กัมพูชาฉลองเนื่องในวันครบรอบชัยชนะเหนือกลุ่มเขมรแดง

รัฐบาลและประชาชนชาวกัมพูชาใน 7 มกราคม 2569 ฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 47 ปี วันที่ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มเขมรแดง นำไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา พร้อมยกย่องบทบาทของกลุ่มแนวร่วมสามัคคีสงเคราะห์ชาติกัมพูชา หรือ Kampuchean United Front for National Salvation (KUFNS) องค์กรที่ก่อตั้งโดยชาวกัมพูชาเพื่อปลดปล่อยชาวกัมพูชาจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมกันนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้กล่าวถึงบทบาทการสนับสนุนจากเวียดนาม ที่ช่วยเหลือ KUFNS ในการโค่นล้มอำนาจของกลุ่มเขมรแดงด้วย สมเด็จฯฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองของกัมพูชา ใช้โอกาสการเฉลิมฉลองครั้งนี้กล่าวถึงความยากลำบากของประชาชนและประเทศชาติในช่วงที่พล พต อดีตผู้นำกัมพูชาปกครองประเทศด้วยการกดขี่ข่มเหง และกำจัดผู้เห็นต่างทางการเมืองด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากนั้นก็ยกย่องบทบาทของขบวนการ KUFNS ที่เสียสละเพื่อประชาชนชาวกัมพูชา โดยมีเวียดนาม เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือเป็นอย่างดี ดังนั้น ชาวกัมพูชาจะไม่ลืมประวัติศาสตร์ดังกล่าว นอกจากนี้ สมเด็จฯฮุนเซนยังระบุด้วยว่า  7 มกราคม 2522 เป็นหมุดหมายสำคัญให้กัมพูชาเริ่มฟื้นตัวจากภาวะสงคราม มีอิสรภาพ เสรีภาพ และประชาธิปไตย รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) สมเด็จฯฮุนเซนยังกล่าวถึงบทบาทสำคัญของพรรค CPP ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต ว่าทำให้กัมพูชาประสบความสำเร็จหลายประการ โดยเฉพาะมีความคืบหน้าในการดำเนินยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยม (Pentagonal…

ซาอุดีอาระเบียโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของเยเมน ก่อนการเจรจายุติความขัดแย้ง

สถานการณ์ด้านความมั่นคงในเยเมนไม่แน่นอนและตึงเครียด หลังจากมีรายงานเมื่อ 7 มกราคม 2569 ว่า กองทัพซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสนับสนุนรัฐบาลเยเมน ปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของเยเมน เพื่อหวังทำลายขีดความสามารถในการสู้รบของกลุ่มติดอาวุธ Southern Transitional Council (STC) ซึ่งเคลื่อนไหวและมีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของเยเมน ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคต่อการสร้างบรรยากาศความมั่นคงในเยเมน รวมทั้งความพยายามของรัฐบาลเยเมนที่จะประชุมหารือกับผู้นำกลุ่ม STC เพื่อหาแนวทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าปัจจุบัน นาย Aidarous al-Zubaidi ผู้นำของกลุ่ม STC เดินทางไปต่างประเทศแล้ว ด้านผู้นำรัฐบาลเยเมนก็ประกาศให้นาย Aidarous al-Zubaidi มีสถานะเป็นกบฏ เป็นสัญญาณว่าการประชุมเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายอาจไม่เกิดขึ้น แต่การที่นาย Aidarous al-Zubaidi ออกนอกประเทศ อาจเป็นโอกาสให้รัฐบาลเยเมน ร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ยกระดับการปราบปรามอิทธิพลของกลุ่ม STC ควบคู่กับเร่งสร้างความมั่นคงในประเทศ ความไม่แน่นอนในเยเมน ประกอบกับซาอุดีอาระเบียมีแนวโน้มจะขยายปฏิบัติการทางทหารเพื่อปราบปรามกองกำลังของกลุ่ม STC อาจะทำให้บรรยากาศความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทวีความตึงเครียด เพราะในขณะที่ซาอุดีอาระเบียสนับสนุนรัฐบาลเยเมน แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ให้การสนับสุนกลุ่ม STC มาโดยตลอด…

จีนจะคว่ำบาตรการส่งออกไปญี่ปุ่น ตอบโต้กรณีแทรกแซงไต้หวัน

กระทรวงพาณิชย์จีนเมื่อ 6 มกราคม 2569 ประกาศจะใช้มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกสินค้าประเภท dual-use หรือสินค้าที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และการทหาร ไปญี่ปุ่น เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมีถ้อยแถลงแข็งกร้าวต่อประเด็นไต้หวัน นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกสินค้าดังกล่าวจะทำให้จีนเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของชาติได้ เพราะต่อจากนี้ จีนจะไม่ส่งสินค้าที่ญี่ปุ่นอาจนำไปใช้ในการพัฒนาและเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านการทหารของกองทัพ ทั้งนี้ จีนยังไม่เปิดเผยรายการสินค้าประเภท dual-use ที่จะห้ามส่งออกไปญี่ปุ่น แต่มาตรการดังกล่าวจะรวมทั้งสินค้า บริการ และเทคโนโลยีที่เป็นกลุ่ม dual-use เช่น แร่แรร์เอิร์ธ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเครื่องบินและอากาศยาน เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ และเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นคัดค้านมาตรการดังกล่าวและมีถ้อยแถลงให้จีนยกเลิกมาตรการนี้ โดยวิจารณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรการส่งออกของจีนไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติระหว่างประเทศ ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธจากจีนประมาณร้อยละ 63 จากการนำเข้าทั้งหมด และเห็นว่าการที่จีนสั่งห้ามส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง   ไปยังญี่ปุ่นครั้งนี้ มุ่งเป้าเฉพาะญี่ปุ่น แตกต่างอย่างมากจากแนวปฏิบัติสากล นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากเป็นเวลา 3 เดือน เช่นเดียวกับเมื่อปี 2553 จะสร้างความเสียหายให้ภาคธุรกิจญี่ปุ่นประมาณ 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีถ้อยแถลงเมื่อ พฤศจิกายน 2568 ว่าหากจีนโจมตีไต้หวัน จะเท่ากับเป็นสถานการณ์ที่คุกคามญี่ปุ่นด้วย ดังนั้น ญี่ปุ่นอาจใช้มาตรการด้านการทหารเพื่อตอบสนองต่อสถานการณดังกล่าว ท่าทีครั้งนั้นทำให้จีนไม่พอใจที่ญี่ปุ่นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความมั่นคงและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน จากนั้นเป็นต้นมา…

จีนกับเกาหลีใต้จะขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรม

สื่อมวลชนจีนรายงานเมื่อ 5 มกราคม 2569 เกี่ยวกับแนวโน้มการขยายความร่วมมือระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ หลังจากที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศพบหารือกันเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์เมื่อต้นปี 2569 โดยสื่อรายงานว่า จีนกับเกาหลีใต้จัดการประชุมในกรอบ China-South Korea Business Forum ที่กรุงปักกิ่ง มีผู้แทนระดับสูงของทั้ง 2 ประเทศเข้าร่วม และเป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทชั้นนำของจีนและเกาหลีใต้จะเพิ่มพูนความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนในธุรกิจด้านเทคโนโลยี และวัฒนธรรมระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในลักษณะ win-win cooperation ระหว่างนักธุรกิจของทั้ง 2 ประเทศ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีผู้แทนจากรัฐบาลและบริษัทของจีนและเกาหลีใต้เข้าร่วมประมาณ 400 คน รวมทั้งผู้แทนจากบริษัทชั้นนำของเกาหลีใต้ ได้แก่ Samsung Electronics, Hyundai Motor Group และ LG Group การประชุม Business Forum จัดโดยสภาส่งเสริมการค้าของจีน (CCPIT) และหอการค้าและอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ (KCCI) เป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรก โดยเน้นประเด็นนวัตกรรมด้านการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงปลอดภัย เพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมของทั้งจีนและเกาหลีใต้ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมและการส่งออกเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักธุรกิจแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ชีวการแพทย์…

ความคืบหน้ากรณีสหรัฐฯ – เวเนซุเอลา

กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ สั่งปฏิบัติการบุกเข้าไปควบคุมตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภริยาเมื่อ 3 มกราคม 2568 เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีค้ายาเสพติดในศาลนครนิวยอร์ก ปัจจุบันยังคงมีพัฒนาการที่น่าสนใจ ทั้งความเคลื่อนไหวในเวเนซุเอลาที่ต้องเร่งรักษาบรรยากาศด้านความมั่นคง และขั้นตอนต่อไปของสหรัฐฯ ที่ผู้นำสหรัฐฯ จะหารือกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่ในประเทศ เพื่อให้พร้อมเข้าไป “บริหารจัดการ” น้ำมันในเวเนซุเอลา   ซึ่งผู้บริหารของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Exxon Mobil, ConocoPhillips และ Chevronจะเข้าร่วมการหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์  ปัจจุบัน บริษัท Chevron เป็นบริษัทเดียวที่เข้าไปลงทุนในแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ พร้อมและต้องการเข้าไปบริหารทรัพยากรธรรมชาติในเวเนซุเอลา แม้ว่าจะเริ่มปรากฏกระแสวิจารณ์ว่า การส่งบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ เข้าไปในเวเนซุเอลาอาจไม่ได้ทำกำไรได้รวดเร็ว หรือคุ้มค่าที่จะเสี่ยงเข้าไปลงทุน เพราะโครงสร้างพื้นฐานของเวเนซุเอลาอาจไม่เอื้อให้ลงทุน นอกจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของเวเนซุเอลายังไม่แน่นอน และรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรกน้ำมันเวเนซุเอลา ชาวอเมริกันจำนวน 1 ใน 3 ไม่เห็นด้วยกับปฏิบัติการบุกไปจับตัวผู้นำเวเนซุเอลา จากผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อ 5 มกราคม 2568 และไม่เห็นด้วยกับการให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปกครองเวเนซุเอลาแทน แต่ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันร้อยละ 65…

สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา และจับตัวประธานาธิบดี

  สหรัฐฯ จับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และภริยา และพาไปยังสหรัฐฯ แล้ว หลังจากเมื่อ  3 มกราคม 2569  สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารโจมตีเป้าหมายพลเรือนและทหารในกรุงการากัส ซึ่งเป็นเมืองหลวง และเมืองอื่น ๆ  โดยมีระเบิดหลายครั้งในกรุงการากัส  รัฐบาลเวเนซุเอลาประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ  และได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ รวมทั้งระดมกำลัง เพื่อต่อต้านการรุกรานของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ลงใน Truth Social เมื่อ 3 มกราคม 2569 ประกาศความสำเร็จในปฏิบัติการโจมตีต่อเวเนซุเอลา ซึ่งได้มีการคุมตัวประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา พร้อมกับโพสต์รูปประธานาธิบดีมาดูโร ขึ้นจากบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Iwo Jima ซึ่งต่อมาสื่อรายงานภาพประธานาธิบดีมาดูโรกำลังอยู่ที่สำนักงานยาเสพติดของสหรัฐฯ และจะถูกนำไปขึ้นศาลของสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาคดีอย่างเร็วที่สุด ใน 5 มกราคม 2569 ในการแถลงข่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ Mar-a-Lago resort รัฐฟลอริดา พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ และประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม…

สื่อต่างประเทศรายงานเชิงบวกให้กับกัมพูชากรณีไทยยึดดินแดน

สื่อต่างประเทศเมื่อ 2-4 มกราคม 2569 ไม่ได้มีการรายงานความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชามากนัก หลังการหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชาเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 เนื่องจากไปให้ความสำคัญกับการรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ แต่ในส่วนที่รายงาน เป็นการรายงานเชิงบวกให้กับกัมพูชา โดยอ้างท่าทีรัฐบาลกัมพูชาที่กำลังกระจายข่าวไปในเวทีระหว่างประเทศว่า ไทยยึดครองดินแดนในช่วงปะทะทางทหาร ซึ่งเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ  กัมพูชายังอ้างว่าได้ทำตามข้อตกลงในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee-GBC) ไทย-กัมพูชา ที่จันทบุรี ในเรื่องข้อมูลข่าวสาร ด้วยการประกาศการควบคุมการรายงานของสื่อตนเองด้วย เพื่อให้ข่าวสารออกไปยังประชาคมโลกในทิศทางเดียวกัน สื่อกัมพูชาเมื่อ 3 มกราคม 2569 เผยแพร่ข่าวสารทางการจากรัฐบาลกัมพูชาที่แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่าไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเขตแดนใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยกำลังทหาร และโจมตีประเด็นที่ไทยวางคอนเทนเนอร์ที่ติดธงไทย วางรั้วลวดหนาม และทำให้บ้านเรือนชาวกัมพูชาได้รับความเสียหาย กัมพูชาพร้อมจะนำประเด็นนี้เข้าสู่กระบวนการกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ เมื่อ 2 มกราคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารของกัมพูชาก็ตอกย้ำข่าวสารในทิศทางเดียวกันไปยังเวทีระหว่างประเทศว่า ไทยผนวกดินแดน หลังการหยุดยิงด้วยการวางตู้คอนเทนเนอร์ และรั้วลวดหนาม ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า สื่อต่างประเทศไม่ได้มีการรายงานการชี้แจงของศูนย์แถลงข่าวร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อ 3 มกราคม 2569 ที่กองทัพบกชี้แจงว่ากรณีกัมพูชากล่าวหาไทยดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริง เนื่องจากดินแดนที่ยึดกลับมาเป็นของไทยก่อนหน้านี้ ด้านเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ /กรุงเทพฯ…

กัมพูชาชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจ

ผู้นำระดับสูงของรัฐบาล และหน่วยงานทางเศรษฐกิจของกัมพูชาชี้ให้เห็นความจำเป็นในการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้ทิศทางในการประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อต้น ธันวาคม 2568 ว่า การสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และทำให้ประเทศมีเสถียรภาพ จะทำให้ประเทศมีความยืดหยุ่น และอ่อนแอลดลง จากการเผชิญภัยคุกคามจากนอกประเทศ ที่ประชุมเน้นได้ย้ำความสำเร็จด้านเศรษฐกิจเมื่อปี 2568 และเตรียมพร้อมกับความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในปี 2569 ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวของชาวกัมพูชา รวมทั้งความรักชาติ และความรับผิดชอบอย่างมืออาชีพ ที่ประชุมได้เปิดเผยตัวเลขการลงทุนในกัมพูชาเมื่อปี 2568 ว่า การดึงดูดโครงการลงทุน ทำให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในประเทศอย่างแข็งแกร่ง  การอนุมัติโครงการลงทุนมากกว่า 600 โครงการ สะท้อนความมั่นใจของนักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา  เจ้าหน้าที่ระดับสูงข้างต้นยังกระตุ้นเจ้าหน้าที่กัมพูชาให้ทำงานหนักขึ้นในปี 2569 เพื่อดึงดูดการลงทุนให้มากขึ้น และเพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมกับยืนยันเป้าหมายการเป็นประเทศที่มีรายได้สูงของกัมพูชาภายในปี 2573 นอกจากนี้ ในการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา เมื่อ 25 ธันวาคม 2568 ได้มีการประเมินเกี่ยวกับความคืบหน้าของความพยายามของรัฐบาลกัมพูชาในการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจทางชายฝั่งของกัมพูชา ที่จังหวัดพระสีหนุที่เรียกว่า โครงการ Special Program to Promote Investment in Preah Sihanouk Province (ปี 2567-2568) ซึ่งรัฐบาลเร่งสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในโครงการในพื้นที่ดังกล่าว โดยประธาน…

สื่อต่างประเทศนำเสนอบทบาทของจีนและสหรัฐฯ กรณีไทย-กัมพูชา

สื่อต่างประเทศเมื่อ 30-31 ธันวาคม 2568 ลดการรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชาอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังมีข้อมูลที่รายงานแล้ว ส่งเชิงลบต่อไทยอยู่  ได้แก่ การที่ไทยยังไม่ยอมส่งตัวเชลยศึกกัมพูชา จำนวน 18 คน โดยไทยอ้างว่า ยังมีโดรนของกัมพูชาละเมิดดินแดนไทยอยู่ ทั้งที่ฝ่ายกัมพูชาออกมายืนยันว่า ไม่ใช่ของกัมพูชา นอกจากนี้ ยังรายงานว่า ไทยไม่มีท่าทีตอบรับการประชุมคณะชายแดนไทยทั่วไป ที่กัมพูชาในต้นมกราคม 2569 ขณะที่สมเด็จฯ ฮุนเซนระบุว่า ต้องมีการเจรจาพื้นที่ที่ไทยยึดไปในการประชุมดังกล่าว เนื่องจากกัมพูชาไม่ยอมรับการยึดครองของไทย อย่างไรก็ดี มีประเด็นวิเคราะห์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับบทบาทของจีน และสหรัฐฯ ในการเป็น “peacemaker”ในความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเน้นทิศทางไปที่แรงผลักดันของจีนมากกว่า โดยหยิบยกความสำเร็จของจีนที่สามารถทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย และกัมพูชาเดินทางไปหารือ 3 ฝ่าย ที่มณฑลยูนนานได้เมื่อ 28-29 ธันวาคม 2568 และสะท้อนให้เห็นวิธีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของแนวทางของจีนที่ดำเนินนโยบายแบบเงียบ ๆ มาก่อนหน้านี้ ซึ่งบทบรรณาธิการของ The Global Times สื่อของจีน เมื่อ 29 ธันวาคม 2568 ระบุว่า แนวทางของจีนต่างกับแนวทางของตะวันตกที่ใช้เงื่อนไขทางการเมือง และผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ด้านสื่อกัมพูชานอกจากรายงานเชิงบวกถึงการชื่นชมจีนในบทบาทครั้งนี้แล้ว…

สื่อต่างประเทศรายงานกรณีกัมพูชาละเมิดความตกลงหยุดยิง

สำนักข่าว BBC รายงานสถานการณ์ความมั่นคงและความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา หลังจากเกิดเหตุปะทะทางทหารและการลงนามในความตกลงหยุดยิงระหว่างกันเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 เพื่อลดอาวุธและให้ประชาชนในพื้นที่กลับภูมิลำเนา โดยล่าสุด กองทัพไทยระบุเมื่อ 30 ธันวาคม 2568 ว่า กัมพูชาละเมิดข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากฝ่ายไทยพบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) จำนวน 250 เครื่องบินจากกัมพูชาเข้าฝั่งไทยในช่วงเวลากลางคืนเมื่อ 28 ธันวาคม 2568 เท่ากับกัมพูชาละเมิดความตกลงร่วมกันที่ทำขึ้นเพื่อลดความตึงเครียดในพื้นที่ นอกจากนี้ กรณีกัมพูชาละเมิดความตกลงครั้งนี้จะทำให้ไทยจำเป็นต้องทบทวนมาตรการส่งตัวทหารกัมพูชาจำนวน 18 นาย กลับประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นประเด็นเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ชายแดน และทั้ง 2 ฝ่ายก็มีการปฏิบัติการด้วยโดรนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม กัมพูชาพร้อมจะร่วมมือกับไทยเพื่อหารือและสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเร็ว คาดว่าเพื่อรักษาระดับความสัมพันธ์และไม่ต้องการให้เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์กัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สื่อต่างประเทศมีมุมมองว่า ความตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงเปราะบางและเสี่ยงล้มเหลวได้ แม้ว่าสหรัฐฯ กับจีนจะสนับสนุนและพยายามผลักดันให้ทั้ง 2 ประเทศหยุดยิงระหว่างกัน รวมทั้งใช้การเจรจาทางการทูตเป็นแนวทางแก้ไขความขัดแย้งและปัญหาชายแดน โดยเหตุการณ์กัมพูชาละเมิดความตกลงหยุดยิงนี้ เกิดขึ้นพร้อมกับที่จีนจัดการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ยูนนาน เมื่อ 29 ธันวาคม 2568 เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน โดยมีข้อสังเกตว่าฝ่ายจีนประชาสัมพันธ์ผลงานครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผลงานบทบาทของจีนในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงระหว่างประเทศ เช่น…