รัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ จะหารือกัน 3 ฝ่ายครั้งแรกที่ UAE

นานาชาติจับตามองความคืบหน้าการแก้ไขความขัดแย้งและสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน โดยมีรายงานเมื่อ 22 มกราคม 2569 อ้างประธานาธิบดีโวโลดีมร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่า ผู้แทนจากยูเครน รัสเซีย และสหรัฐฯ จะเดินทางไปหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายที่เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในห้วง 23-24 มกราคม 2569 ซึ่งผู้นำยูเครนเปิดเผยว่าการพบหารือครั้งนี้จะเป็นการหารือแบบ 3 ฝ่ายครั้งแรก โดยมีเป้าหมายเพื่อหาแนวทางยุติสงคราม การเจรจา 3 ฝ่ายเป็นผลหลังจากประธานาธิบดีเซเลนสกี ของยูเครนพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงที่ทั้ง 2 ผู้นำไปเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ซึ่งผู้นำยูเครนยืนยันว่าสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะค้ำประกันความมั่นคงของยูเครนต่อไป และจะให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูประเทศ พร้อมกับท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ส่งสัญญาณเชิงบวกในความคืบหน้าของการยุติความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย อย่างไรก็ดี รัสเซียยังไม่แสดงท่าทีตอบรับ หรือปฏิเสธต่อการประชุมดังกล่าว แต่มีรายงานว่าผู้แทนการเจรจาของสหรัฐฯ ได้เดินทางปพบหารือกับประธานาธิบดีวลาร์ดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ที่กรุงมอสโก เมื่อ 22 มกราคม 2569 และประชุมกันเป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง…

ผู้นำสหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีประเด็นกรีนแลนด์ แต่ยังไม่ชัดเจน

กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประบเปลี่ยนท่าทีต่อการครอบครองเกาะกรีนแลนด์เมื่อ 22 มกราคม 2569 โดยประกาศในระหว่างประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ว่าบรรลุข้อตกลงกับเนโตแล้วเกี่ยวกับอนาคตของเกาะกรีนแลนด์ และข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลให้สหรัฐฯ ไม่ใช้มาตรการภาษีกดดันประเทศยุโรป 8 ประเทศ ที่ไม่เห็นด้วยกับการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียด แต่ยืนยันว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะหารือประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้บรรยากาศตึงเครียดประเด็นสหรัฐฯ ต้องการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ยังไม่ชัดเจน เพราะนายมาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (เนโต) ที่เจรจากับผู้นำสหรัฐฯ ตกเป็นบุคคลที่เผชิญแรงกดดันจากรัฐบาลเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และประเทศยุโรปส่วนใหญ่ที่ต้องการข้อมูลเรื่องข้อตกลงที่ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างถึง ซึ่งเมื่อ 23 มกราคม 2569 นายมาร์ค รุตเตอร์ ระบุว่าไม่ได้หารือกับประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องอธิปไตยเหนือเดนมาร์กหรือเกาะกรีนแลนด์เลย อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศเริ่มรายงานว่านายมาร์ค รุตเตอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ จะเป็นเลขาธิการเนโตที่จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาดุลความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับสมาชิกเนโตที่เป็นประเทศในยุโรป ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายมาร์ค รุตเตอร์ คุ้นเคยกับประธานาธิบดีทรัมป์ และได้ฉายาว่าเป็น “Trump…

ฟิลิปปินส์จะผลักดันการจัดทำเอกสารประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์แสดงท่าทีต่อแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ เมื่อ 22 มกราคม 2569 โดยยืนยันว่า ฟิลิปปินส์จะสนับสนุนและผลักดันการจัดทำเอกสารประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-CoC) เพื่อเป็นแนวปฏิบัติร่วมกันของประเทศที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่พิพาทต่อไป ปัจจุบัน เอกสาร CoC มีความคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 70 จากการประสานงานของมาเลเซียที่เป็นประธานอาเซียนเมื่อปี 2568 และฟิลิปปินส์ที่กำลังเป็นประธานอาเซียนในปี 2569 จึงจะขับเคลื่อนเป้าหมายของอาเซียนต่อไป และตั้งกำหนดการจะจัดทำเอกสาร CoC ให้สำเร็จภายในปี 2569 การจัดทำเอกสาร CoC ระหว่างอาเซียนและจีน ค่อนข้างล่าช้า แม้ว่าจะมีการเจรจาผ่านกลไกอาเซียนมาโดยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี แต่เพิ่งเริ่มการจัดทำเอกสารร่วมกันอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2560 ความท้าทายสำคัญในการเจรจาเพื่อจัดทำเอกสาร CoC คือ ท่าทีของประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่พิพาท เฉพาะอย่างยิ่งจีน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการใช้คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการเมื่อปี 2559 ที่ทำให้จีนเสียเปรียบในพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ ขณะที่ฟิลิปปินส์ยึดมั่นในคำตัดสินดังกล่าว ทำให้บรรยากาศการเจรจาและความสัมพันธ์ตึงเครียด และต่างฝ่ายต่างพยายามเคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้เพื่อรักษาบทบาทต่อไป ฟิลิปปินส์ยังคงเน้นย้ำว่า การจัดทำเอกสาร CoC ในทะเลจีนใต้ ต้องสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UN Convention on the…

ฟิลิปปินส์เร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวในโอกาสที่เป็นประธานอาเซียน ในปี 2569

ฟิลิปปินส์เร่งเพิ่มรายได้จากธุรกิจการท่องเที่ยว แม้การเติบโตในประเทศขึ้นอยู่กับการบริโภคภายในประเทศถึง ร้อยละ 70 และร้อยละ 8.9 ขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยว  โดยคาดว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความยืดหยุ่น และเป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปท่องเที่ยวในฟิลิปปินส์ ไม่ถึงเป้าหมายต่อเนื่องมาแล้ว 2 ปี ติดต่อกัน โดยเมื่อปี 2568 มีประมาณ 5.6 ล้านคน จากที่ตั้งเป้าหมายไว้ 8.4 ล้านคน  อย่างไรก็ดี ในปี 2569 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ฟิลิปปินส์เริ่มต้นปี 2569 ด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยตั้งแต่ 16 มกราคม 2569  นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปเที่ยวที่ฟิลิปปินส์ ผ่านสนามบินนินอยอากีโน และสนามบินแมคตันเซบู ไม่ต้องของวีซ่า และพำนักในฟิลิปปินส์ได้ 14 วัน แต่ต้องมีที่พักในฟิลิปปินส์ชัดเจน และมีตั๋วเที่ยวกลับ พร้อมกับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นวีซ่าประเภทอื่นได้ในระหว่างท่องเที่ยวในฟิลิปปินส์  การยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนจะทดลองเป็นเวลา 1 ปี ก่อนหน้านี้ เมื่อ พฤศจิกายน 2568 ฟิลิปปินส์ประกาศใช้วีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน และเมื่อมิถุนายน 2568…

สหรัฐฯ เตรียมใช้กองทัพควบคุมการชุมนุมคัดค้านนโยบายผู้อพยพในรัฐมินเนโซตา

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อ 19 มกราคม 2569 สั่งการให้ทหารอเมริกันจำนวน 1,500 คน เตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติการควบคุมผู้ชุมนุมประท้วงในรัฐมินเนโซตา สหรัฐฯ หลังจากมีรายงานว่าการชุมนุมประท้วงขยายตัวเนื่องจากประชาชนจำนวนมากไม่พอใจนโยบายปราบปรามผู้อพยพในพื้นที่โดยใช้ความรุนแรงและการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หลังจากเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ยิงสังหารผู้ประท้วง แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้ประท้วงดังกล่าวขับรถพุ่งชนเข้าหน้าที่ การเตรียมกองกำลังทหารดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่าพร้อมจะใช้อำนาจตามรัฐบัญญัติ Insurrection Act เพื่อใช้กำลังจากกองทัพสหรัฐฯ ในการจัดการสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศ หลังจากที่การชุมนุมประท้วงในรัฐมินเนโซตาเริ่มขยายตัว พร้อมทั้งมีรายงานว่านักการเมืองท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับมาตรการของรัฐบาล รวมทั้งมีการขัดขวางเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ICE ระหว่างปฏิบัติการปราบปรามและจับกุมผู้อพยพผิดกฎหมาย ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ จำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่จะใช้อำนาจตามรัฐบัญญัติ Insurrection Act เพื่อใช้กำลังจากกองทัพสหรัฐฯ ในการจัดการสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศแล้วเมื่อปี 2563 เพื่อจัดการการชุมนุมประท้วงเหตุ George Floyd หรือการประท้วงเจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังเกินกว่าเหตุต่อพลเรือน ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำว่าหน่วยงานมีความจำเป็นต้องเตรียมพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด อย่างไรก็ตาม นาย Tim Walz ผู้ว่าการรัฐมินเนโซตา สังกัดพรรคเดโมแครต คัดค้านคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์และเรียกร้องให้ยกเลิกความพยายามจะส่งทหารไปควบคุมพลเรือน เพราะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายและเสี่ยงเผชิญความรุนแรงมากขึ้น การควบคุมสถานการณ์การชุมนุมในรัฐมินนิโซตา อาจเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ และเปรียบได้เป็น “tinderbox” หรือสถานการณ์ที่พร้อมจะปะทะเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของสหรัฐฯ…

WEF เริ่มการประชุมประจำปี 2569

ผู้นำประเทศและผู้แทนระดับสูงจากองค์กรต่าง ๆ เดินทางไปที่เมืองดาวอส สวิตเซเอร์แลนด์ เพื่อร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2569 ระหว่าง 19-23 มกราคม 2569 โดยมีหัวข้อการประชุมหลัก คือ “A Spirit of Dialogue” มีผู้แทนจากรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ บริษัทภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม รวมทั้งผู้แทนจากสถาบันวิชาการไปเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของโลก และร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญต่อไป ทั้งนี้ WEF จัดการประชุมเป็นประจำทุกปี ซึ่งปี 2568 กำหนด 5 ประเด็นหลักที่เป็นความท้าทายสำคัญของโลก (key global challenges) ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการกับความท้าทายที่จะมีความซับซ้อนมากขึ้น สำหรับ 5 ประเด็นหลักที่เป็นความท้าทายของโลก ได้แก่ 1) แนวทางเพิ่มความร่วมมือในโลกที่แข่งขันกันมากขึ้น 2) วิธีการปลดล็อกปัจจัยใหม่ ๆ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก 3) แนวทางการลงทุนเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 4) แนวทางการส่งเสริมนวัตกรรมไปพร้อม ๆ…

ประเทศยุโรปคัดค้าน และพร้อมขึ้นมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ

ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคยุโรปกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มห่างเหินและขัดแย้งกันจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเป้าหมายต้องการให้สหรัฐฯ เข้าไปครอบครองเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก ท่าทีดังกล่าวทำให้ทั้งเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และประเทศยุโรปไม่เห็นด้วย เพราะเท่ากับละเมิดอธิปไตยและสิทธิของประเทศยุโรป ทำให้หลายประเทศตัดสินใจจะส่งกำลังทหารไปกรีนแลนด์เพื่อปกป้องความมั่นคงของภูมิภาค ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันอีกครั้งเมื่อ 18 มกราคม 2569 ว่า ต้องการครอบครองเกาะกรีนแลนด์เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ รวมทั้งเพื่อไม่ให้จีนและรัสเซียครอบครอง  สหรัฐฯ  พร้อมจะลงโทษประเทศในยุโรปจำนวน 8 ประเทศที่ไม่เห็นด้วย หรือพยายามขัดขวางความต้องการดังกล่าวด้วยมาตรการภาษีตอบโต้ ในอัตราร้อยละ 10 เริ่มตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ประเทศที่อยู่ในบัญชีจะเผชิญมาตรการภาษีเพิ่ม ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์ รวมทั้งเดนมาร์ก และจะเพิ่มระยะต่อไป ที่ร้อยละ 25 อย่างไรก็ดี ยุโรปประกาศจะเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐฯ เช่นกัน ประเทศยุโรปที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว คือกลุ่มประเทศที่ประกาศว่าจะส่งทหารไปประจำการและสนับสนุนความมั่นคงที่เกาะกรีนแลนด์ ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “Arctic Endurance” โดยทั้ง 8 ประเทศยืนยันว่าไม่มีเป้าหมายเพื่อข่มขู่ประเทศใด พร้อมกันนี้ ปรากฏกระแสชาวกรีนแลนด์จำนวนมากรวมตัวกันชุมนุมคัดค้านนโยบายของผู้นำสหรัฐฯ…

พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเริ่มการประชุมคัดเลือกผู้นำสูงสุด

สื่อต่างประเทศติดตามการประชุมใหญ่ครั้งที่ 14 ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ระหว่าง 19-25 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นการประชุมสำคัญที่จัดขึ้นทุก ๆ 5 ปีเพื่อคัดเลือกผู้นำสูงสุดของพรรคและกำหนดเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยมีรายงานว่า พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ /ผู้นำสูงสุดเวียดนาม และนายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวพร้อมสมาชิกพรรคและคณะผู้แทนระดับสูง ที่บริเวณ Pham Hung Street ในกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม มีผู้แทนสมาชิกพรรคจำนวน 1,586 คน เข้าร่วมการประชุมเพื่อสะท้อนมุมมองของสมาชิกพรรคจำนวนมากกว่า 5.6 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งจะหารือกันภายใต้หลักการความสามัคคี ประชาธิปไตย มีวินัย ก้าวหน้าและพัฒนา (Solidarity, Democracy, Discipline, Breakthrough and Development) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศ การประชุมนี้ มีเอกสารรายงาน 4 ฉบับที่พรรคคอมมิวนิสต์จะต้องพิจารณาระหว่างการประชุม ได้แก่ รายงานการเมือง รายงานการทบทวนนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ รายงานการทบทวนระเบียบของพรรค และรายงานรับรองผลงานของรัฐบาลและคณะกรรมาการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 13 ที่ผ่านมา ซึ่งในการประชมุครั้งนี้…

เศรษฐกิจจีนเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้เผชิญมาตรการภาษีสหรัฐฯ

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics – NBS) เมื่อ 19 มกราคม 2569 เผยแพร่รายงานเศรษฐกิจจีน (GDP) เมื่อปี 2568 เติบโตร้อยละ 5 หรือ 19.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามเป้าหมายที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ แม้ว่าจะเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ภาคบริการและการผลิต ขณะที่ดัชนีด้านการลงทุนและการบริโภคในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนยังได้รับผลกระทบจากบรรยากาศเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ และสงครามการค้าของสหรัฐฯ การเผยแพร่รายงานเศรษฐกิจดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อทิศทางการกำหนดนโยบายของรัฐบาลจีน ในการประชุมสำคัญที่จะมีขึ้นในปี 2569 เพื่อกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปี 2569-2573 โดยดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2568 สะท้อนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภาคอุตสาหกรรม การบริการ และการส่งออกไปยังต่างประเทศ นอกจากนี้ การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีคุณภาพ จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของจีนต่อไปในระยะยาว สื่อต่างประเทศสนใจรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของจีน ไม่ใช่เพราะเป็นประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของโลกเท่านั้น แต่เพราะเศรษฐกิจจีนเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้ว่าจะเผชิญมาตรการภาษีจากผู้นำสหรัฐฯ  สะท้อนว่าจีนยังคงส่งออกไปต่างประเทศได้มากพอที่จะทำให้ได้เปรียบดุลการค้าเมื่อปี 2568 อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนประเมินว่าจีนอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ชัดเจนมากขึ้นในปี 2569 นอกจากนี้…

เดนมาร์กคัดค้านสหรัฐฯ กรณีต้องการครอบครองกรีนแลนด์

ผู้แทนระดับสูงของเดนมาร์กและสหรัฐฯ หารือกันเมื่อ 14 มกราคม 2569 โดยยังคงไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าต้องการให้สหรัฐฯ ได้ครอบครองกรีนแลนด์ โดยนาย Lars Lokke Rasmussen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก พร้อมทั้งนาง Vivian Motzfeldt รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกรีนแดลน์หารือกับรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ และนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผลลัพธ์การประชุมทั้ง 2 ประเทศได้สนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา แต่มีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นกรีนแลนด์ โดยยังคงจุดยืนที่แตกต่างกันเกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม ทั้งเดนมาร์กและกรีนแลนด์ไม่ต้องการความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และคาดหวังว่าจะใช้การพบหารือครั้งนี้เพื่อหาแนวทางร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป ประเด็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์กเห็นพ้องกับผู้นำสหรัฐฯ คือ นโยบายการเฝ้าระวังและป้องกันการขยายอิทธิพลของรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ใช้อ้างเกี่ยวกับภัยคุกคามจากกองทัพรัสเซียและจีนในพื้นที่ดังกล่าวนั้นยังไม่ถูกต้อง ดังนั้น เดนมาร์กพร้อมจะตั้งทีมงานการหารือในประเด็นนี้ต่อไป เพื่อลดระดับความตึงเครียดและสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน ด้านผู้แทนของกรีนแลนด์ระบุว่าพร้อมจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ต่อไป แต่ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการครอบครอง ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่ยืนยันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 ว่าต้องการให้กรีนแลนด์อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสหรัฐฯ เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ ทำให้ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศยุโรปและสหประชาชาติ ห่วงกังวล และเมื่อ…