม่ต่อบริเวณท่าเรือตามแนวชายฝั่งทางใต้ของอิหร่าน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการตอบโต้อิหร่านที่โจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำ นอกจากนี้ ในสหรัฐฯ ยังประกาศยุติมาตรการผ่อนปรนให้นานาประเทศสามารถซื้อน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากอิหร่าน ภายใน 17 ก.ค.69

รัฐบาลเมียนมาเดินหน้าฟื้นฟูรัฐชิน

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 7 ก.ค.69 ว่า ดร.โวงซูน มุขมนตรีรัฐชิน เป็นประธานการประชุมประสานงานว่าด้วยมาตรการฟื้นฟูและบูรณะพื้นที่ในรัฐชิน โดยมุ่งฟื้นฟูการบริหารราชการและการให้บริการสาธารณะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง นอกจากนี้ นายมโยมยิน รมช.กระทรวงก่อสร้างเมียนมา ได้ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงาน ครอบคลุมการอำนวยความสะดวกให้ข้าราชการและประชาชนกลับเข้าพื้นที่ในเมืองฟาลัม เมืองเตดิม และเมืองโตนซาง การเปิดดำเนินการของโรงเรียนและหน่วยงานราชการ การจัดหาน้ำประปาและฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้อาวุโสในชุมชน และผู้นำศาสนา เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่และการกลับสู่ภาวะปกติ

ผู้นำอินโดนีเซียและสิงคโปร์ให้คำมั่นว่าจะไม่มีการปิดช่องแคบมะละกา

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แถลงหลังการหารือกับ นรม.ลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อ 6 ก.ค.69 โดยให้คำมั่นว่าทั้งสองประเทศจะไม่ปิดช่องแคบมะละกา และช่วยกันรักษาไว้ซึ่งสิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือให้เปิดกว้างสำหรับทุกฝ่าย รวมทั้งเฝ้าระวังภัยทางทะเลต่าง ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน ขณะที่ นรม.หว่อง ย้ำถึงพันธกรณีของรัฐบาล ต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS 1982) ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปราโบโวยังย้ำด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดหรือการรับรู้ที่คลาดเคลื่อนอย่างเปิดเผยในฐานะมิตรประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ รมว.กค.อินโดนีเซีย เคยกล่าวถึงแผนการจัดเก็บภาษีจากเรือที่ผ่านน่านน้ำดังกล่าว ซึ่งจุดชนวนความกังวลในภูมิภาค ก่อนจะออกมาปฏิเสธในภายหลัง