ภูมิภาคตะวันออกกลางเสี่ยงเผชิญวิกฤตยาวนาน

ความตึงเครียดจากการปะทะทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทำให้บรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดสูง ภายหลังมีรายงานเมื่อ 9 มิถุนายน 2569 ว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านปะทะกันต่อเนื่อง โดยสหรัฐฯ ต้องการตอบโต้อิหร่าน กรณียิงเฮลิคอปเตอร์รุ่น Apache ของสหรัฐฯ ระหว่างปฏิบัติการลาดตระเวนในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ 8 มิถุนายน 2569 จากนั้นกองบัญชาการกลาง (CENTCOM) ของสหรัฐฯ จึงใช้การตอบโต้แบบได้สัดส่วน (proportional response) เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง โจมตีมุ่งทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ รวมทั้งศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน และศูนย์ควบคุมเรดาร์สอดแนมของอิหร่าน ที่อยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ด้านกองกำลังพิทักษณ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ นั้น ชั่วร้าย ส่งผลให้ระบบการโทรคมนาคมของอิหร่านบางส่วนได้รับความเสียหาย และต้องตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ จำนวน 21 แห่งที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ ฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน จอร์แดน และคูเวต อย่างไรก็ตาม คูเวตระบุว่าสามารถสกัดกั้นการโจมตีได้ทั้งหมด ปัจจุบันสหรัฐฯ ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่จำนวน 2 นาย ที่ปฏิบัติการในเฮลิคอปเตอร์ได้แล้ว…

สหราชอาณาจักรคว่ำบาตรเครือข่ายการเงินที่สนับสนุนการรุกล้ำเขตเวสต์แบงก์

นานาชาติเพิ่มแรงกดดันคัดค้านอิสราเอลที่ขยายอิทธิพลและควบคุมพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์มากขึ้น โดยมีรายงานเมื่อ 10 มิถุนายน 2569 ว่า สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส นอร์เวย์ แคนาดา และออสเตรเลีย ร่วมกันออกมาตรการคว่ำบาตรเครือข่ายทางการเงินและองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ รวมทั้งกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชาวยิวที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เขตเวสต์แบงก์ด้วย เนื่องจากทั้ง 5 ประเทศมีมุมมองว่า อิสราเอลและชาวยิวใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการขยายพื้นที่ที่อยู่อาศัยและตั้งถิ่นฐานเข้าไปในเขตเวสต์แบงก์ นอกจากนี้ ฝรั่งเศสออกมาตรการคว่ำบาตรนาย Bezalel Smotrich รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอิสราเอล ที่มีอุดมการณ์ขวาจัดและสนับสนุนการผนวกเขตเวสต์แบงก์ ไม่ให้เดินทางเข้าประเทศด้วย เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อนโยบายการขยายพื้นที่ควบคุมในเขตเวสต์แบงก์ มาตรการคว่ำบาตรสะท้อนว่านานาชาติ ยังให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเมือง กดดันอิสราเอล ควบคู่กับปกป้องสิทธิชาวปาเลสไตน์ ซึ่งปัจจุบันยังเผชิญความรุนแรงและความเสี่ยงจากนโยบายทางการเมืองและการทหารของอิสราเอล เฉพาะอย่างยิ่งหลังจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อปี 2565 อิสราเอลขยายพื้นที่ควบคุมรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์มากขึ้น โดยใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าควบคุมพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์ ฉนวนกาซา รวมทั้งบางส่วนของเยรูซาเล็ม โดยขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่ จากนั้นก็ก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้ชาวยิวเข้าไปใช้เป็นถิ่นที่อยู่ มีรายงานว่าปัจจุบัน อิสราเอลส่งชาวยิวเข้าไปตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ และพื้นที่ภาคตะวันออกของเยรูซาเล็มแล้วประมาณ 700,000 คน บางพื้นที่เริ่มบังคับใช้กฎหมายของอิสราเอล อิสราเอลไม่เห็นด้วยกับมาตรการคว่ำบาตรของทั้ง 5 ประเทศ พร้อมตอบโต้ว่าการคว่ำบาตรเป็นการละเมิดสิทธิชาวยิวที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนของอิสราเอล เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์เกลียดชังชาวยิว รวมทั้งเป็นการใช้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์เพื่อประโยชน์ทางการเมือง นานาชาติห่วงกังวลความปลอดภัยของชาวปาเลสไตน์ และกรณีอิสราเอลเร่งผนวกดินแดน เนื่องจากมีรายงานตั้งแต่ห้วง กุมภาพันธ์…

อาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชายังไม่หมดไป

การกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาของรัฐบาลยังไม่ทำให้อาชญากรรมออนไลน์ หรือธุรกิจสแกมเมอร์ในกัมพูชา หมดไป โดยประเด็นนี้ ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งในรายงานที่ชื่อว่า “Falling Through the Cracks: Cambodia’s “Crackdown” on Scamming Compounds” ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International-AI) ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และเผยแพร่ เมื่อ 8 มิถุนายน 2569 เนื้อหาสำคัญระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาล้มเหลวในการกวาดล้างศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ (Scam Compounds) ในกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2568 ข้อมูลรายงานของ AI ดังกล่าว ได้มาจากการสัมภาษณ์เหยื่อระหว่าง กรกฎาคม 2568-เมษายน 2569 จำนวน 16 ประเทศ (เช่น บังกลาเทศ และจีน) ที่รอดชีวิตจากการกวาดล้างศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ จำนวน 73 แห่ง นอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชากวาดล้างศูนย์หลอกลวงฯ ได้เพียงส่วนน้อย เพียง 24 แห่ง จากตรวจพบ…

 อาเซียนกำลังปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์สำหรับอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ

อาเซียนกำลังปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตมูลค่าสูงสำหรับอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งเป็นบทวิเคราะห์ของสถาบัน International Institute for Strategic Studies (IISS) สถาบันวิจัยและคลังสมองชั้นนำของโลกด้านความมั่นคง เรื่อง ASEAN’s critical minerals and industrial-upgrade dilemma โดยเผยแพร่เมื่อ 5 มิถุนายน 2569 อาเซียนกำลังปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตมูลค่าสูงสำหรับอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ เนื่องจากประเทศสมาชิก  เฉพาะอย่างยิ่งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งมีทรัพยากรแร่ธาตุ (เช่น นิกเกิล ดีบุก ทองแดง และแร่หายาก) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก อาเซียนมีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านบทบาทจากการเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบต้นน้ำ (Upstream) ไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถในอุตสาหกรรมการแปรรูปและการผลิตขั้นปลายน้ำ (Downstream) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พลังงานหมุนเวียน และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้มีการกำหนดแผนปฏิบัติการความร่วมมือด้านแร่ธาตุของอาเซียน ปี 2569-2573 เพื่อส่งเสริมการบูรณาการในระดับภูมิภาค แม้อาเซียนจะมีโอกาส และมีเป้าหมายที่ชัดเจนข้างต้น แต่ก็เผชิญความท้าทาย และข้อจำกัด  ได้แก่ การต้องพึ่งพาทางเทคโนโลยีและกลุ่มทุนข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งจากจีน เนื่องจากการยกระดับสู่ห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้นต้องอาศัยเทคโนโลยีการแปรรูปขั้นกลาง ซึ่งปัจจุบันจีนครอบครองกำลังการกลั่นแร่หายากกว่า ร้อยละ…

ผู้นำจีนจะเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการระหว่าง 8-9 มิถุนายน 2569 โดยเป็นการเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี และเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของประธานาธิบดีสีด้วย คาดว่าจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา จีนเป็นหุ้นส่วนหลักของเกาหลีเหนือทั้งในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ มีข้อจำกัดในการพัฒนาความร่วมมือกับเกาหลีเหนือ เพราะมาตรการคว่ำบาตรจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และละเมิดสิทธิมนุษยชน การที่ผู้นำจีนเยือนเกาหลีเหนือ มีขึ้นในห้วงที่ 2 ประเทศจะครบรอบ 65 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน และจะเป็นการส่งสัญญาณให้ทั่วโลกเห็นว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ มีสถานะเท่าเทียมผู้นำประเทศมหาอำนาจ เป็นประเทศที่มีจีนเป็นผู้สนับสนุนความมั่นคง รวมทั้งเป็นโอกาสให้ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเจรจาเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน ด้านผู้นำจีนจะได้โอกาสสานต่อนโยบายการเป็นผู้นำโลกที่ให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ โดยไม่เลือกข้างอุดมการณ์ทางการเมือง หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดการต้อนรับผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำรัสเซียเมื่อห้วง พฤษภาคม 2569 สื่อมวลชนต่างประเทศให้ข้อสังเกตว่า ผู้นำจีนอาจใช้โอกาสนี้แสดงบทบาทเป็นตัวกลางการเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ เพื่อลดระดับความตึงเครียดด้านความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจากปัจจุบัน เกาหลีเหนือยกเลิกแผนการรวมชาติกับเกาหลีใต้ และประกาศเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคง นอกจากนี้ เกาหลีใต้เชื่อว่าผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือจะหารือกับจีนเรื่องการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อยกระดับสถานะของเกาหลีเหนือให้เท่าเทียมกับสหรัฐฯ ในฐานะประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์

สหรัฐฯ เพิ่มการคว่ำบาตรผู้นำคิวบา

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อ 5 มิถุนายน 2569 ออกมาตรการคว่ำบาตรคิวบาเพิ่มเติม โดยมุ่งเป้าหมายเป็นประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel เพื่อกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมการคว่ำบาตรสมาชิกในครอบครัวของประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel ด้วย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพ และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลคิวบา ทั้งนี้ นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่าการคว่ำบาตรครั้งนี้เป็นไปเพื่อตอบโต้ระบอบการปกครองและเครือข่ายที่มีนโยบายทำลายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลคิวบาทำสงครามนอกแบบต่อสหรัฐฯ และเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มที่มีแนวคิดต่อต้านสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มก่อการร้ายที่มีอุดมการณ์มาร์กซิส สื่อมวลชนต่างประเทศประเมินว่าสหรัฐฯ ต้องการเร่กดดันคิวบาให้เปลี่ยนแปลงผู้นำรัฐบาล โดยที่ผ่านมาได้ตัดเส้นทางทางการเงิน พลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 ขณะที่ประเด็นที่น่าจับตามองต่อไป คือ สหรัฐฯ จะใช้เครื่องมือทางการทหารเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองในคิวบาหรือไม่ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณมาโดยตลอดว่าพร้อมจะใช้ทุกวิธีการ รวมทั้งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินไปประจำการในภูมิภาคอเมริกาใต้ แม้ว่าจะสหรัฐฯ จะขยายมาตรการกดดันคิวบาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังส่งสัญญาณพร้อมเจรจา บนเงื่อนไขว่าคิวบาจะกลับสู่ระบอบการเมืองแบบประชาธิปไตย ในลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบโปแลนด์ หรือสาธารณรัฐเชค  

สหรัฐฯ จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้า 60 ประเทศที่มีปัญหาใช้แรงงานบังคับ รวมทั้งไทย

รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ค่านิยมอเมริกันและมาตรการภาษีเป็นเครื่องมือดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศอย่างเข้มข้น หลังจากการขึ้นภาษีตอบโต้ทางการค้า (reciprocal tariffs) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้กับการนำเข้าสินค้าของประเทศคู่ค้า เมื่อเมษายน 2568 ต้องถูกยกเลิกตามคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เมื่อ กุมภาพันธ์ 2569 ที่สั่งให้รัฐบาลต้องคืนเงินที่เรียกเก็บจากการประกาศมาตรการภาษีนำเข้า มาตรการทางภาษีที่รัฐบาลสหรัฐฯ นำมาใช้ต่อประเทศคู่ค้าอีกครั้ง คือ เมื่อ 3 มิถุนายน 2569 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ( U.S.Trade Representative-USTR) เผยแพร่รายงานผลการสอบสวนประเทศคู่ค้าที่มีการใช้แรงงานบังคับ (forced labor) ตามกฎหมายมาตรา 301 ของสหรัฐฯ พบว่าประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ จำนวน 60 ประเทศ ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับตามมาตรฐานของสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ ต่อต้านและคัดค้านการใช้แรงงานบังคับมาโดยตลอดมากกว่า 100 ปี สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ในบัญชี 60 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ โดยไทยอยู่ในกลุ่มที่ USTR ของสหรัฐฯ…

สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง พัฒนาการและแนวโน้ม

สถานการณ์ความมั่นคงและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก ยังไม่มีเสถียรภาพหรือสันติภาพที่ชัดเจน แม้ว่าเมื่อ 3 มิถุนายน 2569 อิสราเอลกับเลบานอนจะตกลงปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง (ceasefire) ที่สหรัฐฯ เข้าไปช่วยประสานงานให้แล้ว เพื่อยุติความรุนแรงและการปะทะทางทหารบริเวณพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน และระงับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ไม่ให้ตอบโต้ด้วยการโจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล รวมทั้งไม่ให้เลบานอนเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ อย่างไรก็ดี ข้อตกลงดังกล่าวค่อนข้างเปราะบางและอ่อนไหว ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับท่าทีของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ และรัฐบาลเลบานอนจะควบคุมหรือเจรจาให้กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยุติการปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลได้หรือไม่ เนื่องจากเป็น 1 ในเงื่อนไขสำคัญ ที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการสร้างสันติภาพ ปกป้องความปลอดภัยของเลบานอน และสร้าง pilot zones หรือพื้นที่นำร่อง ทดลองให้กองทัพเลบานอนควบคุมความมั่นคงในพื้นที่ทั้งหมด แทนที่อิทธิพลของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ปัจจุบัน กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ยังไม่แสดงท่าทีหรือเคลื่อนไหวประเด็นดังกล่าว ขณะที่รัฐบาลเลบานอนกับรัฐบาลอิสราเอลจะหารือกันเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงและมาตรการด้านความมั่นคงระหว่างกันอีกครั้งใน 22 มิถุนายน 2569 ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเลบานอนเปิดเผยว่ากลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนยอมรับเงื่อนไขบางส่วนแล้ว แต่นาย Mahmoud Qamati ผู้นำกลุ่มย้ำต่อสื่อมวลชนต่างประเทศว่าจะยอมรับเฉพาะเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการปกป้องพื้นที่ Dahieh ทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ซึ่งเป็นฐานที่มั่นทางการเมือง การทหาร และสังคมของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ แต่จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่รัฐบาล 2 ประเทศไปหารือกันเองที่สหรัฐฯ เนื่องจากกลุ่มไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ขณะที่สถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนยังไม่แน่นอน…

ยูเครนใช้โดรนโจมตีรัสเซีย ขณะจัดการประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียดและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในของทั้ง 2 ประเทศ เนื่องจากคู่ขัดแย้งพยายามบั่นทอนภาพลักษณ์ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ล่าสุดเมื่อ 3 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า กองทัพยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จำนวนอย่างน้อย 59 เครื่อง ปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ 3 แห่ง บริเวณชนบทของเมือง St Petersburg เมืองสำคัญของรัสเซีย แม้ว่ากองทัพรัสเซียจะสามารถสกัดกั้นโดรนได้ทั้งหมดที่โจมตีในช่วงเวลากลางคืน แต่ปฏิบัติการครั้งนี้สำคัญต่อรัสเซียอย่างมาก เนื่องจากผู้นำรัสเซียกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หรือ St Petersburg Economic Forum ประจำปี 2569 (SPIEF-2026) ที่เมือง St Petersburg ระหว่าง 3-6 มิถุนายน 2569 โดยจะมีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวนมาก และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียจะร่วมการประชุมใน 5 มิถุนายน 2569 ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซเลนสกี ผู้นำยูเครนประกาศว่ายูเครนประสบความสำเร็จในการโจมตีฐานทัพใกล้กับเมือง Kronstadt เมืองท่าสำคัญทางตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งอยู่ในทะเลบอลติก ทั้งนี้ ผู้นำยูเครนย้ำว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปเพื่อย้ำเตือนนานาชาติให้คว่ำบาตรรัสเซีย…

MI5 เตือนว่าเว็บไซต์หางานอาจถูกใช้รวบรวมข้อมูลอ่อนไหวทางความมั่นคง

หน่วยข่าวกรองของสหราชอาณาจักร หรือ MI5 เมื่อ 4 มิถุนายน 2569 ออกถ้อยแถลงเตือนให้ระมัดระวังการใช้งานเว็บไซต์หางาน เช่น LinkedIn, Indeed และ Upwork เนื่องจากอาจเป็นช่องทางที่ต่างชาติใช้รวบรวมข้อมูลที่อ่อนไหวต่อความมั่นคงทางทหารและการเมือง ทั้งนี้ MI5 เผยแพร่คำเตือนดังกล่าวร่วมกับหน่วยข่าวกรองของกลุ่มพันธมิตร Five Eyes ได้แก่ หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยระบุว่าสายลับจีนใช้เว็บไซต์หางานที่น่าเชื่อถือ เพื่อโน้มน้าวให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ และนักวิชาการ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการทหาร เศรษฐกิจ การเมือง หรือข้อมูลที่สำคัญด้านความมั่นคง จากนั้นสายลับจีนจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินยุทธศาสตร์ต่อไป MI5 เผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของสายลับจีนเป็นระยะ ๆ เนื่องจากมีข้อมูลตั้งแต่เมื่อปี 2568 ว่า หน่วยข่าวกรองจีน หรือ Ministry of State Security (MSS) ใช้เว็บไซต์ LinkedIn เป็นช่องทางสรรหาบุคลากร  โดยใช้ข้อมูลปลอมหลอกผู้ที่สนใจให้เข้าไปให้ข้อมูล จากนั้นจะทดสอบความสามารถ และโน้มน้าวพลเรือนในต่างประเทศให้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงและการเมืองของสหราชอาณาจักร เพื่อส่งไปให้รัฐบาลจีน แลกเปลี่ยนกับค่าจ้างที่จะชำระผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น…