“ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” ความร่วมมือไทย – สปป.ลาว – เมียนมา

วิกฤตมลพิษจากหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5  ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น  แก้ไขไม่ได้เพียงประเทศเดียว สำหรับไทย ปัญหานี้ส่งผลกระทบวงกว้างลุกลามทั่วประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการเผาในที่โล่งจากทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการพบจุดความร้อนหรือ hotspot ที่ทำให้เกิดฝุ่นควันข้ามพรมแดนไปยังไทย โดยเฉพาะในห้วงกุมภาพันธ์-เมษายน ของทุกปี ปัญหานี้ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วนร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านของเราในหลาย ๆ ช่องทาง ประเทศไทยได้เสนอ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” (CLEAR Sky Strategy) ปี 2567-2573 ในการประชุมระดับผู้นำสามฝ่ายระหว่างไทย – สปป.ลาว – เมียนมา ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมทางไกล เมื่อ  7 เมษายน 2566  ที่ประชุมได้ตกลงร่วมกันที่จะจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อขับเคลื่อน และแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน ซึ่งไทยพร้อมจะให้การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการ การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมติดตามตรวจวัดจุดความร้อน และการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงถ่ายทอดประสบการณ์ในการบริหารจัดการเกษตรในพื้นที่สูงให้กับ สปป.ลาว และเมียนมา CLEAR Sky Strategy มีความคืบหน้า โดยมีแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน แล้ว ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของไทยเมื่อ 2 เมษายน 2568 ได้เห็นชอบในแผนปฏิบัติการร่วมกันไปแล้ว ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน บนพื้นฐานผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน…

พายุไซโคลนบุกออสเตรเลีย : ภัยธรรมชาติที่ต้องรับมือ

  ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนเป็นประจำ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน พายุไซโคลนที่พัดขึ้นฝั่งสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และชีวิตของประชาชนภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและภาวะโลกร้อนยังเพิ่มโอกาสให้พายุไซโคลนมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลออสเตรเลียต้องลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรงขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยและการให้ความรู้แก่ประชาชน ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากอุตสาหกรรมหลักของออสเตรเลีย เช่น การทำเหมืองแร่ การประมง และการท่องเที่ยว ล้วนพึ่งพาสภาพอากาศที่ปลอดภัย หากเกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรง สิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง นอกจากนี้ การฟื้นฟูหลังพายุก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทำให้การเตรียมพร้อมรับมือเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า ลักษณะของพายุไซโคลนในออสเตรเลีย พายุไซโคลนเขตร้อนมักก่อตัวในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ โดยมีฤดูพายุหลักอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน พายุไซโคลนถูกจัดระดับความรุนแรงตั้งแต่ระดับ 1 (อ่อนที่สุด) ไปจนถึงระดับ 5 (รุนแรงที่สุด) พายุระดับสูงสุดสามารถทำให้เกิดลมกระโชกแรงมากกว่า 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฝนตกหนักหลายร้อยมิลลิเมตร และทำแลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน คลื่นพายุซัดฝั่ง (storm surge) ซึ่งเป็นคลื่นขนาดใหญ่ที่เกิดจากแรงลมของพายุ อาจทำให้พื้นที่ชายฝั่งถูกน้ำทะเลท่วมอย่างรุนแรง ในเรื่องของผลกระทบของพายุไซโคลน เมื่อพายุไซโคลนขึ้นฝั่ง จะส่งผลกระทบในหลายด้าน  ได้แก่ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น บ้านเรือน อาคาร ถนน และสะพานที่ไม่ได้ออกแบบให้ทนต่อแรงลมสูงได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ ฝนที่ตกหนักจากพายุอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม อีกทั้งกระแสลมแรงยังอาจพัดเสาไฟฟ้าและเสาสัญญาณโทรศัพท์ล้มลง ทำให้ไฟฟ้าดับและการสื่อสารถูกตัดขาด…

วิกฤตละครไทย เมื่อคนไทยนิยมละครต่างประเทศ และรับอิทธิพลต่างชาติผ่านละคร

กว่าหลายทศวรรษที่ผ่านมา ละครโทรทัศน์ไทยนั้นเป็นสื่อบันเทิงอันทรงอิทธิพลที่สุดในสังคมไทยมายาวนานหลายปี คนไทยเติบโตมากับละครโทรทัศน์ซึ่งแทรกซึมเข้าไปในสายเลือดและจิตวิญญาณ เห็นได้จากข่าวบันเทิง วงสนทนาในสังคมไทย จะหนีไม่พ้นประเด็นกระแสละครและข่าวของศิลปินดาราไทย ที่มักจะเป็นหัวข้อหลักที่มีการพูดคุยสม่ำเสมอ รวมถึงการรับอิทธิพลจากละครมาเป็นแนวคิดในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น แฟชั่นการแต่งกาย การเลือกซื้อสินค้า คำพูดหรือวลีจากละคร เป็นต้น ละครไทยมีชื่อในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและการท่องเที่ยวไทย สร้างความนิยมทั้งในประเทศไทยและดังไปไกลในหลายประเทศ เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และจีนแสดงให้เห็นถึงพลังของละครไทยในฐานะ Soft Power ส่งออกสื่อบันเทิง ต่อยอดให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศไทย สินค้าไทยอย่าง อาหาร ขนม เสื้อผ้า ของใช้ รวมถึงภาคบริการ ขายดีมากจากการที่แฟนคลับนิยมเที่ยวตามรอยละครไทย แต่ในอีกมุมหนึ่งละครไทยมักจะถูกแฟนคลับวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่ามีการนำเสนอเนื้อหาสื่อถึงความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ เพศ และวาจา โดยเกิดจากปมขัดแย้งเรื่องความรักมากที่สุด ซึ่งส่งผลให้ละครไทยมีภาพลักษณ์ติดลบในสายตาสังคมไทย คนไทยดูละครไทยน้อยลง….อย่างไร?…ในประเทศไทย การประเมินจำนวนคนที่รับชมละครโทรทัศน์สำรวจโดยบริษัทวิจัยการตลาด The Nielsen Company (Thailand) หรือนีลเส็น โดยนำตัวเลขมาใช้อ้างอิงสำหรับการลงโฆษณาของสปอนเซอร์  ในปัจจุบันนีลเส็นมีการวัดเรตติ้งละครผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลไทยและต่างประเทศพบว่าตัวเลขการรับชมคอนเทนต์ผ่านระบบสตรีมมิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เรตติ้งละครผ่านโทรทัศน์ไทยกลับน้อยลง นีลเส็นเปิดเผยข้อมูลเดือนตุลาคม 2566 ระบุว่า เรตติ้งจากการดูรายการผ่านโทรทัศน์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ…

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมบิมสเทคครั้งที่ 6 วันที่ 3-4 เมษายน 2568

การประชุมบิมสเทค (BIMSTEC) หรือ “ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ” (The Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2540 โดยมีไทยเป็นผู้ริเริ่ม ร่วมกับประเทศสมาชิก ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา โดยเป็นกรอบที่เชื่อมเอเชียใต้เข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการในภูมิภาคอ่าวเบงกอล และเน้นการเชื่อมโยงในหลายมิติ อาทิ การค้า การลงทุน ความมั่นคง การเกษตร ความเชื่อมโยง และความยั่งยืน ในการประชุมบิมสเทคครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทางนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เตรียมความพร้อมในการให้การต้อนรับผู้นำและผู้แทนสมาชิกจาก 6 ประเทศได้แก่ 1.ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ 2.ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน 3.นายนเรนทร…

หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง

ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว สิ่งที่ตามมาคือ ความกังวลว่าที่พักอาศัยหรือสถานที่ทำงาน สถานประกอบการของตนเองมีความปลอดภัยแค่ไหน  ในเบื้องต้นเราควรตรวจสอบอะไรบ้าง กรณีโครงสร้างของบ้านพักอาศัย หรืออาคารที่ทำการ ที่ปรากฏรอยร้าว ต้องสังเกตอย่างไร? รอยร้าวประเภทไหนปลอดภัย และประเภทไหนที่อันตราย  สรุปสิ่งที่ควรดำเนินการเพื่อประเมินความปลอดภัยอาคารสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย สถานที่ทำการ สถานประกอบการ ฯลฯ ที่เราต้องอยู่อาศัย หรือใช้ในชีวิตประจำวัน ควรดำเนินการดังนี้ ตรวจสอบความเที่ยงตรง (แนวดิ่ง –แนวฉาก) ของอาคาร โดยตรวจสอบว่า อาคารอยู่ในสภาพแนวดิ่ง แนวฉากปกติ ตามแบบแปลนอาคารหรือไม่ ตรวจสอบรอยร้าวที่ปรากฏ ทั้งส่วนที่เป็นโครงสร้าง และในส่วนที่เป็นการตกแต่ง อาคารโครงสร้างไม้ : เป็นโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา เมื่อเกิดแผ่นดินไหวจะส่งผลกระทบต่ออาคารประเภทนี้น้อยกว่าประเภทอื่น ๆ ความเสียหายของชิ้นส่วนโครงสร้างไม้ส่วนมากจะเกิดขึ้นเฉพาะจุดต่อ (connection) แต่มักจะไม่ปรากฏความเสียหายที่ตัวชิ้นส่วนโครงสร้าง อาคารโครงสร้างอิฐก่อ : การพังททลายของอาคารโครงสร้างอิฐก่อส่วนใหญ่จะเป็นผลเนื่องมาจาก    การเอนออกจากระนาบ (out- of-plane) ของผนังก่ออิฐ ความเสียหายที่ต้องให้ความสนใจ คือ ผนังเกิดการแตกร้าวในแนวทแยง (diagonal cracks) ซึ่งมักมีสาเหตุจากโครงสร้างรับแรงไม่สมดุลหรือฐานรากเคลื่อนตัว       การระบุระดับความเสียหายของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก       ระดับที่…

นักท่องเที่ยวอินเดียจะมาไทยมากขึ้นในปี 2568 : ตั้งเป้าหมาย 2.3 ล้านคน

ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยเมื่อปี 2567 ที่ติดอันดับสูงสุด 3 อันดับแรก คือ จีน มาเลเซีย และอินเดีย  ทำไมถึงนักท่องเที่ยวชาวอินเดียถึงชอบมาไทย และจะเป็นไปได้ไหมว่าจำนวนชาวอินเดียจะเดินทางมาเที่ยวไทยถึง 2.3 ล้านคนในปี 2568  ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยตั้งเป้าหมายไว้ หลังจากเมื่อปี 2567 นักท่องเที่ยวอินเดียทำสถิติท่องเที่ยวไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จำนวน 2.1 ล้านคน และมีค่าเฉลี่ยต่อหัว 34,920 บาท/คน/เที่ยว ทำไมไทยเราถึงต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวอินเดียอย่างมากในปี 2568 อาจจะตอบได้ว่าไทยมองเห็นเทรนด์ที่ชาวอินเดียชอบเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศมากขึ้นด้วย โดยรายงาน Economic Impact 2024 ของ World Travel & Tourism Council ระบุว่าปี 2567 นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย จะใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่อยู่ในอันดับที่ 12 ของโลก ขณะเดียวกันไทยก็ให้ความสำคัญกับปี 2568 ว่า “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” “ปีทองแห่งการท่องเที่ยว”ปรับรูปแบบเมืองรองการท่องเที่ยวเป็น…

ตอลิบันกับสิทธิสตรี : ความท้าทายทางการเมืองและสังคมในอัฟกานิสถาน

  นับตั้งแต่กลุ่มตอลิบันกลับมาปกครองอัฟกานิสถานเมื่อสิงหาคม 2564 สิทธิสตรีและเด็กหญิงในประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทั้งที่รัฐบาลตอลิบันให้คำมั่นว่าจะเคารพสิทธิสตรีภายใต้กรอบของกฎหมายชะรีอะฮ์ แต่ในทางปฏิบัติ กลับต้องถูกจำกัดสิทธิอย่างรุนแรง ตั้งแต่ห้ามเด็กหญิงเข้าเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษา และห้ามผู้หญิงเข้ารับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย จนถึงจำกัดสิทธิในการทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอนาคตของผู้หญิงและเด็กหญิงในอัฟกานิสถาน !!!!!! รัฐบาลตอลิบันใช้การตีความตามหลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด โดยจำกัดสิทธิของผู้หญิงในหลายด้าน องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ระบุว่า จนถึงปัจจุบัน ข้อจำกัดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเด็กหญิงอัฟกันประมาณ 1.5 ล้านคน ทำให้อัฟกานิสถานกลายเป็นประเทศเดียวในโลก ที่จำกัดสิทธิการศึกษาแก่เด็กหญิง หากคำสั่งห้ามดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปี 2573 จะมีเด็กหญิงที่ได้รับผลกระทบมากกว่า 4 ล้านคน รัฐบาลตอลิบันยังห้ามผู้หญิงทำอะไรอีก ….. ห้ามเดินทางไปต่างประเทศ หากไม่มีญาติผู้ชายติดตาม  ผู้หญิงต้องแต่งกายมิดชิดอย่างเข้มงวด โดยต้องสวมเสื้อคลุมเต็มตัว (Abaya) เมื่อออกนอกบ้าน การจำกัดสิทธิยังขยายไปถึงการทำงาน โดยห้ามทำงานในหลายภาคส่วน เช่น องค์กรระหว่างประเทศและสหประชาชาติ รวมถึงการสั่งปิดร้านทำผมและสถานบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง ขณะเดียวกัน ก็ห้ามทำกิจกรรมในที่สาธารณะ เช่น การเล่นกีฬา การใช้สวนสาธารณะ และการปรากฏตัวในสื่อ (ยกเว้นนักข่าว) ตลอดจนห้ามอ่านอัลกุรอานในที่สาธารณะ การบังคับใช้กฎหมายชะรีอะฮ์ยังนำไปสู่การลงโทษที่รุนแรง เช่น…

อาเซียนผู้สูงวัย 60+ ปี อยู่อย่างมีศักยภาพ : ช่วยกันได้

สิ่งที่สะดุดใจให้มาคิดเรื่องนี้ก็คือ ทำไมคนรอบตัวเราถึงมีอายุเกิน 60 ปี หรือ 60+ ปี เยอะจัง และก็กำลังจะมีเพิ่มขึ้นอีกอย่างรวดเร็วใน 2-3 ปี รวมทั้งบางคนคิดว่าตนเอง อายุ 60+ ปี ทำอะไรไม่ได้แล้ว ??? อยู่บ้านเฉย ๆ ไปวัน ๆ ดีกว่า …ส่วนอีกฝ่ายก็จะมีพูดว่าหยุดทำได้แล้ว ปล่อยให้เด็กรุ่นใหม่ทำไป พวกเราตามเทรนด์ไม่ทันแล้ว !!!!!  คำพูดนี้เรามักได้ยินบ่อย ๆ จากคนทั้งอายุ 60+ ปี  และคนที่อยู่รอบข้าง น้อยมากที่จะได้ยินว่าใช้ประโยชน์คนอายุ 60+ ปี ให้เต็มที่ แต่อาเซียนหรือประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศได้ยิน และกำลังให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมาก และจริงจัง ทำไมพวกเรา หรืออาเซียนต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้ …..ก็เพราะคนอายุ 60+ ปี จะเพิ่มจำนวนเร็วมาก  ตัวเลขขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) เมื่อปลายกุมภาพันธ์ 2568 ประเมินว่า อีก…

การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกในปี 2568 ไปในทิศทางใด

ทำไมเราต้องรู้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกในปี 2568 ไปในทิศทางใด เติบโตมากน้อยเพียงใด ก็เพราะว่า ไทยเราเป็นประเทศที่อยู่ในประชาคมโลกที่ต้องมีการพึ่งพาทางเศรษฐกิจซึ่งกันและกัน หากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกสดใส ประเทศที่เป็นคู่ค้ากับเราขยายตัวดีก็จะมีแรงซึมซับสินค้าของไทยที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ หรือชาวต่างชาติมีเงินจับจ่ายใช้สอยเข่าไปลงทุน หรือท่องเที่ยวในไทย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) หรือ IMF ซึ่งเป็นหน่วยงานระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงได้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจโลกว่าในปี 2568 จะเติบโตร้อยละ 3.3 และในปี 2569 เท่ากัน ตัวเลขอาจไม่ดีนัก หากเมื่อเทียบกับห้วงปี 2543-2562 ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 3.7 แต่ปี 2568 เงินเฟ้อจะลดลง และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 ของโลก มีแนวโน้มจะขยายตัวมากขึ้น หากดูตัวเลขประมาณการณ์ของไตรมาส 1/2567 IMF ประเมินนโยบายที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะสั้นก็ยังเป็นนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเปลี่ยนไปอย่างมากจากรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อน รวมทั้งความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจในประเทศกลุ่มยูโรโซน ขณะที่จีนก็จะขยายตัวต่ำกว่าร้อยละ 5 โดยประมาณการณ์ไว้ร้อยละ 4.6 ซึ่งความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีนจะส่งผลให้ประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เป็นคู่ค้าด้วยการพึ่งพาส่งออกไปจีน ได้รับผลกระทบในการผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต ในมุมมองของการค้าโลก IMF ประเมินการเติบโตของมูลค่าการค้าโลกปี 2568 ลดลงเล็กเล็กน้อย…

ความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน

ความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานเป็นหนึ่งในข้อพิพาทระหว่างประเทศที่ยาวนานและซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นับตั้งแต่ทั้งสองประเทศได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรในปี พ.ศ. 2490 ความตึงเครียดระหว่างสองชาติเหล่านี้ นำไปสู่สงครามและการปะทะกันหลายครั้ง เฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของแคว้นแคชเมียร์ โดยแคว้นแคชเมียร์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอนุทวีปอินเดีย เป็นพื้นที่ที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เพราะตั้งอยู่ระหว่างอินเดีย ปากีสถาน และจีน พื้นที่นี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสินธุซึ่งหล่อเลี้ยงประชากรในอินเดียและปากีสถาน อีกทั้งยังเป็นเส้นทางการค้าสำคัญและมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ซึ่งเป็นดินแดนที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ ความขัดแย้งนี้ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียใต้และสร้างความวิตกกังวลต่อประชาคมโลก เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ สาเหตุหลักของความขัดแย้งนี้สามารถย้อนกลับไปถึงการแบ่งแยกอินเดียและปากีสถานในปี พ.ศ. 2490 ความรุนแรงระหว่างชาวฮินดูกับชาวมุสลิมช่วงแบ่งแยกอินเดีย-ปากีสถานในปี พ.ศ. 2490 เกิดจากอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ  (1) การแย่งชิงอำนาจปกครอง เนื่องจากบางรัฐผู้นำนับถือต่างศาสนากับประชากรส่วนใหญ่ (2) การแย่งชิงพื้นที่ ซึ่งประชากรกว่า 10-15 ล้านคน ต้องอพยพ ทำให้เกิดการโจมตีขบวนผู้ลี้ภัย และ (3) การตัดสินใจของมหาราชาแคชเมียร์ที่เลือกเข้าร่วมอินเดีย ทำให้ปากีสถานไม่พอใจและเกิดสงคราม เพราะปากีสถานมองว่าแคชเมียร์มีความสำคัญอย่างมาก เพราะมีแม่น้ำสำคัญและอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ ผลที่ตามมาคือ การเสียชีวิตนับล้านคน ความขัดแย้งยืดเยื้อมาจนปัจจุบัน ความตึงเครียดดังกล่าวยังคงอยู่ต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของแคว้นแคชเมียร์ที่ทั้งสองประเทศต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนนี้ การแบ่งแยกดินแดนดังกล่าวนำไปสู่สงครามระหว่างอินเดียและปากีสถานถึงสามครั้งในปี พ.ศ. 2490 พ.ศ. 2508…