ประธานาธิบดีเมียนมาเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธ
รัฐบาลเมียนมาใช้กระบวนการเจรจาสันติภาพ เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธในประเทศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อบรรยากาศความมั่นคงและการเมืองในเมียนมา โดยมีรายงานเมื่อ 21 เมษายน 2569 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ได้เชิญผู้แทนของกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธทั้งที่ลงนามและยังไม่ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศเข้าร่วมการพูดคุยสันติภาพ ที่น่าสนใจ คือ ประธานาธิบดีเมียนมากำหนดกรอบเวลา 100 วัน ของรัฐบาล หรือ 31 กรกฎาคม 2569 สื่อมวลชนคาดการณ์ว่าผู้นำเมียนมาต้องการให้กลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธที่เคยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ(Nationwide Ceasefire Agreement) ระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและองค์กรติดอาวุธชาติพันธุ์ หรือ NCA กลับไปเข้าร่วมการพูดคุย เนื่องจากหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมา เมื่อปี 2564 มีกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธหลายกลุ่มที่ประกาศถอนตัวและยกเลิกการปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว เพื่อปกป้องตัวเองจากการปราบปรามและการปะทะกับกองทัพเมียนมา กระบวนการพูดคุยสันติภาพในเมียนมาเป็นประเด็นท้าทายผู้นำ เนื่องจากกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธอย่างน้อย 3 กลุ่ม ไม่ตอบรับข้อเสนอ และยืนยันว่าไม่มีแผนการจะกลับไปเข้าร่วม NCA อีก ได้แก่ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) แนวร่วมประชาธิปไตยของมวลนักศึกษาพม่า (ABSDF) และแนวร่วมชาติชิน (Chin National Front – CNF) โดยกลุ่ม CNF ระบุว่าต้องการเจรจากับผู้นำรัฐบาลเมียนมาที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และเป็นอิสระจากกองทัพเท่านั้น นอกจากนี้…











