อียิปต์เสี่ยงเผชิญวิกฤตคลองสุเอซ เร่งหารือซาอุดีอาระเบียเสริมความมั่นคงในทะเลแดง

ความขัดแย้งและการปะทะระหว่างกลุ่มฮูษีในเยเมนกับซาอุดีอาระเบียที่ตึงเครียดขึ้นในห้วงต้น กันยายน 2569 ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความปลอดภัยในทะเลแดง เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะเส้นทางเดินเรือในช่องแคบ Bab al-Mandeb ที่เชื่อมระหว่างทะเลแดงกับทะเลอาหรับ หรือเป็นทางเชื่อมภูมิภาคตะวันออกกลางกับทั่วโลก เหตุการณ์ปัจจุบันทำให้อียิปต์ได้รับผลกระทบและเผชิญความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นประเทศที่พึ่งพาเส้นทางเดินเรือในช่องแคบ Bab al-Mandeb เชื่อมกับคลองสุเอซ อียิปต์จึงเร่งใช้กลไกการทูตลดระดับความไม่แน่นอนและความตึงเครียดในภูมิภาค โดยประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัสซีซีเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียเมื่อ 15 กันยายน 2569 เพื่อพบหารือกับผู้นำของซาอุดีอาระเบียที่กรุงไคโร อียิปต์ ผู้นำอียิปต์ใช้การเยือนดังกล่าวกระชับความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย พร้อมกับสนับสนุนให้ซาอุดีอาระเบียแก้ไขปัญหาความมั่นคงในเยเมนด้วยเครื่องมือทางการเมือง แทนที่เครื่องมือทางการทหารหรือการสู้รบกับกลุ่มฮูษีในเยเมนโดยตรง เพราะมีความเสี่ยงทำให้กลุ่มฮูษีในเยเมนก่อเหตุรุนแรงที่คาดการณ์และป้องกันได้ยากมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้นำซาอุดีอาระเบียอาจไม่เปลี่ยนแปลงท่าทีและยุทธวิธีปราบปรามกลุ่มฮูษีในเยเมน เนื่องจากไม่พอใจอย่างมากกรณีกลุ่มฮูษีโจมตีและยึดเมือง Mocha ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของเยเมนได้เมื่อต้น กันยายน 2569 ทำให้เรือขนส่งสินค้าของซาอุดีอาระเบียตกเป็นเป้าหมายโจมตีบ่อยครั้ง ความไม่มั่นคงปลอดภัยในทะเลแดงจากภาวะสงครามที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่งผลทำให้จำนวนเรือขนส่งสินค้าผ่านทะเลแดงและคลองสุเอซ ลดลงอย่างมาก อียิปต์จึงวิตกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะซ้ำรอยวิกฤตคลองสุเอซเมื่อปี 2566-2567 ที่เป็นผลจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮูษีกับรัฐบาลเยเมน ที่มีซาอุดีอาระเบียสนับสนุนเช่นกัน โดยครั้งนั้นอียิปต์สูญเสียรายได้ประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้อียิปต์พยายามเพิ่มพูนบรรยากาศความมั่นคงในทะเลแดง แต่ยังไม่ส่งกองทัพเข้าร่วมความขัดแย้งในพื้นที่ ขณะที่ทิศทางความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮูษีในเยเมนกับซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ มีความเสี่ยงกลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อ หากกลุ่มฮูษีใช้ “เครือข่ายกองกำลัง” ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคเพื่อบั่นทอนความมั่นคงของประเทศต่าง ๆ หรือมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเศรษฐกิจที่สำคัญของซาอุดีอาระเบียอีก…

สหภาพยุโรปวางแผนควบคุมอายุผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์

สหภาพยุโรป (EU) เตรียมพิจารณาแผนควบคุมการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี รวมทั้งจะออกมาตรการจำกัดการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลบางประเภทแก่เยาวชนส่วนใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบของประเทศสมาชิก EU จำนวนมากที่เริ่มประกาศใช้มาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในประชากรกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่น เช่น ฝรั่งเศส นาง Ursula von der Leyen ประธานกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ระบุเมื่อ 17 กันยายน 2569 ถึงตัวอย่างมาตรการดังกล่าว เช่น ห้ามผู้ที่อายุต่ำกว่า 13 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และห้ามผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี เปิดบัญชีใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม EU อาจผ่อนปรนให้ผู้ที่มีอายุระหว่าง 13-14 ปี เปิดบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ได้ภายใต้การควบคุมและข้อจำกัด เช่น บัญชีดังกล่าวจะใช้งานได้ระยะเวลา 1 ชั่วโมง/วัน ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ไม่วิตกกังวลกับแผนการของ EU เนื่องจากปัจจุบันส่วนใหญ่มีมาตรการห้ามผู้ใช้งานอายุต่ำกว่า 13 ปี อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยโลกออนไลน์ยังวิตกว่ามาตรการของผู้ให้บริการอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันเยาวชนจากภัยคุกคามจากสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ดังนั้น EU อาจผลักดันกฎหมายคุ้มครองเยาวชนจากสื่อสังคมออนไลน์ฉบับใหม่ หรือ…

รัฐบาลญี่ปุ่นปรับ ครม. หลังคะแนนนิยมตกต่ำต่อเนื่อง

รัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อ 18 กันยายน 2569 ประกาศคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาคะแนนนิยมและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลตกต่ำต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 44.1 ลดลงจากคะแนนนิยมเมื่อ สิงหาคม 2569 ประมาณร้อยละ 4 ขณะที่ผลสำรวจความเชื่อมั่นในคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นก็ลดลงเช่นกัน ทำให้นายกรัฐมนตรีทาคาอิชิ ซานาเอะ ผู้นำรัฐบาลตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อ 17 กันยายน 2569 โดยยังคงรัฐมนตรีที่สำคัญชุดเดิมไว้ส่วนใหญ่ เช่น นายโทชิมิตสึ โมเทกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายมินารุ คิฮาระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนางซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การปรับคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นครั้งนี้ เพื่อเสริมเสถียรภาพของรัฐบาล โดยยังคงบุคคลใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรีไว้ในกระทรวงส่วนใหญ่ สำหรับการเปลี่ยนแปลง คือ การเปลี่ยนผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกระทรวงความมั่นคงภายในประเทศ เช่น นาย Hisayuki Fujii เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสาร นายทาคาชิ ยามาชิตะ รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายโกโซ โฮโซโนะ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการสำนักงานการบูรณะ นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีใหม่จำนวน 5 คน ที่มาจากผู้ดำรงตำแหน่งในฝ่ายนิติบัญญัติ…

ยุทธศาสตร์ไซเบอร์ของ FBI มุ่งดำเนินการเชิงรุก

สำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Investigation Bureau) หรือ FBI ของสหรัฐฯ เผยแพร่ยุทธศาสตร์ไซเบอร์ หรือ Cyber Strategy เมื่อ 9 กันยายน 2569   FBI ต้องการให้ยุทธศาสตร์ฉบับนี้เป็นแนวทางเชิงรุกของสหรัฐฯ ในการเผชิญหน้ากับอาชญากรรมทางไซเบอร์  มัลแวร์เรียกค่าไถ่ ( ransomware) แฮกเกอร์ที่รัฐให้การสนับสนุน และศัตรูในโลกไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ โดยการเผชิญหน้าต่อศัตรูบนโลกไซเบอร์สหรัฐฯ จะดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น และจะไม่รอให้สหรัฐฯ ได้รับความเสียหายก่อนแล้วค่อยตามหาร่องรอยและทำการซ่อมแซมระบบ ยุทธศาสตร์ไซเบอร์ฉบับนี้ยังมีเป้าหมายที่ต้องการตามหาศัตรูของสหรัฐฯ บนโลกไซเบอร์ และขัดขวางการปฏิบัติการก่อนที่จะทำความเสียหายต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน และระบบไซเบอร์ในทุกหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น นอกจากนี้ หากโลกไซเบอร์ ชาวอเมริกัน หรือเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ทุกรุกราน ผู้ที่รุกรานนั้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่รัฐต่างชาติให้การสนับสนุน (นัยคือจีน และอิหร่าน) ต้องได้รับผลตอบแทน และเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง แนวทาง 4 แนวทางที่ยุทธศาสตร์ไซเบอร์ฉบับนี้ ระบุไว้ก็คือ ขัดขวางการรุกเข้ามาของศัตรู ดำเนินการสอบสวน รวบรวมหลักฐาน และข่าวกรอง รวมทั้งแยกแยะเป้าหมายที่มีศักยภาพในอนาคตได้ ซึ่งย้ำว่าการดำเนินการ 4 แนวทางนี้แบบเป็นวงจรอย่างต่อเนื่อง…

สิงคโปร์ประเมินภัยคุกคามด้านก่อการร้าย

รายงานประเมินภัยคุกคามด้านก่อการร้าย (Terrorism Threat Assessment Report) ที่หน่วยข่าวกรองภายในประเทศสิงคโปร์ (Internal Security Department-ISD) ประเมิน และเผยแพร่เมื่อ 10 กันยายน 2569 นั้น สะท้อนถึงภัยคุกคามที่สิงคโปร์กำลังเผชิญ และย้ำเตือนแนวทางที่ให้ชาวสิงคโปร์ติดต่อกับ ISD ได้ทางโทรศัพท์ซึ่งข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ หากพบสัญญาณภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น  สำหรับภัยคุกคามด้านก่อการร้ายที่สิงคโปร์เผชิญ แม้ยังไม่ข่าวกรองที่ชี้ชัดว่าสิงคโปร์จะเผชิญการก่อการร้าย แต่สิงคโปร์ และผลประโยชน์ของสิงคโปร์ยังเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้าย โดยการก่อการร้ายในสิงคโปร์ยังมีสาเหตุส่วนใหญ่จากแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรง ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็เป็นปัจจัยให้เกิดแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรง (radicalization) และยกระดับทำให้เกิดก่อการร้ายทั่วโลกได้ ส่วนกลุ่มอัลกออิดะฮ์ และกลุ่ม Islamic State in Iraq and Syria (ISIS) ยังคงดำเนินการชักจูงทางออนไลน์ และเป็นแรงบันดาลใจในทำการก่อการร้าย สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักรบต่างชาติที่กลับไปยังภูมิภาคยังเป็นภัยคุกคามด้านก่อการร้าย เช่นเดียวกับภัยคุกคามจากมุสลิมหัวรุนแรง กลุ่มขวาจัด และกลุ่มก่อความรุนแรงจากแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรง ประเด็นที่น่าสนใจที่รายงานภัยคุกคามดังกล่าวให้ความสำคัญ ได้แก่ อิทธิพลของโลกออนไลน์ที่ทำให้เกิดแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรง เฉพาะอย่างยิ่งในเยาวชน ด้วยการประเมินว่า เนื้อหาแพลตฟอร์มออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และเกม เป็นตัวเร่งและกระตุ้นให้เกิดแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรงในเยาวชน ขณะที่ผู้กระทำผิดเป็นเยาวชนที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ…

ไทย และมาเลเซียร่วมมือสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด

ดาตุ๊ก ฮุซเซน โอมาร์ ข่าน อธิบดีกรมสอบสวนคดีอาญายาเสพติด (Narcotics Criminal Investigation Department-NCID) ของมาเลเซียเปิดเผยข้อมูลเมื่อ 11 กันยายน 2569 ว่า มาเลเซียเผชิญกับการเป็นเส้นทางขนส่งยาเสพติดมากขึ้น เพื่อไปประเทศที่ 3 และพบว่าเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดพยายามจะตั้งโรงงานผลิตยาเสพติดในมาเลเซีย เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิต ซึ่งคาดว่าจะนำสารเคมีตั้งต้นจากต่างประเทศ เช่น จีน มาเลเซียติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และกวาดล้างห้องทดลองที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง อธิบดี NCID ยังยืนยันว่ามาเลเซียเป็นเส้นทางผ่านของการขนส่งยาเสพติดที่ส่วนใหญ่ลักลอบเข้ามาเลเซียในทางตอนเหนือของประเทศ และพาดพิงไทยว่า ร้อยละ 70 ของยาเสพติดที่มีการลักลอบเข้ามาเลเซียผ่านชายแดนด้านไทยนั้น เป็นยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน และมีกัญชาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ของยาเสพติดจากไทยถูกลักลอบขนส่งไปอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แต่กัญชาส่วนใหญ่ไปยังยุโรป นอกจาก NCID กวาดล้างยาเสพติดในประเทศ เช่น เมื่อ กลางสิงหาคม 2569 NCID ได้บุกทลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในย่าน Puncak Alam รัฐสลังงอร์  อธิบดี NCID ยังระบุด้วยว่าเดินหน้าความร่วมมือกับไทยและอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด เพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดข้ามแดน ก่อนหน้านี้ เมื่อ ต้นสิงหาคม…

สหรัฐฯ ยังมีความเสี่ยงจากการก่อการร้าย 

เหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 เมื่อปี 2544 ที่ทำความเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ต่อสหรัฐฯ และขณะเดียวกันก็เปลี่ยนนโยบายของสหรัฐฯ ไปไล่ล่าผู้ก่อการร้ายแบบไม่มีที่สิ้นสุด และทำให้การทำสงครามการก่อการร้ายสหรัฐฯ มีหลากหลายรูปแบบ เพื่อเอาชนะผู้ก่อการร้าย ซึ่งต่อมากอีก 10 ปี หรือในปี 2554 สหรัฐฯ ได้สังหารนายโอซามะ บินลาเดน ที่ปากีสถาน โดยเชื่อว่านายโอซามะ บินลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะฮ์ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 แม้เหตุการณ์ 9/11 ผ่านมาแล้ว 25 ปี เมื่อ 11 กันยายน 2569  สหรัฐฯ ก็ยังเสี่ยงกับการถูกก่อการร้าย โดยสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI ของสหรัฐฯ ได้ประเมินสถานการณ์การก่อการร้ายในสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ ยังเผชิญกับภัยจากแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโซเชียลมีเดีย และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ขณะที่กลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ เช่น กลุ่มอัลกออิดะฮ์ และกลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่ม Islamic State of Iraq…

การเปลี่ยนแปลงภัยคุกคามของการก่อการร้ายในสหรัฐฯ ในช่วง 25 ปี   

การก่อการร้ายของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก และในสหรัฐฯ เมื่อ 11 กันยายน 2544 ครบรอบ 25 ปี เมื่อ 11 กันยายน 2569  สถาบัน Center for Strategic and International Studies (CSIS) คลังสมองชั้นนำ ด้านนโยบายและการวิจัย ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความ Adapting to the New Terrorism Landscape 25 Years After 9/11 โดย Riley McCabe  ซึ่งสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคามของการก่อการร้ายในสหรัฐฯ ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบัน การก่อการร้ายส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็น ผู้ก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียว (Lone Actors)ที่เป็นชาวอเมริกัน ซึ่งไม่มีสังกัดองค์กร จากที่เหตุการณ์ 9/11 เกิดจากการวางแผนหลายปีโดยองค์กรต่างชาติที่มีโครงสร้าง อุดมการณ์ และเป้าหมายทางการเมืองชัดเจน…

อิหร่าน-กลุ่มประเทศรอบอ่าว เลื่อนการหารือแนวทางจัดการช่องแคบฮอร์มุซ 

สถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยความขัดแย้งและการปะทะทางทหารระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก และความขัดแย้งในเยเมนที่ทำให้กลุ่มฮูษี กองกำลังติดอาวุธควบคุมเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบ Bab al-Mandeb เส้นทางขนส่งที่สำคัญของภูมิภาคอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางอาวุธมีแนวโน้มเกิดขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กลไกการเจรจาและการทูตยังไม่มีสัญญาณเชิงลวก ล่าสุดเมื่อ 14 กันยายน 2569 โอมานประกาศเลื่อนกำหนดการประชุมระหว่างอิหร่าน-กลุ่มประเทศรอบอ่าว เพื่อเจรจาแนวทางจัดการความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซและภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยโอมาน ซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพจัดการประชุม ให้เหตุผลว่าเพื่อป้องผลประโยชน์ของแต่ละประเทศ อิหร่านต้องการจัดการประชุมดังกล่าวเพื่อสร้าความเข้าใจร่วมกันระหว่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคง โดยไม่ต้องการให้ประเทศนอกภูมิภาค หรือสหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคมีมุมมองว่าอิหร่านจะใช้การประชุมดังกล่าวสร้างความชอบธรรมในการทำข้อตกลงกับโอมาน เพื่อให้สิทธิการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซแก่อิหร่านและโอมาน โดยที่ประเทศรอบอ่าวไม่มีสิทธิโต้แย้ง นอกจากนี้ บาห์เรนประกาศไม่เข้าร่วมการประชุม เพราะต้องการคัดค้านกรณีอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและความมั่นคงในประเทศรอบอ่าวหลายครั้ง รวมทั้งต้องการแสดงจุดยืนของบาห์เรนที่ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือตามปกติอีกครั้ง โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมหรือต้องได้รับอนุญาต ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งในช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบ Bab al-Mandeb รวมทั้งกรณีท่อขนส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มฮูษีเมื่อ 11 กันยายน 2569 ทำให้ซาอุดีอาระเบียต้องสั่งระงับการลำเลียงน้ำมันบางส่วนผ่านท่อขนส่งดังกล่าว ประกอบกับกลไกการทูตที่ยังไม่ได้ผล ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 3 เสี่ยงกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก รวมทั้งประเทศในเอเชีย  

ผลการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS จีนเตรียมเป็นเจ้าภาพในปี 2570

อินเดียเสร็จสิ้นการจัดประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือ BRICS ประจำปี 2569 ที่กรุงเดลี ระหว่าง 11-13 กันยายน 2569 ภายใต้ธีม “Building for Resilience, Innovation, Cooperation and Sustainability” โดยประสบความสำเร็จในการเชิญผู้นำประเทศสมาชิก และออกปฏิญญา New Delhi Declaration ที่สะท้อนเอกภาพของกลุ่มร่วมกัน สาระสำคัญ ได้แก่ กลุ่ม BRICS สนับสนุนการใช้กลไกการทูตและการเจรจาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งเสริมการปฏิรูปองค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ให้ประเทศเศรษฐกิจใหม่มีส่วนร่วมในการออกแบบระเบียบโลกที่ยุติธรรม รวมทั้งย้ำว่ากลุ่ม BRICS จะร่วมมือกันด้านต่อต้านการก่อการร้าย และเพิ่มพูนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการเงินระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายสนับสนุนการใช้สกุลเงินท้องถิ่น แต่ยืนยันไม่ทำลายค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อินเดียจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 18 จากนั้นในปี 2570 จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 19 ต่อไป โดยคาดว่าจีนจะเสนอแนวคิดให้กลุ่ม BRICS เป็นผู้บุกเบิกของโลก 4…