ผู้นำเกาหลีเหนือประกาศยุทธศาสตร์ตอบโต้สหรัฐฯ ในการประชุมใหญ่พรรค

เว็บไซต์ สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 29 ธ.ค.67 อ้าง สนข.KCNA ของทางการเกาหลีเหนือว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นประธานการประชุมใหญ่ของคณะกรรมการกลางพรรคคนงานเกาหลี ระหว่าง 23-27 ธ.ค.67 ประกาศใช้ยุทธศาสตร์ตอบโต้สหรัฐฯ ในระดับสูงสุด เพื่อตอบโต้ต่อการขยายความร่วมมือและการเป็นพันธมิตรนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดของยุทธศาสตร์   เกาหลีเหนือยังมีแผนเพิ่มศักยภาพทางการทหาร โดยเน้นการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำสงครามสมัยใหม่ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศ  พร้อมกับยังย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศที่เป็นมิตร ทั้งนี้ เกาหลีเหนือได้จัดการประชุมในลักษณะดังกล่าวในห้วงปลาย ธ.ค. เป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2564 เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินนโยบายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศสำหรับปีต่อไป

นายจิมมี คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงแก่อสัญกรรม

นายจิมมี คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดี คนที่ 39 ของสหรัฐฯ ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 29 ธ.ค.67 ด้วยอายุ 100 ปี นับเป็นอดีตประธานาธิบดีที่อายุยืนที่สุดของสหรัฐฯ  แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ระบุว่า อดีตประธานาธิบดีคาร์เตอร์ เป็นมิตรที่รักยิ่งและเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม ส่วนว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ชาวอเมริกันเป็นหนี้บุญคุณอดีตประธานาธิบดีคาร์เตอร์อย่างยิ่ง ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดีคาร์เตอร์ สังกัดพรรคเดโมแครต ดำรงตำแหน่งห้วง ปี 2520 – 2524 มีผลงานโดดเด่น คือ การเป็นคนกลางในการเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพที่แคมป์เดวิดระหว่างอียิปต์กับอิสราเอลเมื่อปี 2522 รวมทั้งสนับสนุนโครงพัฒนาด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก หลังพ้นตำแหน่ง และได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2545

เลขาธิการ UN เตือนว่าโลกยังคงไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดครั้งต่อไป

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) แถลงเมื่อ 27 ธ.ค.67 เนื่องในวันเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาดสากล (International Day of Epidemic Preparedness) ว่า โลกยังคงไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดครั้งต่อไป แม้เคยเผชิญการระบาดของ COVID-19 มาแล้ว เห็นได้จากการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานร อหิวาตกโรค โปลิโอ และไวรัสมาร์บูร์ก เมื่อปี 2567 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงภัยคุกคามต่อระบบสาธารณสุข ทั้งนี้ เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มการลงทุนด้านสาธารณสุขมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีน การรักษา และการวินิจฉัยโรคอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาด

บทบาทของจีนในลาตินอเมริกาและความท้าทายอิทธิพลสหรัฐฯ

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้แสดงบทบาทสำคัญในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจระดับโลก ด้วยการขยายการลงทุนและการค้ามากขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือลาตินอเมริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และเป็นตลาดสำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศ บทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนในลาตินอเมริกายังส่งผลต่อความสัมพันธ์เชิงภูมิรัฐศาสตร์กับสหรัฐฯที่มีอิทธิพลในภูมิภาคนี้มายาวนาน ดังนั้น การเข้ามาของจีนจึงเป็นการท้าทายอำนาจเดิมของสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน จีนได้เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับหลายประเทศในลาตินอเมริกา มุ่งเน้นการลงทุนไปที่ในโครงสร้างพื้นฐาน การซื้อทรัพยากรธรรมชาติ และการส่งเสริมการค้าระหว่างกัน การลงทุนรายใหญ่ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของลาตินอเมริกาของจีน เช่น การสร้างถนน สะพาน ท่าเรือ และเครือข่ายพลังงาน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคและเสริมศักยภาพในการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติไปยังจีน เช่น โครงการสร้าง เขื่อน Coca Codo Sinclair ซึ่งเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในเอกวาดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของเอกวาดอร์ และเป็นแหล่งผลิตพลังงานที่สำคัญ คิดเป็นประมาณ 30% ของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในเอกวาดอร์  นอกจากนี้ จีนยังมุ่งเน้นการลงทุนในภาคพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เวเนซุเอลาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของประเทศที่พึ่งพาการลงทุนจากจีนอย่างมาก เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงาน แม้ว่าจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมือง การค้าและการพึ่งพาซึ่งกันและกัน จีนได้ก้าวขึ้นเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของหลายประเทศในลาตินอเมริกา โดยเฉพาะในบราซิล ชิลี และอาร์เจนตินา ลาตินอเมริกาส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์จำนวนมหาศาลไปยังจีน เช่น ถั่วเหลือง น้ำมัน ทองแดง และลิเทียม ในทางกลับกัน จีนส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร…

ผู้นับถือศาสนาคริสต์ในเมียนมาแสดงความไม่พอใจที่พระอัครสังฆราชพบปะกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์

สนข. Irrawaddy รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.67 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ผบ.ทสส. และรักษาการประธานาธิบดีเมียนมา เดินทางเยือนอาสนวิหาร St. Mary ที่เมืองย่างกุ้ง เมื่อ 22 ธ.ค.67 เพื่อร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส  และได้พบหารือกับพระคาร์ดินัลชาร์ลส์ โบ พระอัครสังฆราชของอาสนวิหาร St. Mary ส่งผลให้กลุ่ม Independent Catholics for Justice in Myanmar (ICJM) ไม่พอใจ โดยประกาศเมื่อ 23 ธ.ค.67 ว่า การพบปะที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับความต้องการของคริสต์ศาสนิกชนในเมียนมา ซึ่งส่วนใหญ่คัดค้านการมีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลทหาร เนื่องจากนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อปี 2564 กองทัพเมียนมาทำลายโบสถ์ไปแล้วมากกว่า 100 แห่ง ด้าน นายจ่อซอ โฆษกรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) กล่าวเมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า รัฐบาลเมียนมามีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมในวันสำคัญทางศาสนา

หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซียทำลายแผนลอบสังหาร จนท. กห. รัสเซีย ซึ่งยูเครนอยู่เบื้องหลัง

สนข. Tass รายงานการแถลงของหน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย (FSB) เมื่อ 26 ธ.ค.67 ว่า FSB สามารถทำลายแผนลอบวางระเบิดสังหาร จนท. กห. ระดับสูงของรัสเซียและครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมเป็นชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในยูเครน และถูกคัดเลือกจากหน่วยข่าวกรองยูเครน (GUR) ให้อำพรางเป็นผู้ถูกเนรเทศและเดินทางเข้ารัสเซียเมื่อ พ.ย.67 ทั้งนี้ GUR พยายามลอบสังหารบุคคลสำคัญของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีการลอบสังหาร พล.ท.อิกอร์ คิริลลอฟ ผบ.หน่วยกองกำลังป้องกันอาวุธนิวเคลียร์ เคมี และชีวภาพ  เมื่อ 17 ธ.ค.67

ลาว-ไทย เห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือปราบปรามยาเสพติด

ผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดลาว-ไทย ครั้งที่ 20 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 24 ธ.ค.67  ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะพัฒนากลไกความร่วมมือ ช่องทาง แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ข่าวกรอง การให้ความช่วยเหลือ และปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติดในทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการเฝ้าระวังการนำเข้าและส่งออกสารเคมีอันตรายที่เป็นสารตั้งต้นการผลิตยาเสพติด ส่งเสริมความร่วมมือด้านการสืบสวนและปราบปรามเครือข่ายทางการเงิน รวมถึงกลไกความร่วมมือหมู่บ้านปลอดยาเสพติดตลอดแนวชายแดนไทย-ลาว และความร่วมมือในการศึกษา แนะนำการรักษา ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงในกัมพูชา จีน เมียนมา ลาว ไทย และเวียดนาม และแผนปฏิบัติการเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ

MSS เปิดเผยกรณีหน่วยข่าวต่างประเทศทาบทามอินฟลูเอนเซอร์จีนให้เป็นสายลับ

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.67 อ้างเว็บไซต์กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน (Ministry of State Security-MSS) เปิดเผยในวันเดียวกันว่า  นายลี อินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนถูกควบคุมตัวโดยหน่วยข่าวของประเทศที่ไปท่องเที่ยว  และนำตัวไปยังสถานที่หนึ่ง โดยอ้างว่ามีความผิดฐานพกพาวัตถุต้องห้าม และบันทึกภาพในพื้นที่ห้ามถ่ายรูป  ระหว่างถูกควบคุมตัว นายลีถูกกดดันให้ตอบรับภารกิจจากหน่วยข่าวดังกล่าวและถ่ายรูปการลงนามในบันทึกรับภารกิจ เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี และให้เดินทางกลับประเทศ อย่างไรก็ดี หลังเดินทางกลับจีน นายลีได้ติดต่อทางสายด่วนของ MSS และรายงานกรณีดังกล่าวโดยละเอียด ทั้งนี้ นายลีไม่ถูกดำเนินคดี เนื่องจากยังไม่มีกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

จีนอนุมัติสร้างเขื่อนในทิเบตซึ่งจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าเขื่อนสามผาถึง 3 เท่า

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.67 ว่า จีนอนุมัติการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำยาร์ลุงจังโป ซึ่งเป็นสายยาวที่สุดในเขตปกครองตนเองทิเบต มูลค่าการลงทุนมากกว่า 1 ล้านล้านหยวน (137,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คาดว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เกือบ 300,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง มากกว่าเขื่อนซานเสียต้าป้า หรือเขื่อนสามผา (Three Gorges Dam) ถึง 3 เท่า และตอบสนองความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าได้มากกว่า 300 ล้านคน โครงการสร้างเขื่อนนี้จะให้ความสำคัญลำดับแรกต่อการรักษาระบบนิเวศ รวมทั้งผลักดันการพัฒนาแหล่งพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งพลังงานสะอาด  อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยสถานที่ตั้งโครงการ

ปากีสถานย้ำโครงการพัฒนาขีปนาวุธเพื่อการป้องกันประเทศ พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ

เว็บไซต์ สนข.ANI News ของอินเดีย รายงานอ้างถ้อยแถลงของนาย Shehbaz Sharif นรม.ปากีสถาน เมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า โครงการพัฒนาขีปนาวุธของปากีสถานมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันประเทศอย่างแท้จริง หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบริษัทของปากีสถานจำนวน 4 แห่ง โดยอ้างว่าโครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดหาอุปกรณ์สำหรับการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกล อย่างไรก็ตาม ปากีสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ข้อกล่าวหาไม่มีมูลความจริง และปราศจากหลักฐานที่ชัดเจน พร้อมทั้งย้ำว่า จะไม่ยอมประนีประนอมต่อมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ ประกาศใช้ในครั้งนี้