การสอบสวนเหตุกราดยิงที่ออสเตรเลียที่เป็นการก่อการร้าย

หน่วยความมั่นคงออสเตรเลียทยอยเปิดเผยผลการสอบสวนเหตุกราดยิงที่หาดบอนได ออสเตรเลีย เมื่อ 14 ธันวาคม 2568 ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลออสเตรเลียระบุว่าเป็นเหตุก่อการร้าย และต่อต้านชาวยิว (antisemitism) เป้าหมาย คือ ชาวยิวในออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ระหว่างทำกิจกรรมในเทศกาล Hanukkah หรือการฉลองประจำปี ผู้ก่อเหตุจำนวน 2 ราย ใช้อาวุธปืนยาวกราดยิงใส่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ Archer Park ติดกับหาดบอนได และใกล้กับบริเวณสนามเด็กเล่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน อายุระหว่าง 10-87 ปี และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สำหรับกิจกรรมเทศกาล Hanukkah จัดขึ้นเป็นวันแรก โดยองค์กร Jewish Centre Chabad of Bondi คาดว่ามีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุจำนวน 2 ราย คนแรกเป็นชายอายุ 50 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุหลังจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนคนที่สองเป็นชายอายุ 24 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุทั้ง…

ยูเครนจะไม่สมัครสมาชิกเนโต หากประเทศตะวันตกค้ำประกันความมั่นคง

ผู้นำยูเครนกำลังเผชิญความท้าทายและแรงกดดันจากนานาชาติในการพิจารณาและทบทวนเงื่อนไขที่จะนำไปสู่สันติภาพระหว่างยูเครน-รัสเซีย โดยล่าสุดเมื่อ 14 ธันวาคม 2568 ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเปิดเผยกับผู้แทนสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนีว่า ยูเครนอาจพิจารณายกเลิกการสมัครเป็นสมาชิกเนโต หากประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป ให้คำมั่นว่าจะค้ำประกันความมั่นคงให้ยูเครนแบบมีกฎหมายรับรอง ในลักษณะเดียวกันกับมาตรา 5 ของเนโต เพื่อปกป้องยูเครนจากการรัสเซีย ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนมีท่าทีดังกล่าวหลังจากการหารือกับนาย Steve Witkoff ผู้แทนการเจรจาของสหรัฐฯ ที่ประชุมกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ชั่วโมง เพื่อหาแนวทางยุติสงครามและสร้างสันติภาพ โดยสหรัฐฯ เป็นฝ่ายผลักดันเงื่อนไขและข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อเร่งโน้มน้าวให้คู่ขัดแย้งทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งประเทศยุโรปเห็นพ้องกับแผนยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่สหรัฐฯ เสนอ จากนั้น เยอรมนีและผู้นำประเทศในยุโรปจะจัดการประชุมหารือกับผู้นำยูเครนต่อไปใน 15 ธันวาคม 2568 เพื่อกำหนดแนวทางสนับสนุนความมั่นคงร่วมกัน มีข้อสังเกตว่า ผู้นำยูเครนค่อย ๆ ยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ซึ่งมีรายละเอียด 20 ประการ แต่ยังไม่ยอมรับการให้อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนในแคว้นภาคตะวันออกแก่รัสเซีย รวมทั้งการถอนทหารออกจากแคว้นดอนบาส ทั้งนี้ มีรายงานว่าเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรสนับสนุนเงื่อนไขและรายละเอียดแผนสันติภาพ 20…

สื่อต่างชาติเน้นการรายงานการปฏิบัติการทางทหารของไทยมากกว่ากัมพูชา

สื่อต่างชาติเมื่อ 13-14 ธันวาคม 2568 สนใจรายงานการปะทะทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชา แม้ไม่มากเท่ากับช่วงปะทะรอบ 2 กันใหม่ ๆ อย่างไรก็ดี หัวข้อข่าวที่สื่อต่างชาติจะเน้นการที่ไทยยังไม่หยุดโจมตีทางอากาศ และหยุดยิง หรือปฏิบัติการทางทหารอื่น ๆ แม้นายกรัฐมนตรีไทยได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทางโทรศัพท์ เมื่อคืนของ 12 ธันวาคม 2568 และประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดียว่า ทั้งไทยและกัมพูชาจะมีการหยุดยิง ขณะที่ฝ่ายนายกรัฐมนตรีไทยออกมาปฏิเสธการให้คำมั่นในประเด็นนี้ และโยนให้ฝ่ายกัมพูชาว่าจะต้องจริงจังในเรื่องนี้ ในมุมรายงานเกี่ยวกับกัมพูชา สื่อต่างชาติเน้นรายงานความสูญเสีย และการต้องปิดพรมแดนกับไทย เพราะไทยยังไม่ยุติการโจมตีไปยังชายแดนกัมพูชา ซึ่งรวมทั้งปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาออกมายืนยันว่า เป็นเป้าหมายพลเรือน นอกจากนี้ สื่อต่างชาติยังรายงานมุมมองเชิงต้องการสันติภาพของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ออกมาแถลงเมื่อ 13 ธันวาคม 2568 ว่า พร้อมจะร่วมมือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่เสนอให้มีการหยุดยิง และให้มาเลเซียเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพ สื่อยังเห็นว่าอาเซียนยังอาจไม่สามารถที่จะทำให้การปะทะทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชายุติลงง่าย ๆ แม้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเรียกประชุมอาเซียนสมัยพิเศษเร็ว ๆ นี้ หรือจะใช้ดาวเทียมของสหรัฐฯ เป็นหลักฐานเพื่อชี้ว่า ฝ่ายใดเริ่มปฏิบัติการทางทหารก่อน นอกจากนี้ การเป็นประธานอาเซียนของมาเลเซียจะสิ้นสุดลงในสิ้นปี 2568 โดยมีฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียนต่อ ซึ่งฟิลิปปินส์จะต้องใช้เวลาศึกษาเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาพอสมควร ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในเรื่องนี้ของฟิลิปปินส์ไม่สามารถทำได้ทันที สื่อยังพาดพิงการเมือง และประเด็นเศรษฐกิจของไทยว่า…

ในปี 2569 โลกจะเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง

ภาวะความมั่นคงทางอาหารหรือ food security ของโลก ที่เราพูดถึงกันจนติดปากว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกประเทศต้องมีให้ไว้สำหรับสำหรับประชาชนของตนนั้น มีความเชื่อมโยงกับภาวะอดอยากของประชาชนอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นที่น่าวิตกเป็นอย่างยิ่งว่า แนวโน้มความมั่นคงทางอาหารของโลกในปี 2569 จะต้องเร่งดำเนินการให้มีความคืบหน้าจริงจังมากขึ้น เนื่องจากรายงานประจำปีของโครงการอาหารโลก (World Food Programme-WFP) แห่งสหประชาชาติ ที่เผยแพร่เมื่อกลางพฤศจิกายน 2568 เตือนถึงความไม่มั่นคงทางอาหารที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 รายงานประจำปีของ WFP ชี้ว่า ประชาชนทั่วโลกประมาณ 318 ล้านคน จะเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง มากกว่าภาวะก่อนปี 2562 ถึง 2 เท่า ประเทศที่ยังจะเผชิญภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารเลวร้ายที่สุด ขณะที่งบประมาณที่ WFP มีอยู่จะช่วยเหลือผู้หิวโหยได้ไม่มากนัก หรือพื้นที่ที่คาดว่าประชาชนจะเผชิญความไม่มั่นคงทางอาหารตั้งแต่พฤศจิกายน 2568 ไปจนถึง มีนาคม 2569  เช่น เฮติ มาลี ปาเลสไตน์ ซูดานใต้ ซูดาน เยเมน อัฟกานิสถาน คองโก และเมียนมา เป็นต้น สำหรับเมียนมา WFP ออกถ้อยแถลงเตือน เมื่อ…

ผู้นำสหรัฐฯ คัดค้านกฎหมายควบคุม AI

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 11 ธันวาคม 2568 ออกคำสั่งผู้บริหาร (executive order) สกัดกั้นไม่ให้รัฐต่าง ๆ ออกกฎหมายควบคุมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) เนื่องจากมีมุมมองว่ากฎหมายควบคุมดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบในการแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำโลกด้าน AI และไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติชัดเจนว่าต้องการให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำโลกอันดับ 1 ด้านเทคโนโลยี AI เพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ดังนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ต้องการให้มีกฎหมายหรือระเบียบใดขัดขวางเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าว นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังวิจารณ์ว่า รัฐที่มีกฎหมายควบคุม AI จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ “Woke AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีอคติและอุดมการณ์ทางสังคมและการเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยี และธุรกิจนี้ให้ก้าวหน้าเหนือประเทศอื่น ๆ ตัวอย่าง Woke AI ที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถึง เช่น กรณีรัฐโคโลราโดห้าม AI ไม่ให้ใช้ฟังก์ชัน algorithmic discrimination หรือระบบอัลกอริทึมที่มีพฤติกรรมเลือกปฏิบัติ เพราะเชื่อว่าจะทำให้สังคมอเมริกันแตกแยก แต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับมีมุมมองว่า…

เกาหลีเหนืออาจพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธเพื่อการส่งออก

ท่าทีของนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือในที่ประชุมคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลี (WPK) ระหว่าง 9-11 ธันวาคม 2568 น่าสนใจมาก เนื่องจากเป็นการประชุมสำคัญที่ผู้นำสูงสุเดของเกาหลีเหนือได้แสดงวิสัยทัศน์ที่มีนัยต่อการดำเนินนโยบายด้านการทหารและความมั่นคงในต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะกรณีที่นายคิม จองอึน เชิดชูและยกย่องบทบาทของทหารเกาหลีเหนือที่เดินทางไปร่วมปฏิบัติการทางทหารกับรัสเซียในสงครามยูเครน แม้จะมีทหารเกาหลีเหนือเสียชีวิต แต่ก็เป็นการแสดงบทบาทของเกาหลีเหนือในเวทีโลก ท่าทีดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่า เกาหลีเหนือมีแนวโน้มจะสนับสนุนรัสเซียด้านการทหารและความมั่นคงต่อไป โดยจะเป็นฐานการลงทุน เพื่อพัฒนาและผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่รัสเซียจำเป็นต้องใช้ในสงครามยูเครน ตามข้อตกลงที่ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศลงนามกันไว้ ซึ่งตอบสนองผลประโยชน์แห่งชาติของทั้ง 2 ฝ่าย ความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซียที่แน่นแฟ้นและใกล้ชิดมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งด้านการทหารและการค้าอาวุธ อาจทำให้เกาหลีเหนือปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธในประเทศ จากเดิมที่เน้นพัฒนาและยกระดับขีปนาวุธพิสัยไกลและอาวุธนิวเคลียร์ ไปเป็นอุตสาหกรรมอาวุธที่เน้นผลิตระเบิด รถถัง กระสุนปืนใหญ่ ขีปนาวุธพิสัยใกล้ และอากาศยานไร้คนขับแทน เนื่องจากเป็นอาวุธที่ตอบสนองความต้องการของรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นลูกค้าหลักของเกาหลีเหนือ ดังนั้น เกาหลีเหนืออาจให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธเพื่อการส่งออกไปรัสเซียมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะยังไม่ละทิ้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากยังคงเป็นเครื่องมือที่ค้ำประกันความมั่นคงของเกาหลีเหนือได้ในระยะยาว ตั้งแต่รัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน มีรายงานว่า เกาหลีเหนือเป็นแหล่งอาวุธในการสู้รบของรัสเซีย จากนั้นเกาหลีเหนือเริ่มส่งทหารไปปฏิบัติการสนับสนุนรัสเซียจำนวนมากกว่า 14,000 นาย บางส่วนเข้าไปสู้รบในสมรภูมิแนวหน้าด้วย เนืองจากรัสเซียขาดกำลังพล แต่กองกำลังของเกาหลีเหนือจะเน้นปฏิบัติการในภูมิภาค Kursk ทางตะวันตกของรัสเซีย ล่าสุด มีรายงานว่าเกาหลีเหนือส่งแรงงานก่อสร้างไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานรัสเซียที่ได้รับความเสียหายจากสงครามด้วย การที่ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเสริมสร้างความร่วมมือใกล้ชิดกับรัสเซีย รวมทั้งมีแนวโน้มจะส่งเสริมอุตสาหกรรมอาวุธมากขึ้น…

จีนจะเก็บภาษีสินค้าคุมกำเนิด เพื่อกระตุ้นการเพิ่มประชากร

รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนประชากรชาวจีน เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศในระยะยาว ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนมีนโยบายและมาตรการกระตุ้นการเพิ่มพูนประชากรในประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น ส่งเสริมการมีบุตร และให้สิทธิประโยชน์ ล่าสุด สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจกรณีรัฐบาลจีนจะเพิ่มภาษีสินค้าและยาที่ใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์และคุมกำเนิด รวมทั้งถุงยางอนามัย ที่อัตราร้อยละ 13 เพื่อให้ถุงยางอนามัยและสินค้าควบคุมการตั้งครรภ์มีราคาสูงขึ้น และคาดว่า หากสินค้าและยาที่เกี่ยวข้องกับการคุมกำเนิดสูงขึ้น อาจส่งผลให้ประชากรชาวจีนเพิ่มขึ้นได้ โดยจะเริ่มใช้มาตรการขึ้นภาษีสินค้าและยาประเภทดังกล่าวตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป จีนใช้นโยบายดังกล่าวเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี เป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปภาษีของจีน อย่างไรก็ตาม การที่สินค้าดังกล่าวจะถูกเก็บภาษีเพิ่ม สะท้อนว่ารัฐบาลจีนต้องการแก้ไขวิกฤตอัตราการเกิดต่ำในประเทศอย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้ จีนยกเลิกนโยบายส่งเสริมให้มีบุตรคนเดียว หรือ One Child Policy เมื่อปี 2558 แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประชากร มีรายงานว่ารัฐบาลจีนไม่ได้ประชาสัมพันธ์นโยบายดังกล่าวในวงกว้าง ทั้งที่เสนอเป็นกฎหมายแล้วตั้งแต่ ธันวาคม 2567 นอกจากนี้ ครอบครัวชาวจีนบางส่วนที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะไม่มีผลต่อการตัดสินใจมีบุตร ซ้ำยังสะท้อนว่าปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้ชาวจีนไม่มีลูก เป็นเพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรนั้นสูงกว่าค่ายาหรือสินค้าควบคุมกำเนิดอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขแสดงความกังวลว่ามาตรการจะเพิ่มภาษีสินค้าและยาที่ใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์และคุมกำเนิด รวมทั้งถุงยางอนามัย ที่อัตราร้อยละ 13 ดังกล่าว อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขอนามัย รวมทั้งส่งผลกระทบต่ออัตราการทำแท้งอย่างปลอดภัยในจีน และการควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลจีนต้องเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจ…

ผู้นำสหรัฐฯ ออกวีซ่าบัตรทองให้ชาวต่างชาติที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 10 ธันวาคม 2568 ออกนโยบายวีซ่าบัตรทอง หรือ Trump Gold Card เพื่อให้ชาวต่างชาติที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง สมัครเพื่อรับสิทธิเดินทางเข้าสหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว และได้รับอนุญาตให้พำนักในสหรัฐฯ ในระยะยาว ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าวีซ่าประเภทนี้เหมือนกับ Green Card หรือบัตรผู้อยู่อาศัยถาวรที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะออกให้ชาวต่างชาติ แต่ดีกว่า เพราะจะได้รับสิทธิพิเศษในการพิจารณาเอกสารเป็นอันดับแรก ๆ และมีโอกาสได้สิทธิในการพำนักแบบถาวร กลุ่มเป้าหมายที่ผู้นำสหรัฐฯ กำหนดไว้ คือ นักลงทุน นักธุรกิจ และผู้ที่มีรายได้สูงจากต่างประเทศ สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการสมัครวีซ่าดังกล่าวต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างร้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสามารถลงทะเบียนสมัครวีซ่าดังกล่าวได้แล้วในปัจจุบัน แลกกับสิทธิประโยชน์ทั้งในฐานะบุคคล (individual) และฐานะผู้ดำเนินธุรกิจ (business) โดยผู้ที่ต้องการสิทธิประโยชน์แบบบุคคลจะเสียค่าวีซ่าบัตรทอง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นเมื่อผ่านกระบวนการคัดกรองของสหรัฐฯ แล้วจะได้รับสิทธิการพำนักในสหรัฐฯ นานกว่าปกติ ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนแบบนักธุรกิจ จะเสียค่าวีซ่าบัตรทอง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากผ่านการคัดกรอง ก็จะได้รับสิทธิในฐานะผู้ถือบัตร Trump Corporate Gold Card…

มุมมองนักวิเคราะห์สื่อต่างประเทศต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

  นักวิเคราะห์ในต่างประเทศเริ่มประเมินสาเหตุและแนวโน้มสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ การเมืองระหว่างประเทศ และบทบาทของกองทัพ สำหรับมุมมองที่น่าสนใจ เช่น สำนักข่าว BBC ประเมินว่าสาเหตุที่ทำให้ความตึงเครียดและความขัดแย้งในครั้งนี้ยืดเยื้อ รวมทั้งไม่สามารถยุติการใช้กำลังทหารระหว่างกันได้ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีแนวทางการจัดการปัญหาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยฝ่ายไทยต้องการแก้ไขปัญหาแบบทวิภาคี และไม่ต้องการให้นานาชาติเข้าไปแทรกแซงหรือมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาชายแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่กัมพูชา พยายามดึงนานาชาติ ทั้งมหาอำนาจและสมาชิกอาเซียน เข้าไปมีบทบาทในการแก้ไขความตึงเครียดครั้งนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ของสำนักข่าว BBC ระบุว่าสาเหตุที่กัมพูชาใช้แนวทางดังกล่าวเพราะเชื่อว่าจะเพิ่มความได้เปรียบในการเจรจากับไทย เพราะกัมพูชามีอำนาจต่อรองน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม กองทัพกัมพูชาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องบริเวณพื้นที่พรมแดน สะท้อนว่ามีความมุ่งหมายและตั้งใจที่จะยั่วยุฝ่ายไทย การที่ไทยและกัมพูชามีมุมมองต่อแนวทางแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่มีความพร้อมที่จะปฏิบัติตามความตกลงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไปร่วมผลักดันและเป็นพยานที่มาเลเซีย เมื่อตุลาคม 2568 สถานการณ์นี้อาจสะท้อนว่า บทบาทของผู้นำสหรัฐฯ ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ให้ข้อเสนอหรือสนับสนุนการทูตที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง พร้อมประเมินว่าหากมีความตกลงครั้งใหม่ที่ต่างประเทศเป็นผู้หลักดัน ก็มีโอกาสสูงมากที่จะไม่สำเร็จหรือค้ำประกันสันติภาพได้ระยะยาว ปัจจัยการเมืองภายในของกัมพูชามีผลต่อสถานการณ์และความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะบทบาทของสมเด็จฯ ฮุนเซน ซึ่งแม้ว่าจะพยายามเผยแพร่ข้อมูลว่ากัมพูชาถูกประเทศเพื่อนบ้านข่มเหง แต่สมเด็จฮุนเซนฯ เป็นฝ่ายตั้งใจปล่อยข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลไทย และกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนชาวไทยสนับสนุนกองทัพไทยมากขึ้น สำนักข่าวต่างประเทศบางส่วนอ้างความคิดเห็นของนักวิชาการไทยในต่างประเทศ ที่เชื่อมโยงสถานการณ์ความตึงเครียดไทย-กัมพูชา เข้ากับการเมืองไทย และสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความตึงเครียดยืดเยื้อ คือ ปัญหาเขตแดนระหว่างประเทศ…

หน่วยข่าวกรองยูเครนประเมินรัสเซีย-จีน ขยายความร่วมมืออุตสาหกรรมอาวุธ

ประธานาธิบดียูเครนเมื่อ 10 ธันวาคม 2568 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับจีนที่กำลังเพิ่มพูนและใกล้ชิดกันมากขึ้น และอาจเป้นความท้าทายด้านความมั่นคงของโลก โดยผู้นำยูเครนอ้างรายงานของหน่วยข่าวกรองยูเครน ที่ระบุว่า ปัจจุบันรัสเซียกับจีนเพิ่มความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมอาวุธ ซึ่งจีนสนับสนุนเทคโนโลยีและทรัพยากรให้รัสเซียจำนวนมาก แลกเปลี่ยนกับการที่จีนจะเข้าไปลงทุนและขยายบทบาทในพื้นที่ภูมิภาคตะวันออกของรัสเซียที่มีทรัพยากรธรรมชาติปริมาณมาก ซึ่งในประเด็นนี้ ผู้นำยูเครนประเมินว่าจีนมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ เพราะรัสเซียเผชิญแรงกดดันจากประเทศอื่น ๆ จากกรณีปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2565 และมีเพียงจีนที่ยังคงร่วมมือกับรัสเซียอย่างใกล้ชิดทั้งด้านการค้า การทหาร และการทูต กลไกที่จีนและรัสเซียใช้ในการขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมอาวุธและความมั่นคง คือ กรอบความร่วมมือ Shanghai Cooperation Organisation (SCO) ที่มีจีนเป็นผู้นำ และใช้เป็นกรอบการเพิ่มการแลกเปลี่ยนการค้า การลงทุน และความรู้เรื่องอุตสาหกรรมอาวุธกับประเทศสมาชิก โดยเฉพาะกับรัสเซีย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนประกาศเมื่อ พฤศจิกายน 2568 ว่าจะเพิ่มการลงทุนในรัสเซีย ซึ่งแม้ว่าจะเน้นอุตสาหกรรมทั่วไป แต่ผู้นำยูเครนประเมินว่าภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว จีนจะหาโอกาสขยายการลงทุนด้านอุตสาหกรรมที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกองทัพได้ เช่น อุตสาหกรรมการบิน อวกาศ อาหารและเศรษฐกิจดิจิทัล สำหรับมุมมองของผู้นำยูเครนต่อจีน ก็ไม่ได้เป็นในเชิงบวก โดยให้ความเห็นว่าที่ผ่านมา จีนกำหนดจุดยืนไม่เข้าข้างฝ่ายใด ขณะเดียวกันก็แสดงบทบาทอย่างจำกัดในเวทีระหว่างประเทศด้านการผลักดันสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ดังนั้น อาจเป็นไปได้ว่าจีนได้รับประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ พลังงาน และการเมืองระหว่างประเทศจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการที่ประเทศตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซียจนต้องหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น…