UNGA หารือกรณีจีนและรัสเซียใช้สิทธิยับยั้งร่างข้อมติ UNSC คุ้มครองการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

สมัชชาแห่งสหประชาชาติ (UNGA) จัดประชุมเมื่อ 16 เม.ย.69 เพื่อพิจารณากรณีที่จีนและรัสเซียใช้สิทธิยับยั้ง เมื่อ 7 เม.ย.69 ต่อร่างข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งมีเป้าหมายคุ้มครองเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยทั้งสองประเทศยืนยันว่าร่างข้อมติดังกล่าวไม่เป็นกลาง และไม่คำนึงถึงบริบทความขัดแย้งโดยรวม และอาจถูกนำไปใช้เป็นข้ออ้างในการใช้กำลังทางทหาร ด้านอิหร่านสนับสนุนการยับยั้งว่าเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม ขณะที่กลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย นำโดยคูเวต ระบุว่าจะเสนอร่างข้อมติฉบับใหม่เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการเดินเรือ ส่วนฟิลิปปินส์แถลงในนามอาเซียน เรียกร้องให้ฟื้นฟูการสัญจรทางเรือและอากาศที่ปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ

ปานามาปฏิเสธเรียกเก็บเงินเรือบรรทุกสินค้าเพื่อแซงคิวผ่านคลองปานามา

องค์การบริหารคลองปานามา (Panama Canal Authority-PCA) ชี้แจงเมื่อ 16 เม.ย.69 กรณีปรากฏรายงานว่า เรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลวลำหนึ่ง ต้องจ่ายเงิน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแซงคิวผ่านคลองปานามา ว่า กรณีดังกล่าวมิใช่อัตราค่าธรรมเนียมที่ PCA กำหนด แต่เป็นภาวะตลาดชั่วคราว ที่เกิดจากระบบประมูลสิทธิผ่านก่อน  ของคลองปานามา โดย PCA จะเปิดให้เรือบางส่วน ประมูลช่องเวลาผ่านคลองล่วงหน้าได้ หากต้องการข้ามคิวปกติ โดยเฉพาะช่วงที่การจราจรหนาแน่น ซึ่งวิธีนี้ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมผ่านคลองตายตัว แต่เป็นราคาที่ผันตามอุปสงค์–อุปทาน เนื่องจากปัจจุบันความต้องการใช้คลองเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน ทำให้เส้นทางเดินเรือบางส่วนมีความเสี่ยง ส่งผลให้เรือจำนวนมากหันมาใช้คลองปานามามากขึ้น ขณะเดียวกัน   ทั้งนี้ ห้วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2569 คลองปานามามีเรือเดินทะเลผ่านจำนวน 6,288 ลำ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568

นักลงทุนต่างชาติถอนเงินลงทุนในไทยเนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

Reuters ของสหราชอาณาจักร รายงานว่า นักลงทุนต่างชาติขายสินทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยจำนวนมากหลังเกิดความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากนำเข้าพลังงานส่วนใหญ่จากภูมิภาค ตอ.กลาง และก่อนเกิดความขัดแย้ง ไทยมีปัญหาเศรษฐกิจ  ความท้าทายของไทยจึงรุนแรงกว่าประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่  แต่นักลงทุนเริ่มกลับมาหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม./รมว.มท. ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ ก.พ. 69 สร้างความหวังต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เผชิญความไม่แน่นอนมาหลายปี แม้คู่ขัดแย้งมีข้อตกลงหยุดยิงกับกัมพูชา แต่นักลงทุนยังคงระมัดระวัง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ

ภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในเมียนมาส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทอผ้า

สนข. DVB รายงานเมื่อ 15 เม.ย.69 ว่า ผู้ประกอบการทอผ้าในเมืองชเวโบ ภาคสะไกง์ เผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจจนต้องหยุดหรือชะลอการผลิตจำนวนมากซึ่งป็นผลจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากวิกฤตพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ที่ประสบภาวะขาดแคลนไฟฟ้าที่เพียงพอต่อการผลิตหลังรัฐบาลตัดกระแสไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2565 ทำให้ผู้ประกอบการต้องพึ่งพาเครื่องปั่นไฟดีเซลเป็นหลัก ต้นทุนการผลิตจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จีนหารือกับอิหร่านเกี่ยวกับความคืบหน้าสถานการณ์ในภูมิภาค

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน หารือทางโทรศัพท์กับนายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่าน เมื่อ 15 เม.ย.69 ซึ่งนายอะราคชี ได้ชี้แจงความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ และข้อพิจารณาของอิหร่าน พร้อมคาดหวังว่า จีนจะมีบทบาทเชิงบวกในการส่งเสริมสันติภาพและยุติสงคราม ขณะที่นายหวัง อี้ กล่าวว่า จีนสนับสนุนการรักษาความคืบหน้าของการหยุดยิงและการเจรจาสันติภาพ ซึ่งเป็นผลประโยชน์พื้นฐานของชาวอิหร่าน และสะท้อนความคาดหวังของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งยังเรียกร้องให้เคารพและปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่านในฐานะประเทศที่ตั้งอยู่บนช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนรับประกันเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯไม่ขยายเวลาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรให้ซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียและอิหร่าน

นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.กค.สหรัฐฯ และนายคริส ไรท์ รมว.พน.สหรัฐฯ ยืนยันเมื่อ 15 เม.ย.69 ว่า สหรัฐฯ จะไม่ขยายเวลาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียและอิหร่าน (สหรัฐฯ ประเมินว่า มีปริมาณน้ำมันดิบที่ลอยลำอยู่ดังกล่าวประมาณ 260 ล้านบาร์เรล และน่าจะถูกซื้อขายไปหมดแล้ว) โดยการผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว สิ้นสุด เมื่อ 11 เม.ย. และ 19 เม.ย.69  การไม่ขยายเวลาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ  ไปซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ มากขึ้น

NATO ปฏิเสธเข้าร่วมภารกิจปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ

สมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) นำโดยสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ประกาศ เมื่อ 14 เม.ย.69 ปฏิเสธข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้พันธมิตรเนโตเข้าร่วมปฏิบัติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน แต่เสนอมาตรการจัดตั้งภารกิจพหุภาคีเพื่อพิทักษ์เสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังสถานการณ์สู้รบสิ้นสุดลงแทน โดยฝรั่งเศสเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมกับพันธมิตรกว่า 30 ประเทศ เพื่อวางกรอบการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและกำหนดระเบียบการเดินเรือสากลในฐานะภารกิจเชิงป้องกันที่แยกส่วนจากคู่ขัดแย้งโดยตรง เพื่อรักษาเสถียรภาพของเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ สอดคล้องกับความพยายามทางการทูตในการคลี่คลายวิกฤตการณ์ก่อนการประชุมสุดยอดเนโตที่กรุงอังการา ตุรกี ใน มิ.ย.69

IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2569 จะขยายตัวร้อยละ 3.1

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) เผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) เมื่อ 14 เม.ย.69 โดยคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีระยะเวลาและขอบเขตจำกัด เศรษฐกิจโลกระหว่างปี 2569 – 2570 จะขยายตัวร้อยละ 3.1 และ 3.2 ตามลำดับ ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.4 ในปี 2026 และลดลงเหลือร้อยละ 3.7 ในปี 2027 อย่างไรก็ดี หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหายมากขึ้น เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวลดลงอยู่ที่ร้อยละ 2 – 2.5 และอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 5.4 – 6 โดยประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศพัฒนาแล้วประมาณ 2 เท่า

ประธานาธิบดีจีนหารือกับ UAE และสถานการณ์ใน ตอ.กลาง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบกับ เชค มุฮัมมัด บิน ซายิด อาลนะห์ยาน เจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบีและประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 14 เม.ย.69 ว่า โดยประธานาธิบดีจีนให้ความสำคัญ UAE ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน  รวมทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ใน ตอ.กลาง และพื้นที่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งจีนย้ำจุดยืนในการส่งเสริมสันติภาพและการเจรจา และจะยังมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในประเด็นดังกล่าว พร้อมกับเสนอ 4 ข้อ  ได้แก่ 1) ยึดมั่นหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสนับสนุนให้ประเทศในภูมิภาคปรับปรุงความสัมพันธ์ 2) ยึดมั่นหลักการอธิปไตยของชาติ 3) รักษาหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ และ 4) การประสานงานด้านการพัฒนาและความมั่นคง ขณะที่ UAE ชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีน และให้คำมั่นจะคุ้มครองชาวจีน

จีนปฏิเสธข่าวการเตรียมส่งยุทโธปกรณ์ให้อิหร่าน

โฆษก สอท.จีน ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว CNN เมื่อ 11 เม.ย.69 ปฏิเสธข้อกล่าวหาของหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าจีนกำลังเตรียมจะส่งระบบขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่า (MANPADs) ให้กับอิหร่าน  ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นเพียงการคาดการณ์ที่ไม่มีหลักฐาน พร้อมทั้งย้ำจุดยืนของจีนที่ไม่เคยจัดหายุทโธปกรณ์ให้กับคู่ขัดแย้ง และจีนปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัดในฐานะมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ