ญี่ปุ่น-สหราชอาณาจักรขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี

ญี่ปุ่นเพิ่มบทบาทด้านการเป็นผู้นำการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในต่างประเทศ โดยมีรายงานเมื่อ 15 มิถุนายน 2569 ว่า ญี่ปุ่นกับสหราชอาณาจักรลงนามในข้อตกลงการลงทุนมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านปอนด์ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับอุตสาหกรรมผลิตพลังงานสะอาด เฉพาะอย่างยิ่งพลังงานลมนอกชายฝั่ง (offshore wind) ในสหราชอาณาจักร ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อความมั่นคงทางพลังงานของสหราชอาณาจักร ที่มีเป้าหมายลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล การขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เป็นผลจากการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีทาคาอิชิ ซานาเอะ ผู้นำญี่ปุ่นกับนายกรัฐมนตรี Keir Starmer ผู้นำสหราชอาณาจักร ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องว่าการกระชับความร่วมมือด้านเทคโนโลยี พลังงาน และเศรษฐกิจจะเป็นผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย ภายใต้กรอบ Frontier Technology Partnership (FTP) ซึ่งนอกจากความร่วมมือด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดแล้ว ญี่ปุ่นกับสหราชอาณาจักรยังลงนามในความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีอวกาศ เทคโนโลยีควอนตัม และความมั่นคงไซเบอร์ พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายให้ญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรเป็นผู้นำโลกด้านการส่งเสริมระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สะท้อนว่า ญี่ปุ่นกับสหราชอาณาจักรต้องการสร้างบทบาทเป็นผู้นำโลกด้าน AI และเทคโนโลยีล้ำสมัยเช่นกัน เฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่นที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AI Summit ในปี 2570 แนวโน้มความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับสหราชอาณาจักรด้านเทคโนโลยีจะใกล้ชิดขึ้น…

ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อมั่นกระบวนการทำ MoU กับอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 15 มิถุนายน 2569 แสดงความเชื่อมั่นว่าจะบรรลุการเจรจาข้อตกลง หรือ MoU กับอิหร่าน แม้ว่าจะยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด เนื่องจากตัวแทนของทั้ง 2 ประเทศยังอยู่ระหว่างการจัดทำเนื้อหาในข้อตกลง ที่จะเป็นกรอบกำหนดให้ทั้ง 2 ฝ่ายปฏิบัติตามและนำไปสู่ขั้นตอนการเจรจาสันติภาพในระยะยาว พร้อมกันนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นไปแล้ว โดยผู้แทนฝ่ายอิหร่าน คือ นาย Mohammad Bagher Ghalibaf ประธานรัฐสภาอิหร่าน ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ทยอยเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว โดยชี้แจงว่าจะมีผลให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดทำการเป็นเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ได้ใน 19 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่สหรัฐฯ กับอิหร่านจะลงนามในข้อตกลงร่วมกันที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และจะขยายข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านออกไปอีก 60 วัน แม้ว่าผู้นำสหรัฐฯ จะเชื่อมั่นในกระบวนการทำข้อตกลงระดับ MoU กับอิหร่าน เพื่อเปิดช่องทางการเจรจาอย่างเป็นทางการ ลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเป็น “ผลงานทางการเมือง” ที่สะท้อนว่าประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่กดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขจากสหรัฐฯ และสร้างสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าผู้นำสหรัฐฯ อาจตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในการหารือกับอิหร่าน เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเร่งหาวิธีการถอนตัวจากสงคราม เนื่องจากไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมทั้งความมั่นคงทางการเมือง…

กัมพูชาเริ่มใช้มาตรการวีซ่าฟรีเปิดรับชาวจีน

รัฐบาลกัมพูชาใช้มาตรการวีซ่าฟรีอนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทำวีซ่าและไม่เสียค่าธรรมเนียม ตั้งแต่ 15 มิถุนายน – 15 ตุลาคม 2569 หรือเป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างน้อย 600,000 คนตามเป้าหมาย และเป็นมาตรการทดลองเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ สำหรับชาวจีนที่เดินทางเข้ากัมพูชา จะต้องกรอกข้อมูลลงทะเบียนเข้าประเทศแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-arrival card) ภายใน 7 วันก่อนเดินทาง โดยไม่มีค่าธรรมเนียม จากนั้นสามารถพำนักในประเทศได้ 14 วัน และเดินทางเข้า-ออกประเทศได้หลายครั้ง (multiple entries) ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมผู้ถือหนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลจีน ไม่ครอบคลุมชาวจีนที่เดินทางไปจากไต้หวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชากระตุ้นให้ธุรกิจและผู้ประกอบการในกัมพูชาร่วมมือกันประชาสัมพันธ์มาตรการดังกล่าว และเชื่อมั่นว่าหากมาตรการดังกล่าวดำเนินการได้สำเร็จ จะสามารถเพิ่มนักท่องเที่ยวในประเทศจำนวนมาก และเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรม รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว พร้อมใช้โอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ว่ากัมพูชาเป็นประเทศที่ปลอดภัยและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวกัมพูชา และพยายามส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศเพื่อกระตุ้นกิจกรรมการท่องเที่ยวระหว่างกัน เช่น กัมพูชาเสนอโครงการ 500-Agent FAM Trip เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีบทบาทเป็นผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นตัวแทนท่องเที่ยวในกัมพูชา และกลับไปประชาสัมพันธ์ประสบการณ์ต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวชมปราสาทนครวัด กรุงพนมเปญ และเกาะรง…

3 อุปสรรคในการทำข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน

กรณีประเทศผู้เจรจาและไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านเปิดเผยเมื่อ 14 มิถุนายน 2569 ว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านจะลงนามในข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันที่สวิตเซอร์แลนด์ ใน 19 มิถุนายน 2569 ทำให้บรรยากาศความมั่นคงระหว่างประเทศผ่อนคลายลง เนื่องจากความขัดแย้งดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ และพลังงานโลก ตลอดจนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศคู่ขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจมีอุปสรรคที่ต้องจับตามองอย่างน้อย 3 ประการ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะขัดขวางกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างประเทศ ปัจจัยแรก คือ มุมมองที่แตกต่างกันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต่อข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการประกาศรายละเอียด สะท้อนว่าเนื้อหาสำคัญยังอยู่ระหว่างการต่อรองของผู้แทนการเจรจาทั่ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้ หากพิจารณาจากท่าทีของฝ่ายอิหร่านที่ระบุว่าข้อตกลงที่จะลงนามกันใน 19 มิถุนายน 2569 เป็นบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่จะกำหนดขั้นตอนให้คู่ขัดแย้งปฏิบัติตามอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้นเรื่องการยุติปฏิบัติการทางทหาร ไม่มีประเด็นการจัดการโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน สะท้อนว่าอิหร่านยังไม่ต้องการล้มเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ทั้งที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของสหรัฐฯ มาโดยตลอด ตลอดจนยังไม่มีการกล่าวถึงเงื่อนไขให้อิหร่านยกเลิกการสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย ทั้งที่เป็น 1 ในเงื่อนไขสำคัญของสหรัฐฯ เช่นกัน มุมมองที่แตกต่างกันต่อข้อตกลงหยุดยิง อาจทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเปลี่ยนแปลงท่าทีต่อการเจรจาได้ทุกเวลา เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากต่างฝ่ายต่างไม่ไว้วางใจระหว่างกันสูงมาก ดังนั้น…

ผู้นำเมียนมาจะเยือนจีน

ประธานาธิบดีมินอองไลง์ ของเมียนมา จะเยือนจีนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 14 มิถุนายน 2569 เพื่อขยายความสัมพันธ์ทางการทูต เศรษฐกิจ และความมั่นคงระหว่างกัน โดยผู้นำเมียนมาเลือกเดินทางเยือนจีนเป็นประเทศที่ 2 หลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมือง เมษายน 2569 ปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสนใจความเคลื่อนไหวของผู้นำรัฐบาลเมียนมาที่ต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนพัฒนาความร่วมมือด้านการลงทุน เศรษฐกิจ และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในเมียนมา ประธานาธิบดีเมียนมาจะเยือนจีนเป็นระยะเวลา 5 วัน คาดว่าจะมีบรรยากาศการเยือนและพัฒนาความสัมพันธ์ในเชิงบวก เนื่องจากที่ผ่านมา จีนให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเมียนมา แม้ว่าจะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองและมาตรการคว่ำบาตรจากประเทศตะวันตก แต่จีนมีมุมมองว่าเมียนมาเป็นพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญอย่างมาก รวมทั้งเป็นประเทศหุ้นส่วนที่ให้ความสำคัญและเคารพหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ประการ (Peaceful Coexistence) ทำให้ทั้ง 2 ประเทศมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันหลายประการ โดยเฉพาะโครงการ China–Myanmar Economic Corridor ที่เคยเป็นโครงการลงทุนในต่างประเทศที่สำคัญของจีนและเมียนมาเมื่อปี 2563 ส่วนในปี 2569 เมียนมากับจีนจะครบรอบ 76 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วย รัฐบาลเมียนมาให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน ขณะที่นานาชาติมีมุมมอว่าปัจจุบันจีนให้ความสำคัญกับการสร้างอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจในเมียนมา เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมต่อไปยังมหาสมุทรอินเดีย และมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยเฉพาะแร่หายาก ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเป็นมหาอำนาจของจีน จีนมีบทบาทสำคัญในการจัดการความมั่นคงในเมียนมา…

สหรัฐฯ-อิหร่านจะลงนามในข้อตกลงหยุดยิง

สหรัฐฯ กับอิหร่าน เห็นพ้องจะลงนามในข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันใน 19 มิถุนายน 2569 ที่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อยุติการปฏิบัติการตอบโต้ด้วยเครื่องมือทางทหารระหว่างกัน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สามารถกลับไปเป็นเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยได้ตามปกติ หลังจากที่เส้นทางดังกล่าวตกเป็น “ตัวประกัน” ในการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทั้งนี้ ผู้นำปากีสถานประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลครอบคลุมความขัดแย้งในทุกพื้นที่ รวมทั้งเลบานอน พร้อมกันนี้ ผู้นำปากีสถานชื่นชมบทบาทของประเทศที่สนับสนุนการเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ได้แก่ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี รวมทั้งระบุว่าจะมีการประชุมหารืออย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมการก่อนการลงนามระหว่างคู่ขัดแย้ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาหยุดยิงเมื่อ 14 มิถุนายน 2569 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 80 ปีวันเกิดของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยระบุว่าตนเองได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ สิ้นสุดปฏิบัติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ (blockade) และอนุญาตให้เรือขนส่งสินค้าและน้ำมันสามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำว่าตนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สามารถสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางได้อย่างแท้จริง ด้านนักการเมืองที่ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความยินดีและชื่นชมว่าเป็นผู้นำที่กล้าหาญ และประสบความสำเร็จในการสร้าง “ยุคสมัยใหม่” ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านก็ยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวจะระงับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทันที และมีรายงานว่าอิหร่านจะประกาศยุติสงครามที่เริ่มตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างเป็นทางการ ใน 15 มิถุนายน 2569…

จีนจะให้ความสำคัญกับ Shanghai Cooperation Organization

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเมื่อ 15 มิถุนายน 2569 มีถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ Shanghai Cooperation Organization (SCO) โดยระบุว่า SCO จะเป็นกรอบความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อส่งเสริมความมั่นคง การพัฒนา และการเชื่อมโยงระหว่างประเทศต่อไป พร้อมกันนี้ สื่อมวลชนจีนเผยแพร่ความสำเร็จและผลงานของ SCO ทั้งการขยายจำนวนสมาชิกจาก 6 ประเทศเป็น 10 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน อินเดีย ปากีวถาน อิหร่าน และเบลารุส ตลอดจนมีประเทศผู้สังเกตการณ์และหุ้นส่วนการเจรจามากถึง 15 ประเทศ มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของ GDP โลก นอกจากนี้ SCO ยังขยายขอบเขตความร่วมมือจากประเด็นต่อต้านการก่อการร้ายและแนวคิดหัวรุนแรงสุดโต่ง ไปเป็นการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งเสริมความมั่นคงสาธารณสุข ความมั่นคงอาหารและความมั่นคงพลังงาน ผู้นำจีนให้ความสำคัญกับการประชุมและความร่วมมือในกรอบ SCO อย่างต่อเนื่อง โดยเข้าร่วมการประชุมทุกครั้ง…

UNHCR ให้ไทยเป็นต้นแบบการบริหารจัดการปัญหาผู้อพยพ

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เห็นว่าการบริหารจัดการกับผู้ลี้ภัยของไทย เฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาในค่ายพักพิง ได้รับการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย จะเป็นต้นแบบในการจัดการปัญหาผู้ลี้ภัยระยะยาวให้แก่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวของไทยจะเกิดขึ้นจากความจำเป็นที่ได้รับผลกระทบที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2.0 มีนโยบายตัดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นกับกัมพูชาบริเวณชายแดนทำให้ระงับการนำเข้าแรงงานจากกัมพูชาทั้งหมด นาย Raouf Mazou ผู้ช่วย UNHCR ให้สัมภาษณ์ เมื่อ 9 มิถุนายน 2569 ว่า นโยบายของไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาในค่ายพักพิงตามแนวชายสามารถทำงานได้ จะเป็นต้นแบบให้แก่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น บังกลาเทศ และมาเลเซีย รวมทั้งทำให้เกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจอย่างถูกกฎหมาย และตั้งแต่รัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการเมื่อตุลาคม 2568 มีผู้ลี้ภัยมากกว่า 5,500 คน ได้รับการจ้างงานแล้ว ซึ่ง UNHCR คาดว่าอาจมีผู้ลี้ภัยอีก 10,000–20,000 คน จะมีโอกาสได้งานทำในปี 2570 นาย Mazou ยังเห็นว่า ไทยดำเนินมาตรการคุ้มครองสิทธิแรงงานของผู้ลี้ภัย เช่น ค่าจ้างแรงขั้นต่ำ  ด้านการรักษาพยาบาล และการออกบัตรประจำตัว แต่ก็เห็นว่ายังมีข้อจำกัด เช่น เสรีภาพในการเดินทาง และการปรับตัวจากการที่ใช้ชีวิตที่ค่ายพักพิงมาเป็นเวลานาน ดังนั้น เห็นว่าไทยควรสนับสนุนให้แรงงานเหล่านี้…

ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากที่สุดยุคหลัง COVID-19

ธนาคารโลก (World Bank) เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 เผยแพร่มุมมองต่อทิศทางและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ผ่านรายงาน Global Economic Prospects ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวมากที่สุดตั้งแต่ยุคหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 พร้อมทั้งปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจากร้อยละ 2.9 เป็นร้อยละ 2.5 เนื่องจากปัจจัยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น และเสี่ยงเผชิญวิกฤตห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ มุมมองดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในประเทศสูงที่สุดในรอบ 3 ปี ที่ร้อยละ 4 ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านปัจจุบันตึงเครียดสูงเพราะมีการตอบโต้ทางทหารระหว่างกัน นอกจากนี้ ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งและไม่สอดคล้องกับท่าทีของผู้นำอิหร่าน เฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการเจรจาข้อตกลงสันติภาพ ทำให้ทั่วโลกวิตกกังวลว่าความไม่แน่นอนในสงครามนี้จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจโลกผันผวนต่อเนื่อง ตลอดจนเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนระหว่างประเทศ ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ล่าสุดเมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ทำให้ทั่วโลกสับสนอีกครั้ง เนื่องจากเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่าการเจรจาสันติภาพมีความคืบหน้าและมีแนวโน้มว่าอิหร่านจะเห็นชอบข้อตกลงเร็ว ๆ นี้ และสหรัฐฯ จะระงับการปฏิบัติการโจมตีอิหร่านไปก่อนจากที่ขู่ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนด้วยการปรับลดลงเล็กน้อย ส่วนดัชนีตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธและเผยแพร่มุมมองที่แตกต่างจากผู้นำสหรัฐฯ อย่างชัดเจน…

กระแสต่อต้านผู้อพยพในไอร์แลนด์เหนือและแอฟริกาใต้

ผู้อพยพในต่างประเทศเผชิญกระแสต่อต้านจากผู้ประท้วงอย่างรุนแรง โดยมีรายงานเมื่อ 11 มิถุนายน 2569 เกี่ยวกับเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านผู้อพยพในไอร์แลนด์เหนือ และแอฟริกาใต้ ส่งผลให้เกิดความรุนแรงและการปราบปราม สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดการต่อต้านผู้อพยพในเมืองเบลฟาสต์ เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือ สหราชอาณาจักร เริ่มจากประชาชนที่มีอุดมการณ์ชาตินิยมบางส่วนไม่พอใจมาตรการจัดการผู้อพยพของรัฐบาล และไม่พอใจเหตุผู้อพยพชาวซูดานใช้อาวุธมีดทำร้ายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บรุนแรงเมื่อ 8 มิถุนายน 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นชนวนทำให้ชาวไอร์แลนด์เหนือที่มีอุดมการณ์ชาตินิยมและเกลียดกลัวชาวต่างชาติ ไม่พอใจและรวมตัวกันประท้วงในเมือง Belfast และเมือง Antrim เพื่อคัดค้านนโยบายรับผู้อพยพของสหราชอาณาจักร ตลอดจนเผยแพร่แนวคิดต่อต้านผู้อพยพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นผู้ชุมนุมประท้วงเริ่มก่อเหตุรุนแรงและทำลายทรัพย์สินสาธารณะด้วยการเผาไฟ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปฏิบัติการควบคุมมวลชนด้วยการใช้ปืนฉีดน้ำ ด้านรัฐบาลสหราชอาณาจักร รวมทั้งรัฐบาลไอร์แลนด์เหนือ ประณามการประท้วงต่อต้านผู้อพยพว่าไม่เป็นธรรม เนื่องจากมีการใช้อุดมการณ์เหยียดเชื้อชาติและความรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจและอยู่ในความสงบเรียบร้อย พร้อมย้ำว่าผู้อพยพจำนวนมากเป็นส่วนสำคัญต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนสถานการณ์ในแอฟริกาใต้ มีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากชุมนุมประท้วงรัฐบาลในกรุงโจฮันเนสเบิร์ก  ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจ และเมือง Durban ตั้งแต่ต้น มิถุนายน 2569 กรณีล้มเหลวและไม่มีความคืบหน้าแก้ไขปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมาย รวมทั้งชาวต่างชาติที่ลักลอบเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากสร้างปัญหาอาชญากรรมซึ่งเป็นความท้าทายด้านความมั่นคงชายแดน และแย่งโอกาสทางเศรษฐกิจจากพลเมือง การประท้วงในแอฟริกาใต้เสี่ยงขยายตัวและเป็นอันตรายต่อผู้อพยพ เนื่องจากผู้นำแอฟริกาใต้ประกาศใช้แผนการจัดการผู้อพยพผิดกฎหมายฉบับใหม่ โดยกำหนดให้ผู้อพยพผิดกฎหมายเดินทางออกจากประเทศภายใน 30 มิถุนายน 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีรายงานเมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ว่า ผู้อพยพชาวกานา…