ทบ.อินเดีย และไทย ขยายความร่วมมือด้านการทหาร

กระทรวงกลาโหมอินเดีย แถลงเมื่อ 2 ก.ค.67 ว่า กองทัพบกอินเดีย และไทย ร่วมการฝึกผสมทางทหารรหัส MAITREE ครั้งที่ 13 ที่ค่ายวชิรปราการ จ.ตาก ระหว่าง 1 – 15 ก.ค.67 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการทหารระหว่างอินเดียกับไทย และขยายขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมต่อต้านการก่อการร้ายและผู้ก่อความไม่สงบทั้งในพื้นที่เขตป่าและเขตเมือง โดยมุ่งเน้นการเสริมสมรรถนะทางกาย กระบวนการวางแผน และการฝึกยุทธวิธี อาทิ การจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการร่วม การจัดตั้งศูนย์ข่าวกรองและการเฝ้าระวัง การใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ การกำหนดจุดลงจอดอากาศยานที่ปลอดภัย การฝึกปฏิบัติการปิดล้อมและค้นหา และการรื้อถอนโครงสร้างที่ผิดกฎหมาย โดยการฝึกครั้งนี้มีกำลังพล 76 นาย จากกองพันลูกเสือดินแดนสหภาพลาดักห์ (LADAKH SCOUTS) และกำลังพลจากหน่วยที่เกี่ยวข้องของอินเดีย ร่วมกับกำลังพล 76 นาย จากกรมทหารราบที่ 14 ของไทย ทั้งนี้ การฝึกผสมทางทหารรหัส MAITREE จัดขึ้นครั้งล่าสุดที่เมือง Umroi รัฐเมฆาลัย เมื่อ ก.ย.62

โฆษกรัฐบาลรัสเซียปฏิเสธให้ความเห็นต่อแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนของทรัมป์

สำนักข่าว TASS รายงานเมื่อ 2 ก.ค.67 ว่า นายดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียปฏิเสธให้ความเห็นต่อแนวทางของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่แสดงวิสัยทัศน์รอบแรกเมื่อ 27 มิ.ย.67 โดยจะแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนโดยเร็วหากได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งนายเปสคอฟระบุนายทรัมป์ กล่าวถึงประเด็นนี้หลายครั้ง ส่วนนายแอนเดร เคลิน เอกอัครราชทูตรัสเซีย/ลอนดอน ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าว Sky News ของอังกฤษ เมื่อ 3 ก.ค.67 ว่า เป้าหมายของทรัมป์เกิดขึ้นได้ยาก แม้จะได้รับเลือก เนื่องจากจะต้องใช้ความพยายามมากและมีเงื่อนไขหลายประการที่ต้องพิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง พร้อมย้ำว่าร่างข้อตกลงสันติภาพที่จัดการเจรจาขึ้นที่กรุงอิสตันบูล ตุรกี เมื่อปี 2565 อยู่ในความสนใจมากที่สุด และรัสเซียจะยังคงปฏิบัติการทางทหารเชิงรุกต่อไป

ขบวนการลักลอบค้าน้ำมันตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซียเปลี่ยนรูปแบบการขนย้าย

สำนักข่าว New Straits Times รายงานอ้างแหล่งข่าว เมื่อ 3 ก.ค.67 ว่า ขบวนการลักลอบค้าน้ำมันที่รัฐอุดหนุนราคาตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยเฉพาะด้านรัฐกลันตัน-จ.นราธิวาส ปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการขนย้ายเพื่อหลบหลีกการจับกุมของเจ้าหน้าที่ จากเดิมที่ใช้กองทัพมดตระเวนเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในเครือข่าย ระยะ 25 กิโลเมตร จากแนวชายแดน เปลี่ยนเป็นการเติมน้ำมันยังสถานีบริการฯ ที่อยู่ไกลออกไปและมีผู้ใช้บริการไม่หนาแน่น เพื่อให้เติมน้ำมันได้ในปริมาณมาก ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่มาเลเซียเริ่มใช้มาตรการลดการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล เมื่อ 10 มิ.ย.67 และเพิ่มความเข้มงวดการควบคุมชายแดน ส่งผลให้อัตราการบริโภคน้ำมันดีเซลทั่วประเทศลดลงร้อยละ 30-40

กลุ่มฮิซบุลลอฮ์จะยุติการโจมตีอิสราเอลหากมีการหยุดยิงอย่างถาวรในฉนวนกาซา

Sheikh Naim Qassem รองหัวหน้ากลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ระบุเมื่อ 2 ก.ค.67 ว่า การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอย่างถาวรในฉนวนกาซา เป็นแนวทางเดียวที่จะช่วยยุติความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์กับอิสราเอลได้ และยืนยันว่ากลุ่มฮิซบุลลอฮ์ปฏิบัติการโจมตีอิสราเอล ตั้งแต่ 8 ต.ค.66 เพื่อสนับสนุนกลุ่มฮะมาสในฐานะกลุ่มแนวร่วมพันธมิตรเท่านั้น หากมีการยุติสงครามในฉนวนกาซา กลุ่มก็จะยุติการโจมตีอิสราเอลเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันพัฒนาการความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์จะไม่มีความชัดเจน หากอิสราเอลทำแค่ลดระดับความเข้มข้นของปฏิบัติการทางทหาร โดยปราศจากข้อตกลงหยุดยิงและการถอนกำลังทหารอิสราเอลออกจากฉนวนกาซาโดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ นาย Qassem ระบุว่า อิสราเอลมีทางเลือกในการตัดสินใจทำสงครามกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ทั้งสงครามเต็มรูปแบบ สงครามจำกัด และสงครามบางส่วน แต่อิสราเอลต้องยอมรับให้ได้ว่า การตอบโต้ของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์จะดำเนินไปอย่างไม่มีขอบเขตและกฎเกณฑ์ในการสู้รบ รวมถึงอิสราเอลจะไม่สามารถกำหนดผู้เข้าร่วมสงครามได้

อินเดียนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียเพิ่มขึ้น เมื่อ มิ.ย.67

สำนักข่าว The Hindu Business Line รายงานเมื่อ 2 ก.ค.67 อ้างข้อมูลจากบริษัท Vortexa ผู้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านพลังงาน ว่า อินเดียนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียเพิ่มขึ้น 1.97 ล้านบาร์เรลต่อวันใน มิ.ย.67 สูงที่สุดในรอบ 1 ปี ตั้งแต่ ก.ค.66 โดยคิดสัดส่วนเปรียบเทียบรายเดือน (MoM) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 และสัดส่วนเปรียบเทียบรายปี (YoY) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ขณะที่ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิรักและซาอุดีอาระเบียลดลง (อินเดียนำเข้าน้ำมันดิบมากเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ) เมื่อเปรียบเทียบทั้ง MoM และ YoY ส่วนปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 331,000 บาร์เรลต่อวัน ใน มิ.ย.67 จาก พ.ค.67 ที่ 224,000 บาร์เรลต่อวัน และ เม.ย.67 ที่ 112,000 บาร์เรลต่อวัน

หน่วยยามฝั่งจีนบุกยึดเรือประมงไต้หวันบริเวณน่านน้ำใกล้ชายฝั่งจีน

สำนักข่าว Focus Taiwan รายงานเมื่อ 3 ก.ค.67 ว่า เรือของหน่วยยามฝั่งจีน (China Coast Guard-CCG) 3 ลำ เข้าสกัดและบุกยึดเรือไต้หวันที่ทำประมงอยู่นอกน่านน้ำควบคุม ห่างจากเกาะจินเหมิน 17.5 ไมล์ทะเล ในห้วงที่จีนประกาศห้ามทำประมง พร้อมกับห้ามฝ่ายไต้หวันเข้าแทรกแซง หลังจากสำนักงานป้องกันชายฝั่งไต้หวัน (Coast Guard Administration-CGA) ส่งเรือ 3 ลำ เข้าช่วยเหลือและเตือนให้ CCG ปล่อยเรือประมงไต้หวัน อย่างไรก็ตาม CGA ต้องยุติภารกิจให้ความช่วยเหลือเพื่อเลี่ยงการทำให้ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น ส่วนเรือประมงไต้หวันถูก CCG นำกลับไปยังท่าเรือจีน ทั้งนี้ CGA ระบุว่า จะติดต่อกับคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน (Mainland Affairs Council-MAC) กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนโดยเร็วที่สุด ขณะที่สำนักงานกิจการไต้หวันของจีน (Taiwan Affairs Office-TAO) ยังไม่แสดงความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว  

ธนาคารกลางอินเดียขยายความร่วมมือระบบการชำระเงินออนไลน์กับสมาชิกอาเซียน

เว็บไซต์ ETGovernment รายงานเมื่อ 2 ก.ค.67 ว่า ธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India-RBI) ประกาศลงนามเข้าร่วมโครงการ Nexus (Project Nexus) เมื่อ 30 มิ.ย.67 ภายใต้การริเริ่มของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (Bank of International Settlement-BIS) โดยความตกลงดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือระหว่าง RBI กับธนาคารกลางของสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ โดยมีอินโดนีเซียเป็นผู้สังเกตการณ์พิเศษ อินเดียมุ่งเป้าที่จะนำระบบการชำระเงินออนไลน์ (Unified Payments Interface-UPI) ของอินเดีย เชื่อมต่อการใช้งานกับระบบการชำระเงินที่รวดเร็ว (Fast Payment Systems-FPS) ข้ามพรมแดนของสมาชิกอาเซียนทั้ง 4 ประเทศ ซึ่งถือเป็นประเทศต้นแบบของโครงการนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในปี 2569 และวางเป้าหมายที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ทั้งในและนอกอาเซียนต่อไป ทั้งนี้ โครงการ Nexus…

จีนจะขยายความร่วมมือเขตการค้าเสรีกับสวิสเซอร์แลนด์

สำนักข่าว Xinhua รายงานเมื่อ 2 ก.ค.67 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีน เมื่อ 1 ก.ค.67 เกี่ยวกับผลการหารือระหว่างนายหวัง เหวินเทา รัฐมนตรีพาณิชย์จีน และนาย Guy Parmelin รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การศึกษา และการวิจัยของสวิสเซอร์แลนด์ ว่า ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (Memorandum of understanding-MoU) และตกลงที่จะหารือเพื่อขยายความร่วมมือเขตการค้าเสรีจีน-สวิสเซอร์แลนด์ (FTA) อย่างเป็นทางการโดยเร็ว ทั้งนี้ จีนแสดงเจตจำนงที่จะเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเรียกร้องให้สวิสเซอร์แลนด์ให้ความสำคัญกับหลักการค้าเสรี คัดค้านการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ การกีดกันทางการค้า ระบบมหาอำนาจเดี่ยว รวมถึงรักษาบรรยากาศความยุติธรรมและเปิดกว้างต่อผู้ประกอบการจากจีน ขณะที่สวิสเซอร์แลนด์ตอบรับการเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน โดยเฉพาะด้านกฎระเบียบ และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เท่าเทียมและยุติธรรม เมื่อปี 2566 จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 จากเอเชียของสวิสเซอร์แลนด์ ส่วนสวิสเซอร์แลนด์เป็นคู่ค้าอันดับ 6 ของจีนในยุโรป มูลค่าการค้าประมาณ 59,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจีนส่งออก 5,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 53,760 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จีนขยายความร่วมมือด้านการเกษตรกับกลุ่มประเทศอเมริกาใต้และแคริบเบียน

สำนักข่าว Xinhua รายงานเมื่อ 2 ก.ค.67 ว่า นาย Han Jun รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีน เป็นประธานเปิดการประชุมความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างจีนกับประเทศในอเมริกาใต้และแคริบเบียน (China and the Community of Latin American and Caribbean States-CELAC) ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 3 ที่เมืองเหวยฟาง มณฑลชานตง ทางตะวันออกของจีน เน้นความร่วมมือและการพัฒนาด้านการเกษตร พร้อมทั้งเสนอแนวทางการพัฒนาร่วมกัน 4 ข้อ ได้แก่ 1) ขยายความร่วมมือด้านการเกษตรในเรื่องที่ห่วงกังวลร่วมกัน อาทิ ความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2) กำหนดแนวทางเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันเป็น 2 เท่า ภายใน 10 ปี 3) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการเกษตร และ 4) เพิ่มความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน

การประชุม SCO Plus มีกำหนดจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในห้วงการประชุมสุดยอด SCO ที่คาซัคสถาน

ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงเมื่อ 3 ก.ค.67 ว่า การประชุม SCO Plus มีกำหนดจัดขึ้นเป็นครั้งแรกคู่ขนานกับการประชุมสุดยอด Shanghai Cooperation Organisation (SCO) ใน 4 ก.ค.67 ที่คาซัคสถานเป็นเจ้าภาพ โดยมีหัวข้อหารือเรื่องการเสริมสร้างการเจรจาพหุภาคี: การแสวงหาสันติภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วยผู้นำประเทศสมาชิก ประเทศผู้สังเกตการณ์ และประเทศคู่เจรจาของ SCO อาทิ อาเซอร์ไบจาน กาตาร์ มองโกเลีย ตุรกี เจ้าผู้ครองรัฐรอสอัลคอยมะฮ์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประธานสภาประชาชนเติร์กเมนิสถาน รวมทั้งยังเชิญผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญได้แก่ เลขาธิการองค์กรสหประชาชาติ (United Nations-UN) เลขาธิการสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (Collective Security Treaty Organisation-CSTO) เลขาธิการการประชุมว่าด้วยการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย (Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia-CICA) และองค์กรอิสลามเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร