EU จะยกเลิกนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ในปี 2570

สหภาพยุโรป (EU) เมื่อ 3 ธันวาคม 2568 เห็นพ้องร่วมกันว่าจะยุติการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในปี 2570 เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย โดยคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลความร่วมมือและการเสนอกฎหมายของ EU เสนอแผนการดำเนินการดังกล่าวไว้ตั้งแต่ มิถุนายน 2568 เป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาค พร้อมกับลดความเสี่ยงที่รัสเซียจะใช้ประเด็นความมั่นคงด้านพลังงานของสมาชิก EU เป็นปัจจัยสร้างความได้เปรียบในการดำเนินนโยบายต่างประเทศและยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอื่น ๆ EU ลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียโดยแบ่งเป็นขั้นตอน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทสัญญาซื้อขายก่อนหน้านี้ เช่น  ประเทศที่ทำสัญญาซื้อ-ขายก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปแล้วก่อน 17 มิถุนายน 2568 และเป็นสัญญาระยะสั้น จะต้องยุติการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas) หรือ LNG จากรัสเซียใน 25 เมษายน 2569 และยุติการนำเข้าก๊าซธรรมชาติผ่านท่อลำเลียงก๊าซจากรัสเซียภายใน 17 มิถุนายน 2569 ส่วนประเทศที่ทำสัญญาซื้อขายระยะยาว จะต้องดำเนินการให้ได้ภายในปี 2570 อย่างไรก็ตาม หากสมาชิก EU เผชิญอุปสรรค โดยเฉพาะการสำรองพลังงาน ก็ยังสามารถยื่นขอขยายระยะเวลาได้ EU เคยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียประมาณร้อยละ 45…

อิสราเอล-เลบานอนเจรจาลดระดับความตึงเครียดครั้งแรกในรอบ 40 ปี

ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตึงเครียดอย่างต่อเนื่องในห้วง พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมีรายงานการปะทะและโจมตีทางการทหารระหว่างกัน และกองทัพอิสราเอลรุกล้ำเข้าไปปฏิบัติการปรามปรามกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในพรมแดนของเลบานอนด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นานาชาติวิตกว่าจะเกิดสงครามระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มลดระดับความขัดแย้งเมื่อ 3 ธันวาคม 2568 โดยอิสราเอลและเลบานอนส่งผู้แทนฝ่ายพลเรือนไปเจรจากันที่เมือง Naqoura ทางตอนใต้ของเลบานอน ใกล้ชายแดนอิสราเอล เพื่อเจรจาเรื่องความมั่นคงและกำหนดเงื่อนไข การเจรจาระหว่างอิสราเอล-เลบานอนที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการเจรจาโดยตรงครั้งแรกในรอบ 40 ปี โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางในการเจรจา เลบานอนส่งนาย Simon Karam อดีต ออท.เลบานอน/วอชิงตัน ดี.ซี.เป็นผู้แทน ส่วนอิสราเอลส่งผู้แทนจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ แม้ว่าจะเป็นโอกาสลดความขัดแย้งระหว่างกัน แต่สรุปผลลัพธ์ทั้ง 2 ประเทศยังไม่สามารถยุติความขัดแย้งหรือร่วมมือกันได้ ด้านนายกรัฐมนตรี Nawaf Salam ของเลบานอนย้ำว่าการเจรจาดังกล่าวไม่ใช่การเจรจาสันติภาพ แต่เป็นการทำให้ทั่วโลกเห็นว่า เลบานอนเป็นประเทศที่พร้อมใช้กลไกทางการทูตและการเจรจา พร้อมกันนี้ เลบานอนยังใช้โอกาสดังกล่าวย้ำว่ายึดมั่นในกรอบ Arab Peace Initiative ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่าเลบานอนจะปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลให้เป็นปกติ ต่อเมื่ออิสราเอลยอมถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากประเทศ โดยจะไม่ยอมรับข้อตกลงอื่น ๆ ที่อิสราเอลพยายามเสนอ ฝ่ายอิสราเอลใช้ประโยชน์จากการเจรจาดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นผลจากการที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน…

เส้นทางรถไฟจีน-ลาวช่วยลาวส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนได้เพิ่มขึ้น

เส้นทางรถไฟจีน-ลาว China-Laos Railway เอื้อประโยชน์ต่อลาวอย่างมาก ทั้งการเชื่อมต่อด้านการเดินทาง ที่ทั้งเป็นคนลาว และนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งการขนส่งสินค้า เฉพาะอย่างยิ่งสินค้าด้านการเกษตร ไปยังทางตอนใต้ของจีน  การเดินทาง และการขนส่งสินค้าทางรถไฟของทั้งสองประเทศมีแนวโน้มจะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนไม่แพง ได้ปริมาณมาก และสะดวกสบาย การส่งออกสินค้าเกษตรของลาวไปจีนได้มากขึ้นจะเป็นผลดีต่อประชาชน และเศรษฐกิจของลาว ขณะที่จีนก็จะสามารถเพิ่มความหลากหลายของตลาดในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากอาเซียน หลังจากที่เปิดเส้นทางรถไฟลาว-จีน  เส้นทางนี้ทำการขนส่งสินค้าจากลาวไปจีนทั้งหมดแล้วประมาณ 16 ล้านตัน ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรแล้วประมาณ 1.7 ล้านตัน และในห้วง  7 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-กรกฎาคม 2568) ส่งออกเพิ่มขึ้นจากห้วงเดียวกันร้อยละ 6.8 และเฉพาะผลไม้สดอย่างเดียวส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 62.8 นอกจากนี้ เมื่อปลายพฤศจิกายน 2568 รถไฟจีน-ลาวก็เปิดโอกาสให้ลาวส่งออกสินค้าเกษตรไปยังจีน ซึ่งได้แก่แป้งมันสำปะหลัง จำนวน 1,000 ตัน  ซึ่งเป็นผลผลิตของโรงงานในลาวทั้งหมด และเป็นครั้งแรกที่ลาวบรรจุแป้งมันสำปะหลังเต็มขบวนเพื่อส่งออกไปจีน โดยออกจากลาวเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2568 จะใช้เวลา 80 ชั่วโมงก็จะถึง เมืองเจิ้งโจ เมืองหลวงของมณฑลเฮอหนาน บริษัทรถไฟจีน-ลาว…

สปป.ลาว ฉลองครบรอบ 50 ปีวันชาติ

รัฐบาลลาวฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีวันชาติ (Lao National Day) เมื่อ 2 ธันวาคม 2568 โดยนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศและเลขาธิการพรรคประชาชนปฏิวัติลาวกล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดีร่วมกับประชาชนที่กรุงเวียงจันท์ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูง กองทัพ และผู้แทนจากต่างประเทศเข้าร่วมฉลองชัยชนะของประชาชน นอกจากนี้ ประธานประเทศใช้โอกาสขอบคุณนานาชาติที่สนับสนุนการพัฒนาของ สปป.ลาว ทำให้ประสบความสำเร็จหลากหลายด้าน ตลอดจนย้ำความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันระหว่าง สปป.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ทั้งนี้ สปป.ลาวจะยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาเอกภาพภายในชาติ หลักการสังคมนิยม และให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมกระตุ้นให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ของ สปป.ลาว สืบสานแนวคิดดังกล่าวเพื่อความมั่นคงและการพัฒนาของประเทศต่อไป กิจกรรมฉลองวันชาติของ สปป.ลาวมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก เนื่องจากมีการแสดงพาเหรดแสดงผลงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการทหาร ประชาชนส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกและเชื่อมั่นต่อการพัฒนาประเทศ ด้านประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนมีการส่งสาสน์แสดงความยินดีต่อรัฐบาลและประชาชนชาวลาว พร้อมระบุว่ายินดีจะขยายความร่วมมือกับ สปป.ลาวต่อไป โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนส่งสาสน์ด้วยตนเอง เพื่อย้ำความสัมพันธ์ใกล้ชิดและสนับสนุนหลักคิดการพัฒนาประเทศโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนย้ำความใกล้ชิดของทั้ง 2 ประเทศในฐานะพี่น้อง (brothers) และสหาย (comrades) ตามหลักนิยมของระบอบสังคมนิยมด้วย ประธานประเทศลาวตั้งเป้าหมายในปี 2598 หรือวาระครบรอบ…

สหรัฐฯ รับช่วงประธานกลุ่ม G20 ต่อจากแอฟริกาใต้

สหรัฐฯ เริ่มบทบาทประธานกลุ่ม G20 ตั้งแต่เมื่อ 1 ธันวาคม 2568 โดยรับสานต่อความมุ่งมั่นของสมาชิกกลุ่ม G20 ที่จะเสริมสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ลดอุปสรรคการค้า สร้างห่วงโซ่อุปทานพลังงานที่แข็งแกร่ง รวมทั้งใช้เทคโนโลยีรูปแบบใหม่และนวัตกรรมสนับสนุนการพัฒนา ทั้งนี้ แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่เมือง Johannesburg แอฟริกาใต้เมื่อ 22-23 พฤศจิกายน 2568 แต่ยืนยันว่าจะรับช่วงต่อการเป็นประธานกลุ่ม G20 และคงความร่วมมือกับสมาชิกกลุ่มที่เป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกให้เติบโตต่อไป โดยสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม G20 ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ในปี 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความพร้อมจะจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม G20 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ระบุว่าจะไม่เชิญประธานาธิบดีแอฟริกาใต้เข้าร่วม แม้ว่าแอฟริกาใต้ยังเป็นสมาชิกของกลุ่ม สะท้อนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ผู้นำยังไม่ดีขึ้น จากกรณีผู้นำสหรัฐฯ กล่าวหาแอฟริกาใต้ว่าละเมิดสิทธิชนผิวขาว อย่างไรก็ดี คาดว่าผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่ม G20 อื่น ๆ จะพยายามโน้มน้าวให้ประธานาธิบดีทรัมป์เปลี่ยนท่าที เพราะการคว่ำบาตรสมาชิกไม่ให้เข้าร่วมการประชุมอาจส่งผลกระทบต่อเอกภาพและความร่วมมือของกลุ่ม…

สื่อต่างชาติลดการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในไทย

สื่อต่างชาติเมื่อ 30 พฤศจิกายน- 1 ธันวาคม 2568 ลดการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในไทย แต่มุ่งรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่อินโดนีเซีย เฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะสุมาตรา ส่วนสื่อที่ยังมีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมไทยก็มีอยู่บ้าง ทั้งสื่อทางตะวันตก และเอเชีย เช่น สื่อของสหราชอาณาจักร และสื่อของสหรัฐฯ เน้นรายงานยอดการเสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเผชิญอยู่ และสถานการณ์น้ำท่วมในอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มต่อเนื่อง สื่อต่างชาติรายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตในประเทศในเอเชียมีมากกว่า 500-900 ราย โดยในอินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 435 ราย และสูญหายประเมาณ 279 ราย และในศรีลังกามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 334 ราย ในส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในไทย สื่อรายงานว่า มียอดผู้เสียชีวิตในชั้นนี้ 162 ราย ซึ่งรวมที่อำเภอหาดใหญ่ที่มี 145 ราย สื่อยังรายงานพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ของไทยพรรคหนึ่ง โจมตีความล้มเหลวของรัฐบาลที่ไม่สามารถปกป้องชาวหาดใหญ่จากน้ำท่วมครั้งใหญ่ได้ แต่ก็รายงานคำขอโทษของนายกรัฐมนตรีไทยและความช่วยเหลือของรัฐบาล สื่อต่างชาติยังแทรกรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ของไทยในรายงานภาพรวมของสถานการณ์น้ำท่วมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูให้กลับมาโดยเร็ว  ส่วนนักท่องเที่ยวที่ได้รับความช่วยเหลือในห้วงที่น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ มีมาจากหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ และแอฟริกาใต้…

อุทกภัยในอินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 ราย

ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ เนื่องจากอิทธิพลพายุไซโคลน Senyar และฝนตกหนัก ล่าสุดมีรายงานว่า อินโดนีเซียเผชิญอุทกภัยและดินโคลนถล่มครั้งรุนแรงเมื่อ 28-30 พฤศจิกายน 2568 ที่บริเวณเกาะสุมาตรา ทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตมากกว่า 440 รายและสูญหายอีกจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนอีกหลายพันคนยังรอรับความช่วยเหลือ เนื่องจากน้ำท่วมรุนแรงในบางพื้นที่ โดยเฉพาะเมือง Central Tapanuli และ Sibolga ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเผชิญอุปสรรคในการเข้าไปช่วยเหลือ แม้รัฐบาลจะเตรียมเรือรบ 2 ลำเพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือแล้ว แต่ยังเข้าพื้นที่ได้ยาก ต้องใช้การลำเลียงความช่วยเหลือทางอากาศ สาเหตุที่ทำให้การให้ความช่วยเหลือชาวอินโดนีเซียผู้ประสบอุทกภัยล่าช้า เป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อทีมกู้ภัย เพราะเป็นภูเขา ขณะที่ฝนตกหนักและเกิดเหตุดินถล่มอย่างต่อเนื่องทำให้เส้นทางสัญจรได้รับความเสียหาย ประกอบกับอุปกรณ์และเครื่องมือของทีมกู้ภัยและให้ความช่วยเหลือไม่เพียงพอ เป็นอุปสรรคต่อการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ อินโดนีเซียคาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างน้อย 1.1 ล้านคนบนเกาะสุมาตรา และคาดว่าชาวอินโดนีเซียประมาณ 75,000 รายจะกลายเป็นผู้พลัดถิ่นหลังจากภัยพิบัติครั้งนี้ สถานการณ์ในอินโดนีเซียรุนแรงในระดับเดียวกันกับไทย ซึ่งสื่อต่างประเทศรายงานว่าสภาวะโลกร้อนเป็นสาเหตุที่ทำให้ภัยพิบัติรุนแรงขึ้นทั่วโลก ปัจจุบันมีรายงานว่ามาเลเซียส่งความช่วยเหลือไปให้อินโดนีเซีย โดยเฉพาะในเมืองอาเจะห์ พื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือสุดของเกาะสุมาตราอินโดนีเซีย และอยู่ใกล้กับมาเลเซีย ซึ่งมีรายงานว่าเป็นพื้นที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยอย่างมาก นอกจากนี้ นาย Elon Musk ประกาศว่าจะให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณดาวเทียม Starlink ให้ชาวอินโดนีเซียฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ในช่วงภาวะฉุกเฉิน มีรายงานว่าประชาชนชาวอินโดนีเซียจำนวนมากไม่ยอมออกจากพื้นที่ประสบภัย…

ชาวฟิลิปปินส์ชุมนุมประท้วงรัฐบาล กรณีคอร์รัปชันโครงการป้องกันอุทกภัย

ชาวฟิลิปปินส์มากกว่า 10,000 คนรวมตัวกันชุมนุมประท้วงในกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2568 เพื่อขับไล่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ รวมทั้งรองประธานาธิบดีซารา ดูเตอร์เต ออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบกรณีการคอร์รัปชันโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลระบุว่าจะก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันอุทกภัยในประเทศ แต่ไม่มีความคืบหน้าและไม่มีการชี้แจง สำหรับแกนนำในการชุมนุมครั้งนี้ คือ กลุ่ม Kilusang Bayan Kontra-Kurakot หรือ KBKK กลุ่มประชาชนต่อต้านการคอร์รัปชัน เริ่มต้นการชุมนุมที่บริเวณ Luneta National Park จากนั้นเดินขบวนไปยังทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ พร้อมชูป้ายเรียกร้องให้ประธานาธิบดีและนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตลาออกจากตำแหน่ง รวมทั้งเปรียบเทียบนักการเมืองว่าเป็นจระเข้ กลุ่ม KBKK คาดว่ามีผู้ร่วมการชุมนุมขับไล่รัฐบาลประมาณ 20,000 คน เป้าหมายเพื่อให้นักการเมืองและผู้นำประเทศแสดงความรับผิดชอบกรณีมีข้อมูลว่า รัฐบาลเสนอตั้งงบประมาณมหาศาลเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานป้องกันอุทกภัย แต่ไม่มีความคืบหน้า รวมทั้งล้มเหลวในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงปี 2568 เนื่องจากฟิลิปปินส์เผชิญพายุไต้ฝุ่นรุนแรงหลายครั้ง และมีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงวางกำลังควบคุมสถานการณ์การชุมนุมไม่ให้มีความรุนแรง โดยใช้กำลังประมาณ 12,000 นาย ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีคนสำคัญของรัฐบาลประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ จำนวน 2 คน…

อุทกภัยในศรีลังกามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 40 ราย

สถานการณ์ภัยพิบัติในปี 2568 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความปลอดภัยของมนุษย์ โดยนอกจากสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยหลายพื้นที่ มีรายงานอุทกภัยรุนแรงในอินโดนีเซีย เนื่องจากฝนตกหนักสะสมในเขตสุมาตราเหนือ ทำให้รัฐบาลต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ รวมทั้งอุทกภัยในฟิลิปปินส์ที่เสี่ยงสั่นคลอนความมั่นคงของรัฐบาล ล่าสุด มีรายงานสถานการณ์อุทกภัยในศรีลังกา เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2568 สาเหตุหลักมาจากฝนตกหนัก ทำให้เกิดเหตุดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันในภูมิภาค Badulla และ Nuwara Eliya ทางตอนกลางของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 47 ราย สูญหาย 21 ราย ทั้งนี้ ศรีลังกาเผชิญสภาวะอากาศไม่แน่นอนและฝนตกหนักตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้อ่างเก็บน้ำและเขื่อนไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้ อุทกภัยทำให้ไม่สามารถสัญจรระหว่างเมืองได้ตามปกติ โดยเฉพาะรถไฟซึ่งรางรถไฟจำนวนมากถูกโคลนถล่มและน้ำท่วม ปัจจุบันรัฐบาลใช้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ตามที่อยู่อาศัย ศรีลังกาเผชิญอุทกภัยและเหตุดินถล่มบ่อยครั้ง เนื่องจากมีภูมิศาสตร์ตั้งอยู่ในเขตมรสุม และได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศโลกแปรปรวน เมื่อมิถุนายน 2567 เผชิญอุทกภัยรุนแรงและฉับพลันทำให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย ส่วนเหตุการณ์ที่รุนแรงและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคืออุทกภัยเมื่อปี 2546 มีรายงานผู้เสียชีวิต 254 ราย สถานการณ์อุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นในปี 2568 อาจเป็นสัญญาณว่าทั่วโลกควรให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับการทบทวนแผนการตอบสนองกับความท้าทายด้านความมั่นคงที่จะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติ รวมทั้งการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า การแจ้งเตือน และการฝึกซ้อมเพื่อบรรเทาความรุนแรงและผลกระทบเมื่อเผชิญวิกฤต แม้ว่าภัยพิบัติต่าง ๆ จะเป็นเรื่องที่คาดการณ์ยาก…

สหรัฐฯ อาจทบทวนการให้สิทธิพลเมืองแก่บุคคลจาก 19 ประเทศ

รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ  28 พฤศจิกายน 2568 ว่าจะทบทวนการให้สิทธิพลเมืองอเมริกัน หรือ green card แก่บุคคลที่มาจาก 19 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว อัฟกานิสถาน อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน เยเมน ชาด สาธารณรัฐคองโก เอริเทีย เฮติ กินี บุรุนดี โตโก เซียราลิโอน คิวบา เวเนซุเอลา และเติร์กเมนิสถาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในสังคมอเมริกัน โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดเหตุชาวอัฟกานิสถานที่ได้รับสิทธิให้พำนักในสหรัฐฯ ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชาติของสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อชาติอย่างมาก พร้อมทั้งกล่าวโทษว่าเหตุการณ์นี้เป็นผลลัพธ์จากการที่รัฐบาลพรรคเดโมแครตรับผู้อพยพและบุคคลจากประเทศที่มีการก่อการร้ายจำนวนมากเกินไป หน่วยงานภาครัฐสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวเป็นผลจากเหตุยิงเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชาติ แต่ย้ำว่าเป็นมาตรการต่อเนื่องจากคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ มิถุนายน 2568 ที่ให้เข้มงวดตรวจสอบบุคคลจาก 19 ประเทศดังกล่าวที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ เพื่อปกป้องความมั่นคงและปลอดภัยให้ชาวอเมริกัน เนื่องจากพบว่าบุคคลจาก 19…