เรือพิฆาตของรัสเซียเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ จ.พระสีหนุ กัมพูชา

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 26 พ.ย.66 ว่า เรือพิฆาตต่อต้านเรือดำน้ำ “Admiral Panteleyev” ชั้น Udaloy ของกองทัพรัสเซีย เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ จ.พระสีหนุ ในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เรือรัสเซียเยือนกัมพูชาภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดย พล.ร.ต. Ros Veasna รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือเรียมเป็นประธานจัดพิธีต้อนรับ และกล่าวว่าการเยือนดังกล่าวมีเป้าประสงค์กระชับความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างกัมพูชากับรัสเซีย ด้านนาย Anatoly Borovik เอกอัครราชทูตรัสเซีย/ราชธานีพนมเปญ ซึ่งต้อนรับลูกเรือรัสเซียเห็นว่า การเยือนดังกล่าวย้ำถึงความเชื่อมั่นและมิตรภาพระหว่างกัน โดยเรือ Admiral Panteleyev มีกำหนดเยือนกัมพูชาระหว่าง 26-29 พ.ย.66 และ น.ท.Roman Mokhov ผู้บังคับการเรือ Admiral Panteleyev จะพบหารือกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงและพลเรือนในจ.พระสีหนุ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี

ไทยเป็นเจ้าภาพการทดสอบยิงปืนทางยุทธวิธี ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน

หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 26 พ.ย.66 ว่า กองทัพบกไทย เป็นเจ้าภาพการทดสอบยิงปืนทางยุทธวิธีของกองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Armies Rifle Meet-AARM) ครั้งที่ 31 ประจำปี 2566 ระหว่าง 20-24 พ.ย.66 ณ สนามยิงปืนทางยุทธวิธี กองทัพบก ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้ AARM มุ่งเน้นเสริมสร้างความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างกองทัพบกอาเซียนให้แน่นแฟ้น ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถและปรับใช้ยุทธวิธีในภารกิจทางทหาร เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของภูมิภาคอาเซียน โดยต่อไปกองทัพบกฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพ AARM ครั้งที่ 32 ในปี 2567

กลุ่มฮะมาสจะปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลกลุ่มที่สองจำนวน 13 คน

เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ The Times of Israel รายงานเมื่อ 25 พ.ย.66 ว่า กลุ่มฮะมาสจะปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลกลุ่มที่ 2 จำนวน 13 คน ในจำนวนนี้ เป็นเด็ก 7 คน ภายใน 25 พ.ย.66 (วันที่ 2 ของการหยุดยิงชั่วคราวในฉนวนกาซาระหว่าง 24-27 พ.ย.66) โดยสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้รับรายชื่อตัวประกันจากกลุ่มฮะมาสและแจ้งให้ครอบครัวตัวประกันทราบแล้ว พร้อมขอให้สำนักข่าวรายงานข่าวสารด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเผยแพร่รายชื่อจนกว่าตัวประกันจะเดินทางถึงอิสราเอล เบื้องต้นยังไม่ปรากฏรายงานยืนยันว่า ตัวประกันชาวไทยซึ่งยังถูกควบคุมตัวในฉนวนกาซาประมาณ 20 คน จะได้รับการปล่อยตัวเพิ่ม พร้อมกับตัวประกันชาวอิสราเอลกลุ่มที่ 2 หลังจากการหยุดยิงวันแรกเมื่อ 24 พ.ย.66 มีตัวประกันได้รับการปล่อยตัวรวม 24 คน เป็นชาวอิสราเอล 13 คน ชาวไทย 10 คน และชาวฟิลิปปินส์ 1 คน ทั้งนี้ ตัวประกันชาวไทยที่ได้รับการปล่อยตัว พักอยู่ที่โรงพยาบาล…

อาเซียนออกแถลงการณ์ห่วงกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือของเมียนมา

รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 พ.ย.66 แสดงความห่วงกังวลต่อความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือของเมียนมา ซึ่งส่งผลให้พลเรือนต้องพลัดถิ่น (ชาวต่างชาติและพลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียน) โดยอาเซียนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความยับยั้งชั่งใจถึงที่สุดและยุติความรุนแรงโดยทันที พร้อมทั้งสนับสนุนหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของพลเรือนทุกคน พร้อมกันนี้ อาเซียนเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาเร่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วนและรับรองการผ่านแดนแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการอพยพชาวต่างชาติที่ติดค้างในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ทั้งนี้ อาเซียนยืนยันสนับสนุนเมียนมาในการแสวงหาทางออกที่สันติและยั่งยืนผ่านการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ เพื่อเสริมสร้างสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค

จีนเผยแพร่เอกสารว่าด้วยวิสัยทัศน์และแผนปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนา BRI ในทศวรรษหน้า

สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 24 พ.ย.66 ว่า สำนักงานสนับสนุนการพัฒนาข้อริเริ่มแถบและเส้นทางของจีน (Office of the Leading Group for Promoting the Belt and Road Initiative: BRI) เผยแพร่เอกสารว่าด้วยวิสัยทัศน์และแผนปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนา BRI ในทศวรรษหน้า เพื่อสนับสนุนสมดุล และการพัฒนาภูมิภาคร่วมกัน เอกสารดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการการทำงานระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนา BRI เข้าด้วยกัน แผนปฏิบัติงาน (Action plan) ดังกล่าวแบ่งเป็น 6 ด้าน ประกอบด้วย 1) การประสานงานด้านนโยบาย 2) การเชื่อมต่อด้านโครงสร้างพื้นฐาน 3) การผลักดันกรอบการค้าที่ไม่มีข้อจํากัด 4) การรวมกลุ่มทางการเงิน 5) การแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างบุคคล และ 6) การเพิ่มความร่วมมือในสาขาวิชาการใหม่ ๆ นอกจากนี้ แผนงานดังกล่าวยังกำหนดแนวทางและมาตรการหลายอย่าง…

ประธานาธิบดีจีนเน้นย้ำแนวทางแก้ไขปัญหาสองรัฐต่อสถานการณ์ความขัดแย้งปาเลสไตน์-อิสราเอล

สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อ 21 พ.ย.66 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เข้าร่วมประชุมผู้นำ BRICS (ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) วาระพิเศษ ในประเด็นปาเลสไตน์-อิสราเอล ผ่านการประชุมทางไกล ซึ่งผู้นำจีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบและบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยทันที รวมถึงปล่อยพลเรือนที่ถูกคุมขัง ป้องกันการเพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิต และควรให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพิ่มเติมแก่ประชาชนในฉนวนกาซา สำหรับประชาคมระหว่างประเทศต้องดำเนินมาตรการที่ใช้ได้จริง เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามและเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางในภาพรวม อีกทั้งผู้นำจีนยังเน้นย้ำว่า วิธีเดียวที่จะยุติความขัดแย้งระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอลคือแนวทางแก้ปัญหาสองรัฐ (two-state solution) และจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ ซึ่งนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งปาเลสไตน์-อิสราเอล จีนทำงานอย่างแข็งขันเพื่อส่งเสริมการเจรจาสันติภาพและการหยุดยิง ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพื่อบรรเทาสถานการณ์เลวร้ายด้านมนุษยธรรม และจะจัดหาสิ่งของและความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความต้องการของประชาชนในฉนวนกาซา ทั้งนี้ จีนยังย้ำพร้อมทำงานกับสมาชิกอื่นเพื่อนำไปสู่ยุคใหม่ของความร่วมมือของ BRICS

เรือพิฆาตต่อต้านเรือดำน้ำของรัสเซียมาเยือนไทยอย่างฉันมิตร

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 22 พ.ย.66 ว่า เรือแอดมิรอล ปานเทเลเยฟ (Admiral Panteleyev) ซึ่งเป็นเรือพิฆาตต่อต้านเรือดำน้ำขนาดใหญ่ของรัสเซีย มาเยือนไทยที่ฐานทัพเรือสัตหีบอย่างฉันมิตร โดยได้รับการต้อนรับจากผู้แทนกองทัพเรือไทยซึ่งกล่าวแสดงความยินดีกับการเยือน พร้อมระบุว่า ไทยเห็นความจำเป็นในการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับทุกชาติ นอกจากนี้ กองทัพเรือไทยมีแผนจะเยือนรัสเซียกลับด้วยเรือรบที่เมืองวลาดิวอสต็อก ทั้งนี้ รัสเซียใช้เรือแอดมิรอล ปานเทเลเยฟ ในการซ้อมรบทางทะเลร่วมกับเมียนมาในทะเลอันดามัน เมื่อ 7-9 พ.ย.66 และเคยมาเยือนไทยที่ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วยเรือลาดตระเวนติดตั้งขีปนาวุธ Varyag และเรือบรรทุกสินค้า Pechenga เมื่อ ต.ค.62

TNLA อ้างว่ากองทัพเมียนมาโจมตีด้วยแก๊สพิษในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ

สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 21 พ.ย.66 ว่า กองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติตะอาง (Ta’ang National Liberation Army – TNLA) อ้างว่า กองทัพเมียนมาโจมตีตอบโต้กองกำลังกลุ่มต่อต้านด้วยระเบิด กระสุนปืนใหญ่ และแก๊สพิษ (toxic gas) ในเมืองน้ำคำ รัฐฉานตอนเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยของพลเรือนที่มีประมาณ 33,000 คน และยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยปืนใหญ่ระยะไกลและการโจมตีทางอากาศ เพื่อยึดคืนพื้นที่เมืองน้ำคำ ซึ่งถูกพันธมิตรชนกลุ่มน้อย Brotherhood Alliance ได้แก่ กลุ่มโกกั้งเมืองเลาไกง์  และกองทัพอาระกัน เข้ายึดครองพื้นที่หลังจากปฏิบัติการ 1027 เมื่อ 27 ต.ค.66 โดย TNLA กล่าวหาว่า กองทัพเมียนมาทิ้งระเบิดแก๊สพิษ (ไม่ทราบชนิด) 2 ลูก เมื่อ 17 พ.ย.66 และใช้แก๊สพิษโจมตีในเมืองลาเสียวเช่นกัน ซึ่งเฉพาะเมืองน้ำคำมีการโจมตีแล้วอย่างน้อย 56 ครั้ง ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 40 คน…

กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนกับอิสราเอลยังคงโจมตีตอบโต้กันรุนแรงบริเวณชายแดนและข้ามพรมแดน

สำนักข่าว Reuters และ Al Jazeera รายงานเมื่อ 18 พ.ย.66 อ้างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันนี้ว่า กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยิงอากาศยานไร้คนขับของอิสราเอลตกใกล้ชายแดนเลบานอน-อิสราเอล และยิงจรวดจากเลบานอน ประมาณ 20 ลูก โจมตีพื้นที่ใกล้นิคมชาวยิว Sassa และ Shtula (ห่างจากชายแดนเลบานอนประมาณ 8.3 กิโลเมตร และ 4.1 กิโลเมตร) รวมถึงสถานที่ทางทหารและทหารอิสราเอลบริเวณแนวชายแดน ห้วงเช้าวันเดียวกันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) นอกจากนี้ยังอ้างสำนักข่าวทางการเลบานอนว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในเลบานอน เมื่อ 17 พ.ย.66 เป็นอาคารโรงงานอะลูมิเนียม ใกล้เขตอุตสาหกรรมของเมือง Nabatieh ทางใต้ของเลบานอน ห่างจากชายแดนอิสราเอลประมาณ 63 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการโจมตีลึกเข้ามาในดินแดนเลบานอนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่อิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์โจมตีตอบโต้กัน หลังจากกลุ่มฮะมาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66

อิสราเอลสั่งพลเรือนให้อพยพออกจาก รพ. Al Shifa ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ใน 1 ชั่วโมง

สำนักข่าว AFP และ Al Jazeera รายงานเมื่อ 18 พ.ย.66 ว่า ในวันเดียวกันนี้ กองกำลังอิสราเอลแจ้งแพทย์โรงพยาบาล Al Shifa และประกาศผ่านลำโพงกระจายเสียง เมื่อเวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ให้อพยพเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ และผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ รวมประมาณ 2,300 คน ออกจากอาคารและพื้นที่รอบโรงพยาบาล ภายใน 1 ชั่วโมง โดยทุกคนจะต้องโบกผ้าสีขาวเป็นสัญลักษณ์และเดินเป็นแถวเดียวออกจากพื้นที่ ขณะที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมแพทย์ 4 คน และพยาบาลจำนวนหนึ่ง จำเป็นต้องอยู่ดูแลผู้ป่วยประมาณ 120 คน ที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ โดยกองกำลังอิสราเอลแจ้งว่าจะส่งเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (UN) เข้าไปยังโรงพยาบาลในเวลา 11.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่วนการอพยพเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากต้องนั่งรถเข็นหรือเตียงที่มีล้อเลื่อน ทั้งนี้ กองกำลังอิสราเอลยังคงปฏิบัติการตรวจค้นอาคารและพื้นที่รอบโรงพยาบาล เพื่อหาที่หลบซ่อนและปล่องอุโมงค์ทางเข้าศูนย์บัญชาการใต้ดินของกลุ่มฮะมาส