กัมพูชาเพิ่มทางเลือกเส้นทางขนส่งออกผลไม้และผักไปจีนผ่านลาว

กัมพูชาต้องพึ่งพาการส่งออกสินค้าไปจีนกว่าร้อยละ 50 ของการส่งออกทั้งหมด และกำลังเพิ่มทางเลือกเส้นทางขนส่งไปจีน เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าผ่านชายแดน ทั้ง ๆ ที่ในเวทีระหว่างประเทศได้ปรับทิศทางไปสนับสนุนสหรัฐฯ  เช่น เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของสหรัฐฯ และพบกับพลเรือเอก แซมมวล พาพาโร ผู้บัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ  ในโอกาสที่เรือรบของสหรัฐฯ  เทียบท่าที่เมืองสีหนุวิลล์ ระหว่าง 24-28 มกราคม 2569 นอกจากนี้ ยังส่งสัญญาณไปยังสหรัฐฯ ในทุกช่องทาง และต่อเนื่องว่ากัมพูชาขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการทำให้เกิดข้อตกลงสันติภาพไทย-กัมพูชาที่มาเลเซียเมื่อ ตุลาคม 2568 เส้นทางส่งออกสินค้าไปจีนอีกเส้นทางหนึ่งที่กัมพูชาจะใช้ คือ ขนส่งสินค้าผ่านลาวที่กำลังเพิ่มมูลค่าการส่งออกด้วยการใช้เส้นทางรถไฟจีน-ลาวเช่นกัน โดยในการพบหารือระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องระหว่างกัมพูชากับลาว เมื่อ 25 มกราคม 2569 ได้มีการลงนามในข้อตกลงที่เรียกว่า “Transit and Transshipment of Agricultural Products through Laos” ที่กรุงพนมเปญ ซึ่งจะเป็นการขนส่งสินค้าจากกัมพูชา-ลาว-จีน เส้นทางนี้จะทำให้กัมพูชาลดต้นทุน ลดระยะวลา ลดอุปสรรคการขนส่งทางถนน และเพิ่มเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ รวมทั้งจะทำให้คุณภาพผัก…

ความรุนแรงทางการเมืองในบังกลาเทศขยายตัวก่อนการเลือกตั้งใน ก.พ.69

บรรยากาศการเมืองและความมั่นคงภายในบังกลาเทศปัจจุบันเสี่ยงเผชิญความรุนแรงสูง ก่อนกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปใน 12 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากมีรายงานการจับกุม ควบคุมตัว และสังหารนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายคดี รวมทั้งยังมีการชุมนุมประท้วงในกรุงธากา เมืองหลวงของประเทศ เหตุความรุนแรงทางการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ธันวาคม 2568 หลังจากที่นาย Sharif Osman Hadi ผู้นำเยาวชนซึ่งเป็นแกนนำต่อต้านและขับไล่นายกรัฐมนตรี Sheikh Hasina ถูกสังหารในกรุงธากา ระหว่างทำกิจกรรมทางการเมืองเพื่อประกาศว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้ชาวบังกลาเทศจำนวนมากรวมตัวกันชุมนุมประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรม และให้รัฐบาลรักษาการสอบสวนเหตุการณ์อย่างโปร่งใส ส่งผลให้รัฐบาลรักษาการต้องส่งเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงควบคุมการชุมนุมไม่ให้กลายเป็นการจลาจลหรือความรุนแรง พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งจัดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม สถานการณ์ปัจจุบัน พรรคการเมืองและผู้สมัครชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบังกลาเทศ เริ่มรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อกลาง มกราคม 2569 อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานการสังหารและขู่ทำร้ายนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างน้อย 16 คนถูกสังหารในช่วง ธันวาคม 2568 – มกราคม 2569 ล่าสุดคือเหตุการณ์ยิงสังหารนาย Hasan Mollah นักกิจกรรมทางการเมืองสังกัดพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (Bangladesh Nationalist Party – BNP) เมื่อ 23 มกราคม 2569…

จีนสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพ ข้อหาผิดวินัยร้ายแรง

สื่อต่างประเทศให้ความสนใจรายงานกรณีจีนสั่งการสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพประชาชนจีน (PLA) เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง สื่อต่างชาติเชื่อมโยงกรณีดังกล่าวกับข่าวลือเรื่องความมั่นคงทางการเมืองของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ล่าสุดเมื่อ 27 มกราคม 2569 สำนักข่าว CNN รายงานอ้างถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมและสื่อมวลชนจีนว่า นายพลจาง โหย่วเซี่ย และ นายพลหลิว เจิ้นลี่ อยู่ระหว่างการสอบสวนโทษฐานต้องสงสัยละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นกระบวนการที่สะท้อนว่ารัฐบาลจีนไม่ยอมรับพฤติกรรมดังกล่าว รวมทั้งการคอร์รัปชัน และพร้อมจะปราบปรามอย่างเด็ดขาดจริงจัง ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งสำคัญระดับใด หรือมีความใกล้ชิดกับผู้นำจีนมากแค่ไหนก็ตาม นายพลจาง โหย่วเซี่ย อายุ 75 ปี เป็นรองผู้บัญชาการทหาร รองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง (Central Military Commission- CMC) รวมทั้งเป็นสมาชิกคณะกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงเป็นบุคคลสำคัญทางการเมือง และทำให้ทั่วโลกเกิดคำถามเกี่ยวกับความต่อเนื่องในนโยบายกองทัพจีนเรื่องไต้หวัน และการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในห้วงนี้ สื่อมวลชนจีนรายงานว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามการคอร์รัปชันและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย แต่นักวิชาการในต่างประเทศประเมินว่า นายพลจาง โหย่วเซี่ย อาจมีประเด็นเห็นต่างจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และเชื่อมโยงกับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์จีนว่า กองทัพจีนจะเตรียมทำรัฐประหาร ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงตกเป็นเป้าหมายสอบสวน อย่างไรก็ตาม นักวิชาการไม่ยืนยันข่าวลือดังกล่าว เนื่องจากจีนไม่เปิดเผยข้อมูล ซึ่งประเด็นนี้อาจยิ่งทำให้ทั่วโลกสงสัยและเชื่อมโยงกับข่าวลือมากขึ้น กรณีดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่า รัฐบาลจีนใช้ความคลุมเครือในการจัดการและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในประเทศ แม้ว่าจะทำให้เกิดข่าวลือเชิงลบ…

กัมพูชาเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพของสหรัฐฯ และมีพาดพิงไทย

กัมพูชาประกาศแล้วว่าจะเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอและได้มีการลงนามให้สัตยาบันในกฎบัตรคณะกรรมการสันติภาพ (Charter of the Board of Peace) นอกรอบการประชุม World Economic Forum (WEF) เมื่อ 22 มกราคม 2569 ในช่วงเยือนสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้  จีนจะไม่เข้าเป็นสมาชิกในกรอบของสหรัฐฯ หากพิจารณาจากท่าทีจีนที่ยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนการทำงานของสหประชาชาติ เพื่อรักษาระเบียบโลก สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาแถลงการเข้าร่วมเป็นสมาชิก Board of Peace เมื่อ 27 มกราคม 2568 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากได้แจ้งข่าวนี้กับพลเรือเอก แซมมวล พาพาโร ผู้บัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ที่ได้พบหารือกันในโอกาสที่เรือรบยูเอสเอส ซาวันนาห์ (USS Savannah) เทียบท่าที่เมืองสีหนุวิลล์ ระหว่าง 24-28 มกราคม 2569  โดยกัมพูชาจะเข้าร่วมเป็นสมาชิก Board of…

ลาวเร่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ จากปี 2568 ได้เกินเป้าหมาย

ลาวประเทศเพื่อนบ้านของไทย ต้องการดึงดูดการท่องเที่ยว เพื่อใช้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเหมือนกับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน  ซึ่งลาวเน้นจุดแข็งของประเทศในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรม และวิถีของประชาชน รวมทั้งการมีความหลากหลายของชนเผ่า  โดยกระทรวงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และข้อมูลข่าวสารได้วางยุทธศาสตร์สำคัญ ๆ ในการที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ภายใต้อุตสาหกรรมสีเขียว เช่นจะต้องมีการรักษดุลระหว่างความต้องการของตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวทั้งใน และระหว่างประเทศ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการบริการ เช่น เสริมสร้างทักษะและปรับปรุงมาตรฐานผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว ใช้สื่อในการประชาสัมพันธ์ เช่น เน้นการใช้สื่อสารออนไลน์ และเผยแพร่ภาพอันสวยงามทางออนไลน์กระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในเรื่องความปลอดภัย และทำให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ลาวยังใช้กลยุทธ์ความร่วมมือ และการเป็นหุ้นส่วนกับต่างประเทศด้วย เช่น เมื่อธันวาคม 2568 ก็ได้มีการประชุมด้านการท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาตรฐานด้านการท่องเที่ยวของอาเซียน  (ASEAN Tourism Standards) และเมื่อพฤศจิกายน 2568 ลาวกับสหภาพยุโรป ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่าย ได้จัดการหารือ ในชื่อ EU–Laos Business Talk & Networking event in Luang Prabang โดยเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำลาวได้นำนักธุรกิจ…

ฝรั่งเศสเสนอกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์

ประเทศต่าง ๆ เริ่มให้ความสำคัญกับการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้ปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนซึ่งเสี่ยงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่ใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ และเสี่ยงเผชิญปัญหาสุขภาพจิต ล่าสุด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศส ลงมติเมื่อ 27 มกราคม 2569 สนับสนุนกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น แอปพลิเคชัน Snapchat  Instagram และ TikTok โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสมีมติ 116 ต่อ 23 คะแนนเห็นชอบกฎหมายดังกล่าว กฎหมายนี้มีความคืบหน้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย คือ ให้วุฒิสมาชิกฝรั่งเศสเห็นชอบและรับรอง ก่อนบังคับใช้เป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ คาดว่าวุฒิสมาชิกฝรั่งเศสจะจัดการลงมติกฎหมายดังกล่าวใน กุมภาพันธ์ 2569 กฎหมายดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรี Laure Miller เนื่องจากมีมุมมองว่าปัญหาท้าทายจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ข่าวสาร ทักษะการเข้าสังคมและการปฏิสัมพันธ์ รวมทั้งการพัฒนาสมองของเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ กฎหมายนี้จะช่วยเพิ่มการควบคุม ไม่ใช่การลดทอนสิทธิเสรีภาพ นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางอารมณ์ให้ประชากรฝรั่งเศสได้ รวมทั้งป้องกันไม่ให้นักธุรกิจหรือผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นผู้ควบคุมความคิดเห็นของประชากร เพียงเพื่อที่จะสร้างกำไรและผลประโยชน์ต่อธุรกิจส่วนตัว ทั้งนี้ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสต้องการให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ก่อน กันยายน 2569 โดยจะนำมาตรการระบุอายุมาใช้ เพื่อจำกัดการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ ฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองเยาวชนจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์และเทคโนโลยี…

สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเกาหลีใต้ร้อยละ 25

ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจเป็นมาตรการกดดันประเทศคู่ค้าให้ดำเนินนโยบายตอบสนองผลประโยชน์ของสหรัฐฯ โดยเมื่อ 26 มกราคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ จากร้อยละ 15 เป็นร้อยละ 25 เพื่อลงโทษเกาหลีใต้ที่ไม่ลงมติเห็นชอบข้อตกลงการค้าที่เจรจากันไว้เมื่อ ตุลาคม 2568 สำหรับกลุ่มสินค้าของเกาหลีใต้ที่จะได้รับผลกระทบ เช่น รถยนต์ ไม้แปรรูป และยารักษาโรค รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่าไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าว่าสหรัฐฯ จะเพิ่มอัตราภาษีเพื่อเร่งฝ่ายนิติบัญญัติเกาหลีใต้ให้ดำเนินการตามข้อตกลง และปัจจุบันเกาหลีใต้อยู่ระหว่างการเร่งประสานงานเพื่อเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ โดยเร็ว คาดว่าเกาหลีใต้จะส่งนาย Kim Jung-kwan รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเยือนแคนาดา ไปเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เพื่อพบหารือกับนาย Howard Lutnick รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ทันที มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่อเกาหลีใต้ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ผันผวนในระยะสั้น และชาวเกาหลีใต้ประท้วงผู้นำสหรัฐฯ หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงโซล เกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้เชื่อมั่นว่าจะสามารถเจรจาเพื่อชะลอการขึ้นอัตราภาษีได้ เพราะสหรัฐฯ ต้องการให้เกาหลีใต้ไปเพิ่มการลงทุนด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ ตามข้อตกลงที่มีมูลค่ามากถึง 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าฝ่ายนิติบัญญัติของเกาหลีใต้จะจัดการประชุมเพื่อลงมติเห็นชอบและรับรองข้อตกลงดังกล่าวได้ภายใน กุมภาพันธ์ 2569 ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ตอกย้ำว่า…

ไทยพร้อมไหม ?…. กับยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศสหรัฐฯ ฉบับใหม่  

สหรัฐฯ เผยแพร่เอกสารสำคัญ  คือ ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ฉบับใหม่ จัดทำและเผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือกระทรวงสงคราม (ชื่อใหม่) เมื่อ 24 มกราคม 2569 เพื่อเป็นกรอบแนวทางดำเนินนโยบายด้านการทหารและการป้องกันประเทศจากความท้าทายและภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมทั้งจะมุ่งผลประโยชน์และความคุ้มค่าของชาวอเมริกันและมาตุภูมิ มากกว่าความพยายามปกป้องระเบียบโลก หรือมีส่วนร่วมในสงครามและความขัดแย้งที่ชาวอเมริกันไม่ได้ผลประโยชน์อะไร … สหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการโดดเดี่ยวตนเอง แต่กำลังทบทวนใหม่ว่าเหตุการณ์ใดจะส่งผลเสียต่อสหรัฐฯ มากที่สุด และยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนความร่วมมือกับนานาชาติ  เนื้อหาที่น่าสนใจในเอกสารฉบับนี้ มี 4 ส่วน ได้แก่ 1) สหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับภูมิภาคอเมริกามากขึ้น 2) สหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก แต่ไม่ต้องการเผชิญหน้าทางทหารกับจีน 3) สหรัฐฯ จะร่วมมือหรือดำเนินการอะไรกับพันธมิตร รวมทั้งหุ้นส่วนด้านความมั่นคงต่อไป 4) สหรัฐฯ จะทุ่มเทพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศและอาวุธ เพิ่มกำลังการผลิต ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอาวุธสหรัฐฯ ไทยพร้อมไหม ?…. กับการรับมือสหรัฐฯ ที่อาจมีวิธีการและรูปแบบการดำเนินนโยบายป้องกันประเทศที่แตกต่างจากเดิม เพราะวิธีการที่สหรัฐฯ จะป้องปรามภัยคุกคามจากจีน คือ สหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับการป้องกันอิทธิพลจีนในพื้นที่…

เมียนมาเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไป ครบ 3 ระยะ

เมียนมาเสร็จสิ้นกระบวนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 25 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งระยะที่ 3 เพื่อคัดเลือกผู้แทนในฝ่ายนิติบัญญัติและผู้นำรัฐบาล หลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อปี 2564  บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อยในหลายพื้นที่ แต่ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากมีรายงานว่ามีเหตุการณ์ปะทะและความรุนแรงในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่กล้าเดินทางออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ขณะที่บางส่วนคัดค้านการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพราะไม่ต้องการสนับสนุนกระบวนการเลือกตั้งที่ไม่ยุติธรรม โดยคาดว่าพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา หรือ USDP ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมาจะได้รับชัยชนะแบบถล่มทลาย (landslide) เพราะได้ตัดสิทธิการเมืองของพรรคฝ่ายค้านที่มีผู้สนับสนุนจำนวนมากไปก่อนหน้านี้แล้ว การเลือกตั้งเมียนมาครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2568 และครั้งที่ 2 เมื่อ 11 มกราคม 2569 มีทีมผู้สื่อข่าวต่างประเทศลงพื้นที่เพื่อติดตามรายงานสถานการณ์การเลือกตั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจของเมียนมาติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย สื่อต่างประเทศคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า USDP จะได้รับชัยชนะและได้สิทธิคัดเลือกประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่ ร่วมกับตัวแทนจากกองทัพที่ได้ที่นั่งในสภาเมียนมา ดังนั้น ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจะเป็น พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ อายุ 69 ปี ผู้นำรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และผู้นำกองทัพเมียนมาคนปัจจุบัน ที่จะได้ดำรงตำแหน่งผู้นำเมียนมาต่อไป การเลือกตั้งในเมียนมาเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยเพราะมีมาตรการควบคุมความมั่นคงและกำหนดพื้นที่จัดการเลือกตั้งอย่างเข้มงวดและจำกัด มีความเป็นไปได้สูงที่กระบวนการทางการเมืองจะเป็นไปตามเป้าหมายและสามารถตั้งรัฐบาลได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งในเมียนมาอาจไม่ได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ และไม่ได้แก้ไขปัญหาความแตกแยกและความรุนแรงทางการเมือง…

ความคืบหน้าการเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ผู้แทนรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ เสร็จสิ้นการเจรจา 3 ฝ่ายเพื่อหาแนวทางยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อ 24-25 มกราคม 2569 โดยเป็นการหารือ 3 ฝ่ายครั้งแรกที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ผลการหารือไม่มีการบรรลุข้อตกลงระหว่างกัน แต่เป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะจะมีการหารือกันอีกครั้งใน 1 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ เปิดเผยว่าการเจรจานับว่าเป็นขั้นตอนสำคัญที่อาจนำไปสู่สันติภาพและการยุติสงครามที่ยืดเยื้อ เนื่องจากที่ผ่านมา ทั้งรัสเซียและยูเครนไม่เคยส่งผู้แทนไปพบและเจรจากับในลักษณะนี้ แต่ใช้การเจรจาทวิภาคีกับสหรัฐฯ มาโดยตลอด ดังนั้น การประชุมที่กรุงอาบูดาบี จะเป็นผลงานด้านการทูตที่สำคัญของทั้ง 3 ฝ่าย ประธานาธิบดียูเครนมีท่าทีเชิงบวกต่อการเจรจาครั้งนี้ โดยระบุเมื่อ 25 มกราคม 2569 ว่า ยูเครนพร้อมลงนามในข้อตกลงที่มีเนื้อหาว่าสหรัฐฯ และยุโรปจะค้ำประกันความมั่นคงของยูเครน ในลักษณะ “Coalition of the Willing” โดยที่ยูเครนไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกเนโต คาดว่าการแสดงท่าทีดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ชาวยูเครนและนานาชาติเห็นว่า รัฐบาลยูเครนเป็นฝ่ายต้องการสันติภาพและยุติการสู้รบ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีความรุนแรงจากกรณีรัสเซียใช้โดรนโจมตีสร้างความเสียหายให้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าประเทศยุโรปและสหรัฐฯ จะค้ำประกันความมั่นคงของยูเครนอย่างไร แม้ว่าผู้นำฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรจะมีบทบาทนำในประเด็นนี้ แต่ก็ยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม เฉพาะอย่างยิ่งการที่จะส่งกองทัพไปประจำการในยูเครน…