จนท.อาวุโสอาเซียนหารือเตรียมการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนสมัยพิเศษ

เฟซบุ๊กสำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานเมื่อ 25 เม.ย.69 ว่า อาเซียนจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงานแบบเฉพาะกิจ (Ad-Hoc Senior Officials Meeting on Energy-SOME) เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนสมัยพิเศษ (Special ASEAN Ministers on Energy Meeting-AMEM) พร้อมด้วยการประชุมหารือเฉพาะกิจของ SOME กับประเทศคู่เจรจา ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อ 24 เม.ย.69 ที่ประชุมได้ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อความมั่นคงทางพลังงาน และหารือถึงการขับเคลื่อนการดำเนินการตามกรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Petroleum Security-APSA) ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ รวมถึงการเร่งรัดกระบวนการให้สัตยาบันของประเทศสมาชิก การพัฒนากลไกการประสานงานชั่วคราว และการจัดตั้งกลไกมาตรการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินในลักษณะประสาน (The Coordinated Emergency Response Measures-CERM) ตลอดจนมาตรการเชิงรูปธรรมเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานของภูมิภาค ขณะที่ การหารือกับประเทศคู่เจรจา ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานทั่วโลกและโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือให้เกิดเป็นรูปธรรม

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกการส่งคณะเจรจาไปปากีสถาน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social เมื่อ 25 เม.ย.69 ระงับการส่งคณะผู้แทนเจรจาไปยังปากีสถาน หลังจากนายอับบาส อารักชี รมว.กต.อิหร่าน เดินทางออกจากปากีสถาน โดยระบุว่าการส่งคณะเจรจาไปปากีสถานขณะที่ผู้แทนอิหร่านไม่อยู่แล้วเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ อีกทั้งยังมีความขัดแย้งและไม่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้นำของอิหร่าน ทั้งนี้ หากอิหร่านต้องการเจรจาสามารถโทรศัพท์แทนได้

เลขาธิการอาเซียนจะเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-EU ที่บรูไน

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานเมื่อ 24 เม.ย.69 ว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน จะนำคณะผู้แทนจากสำนักเลขาธิการอาเซียนเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน–สหภาพยุโรป (ASEAN-EU Ministerial Meeting) ครั้งที่ 25 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไน ระหว่าง 27-28 เม.ย.69 ตามคำเชิญของ Dato Erywan Pehin Yusof รมช.กต.บรูไน ในฐานะประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์คู่เจรจาอาเซียน–EU ทั้งนี้ เลขาธิการอาเซียนมีกำหนดเข้าร่วมการหารือทวิภาคีหลายรายการ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่มีความสนใจและห่วงกังวลร่วมกัน ตลอดจนแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์อาเซียน–EU ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

กัมพูชา-ญี่ปุ่นเห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์ด้านการทหารทวิภาคี

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 24 เม.ย.69 ว่า พล.อ.เมา โซะพัน ผบ.ทบ.กัมพูชา พบหารือทวิภาคีกับ พล.อ.มาซาโยชิ อาราอิ ผบ.ทบ.ญี่ปุ่น ผ่านระบบทางไกล เมื่อ 23 เม.ย.69 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งเน้นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งการฝึกอบรมโดยยกระดับหลักสูตรการฝึกทางวิชาชีพเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร เพิ่มการแลกเปลี่ยนการเยือน พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่าย เพื่อยกระดับความเป็นพันธมิตรของ ทบ.ทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รมว.ทบวง ทร.สหรัฐฯ ถูกปลดจากตำแหน่ง

นายฌอน พาร์เนลล์ โฆษก กห.สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 23 เม.ย.69 ว่า นายจอห์น ฟีแลน ถูกปลดจากตำแหน่ง รมว.ทบวง ทร.สหรัฐฯ แล้วโดยไม่ระบุสาเหตุ  และนายหง เฉา ปลัดทบวง ทร. จะรักษาการ รมว. ทบวง ทร. ทั้งนี้ สื่อสหรัฐฯ รายงานสาเหตุการปลดนายฟีแลนอย่างหลากหลาย อาทิ มีความเห็นขัดแย้งกับนายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ และนายสตีเฟน ไฟน์เบิร์ก รอง รมว.กห.สหรัฐฯ การบริหารจัดการที่ไม่สอดรับกับกลุ่มนายพลของ ทร.สหรัฐฯ  รวมถึงโครงการต่อเรือประจันบาญติดขีปนาวุธ ชั้นทรัมป์ (Trump class guided missile battleship – BBG(X)) และ ความล่าช้าในการต่อเรือรบ

การประชุมสุดยอดอาเซียน จะมุ่งหารือประเด็นวิกฤต ตอ.กลาง เมียนมา และทะเลจีนใต้

สนข.PNA ของทางการฟิลิปปินส์ รายงานเมื่อ 23 เม.ย.69 อ้างถ้อยแถลงนางมาเรีย เทเรซา ลาซาโร รมว.กต.ฟิลิปปินส์ ว่า การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ใน 8 พ.ค.69 จะมุ่งเน้นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การรักษาเสถียรภาพของอุปทานอาหาร และการคุ้มครองความปลอดภัยของพลเมืองชาติสมาชิกอาเซียนในต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค ตอ.กลาง โดยย้ำความมุ่งมั่นของอาเซียนในการร่วมกันแสวงหาแนวทางเพื่อรับมือผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าว นอกจากนี้ ประเด็นเมียนมา ฟิลิปปินส์ยังคงบทบาทตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อขับเคลื่อนฉันทามติ 5 ข้อ (5PC) ของอาเซียนให้มีความคืบหน้า  ส่วนประเด็นทะเลจีนใต้ อาเซียนและจีนมีความตั้งใจผลักดันให้การจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (CoC) แล้วเสร็จภายในปี 2569  โดยในห้วงที่ผ่านมา มีความคืบหน้าตามลำดับ และมีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุตามเป้าหมายดังกล่าว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายจัดประชุมหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

ผู้ซื้อต่างชาติช่วยพยุงตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

The Business Times ของสิงคโปร์ รายงานเมื่อ 24 เม.ย.69 ว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญภาวะอ่อนแออย่างต่อเนื่อง โดยอุปสงค์ในประเทศลดลงจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ผู้พัฒนาโครงการจึงหันไปดึงดูดผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มผู้ซื้อมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ความต้องการยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และพัทยา อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงไม่แน่นอน แม้ไทยยังน่าดึงดูดในระยะยาวในฐานะที่อยู่อาศัยและการลงทุน แต่การฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับทั้งสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ และความแข็งแกร่งของอุปสงค์จากต่างประเทศ

สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรนายก๊ก อาน สว.กัมพูชา

สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) กค.สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 23 เม.ย.69 ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรนายก๊ก อาน สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ในกัมพูชา กับทั้งขึ้นบัญชีบุคคลและนิติบุคคลในเครือข่ายรวม 28 ราย โดยเครือข่ายมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้หลอกลวงเงินจากเหยื่อชาวอเมริกันแล้วหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้การคุ้มครองของนายก๊ก อาน และเครือข่ายสายสัมพันธ์ทางการเมือง  รายงานของ OFAC ยังระบุว่าเครือข่ายของนายก๊ก อาน และพรรคพวก นิยมใช้คาสิโนและอาคารสำนักงานที่ถูกดัดแปลง  เป็นฐานปฏิบัติการฉ้อโกงในการฟอกเงินที่ได้จากเหยื่อ รวมถึงใช้เป็นที่ตั้งหลอกลวงพลเมืองสหรัฐฯ และละเมิดสิทธิมนุษยชน

อินโดนีเซียมีแผนส่งออกปุ๋ยมาไทย

นาย Teddy Indra Wijaya เลขาธิการ ครม.อินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 21 เม.ย.69 ว่า อินโดนีเซียมีแผนจะขยายการส่งออกปุ๋ยยูเรียมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลกท่ามกลางสภาวะชะงักงันของเส้นทางขนส่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอินโดนีเซียได้ส่งออกปุ๋ยยูเรีย 250,000 ตันไปออสเตรเลีย และมีแผนส่งออกปุ๋ยประมาณ 1 ล้านตัน ไปยังอินเดีย ฟิลิปปินส์ บราซิล และไทยด้วย  นอกจากนี้ เลขาธิการ ครม.เน้นย้ำด้วยว่า นโยบายส่งออกปุ๋ยของรัฐบาลมุ่งรักษาสมดุลของอุปทานในประเทศ ซึ่งปัจจุบันสามารถผลิตปุ๋ยยูเรียได้  7.8 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 6.3 ล้านตัน

อินเดียอนุญาตบริษัทประกันภัยทางทะเลของรัสเซียให้บริการรับประกันเรือที่เทียบท่าในอินเดีย

เว็บไซต์ Money Control รายงานเมื่อ 21 เม.ย.69 ว่า กรมการขนส่งทางทะเล ภายใต้กระทรวงการขนส่งทางน้ำของอินเดีย อนุมัติบริษัทประกันภัยของรัสเซียเพิ่มเติมจาก 8 แห่งเป็น 11 แห่ง สำหรับให้บริการประกันภัยทางทะเลประเภท Protection & Indemnity Insurance (P&I) แก่เรือที่เทียบท่าในท่าเรือของอินเดีย เพื่อดูแลการค้าและรักษาความปลอดภัยในการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียในห้วงที่สถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลางตึงเครียด โดยบริษัท Gazprom Insurance และบริษัท Rosgosstrakh Insurance จะขยายการให้บริการประกันภัยทางทะเลจนถึง ก.พ.70 ทั้งนี้ ประกันภัยประเภท P&I มีความสำคัญต่อการขนส่งน้ำมัน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการรั่วไหล อุบัติเหตุ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การที่ International Group of P&I Clubs ซึ่งเป็นสมาคมประกันภัยระดับนานาชาติได้คว่ำบาตรไม่ให้บริการประกันภัยเรือจากรัสเซีย ทำให้อินเดียต้องเพิ่มการอนุมัติบริษัทประกันภัยของรัสเซีย เพื่อรองรับการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย