สส.สหรัฐฯ ยื่นถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครตจำนวนอย่างน้อย 85 คน ร่วมกันยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐฯ (impeachment) ออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ล้มเหลวในการจัดการความมั่นคงระหว่างทำสงครามกับอิหร่าน และข่มขู่อิหร่านจนทำให้มาตุภูมิสหรัฐฯ และชาวอเมริกันตกอยู่ในภาวะอันตราย จึงไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการเป็นผู้นำประเทศ ทั้งนี้ สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติติสหรัฐฯ มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์เคยถูกยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่ง เมื่อปี 2562 ด้วยเหตุผลการใช้อำนาจเกินขอบเขต และขัดขวางการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ นาย John Larson สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครต รัฐคอนเนตทิกัต ยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อ 8 เมษายน 2569 โดยใช้เหตุผลเรื่องการทำสงครามอิหร่าน ซึ่งนาย John Larson ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติพรรคเดโมแครตที่มีอิทธิพล เช่น นางแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาสหรัฐฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างโน้มน้าวให้สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล รวมทั้งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ สนับสนุนการถอดถอนผู้นำสหรัฐฯ เนื่องจากบทบาทและท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์อาจสร้างผลเสียต่อภาพลักษณ์ของพรรครีพับลิกัน และส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรค ซึ่งกำลังเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้งทั่วไป กลางสมัยในปลายปี 2569 สมาชิกพรรคเดโมแครตจะเดินหน้ายื่นถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ต่อไป แม้ว่าผู้นำสหรัฐฯ ตกลงทำข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์แล้ว แต่กรณีที่ผู้นำสหรัฐฯ…

เวียดนามคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

สภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประชุมสมัยสามัญ และลงมติคัดเลือกและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและผู้นำประเทศ เมื่อ 7 เมษายน 2569 ที่กรุงฮานอย ผลการคัดเลือก คือ  พล.ต.อ. โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ทั้งนี้ พล.ต.อ. โต เลิม อายุ 59 ปี เป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามคนที่ 3 ที่ได้ควบตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้ ได้แก่ ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ประธานาธิบดีคนแรกของเวียดนาม และประธานาธิบดี เหวียน ฟู้ จ่อง ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2567 จึงเป็นสัญญาณว่าประธานาธิบดีโต เลิมของเวียดนามจะเป็นนักการเมืองคนสำคัญของประเทศต่อไปในระยะ 5 ปี ประธานาธิบดีโต เลิม เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเป็นการชั่วคราว เมื่อปี 2567 หลังจากอดีตประธานาธิบดีหวอ วัน เถือง ลาออกจากตำแหน่ง และอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เหงียน ฝู จ่อง เสียชีวิต ที่ผ่านมา…

การรักษาสมดุลด้านการทหารของกัมพูชา : สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย

กัมพูชาประสบความสำเร็จในการส่งสัญญาณตอกย้ำความใกล้ชิดทางทหารกับมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย โดยสามารถโน้มน้าวสหรัฐฯ ให้กลับมารื้อฟื้นการซ้อมรบร่วมทางทหารอีกครั้ง หลังจากระงับไปเมื่อปี 2560  ด้วยการจะมีการซ้อมรบร่วมระหว่างกัน ภายใต้รหัส Angkor Sentinel ในต้นปี 2570 ขณะที่สหรัฐฯ ก็จะสามาถเข้าใกล้ชิดกัมพูชาที่เป็นเขตอิทธิพลของจีนได้มากขึ้น  กัมพูชาไม่ได้เดินเกมความใกล้ชิดทางทหารกับสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวจีนยังได้ส่งมอบเรือลาดตะเวนให้ และเรือรบรัสเซียก็แวะเทียบท่า การซ้อมรบร่วมภายใต้รหัส Angkor Sentinel ที่กัมพูชาเสนอต่อสหรัฐฯ เมื่อปี 2568 ประสบความสำเร็จ โดยเมื่อ 31 มีนาคม 2569 รองผู้บัญชาการกองทัพบกของกัมพูชากับรองผู้บัญชาการกองทัพบกภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ ตกลงว่า ทั้งสองประเทศจะกลับมาซ้อมรบร่วมอีกครั้ง ในต้นปี 2570  ภายใต้ธีมที่มีชื่อว่า“Together for Relief, Peace, and Recovery” ซึ่งจะเป็นการฝึกด้านมนุษยธรรม การวางแผน และการปฏิบัติการในป่า เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกิดการปูทางไปสู่ความร่วมมือทางทหารกันมากขึ้น ทั้งนี้ เมื่อมกราคม 2569 เรือรบของสหรัฐฯ ได้เทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ เป็นครั้งแรก หลังจากที่จีนช่วยปรับปรุง…

นานาชาติยินดีกับข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ -อิหร่าน

กรณีสหรัฐฯ กับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อยุติสงครามที่เริ่มตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ทั่วโลกประกาศยินดีและสนับสนุนให้คู่ขัดแย้งปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาบรรยากาศสันติภาพโลกและฟื้นฟูความตึงเครียดในภูมิรัฐศาสตร์  รวมทั้งคาดว่าราคาพลังงานในตลาดโลกจะลดลง เนื่องจากประเด็นหนึ่งในเงื่อนไขที่จะตกลงกันคือ อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสิ้นเชิง ผู้แทนจากสหรัฐฯ และอิหร่านจะเดินทางไปพบหารือกับผู้แทนปากีสถานที่อิสลามาบัด ปากีสถาน ซึ่งเป็นประเทศตัวกลางในการเจรจา ใน 10 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อจัดทำข้อตกลงให้สมบูรณ์ คาดว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะนำโดยรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ พร้อมด้วยนายสตีฟ วิตต์คอฟ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้านตะวันออกกลาง ด้านอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดและสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ครั้งนี้มาโดยตลอด ระบุว่าสนับสนุนการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ และเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะสามารถลดศักยภาพด้านการทหารของอิหร่านได้ อย่างไรก็ตาม อิสราเอลจะโจมตีกองกำลังติดอาวุธในเลบานอนที่อิหร่านให้การสนับสนุนต่อไป เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงหยุดยิง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว เมื่อ 7 เมษายน 2569 พร้อมประกาศชัยชนะ และชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศว่าอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สามารถเป็นเส้นทางเดินเรือได้ตามปกติ ฝ่ายอิหร่านประกาศข้อเสนอ 10 ประการในข้อตกลงหยุดยิง ที่สำคัญ คือ ให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่าน…

พลังงานโลกยังอ่อนไหวสูง แม้กลุ่ม OPEC+ 8 จะเพิ่มกำลังการผลิต

กลุ่มพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก หรือ OPEC+ จำนวน 8 ประเทศ ประกาศเมื่อ 5 เมษายน 2569 ว่าจะปรับโควตาการผลิตน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบสู่ตลาดโลก อีก 206,000 บาร์เรล/วัน ในห้วง พฤษภาคม 2569 ต่อเนื่องจากการปรับเพิ่มกำลังการผลิตใน เมษายน 2569 สะท้อนว่า กลุ่ม OPEC+ ยังมีศักยภาพในการควบคุมอุปทานการผลิตและควบคุมปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มกำลังการผลิตอีก 206,000 บาร์เรล/วัน เป็นการปรับเพิ่มเพียงเล็กน้อย หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ทำให้นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานประเมินไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลง และไม่มีผลต่อวิกฤตพลังงานในปัจจุบันที่ส่วนใหญ่เป็นผลจากอุปสรรคด้านการขนส่ง มากกว่าเรื่องปริมาณน้ำมันโลก ดังนั้น ความมั่นคงด้านพลังงานของโลกยังคงอ่อนไหวและเปราะบางจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ แต่ความเคลื่อนไหวของ OPEC+8 มีผลเชิงสัญลักษณ์ว่ากลุ่มยังมีขีดความสามารถในการบริหารจัดการการผลิตน้ำมัน แต่ยังไม่สามารถบรรเทาวิกฤตการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือใช้ช่องทางขนส่งน้ำมันอื่นแทนได้ แม้จะมีการปรับไปส่งออกทางทะเลแดงอยู่บ้าง นอกจากประเด็นการปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพียงเล็กน้อย ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสมาชิกสำคัญและเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในกลุ่ม OPEC+ 8 เช่น ซาอุดีอาระเบีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ และคูเวต ยังเผชิญความเสี่ยงจากสงครามและไม่สามารถผลิตน้ำมันได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากสภาวะสงครามและโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตบางส่วนถูกทำลายระหว่างความขัดแย้ง ทำให้ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ…

ผู้นำสหรัฐฯ กดดันอิหร่านให้รับข้อเสนอหยุดยิง

สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอยู่ในช่วงสำคัญ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 6 เมษายน 2569 กดดันให้อิหร่านยอมรับข้อเสนอหยุดยิง และเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบเต็มรูปแบบ ภายใน 7 เมษายน 2569 ไม่เช่นนั้นสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านทั้งประเทศภายในวันเดียว รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ด้านคมนาคมและพลังงานในอิหร่านด้วย ท่าทีดังกล่าวมีขึ้น เนื่องจากอิหร่านตอบรับข้อเสนอแล้ว แต่กำหนดเงื่อนไขและข้อแลกเปลี่ยนจำนวนมากที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ เห็นว่า “ยังไม่ดีพอ” ดังนั้น หากรัฐบาลอิหร่านไม่ทำตามข้อเสนอ ประชาชนอิหร่านก็จะต้องได้รับผลกระทบด้วย ปัจจุบันอิหร่านยังไม่ประกาศว่าจะยอมดำเนินการตามข้อเสนอของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ตอบโต้กลับไปว่าหากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนของอิหร่าน สงครามครั้งนี้จะขยายขอบเขตไปถึงระดับภูมิภาค ด้านอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ย้ำว่ากองทัพอิหร่านยังมีความแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีพลเอก Majid Khademi เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านเสียชีวิตระหว่างสงคราม ส่วนกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ซึ่งเป็นกองทัพหลักของอิหร่านประเมินว่าคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์นั้น “ไร้เหตุผล” สะท้อนว่า ฝ่ายอิหร่านไม่กังวลต่อคำขู่ของสหรัฐฯ และพร้อมปฏิบัติการทางทหารต่อไป แนวโน้มการตอบรับและปฏิบัติตามข้อเสนอหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับอย่างน้อย 3  ปัจจัย ได้แก่ 1) การตัดสินใจของผู้นำและผู้บัญชาการทหารทั้ง 2…

จีนและสหรัฐฯ ได้ผลประโยชน์ร่วมกันกรณีน้ำมัน

จีนและสหรัฐฯ มหาอำนาจใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลก แม้จะมีความขัดแย้งกัน และช่วงชิงการเป็นมหาอำนาจของโลก แต่หากเป็นผลประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับก็จะมีความร่วมมือกัน ซึ่งในกรณีที่จีนจะกลับมาซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังจากยุติไปเมื่อต้นปี 2568 จากความขัดแย้งทางการค้าเป็นตัวอย่างหนึ่งเช่นกันที่จีนได้ทั้งพลังงาน และยังรักษาอิทธิพลได้ในภูมิภาคเอเชีย หากจีนสามารถกลับไปส่งออกพลังงานให้ประเทศในภูมิภาคได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง ในเมษายน 2569 น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐฯ กำลังเตรียมการขนส่งไปยังจีน โดยเฉลี่ยประมาณ 600,000 บาร์เรล/วัน ทั้งนี้ จีนไม่ได้ขาดแคลนพลังงานมากจนอยู่ในระดับวิกฤต แต่การนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางไม่ค่อยราบรื่น จากที่เกิดความขัดแย้งในตั้งแต่ เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และไม่สามารถนำเข้าจากเวเนซุเอลาที่สหรัฐฯ เข้าไปบริหารจัดการน้ำมันตั้งแต่ 3 มกราคม 2569  จีนจึงต้องวางแผนการใช้มีพลังงานใช้ประเทศอย่างเพียงพอ เช่น ระงับการส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซล เชื้อเพลิงเครื่องบิน เมื่อ 11 มีนาคม 2569 ยกเว้นบางประเทศที่เผชิญวิกฤต จีนยังส่งออกให้แต่มีปริมาณจำกัด เช่น เวียดนาม และฟิลิปปินส์ การที่จีนสามารถรื้อฟื้นการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ…

วิกฤตน้ำมันโลกขึ้นอยู่กับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์   

สมาชิก OPEC+ 8 ประเทศ (ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน) ตกลงกันในที่ประชุม เมื่อ 5 เมษายน 2569 ว่า ในห้วงพฤษภาคม 2569 สมาชิก 8 ประเทศจะเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมัน  206,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันที่หายไปจากตลาดพลังงานโลก  ที่ประชุมยังเห็นว่าความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำมันและก๊าซ ต้องใช้เวลาพอสมควรในการฟื้นตัว และให้ความสำคัญต่อความมั่นคงทางทะเลที่เป็นเส้นทางขนส่งพลังงานโลก ซึ่งได้แก่ ช่องแคบฮอร์มุซ การเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมัน  206,000 บาร์เรลต่อวันของสมาชิก OPEC+ 8 ในห้วงพฤษภาคม 2569 และการปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรองของสมาชิกทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ก่อนหน้านี้ จำนวน 400 ล้านบาร์เรล อาจไม่ช่วยผ่อนคลายวิกฤตพลังงานโลกได้มากนัก เพราะราคาตลาดพลังงานโลกในห้วงนี้ และต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขึ้นอยู่กับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มากกว่านโยบายการเพิ่มการผลิต เพราะการเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน และโจมตีแหล่งพลังงานกันไปมาระหว่างอิหร่านกับพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางทำให้การไหลเวียนของพลังงานของโลกได้รับผลกระทบ ทบวงพลังงานระหว่างประเทศประเมินว่า น้ำมันดิบของโลกเมื่อ มีนาคม…

เมษายน 2569 เดือนแห่งวิกฤตพลังงาน : เตรียมรับมือ

ไทยและทุกประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางต้องเตรียมรับมือกับการขาดแคลนน้ำมันดิบที่จะมาจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่ในห้วง เมษายน 2569 จะรุนแรงขึ้น ซึ่งรัฐบาลควรชี้แจงประชาชนในประเทศให้เข้าใจถึงปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อราคาพลังงาน หรือในขั้นรุนแรงอาจจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนเป็นบางช่วง  รวมทั้งอาจต้องร่วมมือกันประหยัดพลังงาน หากมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาเพิ่มเติม เพื่อมิให้เกิดกระแสตื่นตระหนกในสังคม จนลุกลามไปจนถึงความขัดแย้งภายในประเทศ นาย Fatih Birol ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency-IEA) ให้สัมภาษณ์ผู้บริหารของ Norges Bank Investment Management เมื่อ 1 เมษายน 2569 ว่า ใน ห้วงเมษายน 2569 จะเป็นเดือนที่เลวร้ายที่สุดจากที่ต้องเผชิญภาวะขาดแคลน จากน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติเหลว และจะมากกว่าวิกฤตที่เผชิญเมื่อ มีนาคม 2569 เป็นสองเท่า รวมทั้งจะเผชิญความความเสียหายมากเพิ่มเป็นสองเท่าเช่นกัน โดยชี้ให้เห็นว่า เมื่อ มีนาคม 2569 ยังมีเรือขนส่งพาณิชย์สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุชได้บ้าง แต่ใน เมษายน 2569 แทบจะไม่มีเลย จากการที่อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ องค์กรระหว่างประเทศกังวลถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากภาวะชงักงันของพลังงานดังกล่าว ที่นับตั้งแต่เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน เมื่อ…

สิงคโปร์แจ้งเตือนประชาชนว่าแนวโน้มภาษีน้ำมันและก๊าซจะเพิ่มขึ้น

ประชาชนของสิงคโปร์จะต้องชำระค่าไฟฟ้าและก๊าซสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 (เมษายน–มิถุนายน) เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลจากต้นทุนเชื้อเพลิง โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง  หน่วยงานด้านพลังงานของสิงคโปร์ระบุว่า การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าและก๊าซในครั้งนี้เป็นเพียงผลกระทบบางส่วนของราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น  และมีแนวโน้มที่จะส่งผลชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลพลังงานของสิงคโปร์ระบุว่า โครงสร้างพลังงานของประเทศมีความพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวในระดับสูง โดยก๊าซธรรมชาติเหลวคิดเป็นประมาณร้อยละ 95 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ และยังเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตก๊าซสำหรับครัวเรือน ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานภายในประเทศมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานโลกอย่างมาก ในเชิงระบบ สิงคโปร์ใช้กลไกการปรับอัตราค่าไฟฟ้าและก๊าซทุก 3 เดือน โดยคำนวณจากต้นทุนเชื้อเพลิงเฉลี่ยในช่วงประมาณ 2–2.5 เดือนก่อนหน้า เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงและลดความผันผวนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ราคาที่ผู้บริโภคจ่ายในปัจจุบันอาจยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในช่วงเวลาปัจจุบันทั้งหมด   โดยเมื่อ 31 มีนาคม 2569 สิงคโปร์ประกาศว่า ในห้วงเมษายน-มิถุนายน 2569 ภาษีน้ำมันและก๊าซที่พักอาศัยจะเพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อน ร้อยละ 2.1 อยู่ที่ 29.72 เซนต์ ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง หน่วยงานพลังงานของสิงคโปร์เตือนเมื่อปลาย มีนาคม 2569 ว่า ราคาพลังงานมีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับสูงในระยะต่อไป เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงสร้างแรงกดดันต่อการผลิตและการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก โดยเฉพาะการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้หน่วยงานยังเตือนว่าผู้บริโภคทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจควรเตรียมรับมือกับต้นทุนพลังงานที่สูงและผันผวนมากขึ้นในระยะข้างหน้า ในด้านมาตรการรับมือ รัฐบาลสิงคโปร์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนะนำให้ประชาชนเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน…