ยูเครนขอการสนับสนุนขีปนาวุธจากสหรัฐฯ อย่างเร่งด่วน

สนข.Kyiv Independent รายงานเมื่อ 27 พ.ค.69 ว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานรัฐสภาสหรัฐฯ  เรียกร้องการสนับสนุนขีปนาวุธจากสหรัฐฯ อย่างเร่งด่วน ภายหลังรัสเซียใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีกรุงเคียฟ เมื่อ 24 พ.ค.69 และประกาศเตรียมโจมตีกรุงเคียฟเพิ่มเติมในเวลาอันใกล้  โดยเน้นย้ำว่ายูเครนต้องพึ่งพาสหรัฐฯ และชาติตะวันตกอย่างยิ่ง เพื่อต่อต้านการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย และต้องการขีปนาวุธต่อต้านภัยทางอากาศ Patriot ของสหรัฐฯ จำนวนมาก อีกทั้งโครงการ Prioritized Ukraine Requirements List (PURL) ของสหรัฐฯ ในฐานะผู้จัดหาอาวุธและได้รับงบประมาณการจัดซื้อจากประเทศสมาชิกเนโตเพื่อมอบแก่ยูเครน ไม่เพียงพอต่อความต้องการของยูเครน

ไทยมีแผนระดมทุนเพื่อใช้บรรเทาค่าครองชีพให้ประชาชน

Bloomberg ของสหัฐฯ รายงานกรณีรัฐบาลมีแผนระดมทุน 175,000 ล้านบาท ผ่านการออกตั๋วสัญญาใช้เงินและการกู้เงินระยะยาวแทนการออกพันธบัตรรัฐบาล เพื่อใช้ดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพ รวมถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่มีประชาชนกว่า 24 ล้านคนลงทะเบียนเข้าร่วม สะท้อนความต้องการความช่วยเหลือทางการเงินท่ามกลางราคาพลังงานและค่าครองชีพอยู่ในระดับสูง ขณะที่การหลีกเลี่ยงการออกพันธบัตรรัฐบาลน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงขึ้น

ลาว-กัมพูชาร่วมมือศึกษาการเชื่อมต่อไฟฟ้าข้ามพรมแดน

เมื่อ 25 พ.ค.69 มีการลงนามความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้เพื่อเชื่อมต่อไฟฟ้าข้ามพรมแดน (Power Grid) ระหว่างวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) กับวิสาหกิจไฟฟ้ากัมพูชา (EDC) ร่วมกับ ผอ.ศูนย์พลังงานอาเซียน ที่ราชธานีพนมเปญ กัมพูชา  โดยความร่วมมือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อริเริ่ม ASEAN Power Grid ตามแผนปฏิบัติการความร่วมมือด้านพลังงานอาเซียน ปี 2569-2573 และได้รับทุนสนับสนุนจากธนาคารโลก การศึกษาความเป็นไปได้ครั้งนี้คาดจะสนับสนุนการบูรณาการไฟฟ้าในระดับภูมิภาค เสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างลาวกับกัมพูชาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กัมพูชาพึ่งพาการนำเข้าไฟฟ้าในระดับสูง  โดยนำเข้าจากลาว ตามด้วยเวียดนาม และไทย   ขณะที่ไฟฟ้าเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของลาว เมื่อปี 2567  โดยส่งออกมาไทยมากที่สุด รองลงมา คือ กัมพูชา และจีน

นรม.กัมพูชาเชื่อมั่นว่าโครงการคลองฟูนัน-เตโชจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

ถ้อยแถลงของสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา ในพิธีเปิดโรงงานแปรรูปยางพารา จ.ทบงคมุม เมื่อ 27 พ.ค.69 ว่า โครงการก่อสร้างคลองฟูนัน-เตโช ซึ่งเชื่อมต่อแม่น้ำบาสัก (แม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง) กับอ่าวไทย จะสนับสนุนการสัญจรทางน้ำภายในกัมพูชาให้แข็งแร่ง มีประสิทธิภาพ ลดปัญหาการจราจรติดขัด ทั้งยังปลอดภัยและประหยัด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับคลองฟูนัน-เตโช เริ่มดำเนินโครงการเมื่อ 5 ส.ค.67 และเมื่อ เม.ย.69 ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างคลองระยะที่ 2 ซึ่งมีความยาว 151,6 กม. ครอบคลุมพื้นที่ จ.แกบ กันดาล ตาแก้ว และกัมปอต คาดจะใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี งบประมาณลงทุน 1,170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จีน–UN หารือเสริมสร้างบทบาทของ UN และแนวคิดพหุภาคีในระเบียบโลก

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน พบหารือกับนายอันโตนิโอ กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) นอกรอบการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อ 26 พ.ค.69 ที่นครนิวยอร์ก ซึ่งนายหวังอี้ย้ำจุดยืนของจีนในฐานะประธานการประชุม UNSC ประจำ พ.ค.69 ที่ยึดมั่นในแนวคิดพหุภาคี และระบบระหว่างประเทศที่มี UN เป็นแกนกลาง โดยจีนพร้อมที่จะส่งเสริมบทบาทของ UN ในระเบียบโลก เสริมสร้างธรรมาภิบาลโลก และกระชับความร่วมมือกับ UN ในด้านต่าง ๆ อาทิ การขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือใต้-ใต้ (South-South cooperation) การปฏิรูประบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ตลอดจนการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และประเด็นอื่น ๆ ในระดับภูมิภาค

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ย้ำความสำคัญของเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน

นายโมเตกิ โทชิมิตสึ รมว.กต.ญี่ปุ่น พบหารือกับนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ เมื่อ 26 พ.ค.69 ที่กรุงนิวเดลี ของอินเดีย  ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจีน ภายหลังการเยือนจีนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมยืนยันว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะคงการประสานงานอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งสองฝ่ายยังย้ำความสำคัญของสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

รมว.กต.สิงคโปร์เตรียมเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกนับจากปี 2561

นายวิเวียน บาลากริชนัน รมว.กต.สิงคโปร์ เยือนเกาหลีเหนือระหว่างการเยือนเอเชีย ตอ.น.3 ประเทศ (จีน เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้) ระหว่าง 24-28 พ.ค.69  โดยระบุว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากและเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกตั้งแต่ปี 2561 แม้มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศจะถูกระงับไปเกือบทั้งหมดจากการคว่ำบาตรของนานาชาติกรณีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่สิงคโปร์ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีมาโดยตลอด ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าการเดินทางครั้งนี้อาจเป็นการเปิดช่องทางการสื่อสารทางอ้อมระหว่างคู่ขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลี แม้ว่าสิงคโปร์จะไม่ได้ประกาศตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยอย่างเป็นทางการ

ธุรกิจส่งอาหารในไทยกำลังเติบโตแต่ยังมีความท้าทาย

Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณี บริษัท LINE MAN  และ Wongnai สตาร์ทอัพของไทยกำลังขยายธุรกิจ เพิ่มจากบริการส่งอาหาร และเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2570 แต่ยังมีความท้าทาย เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยค่อนข้างอ่อนแอ โดยได้รับผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนสูง และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ซึ่งธุรกิจส่งอาหารในไทยมีการแข่งขันด้านราคาอย่างเข้มข้น ขณะที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัท และสร้างความกังวลให้นักลงทุน

สังคมไทยตื่นตัวเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ

AFP ของฝรั่งเศส รายงานว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศภายในครอบครัวผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของไทย กระตุ้นให้ผู้เคยถูกล่วงละเมิดหลายคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันออกมาเปิดเผยเรื่องราวของตนเอง ซึ่งเป็นหัวข้อที่ถูกมองเป็นเรื่องต้องห้ามในสังคมไทยที่มีแนวคิดอนุรักษนิยม ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กระแสการออกมาเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องไม่ปกติในไทย ซึ่งเหยื่อจำนวนมากเลือกที่จะเงียบ เพราะสังคมไทยมีวัฒนธรรมโทษเหยื่อ แต่ทัศนคติในสังคมกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน และสิทธิในร่างกายตนเอง ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์สร้างพื้นที่ให้ผู้เคยถูกล่วงละเมิดรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง

กัมพูชาประกาศบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่

สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา รักษาการประมุขรัฐและผู้แทนพระองค์กษัตริย์กัมพูชา ลงนามพระราชกฤษฎีกาบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหาร ฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ เมื่อ 23 พ.ค.69  กำหนดให้ชายกัมพูชาทุกคนที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปี ต้องเข้ารับราชการทหาร 24 เดือน ส่วนหญิงกัมพูชาสามารถรับราชการทหารแบบสมัครใจ  เป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ระเบียบวินัย ความรักชาติ และการพัฒนาเยาวชน พร้อมทั้งสร้างกองกำลังสำรองที่มีศักยภาพเพื่อกองทัพกัมพูชา  สำหรับผู้ที่หลบเลี่ยง มีโทษปรับ และจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน- 2 ปี ในห้วงเวลาปกติสุข และจำคุกเพิ่มเป็น 2-5 ปี ในห้วงสงคราม หรือมีการรุกรานจากต่างชาติ อย่างไรก็ดี ยกเว้นการเกณฑ์ทหารให้แก่ พระภิกษุสงฆ์ นักบวช พลเมืองที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ อดีตบุคลากรทางทหาร และผู้พิการ