สหราชอาณาจักรยกระดับการระมัดระวังเหตุก่อการร้าย

สหราชอาณาจักรยกระดับการระมัดระวังเหตุก่อการร้าย จากระดับมาก หรือ “substantial” เป็นระดับเข้มงวด “severe” หลังจากเกิดเหตุผู้ก่อความรุนแรงใช้มีดแทงชาย 2 คนที่เป็นชาวยิว ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อ 29 เมษายน 2569 โดยสหราชอาณาจักร ยกระดับคำเตือนดังกล่าวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยเจ้าหน้าที่รัฐระบุว่า สหราชอาณาจักรจำเป็นต้องปรับระดับคำเตือน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่สังคมเสี่ยงเผชิญความรุนแรงและการก่อการร้ายที่เกิดจากผู้มีอุดมการณ์สุดโต่งและนิยมความรุนแรง ทั้งจากแรงจูงใจด้านศาสนาและอุดมการณ์ทางการเมือง สำหรับเหตุผู้ร้ายใช้มีดแทงชาวยิวครั้งล่าสุด สะท้อนว่าชุมชนชาวยิวในสหราชอาณาจักร เผชิญความเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีจากผู้ที่นิยมใช้ความรุนแรง การเตือนภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในระดับเข้มงวด หรือ severe เป็นสัญญาณว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดเหตุก่อการร้ายในห้วงเวลา 6 เดือนข้างหน้า จึงต้องการให้ประชาชนตื่นตัว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและหน่วยความมั่นคงของสหราชอาณาจักร จะเฝ้าระวังและป้องกันเหตุร้ายอย่างจริงจัง รวมทั้งให้ความสำคัญกับการปกป้องชุมชนชาวยิว โดยจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทบทวนเหตุร้ายต่าง ๆ ที่ผ่านมา เพื่อถอดบทเรียนและเตรียมพร้อมเสริมความมั่นคงในสาธารณะ ก่อนหน้านี้ ชุมชนชาวยิวในสหราชอาณาจักรเผชิญเหตุร้ายต่อเนื่อง เช่น กรณีเมื่อ ตุลาคม 2568 ผู้ก่อเหตุร้ายขับรถพุ่งชนและใช้อาวุธมีดแทงชาวยิว 2 รายเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย และกรณีเมื่อ…

ราคาน้ำมันโลกอาจถึง 140 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 29 เมษายน 2569 ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ จะประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางต่อไป และจะควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งอาจใช้มาตรการส่งเรือรบสหรัฐฯ เข้าไปยึดครองท่าเรือของอิหร่าน เพื่อเพิ่มแรงกดดันทั้งทางเศรษฐกิจและการทหาร จนกว่าอิหร่านจะประกาศยอมแพ้ ท่าทีดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเจรจาสันติภาพที่อิหร่านเสนอ และอาจเป็นสัญญาณว่าทั้ง 2 ประเทศจะยังไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพเร็ว ๆ นี้ ผู้นำสหรัฐฯ มีมุมมองว่าการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ สร้างแรงกดดันและความเสียหายทางเศรษฐกิจให้อิหร่านได้มากกว่าการโจมตีทางทหาร เป็นการขยายมาตรการกดดันจากการใช้เครื่องมือทางทหาร ไปใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ทั้งด้านลดความสูญเสียด้านการทหาร และทำให้นานาชาติต้องมีส่วนร่วมในการกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ  เป้าหมายสำคัญของสหรัฐฯ คือ อิหร่านต้องยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ เพราะเป็นภัยคุกคามสำคัญของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เชื่อว่าสหรัฐฯ ต้องการมีสิทธิ์ควบคุมความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทำให้อิหร่านไม่พอใจและไม่ตอบรับเงื่อนไขดังกล่าว พร้อมกันนี้ ประธานสภาอิหร่าน ยังวิจารณ์ยุทธศาสตร์การทำสงครามของสหรัฐฯ ครั้งนี้ว่ามีเป้าหมายสร้างความแตกแยกในอิหร่าน แต่กลับเป็นผลเสียต่อสหรัฐฯ เอง เนื่องจากราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าสหรัฐฯ อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงถึง 140 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หากไม่ยอมถอนกองเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับความมั่นคงปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ยังไม่แน่นอน อย่างน้อยจาก 3…

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถอนตัวจากการเป็นสมาชิก OPEC

รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เมื่อ 28 เมษายน 2569 ประกาศว่า UAE จะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก ได้แก่ OPEC   ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยให้เหตุผลว่า UAE จะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์แห่งชาติมากขึ้น ตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติระยะยาว และวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง ขณะเดียวกันก็เพื่อบริหารจัดการวิกฤตการส่งออกพลังงานในปัจจุบันที่เป็นผลจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน UAE ย้ำว่าที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นสมาชิกกลุ่ม OPEC อย่างดี ให้ความร่วมมืออย่างจริงจังและเสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม โดย UAE เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันมากเป็นอันดับที่ 4 ของกลุ่ม รองจากซาอุดีอาระเบีย อิรัก และอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างมาก UAE ตระหนักว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ UAE ตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โดยยืนยันว่า UAE ตัดสินใจโดยไม่ได้ปรึกษาหารือกับประเทศสมาชิก OPEC อื่น ๆ รวมทั้งซาอุดีอาระเบีย แม้ว่าซาอุดีอาระเบียจะเป็นมหาอำนาจของกลุ่ม OPEC ก็ตาม UAE เป็นสมาชิกกลุ่ม…

ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อว่าอิหร่านกำลังจะล่มสลาย

สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่เริ่มตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์-28 เมษายน 2569 ยังไม่ยุติ ปัญหาสำคัญอยู่ที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้แสดงความเห็นเมื่อ 28 เมษายน 2569 อ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านว่า รัฐบาลและสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของอิหร่านอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง และกำลังจะล่มสลาย เฉพาะอย่างยิ่งอำนาจของกลุ่มผู้นำและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากการทำสงครามเป็นเวลานาน รวมทั้งมีความแตกแยกระหว่างผู้นำอิหร่าน ทำให้อิหร่านต้องการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย ปัจจุบัน สหรัฐฯ ใช้กองบัญชาการ Central Command (CENTCOM) ส่งกองเรือรบปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซ โดยพร้อมโจมตีและสกัดกั้นเรือขนส่งสินค้าของอิหร่านทันที เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจา ที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ กลุ่มผู้นำและผู้ปกครองอิหร่าน ปฏิเสธความคิดเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยังคงมีเอกภาพ และยืนยันเงื่อนไขที่จะนำไปสู่สันติภาพและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ คือ สหรัฐฯ ต้องถอนกำลังทหารออกจากช่องแคบฮอร์มุซก่อน จากนั้นอิหร่านจะเปิดเส้นทางดังกล่าวให้สามารถใช้ลำเลียงสินค้าและพลังงานได้ตามปกติ ด้านสหรัฐฯ ย้ำว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาเงื่อนไขและรวบรวมข้อมูล เพื่อให้การตัดสินใจดำเนินนโยบายต่ออิหร่านเป็นประโยชน์กับชาวอเมริกันมากที่สุด สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อมูลเพื่อโน้มน้าวประชาคมระหว่างประเทศให้เชื่อว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังขาดความมั่นคงและใกล้จะล่มสลาย อาจเป็นไปเพื่อบั่นทอนภาพลักษณ์ของรัฐบาลอิหร่าน ที่ปัจจุบันเริ่มส่งผู้แทนไปเจรจาหารือกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น โอมาน และมหาอำนาจนอกภูมิภาค เช่น…

พัฒนาการสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และท่าทีรัสเซีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อ 27 เมษายน 2569 ว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างทบทวนข้อเสนอของอิหร่านที่จะนำไปสู่การเจรจาสันติภาพระหว่างกัน เพื่อหาแนวทางยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับไปเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานได้โดยเร็ว ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นในห้วงเดียวกันกับที่สหประชาชาติ (UN) แสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านเศรษฐกิจและพลังงานโลกที่เป็นผลจากสงครามครั้งนี้ ประกอบกับอิหร่านเดินเกมส์การทูตเข้มข้นขึ้นด้วยการส่งผู้แทนระดับสูงเยือนรัสเซีย เป็นสัญญาณให้สหรัฐฯ ตระหนักว่าอิหร่านกับรัสเซียยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และล่าสุดเมื่อ 27 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ก็สนับสนุนอิหร่าน พร้อมชื่นชมชาวอิหร่านที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ท่าทีของรัสเซียดังกล่าวน่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่าจะแสดงบทบาทเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ในระยะถัดไป ไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ จะดีขึ้น หรือเกิดการปะทะกันรอบใหม่ แม้ก่อนหน้านี้ รัสเซียยืนยันว่าต้องการเป็นผู้ช่วยสนับสนุนให้เกิดสันติภาพ มากกว่าเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียคาดหวังว่าจะเกิดสันติภาพขึ้นในภูมิภาคเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกันก็ย้ำว่ารัสเซียจะสนับสนุนผลประโยชน์ของอิหร่านด้วย ทั้งนี้ บทบาทของรัสเซียอาจเป็นประโยชน์ต่อการลดระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เนื่องจากปัจจุบัน ปากีสถาน ซึ่งแสดงบทบาทเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างประเทศ เริ่มเผชิญความท้าทายในประเทศเองจากความขัดแย้งบริเวณพรมแดนกับอัฟกานิสถาน โดยมีรายงานเมื่อ 27 เมษายน 2569 ว่า ปากีสถาน-อัฟกานิสถานกล่าวโทษกันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำให้ปากีสถานอาจไม่สามารถแสดงบทบาทนำในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านได้เต็มที่ แต่ก็ยังไม่ละความพยายามในการดำเนินการดังกล่าว เช่น พบหารือกับโอมาน และรัสเซีย…

จีนควบคุมการเข้าถึงระบบ Manus AI

รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังนวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาขึ้นในประเทศไม่ให้ถูกครอบงำหรือนำไปใช้ประโยชน์โดยต่างชาติ ล่าสุดเมื่อ 27 เมษายน 2569 มีรายงานว่า คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของจีน สั่งห้ามไม่ให้บริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัท Meta ของสหรัฐฯ เข้าซื้อกิจการหรือครอบครองระบบ Manus AI หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ประเภท AI Agent ที่มีความสามารถสูง ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Monica ของจีน ร่วมกับบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีในสิงคโปร์ NDRC ของจีนไม่ได้เปิดเผยเหตุผลที่สั่งห้ามบริษัทต่างชาติทำข้อตกลงซื้อหุ้นหรือครอบครองกิจการของบริษัท Monica เพียงแต่ยืนยันว่าคำสั่งห้ามดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมายของประเทศ แต่สื่อต่างประเทศมีมุมมองว่าความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีนครั้งนี้เป็นไปเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และวิทยาการด้านเทคโนโลยี AI ของจีน เนื่องจากระบบ Manus AI เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากกว่าระบบที่บริษัทในสหรัฐฯ เผยแพร่ให้ผู้บริการใช้งานได้ทั่วโลก นอกจากนี้ รัฐบาลจีนอาจต้องการตอบโต้สหรัฐฯ ที่มีมาตรการปิดกั้นไม่ให้บริษัทจีนเข้าถึงอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตและพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ บริษัท Meta ของสหรัฐฯ ประกาศเสนอซื้อระบบ Manus AI เมื่อ ธันวาคม 2568 เป้าหมายเพื่อใช้ระบบดังกล่าวขยายขีดความสามารถของ AI ที่บริษัท…

สหภาพยุโรปขยายมาตรการคว่ำบาตรเมียนมาถึง เมษายน 2570

สถานการณ์ความมั่นคงทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันตกของไทย ยังคงได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 27 เมษายน 2569 สภาสหภาพยุโรป (EU) ประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรเมียนมาต่อไปจนถึง 30 เมษายน 2570 เนื่องจากมีมุมมองว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนยังคงน่าห่วงกังวล และยังขัดขวางระบอบประชาธิปไตยด้วย ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรของ EU ต่อเมียนมา ครอบคลุมการคว่ำบาตรและยึดทรัพย์บุคคล 105 ราย และหน่วยงาน/องค์กรจำนวน 22 แห่งที่มีความเชื่อมโยงกับผู้นำกองทัพเมียนมา รวมทั้งห้ามบุคคลในบัญชีคว่ำบาตรเดินทางเข้า EU ด้วย นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรของ EU ต่อเมียนมายังครอบคลุมการห้ามขายอาวุธ ห้ามส่งออกสินค้าบางประเภทที่กองทัพเมียนมาอาจนำไปใช้ในการควบคุมและละเมิดสิทธิมนุษยชน EU ใช้โอกาสนี้ประณามการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมาเมื่อปี 2564 รวมทั้งคัดค้านมาตรการของรัฐบาลและกองทัพเมียนมาที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน ตลอดจนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติการใช้ความรุนแรง และให้รัฐบาลเมียนมาปล่อยตัวนักโทษการเมือง มาตรการคว่ำบาตรของ EU อาจทำให้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในเมียนมาย่ำแย่ เนื่องจาก EU จะตัดงบประมาณช่วยเหลือรัฐบาลเมียนมาด้วย แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ EU มีมุมมองว่าเป็นตัวแทนของกองทัพเมียนมาที่ต้องการสืบทอดอำนาจทางการเมืองเพื่อควบคุมผลประโยชน์ในประเทศต่อไป นอกจากนี้ ท่าทีของ EU อาจผลักดันเมียนมาให้พึ่งพาจีนในฐานะประเทศหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจและการพัฒนามากขึ้น ขณะเดียวกันก็อาจเป็นอุปสรรคต่อเมียนมาที่กำลังอยู่ในห้วงฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอาเซียนให้เป็นปกติ…

ความคืบหน้ากรณีเหตุยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าว สหรัฐฯ

เหตุผู้บุกรุกเข้าไปก่อเหตุยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โรงแรม Washington Hilton เมื่อ 25 เมษายน 2569 ปัจจุบันหน่วยความมั่นคงเปิดเผยชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นาย Cole Tomas Allen ชาวอเมริกันอายุ 31 ปี ภูมิลำเนาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ภาพรวมไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้ หน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ คาดว่าผู้ก่อเหตุวางแผนและดำเนินการเพียงลำพัง ยังไม่เปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุที่ชัดเจน แม้ผู้ก่อเหตุจะเปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ว่าต้องการก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่หน่วยความมั่นคงจำเป็นต้องสืบสวนต่อไป เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ผู้ก่อเหตุแอบซ่อนอาวุธไว้ในโรงแรมล่วงหน้า ได้แก่ ปืนสั้น และมีด และลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการเข้าพักที่โรงแรม Washington Hilton เพื่ออยู่ในพื้นที่จัดงานของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ก่อเหตุจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 2 ข้อหา ได้แก่ ใช้อาวุธปืนก่อเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ และก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้นำประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายความพยายามโจมตีหรือทำร้ายร่างกายแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ กรกฎาคม 2567 ระหว่างการหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย ครั้งที่ 2 เมื่อ กันยายน 2567 ที่มีรายงานพบมือฟืนซุ่มเตรียมก่อเหตุยิงในรีสอร์ตและสนามกอล์ฟของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่รัฐฟลอริดา และครั้งที่…

ภูมิรัฐศาสตร์โลกไม่มั่นคง : การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านไม่คืบหน้า

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยังไม่คลี่คลาย ประกอบกับการเจรจาสันติภาพที่ปากีสถานพยายามผลักดันยังไม่มีความคืบหน้าเพราะสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ส่งผู้แทนการเจรจาไปปากีสถาน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างอิสราเอล-กองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์โลกไม่มั่นคงและส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและพลังงานที่ผันผวนตามสถานการณ์ โดยเมื่อ 26 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 1 อยู่ที่ประมาณ 107 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศในเอเชียมีแนวโน้มได้รับผลกระทบสูง แม้ว่าอิหร่านจะเริ่มเปิดการเจรจากับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อแก้ไขปัญหาและเสริมความมั่นคงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก เฉพาะอย่างยิ่งเอเชียที่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง และปุ๋ยเคมี เพื่อใช้ในทางการเกษตร แต่ท่าทีของสหรัฐฯ ทำให้อิหร่านไม่เชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะหยุดยิงตามข้อตกลง หรือต้องการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน เนื่องจากเต็มไปด้วยการข่มขู่ สื่อต่างประเทศรายงานว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ อินเดีย และไทย เร่งออกแบบมาตรการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันผันผวน และช่วยเหลือภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยให้ความสนใจกรณีไทยรณรงค์ให้ประชาชนมอบปืนฉีดน้ำพลาสติก เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นน้ำมันแนฟทา (Naphtha) และใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเม็ดพลาสติกและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างเหตุผลที่ตัดสินใจไม่ส่งนายสตีฟ วิตคอฟฟ์  ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนาย จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้แทนเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ ไปปากีสถาน (ซึ่งตอนหลังประกาศยกเลิกการส่งผ็แทนสหรัฐฯ) เพราะอิหร่านไม่มีท่าทีที่ชัดเจน รวมทั้งประเมินว่าผู้นำและผู้มีอิทธิพลในอิหร่านมีความคิดเห็นแตกแยกกันเกี่ยวกับการเจรจากับสหรัฐฯ และไม่มีผู้นำที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด สหรัฐฯ จึงไม่เห็นว่าการเจรจาจะเป็นประโยชน์ ด้านอิหร่านยืนยันว่ารัฐบาลอิหร่านมีเอกภาพและพร้อมเจรจาโดยยึดมั่นเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศและภูมิภาคตะวันออกกลางในระยะยาว นอกจากนี้ อิหร่านส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปเยือนโอมานและรัสเซีย หลังจากเยือนปากีสถาน…

อิหร่านกล่าวโทษสหรัฐฯ -อิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

สถานการณ์ความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซและภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดสูงต่อเนื่อง แม้ว่าผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศเมื่อ 21 เมษายน 2569 ขยายข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน แต่ฝ่ายอิหร่านเมื่อ 22 เมษายน 2569 เปิดเผยว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เช่น สหรัฐฯ ส่งกองเรือรบไปปิดกั้นการเดินเรือขนส่งของอิหร่าน ขณะที่อิสราเอลโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวด้านการทหารและพฤติกรรมข่มขู่ของฝ่ายศัตรู ทำให้อิหร่านไม่สามารถค้ำประกันความมั่นคงปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซได้ แม้ว่าอิหร่านจะต้องการเจรจาเพื่อควบคุมความขัดแย้งระหว่างประเทศ ท่าทีของอิหร่าน มีขึ้นในห้วงที่ผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านจะเดินทางเยือนปากีสถาน เพื่อหาแนวทางเจรจารอบใหม่ และมีขึ้นในห้วงที่ทั่วโลกกังวลว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านจะย้ายพื้นที่สงครามจากมาตุภูมิอิหร่านไปเป็นช่องแคบฮอร์มุซแทน ซึ่งจะทำให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบรุนแรงมากขึ้น เพราะเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ แต่เสี่ยงอันตรายเนื่องจากมีการโจมตีจากคู่ขัดแย้ง โดยเมื่อ 22 เมษายน 2569 มีรายงานว่ากองทัพอิหร่านสกัดกั้นและยึดเรือขนส่งสินค้าของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระหว่างเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านระบุว่าเรือดังกล่าวเดินทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ปากีสถานเร่งประสานงานและใช้กลไกการทูตเพื่อให้เกิดการเจรจาโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าอิหร่านจะยังไม่เชื่อมั่นท่าทีและนโยบายของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งและไม่แน่นอน เฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่คาดการณ์ยาก สาเหตุที่ทำให้อิหร่านไม่เชื่อมั่นในการกำหนดท่าทีของสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นฝ่ายเริ่มการโจมตีอิหร่านก่อนทุกครั้ง ขณะที่ทั้ง 2 ประเทศอยู่ระหว่างการเจรจา รัฐบาลสหรัฐฯ อาจกำลังใช้ประโยชน์จากการที่ไม่กำหนดกรอบเวลาข้อตกลงหยุดยิงที่ชัดเจน ซึ่งเป็น 1 ในยุทธวิธีสร้างความคลุมเครือ เพื่อเพิ่มแรงกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจาสันติภาพ…