อิหร่านยังมีเสถียรภาพทางการเมือง แม้สูญเสียเจ้าหน้าที่ระดับสูง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เมื่อ 18 มีนาคม 2569 ย้ำว่าการเมืองอิหร่านและนโยบายด้านความมั่นคงยังมีเสถยีรภาพ แม้จะสูญเสียนาย นายอะลี ลารีญานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด  พร้อมบุตรชาย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ซึ่งอิหร่านยืนยันเมื่อ 17มีนาคม 2569 เนื่องจากโครงสร้างการเมืองและรัฐบาลอิหร่านไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคคลเพียงคนเดียว อย่างไรก็ดี อิหร่านจะแก้แค้นเอาคืนเพื่อตอบโต้ความสูญเสียครั้งนี้ เนื่องจากนายลารีญานี อายุ 67 ปี เป็นบุคคลที่มีความสำคัญและสร้างผลงานด้านความมั่นคงให้อิหร่านมาโดยตลอด รวมทั้งมีบทบาทในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับประเทศตะวันตกด้วย นายลารีญานีเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สำคัญลำดับที่ 2 ที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ รองจากอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เสียชีวิตเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมระบุว่าอิหร่านไม่ต้องการสงคราม แต่เป็นสหรัฐฯ ที่เริ่มก่อนและต้องเป็นผู้รับผิดชอบผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอิหร่านก็ยิิงขีปนาวุธติดหัวรบแบบกระจายโจมตีอิสราเอล เพื่อตอบโต้การสังหาร ทั้งนี้ นายลารีญานี เป็นผู้มีบทบาทสำคัญด้านยุทธศาตสร์ของอิหร่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในตะวันออกกลางประเมินว่า อิสราเอลจะเดินหน้าแผนการสังหารผู้นำทางการเมืองและการทหารที่สำคัญของอิหร่าน โดยจะเร่งปฏิบัติการในสงครามครั้งนี้ เพื่อหวังผลบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งแม้ว่าอิหร่านจะเชื่อมั่นในโครงสร้างทางการเมืองและยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่แข็งแกร่ง แต่การสูญเสียเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว เนื่องจากขาดบุคลากรที่มีความสามารถสูงอย่างต่อเนื่อง จนอาจกระทบต่อความสามารถในการรักษาความมั่นคงในอนาคต ขณะที่อิหร่านเผชิญความท้าทายในการรับมือกับปฏิบัติการทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล มีรายงานจาก MarineTraffic องค์กรที่ติดตามเรือพาณิชย์ทั่วโลกตั้งข้อสังเกตว่า อิหร่านอนุญาตให้เรือพาณิชย์เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้นเกือบเป็น 2…

ผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อพลังงาน ผู้อพยพ และความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับจีน

การปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านปัจจุบันยังมีความรุนแรงและการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีสัญญาณว่าจะเจรจาเพื่อหยุดยิงหรือไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ล่าสุดเมื่อ 16 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางทหารทั้งในอิหร่านและเลบานอน เพื่อทำลายฐานที่มั่นและคลังอาวุธของกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน ด้านผู้นำอิหร่านยืนยันว่าไม่ต้องการสงคราม แต่มีสิทธิป้องกันตนเอง พร้อมสั่งการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก จำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,444 คน และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 18,000 คน นอกจากนี้ ประเทศในตะวันออกกลางรายงานว่าสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สะท้อนว่า สงครามอิหร่านมีแนวโน้มขยายขอบเขตและสร้างความเสียหายให้ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น การที่ประเทศในตะวันออกกลางเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงจากการปฏิบัติการทางทหารโดยตรง ส่งผลให้วิกฤตด้านความมั่นคงพลังงานมีแนวโน้มรุนแรงและยืดเยื้อ เนื่องจากประเทศในตะวันออกกลางเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เฉพาะอย่างยิ่งเอเชีย และปัจจุบันคลังน้ำมันในประเทศตะวันออกกลางยังคงเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลกในระยะยาวยังเพิ่มขึ้น จากที่ภูมิภาคตะวันออกกลางยังเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สงบเรียบร้อย นอกจากวิกฤตด้านพลังงาน ประเทศในตะวันออกกลางวิตกกับสถานการณ์ผู้อพยพ จากประชาชนในพื้นที่สงคราม โดยองค์การ UNHCR ของสหประชาชาติ ประเมินว่าสงครามครั้งนี้จะทำมีผู้พลัดถิ่นประมาณ 3.2 ล้านคน แม้ว่าอิหร่านจะยืนยันว่าจำนวนผู้อพยพออกนอกประเทศมีปริมาณไม่มาก แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อและทวีความรุนแรง อาจทำให้เกิดคลื่นผู้อพยพลี้ภัยสงครามขนาดใหญ่ที่เดินทางออกจากอิหร่านไปยังประเทศเพื่อน้บาน ได้แก่ อัฟกานิสถาน อาร์เมเนีย อาร์เซอร์ไบจาน อิรัก ปากีสถาน…

จีนปฏิบัติการลาดตระเวนบริเวณช่องแคบไต้หวัน

สื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 16 มีนาคม 2569 รายงานอ้างไต้หวันว่าพบเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพจีน (PLA) จำนวน 26 เครื่อง ปฏิบัติการในน่านฟ้าบริเวณช่องแคยไต้หวัน โดยเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ กองทัพจีนลดจำนวนยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการลาดตระเวนใกล้ช่องแคบไต้หวัน โดยในปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศเหนือน่านฟ้าไต้หวันครั้งล่าสุด เมื่อ 6 มีนาคม 2569 ส่งเครื่องบินรบไปเพียง 2 เครื่อง นอกจากนี้ เครื่องบินทหารอย่างน้อย 16 เครื่องปฏิบัติการลาดตระเวนรุกล้ำเขตระบุตัวตนการป้องกันทางอากาศ หรือ ADIZ ของไต้หวันทั้งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ รวมทั้งพบว่าจีนส่งกองเรือประมาณ 7 ลำ เข้าไปปฏิบัติการใกล้ไต้หวันด้วย ความเคลื่อนไหวของจีนทำให้ไต้หวันสั่งเตรียมพร้อมกำลังพลหน่วยยามชายฝั่ง เพื่อป้องกันการยั่วยุทางทหารหรือการปฏิบัติการของจีน ไต้หวันคาดว่าความเคลื่อนไหวของจีนเกิดขึ้นก็เพื่อป้องปรามความร่วมมือด้านการทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ มีกำหนดการส่งยุทโธปกรณ์ให้ไต้หวัน ใน 20 มีนาคม 2569 ทำให้จีนต้องการแสดงแสนยานุภาพทางการทหารว่าสามารถทำให้ไต้หวันขาดการติดต่อกับประเทศอื่น ๆ ได้ ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายของจีนต่อไต้หวันระบุว่า ความเคลื่อนไหวของจีนสอดคล้องกับผลการประชุมสองสภาที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนมีความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางการเมือง จึงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารเพื่อส่งสัญญาณให้ไต้หวันและทั่วโลก เฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ เห็นว่าจีนพร้อมจะรวมชาติกับไต้หวัน และเป็นการส่งสัญญาณก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะเยือนจีนระหว่าง…

เวียดนาม-จีนขยายสาขาความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์

เวียดนามและจีนขยายสาขาความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยใน 15-16 มีนาคม 2569 ผู้แทนระดับรัฐมนตรีของจีนและเวียดนามจะจัดการประชุม 3+3 Strategic Dialogue หรือการประชุมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการทูต การทหาร และความมั่นคงสาธารณะ ที่กรุงฮานอย เวียดนาม ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกที่จีนและเวียดนามจะแลกเปลี่ยนด้านความมั่นคงสาธารณะระหว่างกัน สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีระบบการปกครองแบบเดียวกัน และต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จไปแล้วจากการหารือ 3+3 ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของจีนและเวียดนามเมื่อ ธันวาคม 2568 เวียดนามและจีนคาดหวังให้การประชุม 3+3 ครั้งนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญสู่การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสร้างสังคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยในปี 2569 จีนส่งสัญญาณให้เวียดนามเห็นว่าให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เช่น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเดินทางเยือนเวียดนามเป็นประเทศแรกในปี 2569 และสนับสนุนการยกระดับการประชุมความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์จาก 2+2 ให้เป็น 3+3 คือ เพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะ ที่จีนเชื่อว่าจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการขยายความไว้วางใจระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ การประชุม 3+3 จะเป็นผลดีต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับจีน และความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของจีนค่อนข้างน่าสนใจ เพราะสาเหตุที่จีนต้องการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะ หรือ public security นั้นย่อมมีเป้าหมายปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ และความร่วมมือนี้อาจเปิดโอกาสให้จีนส่งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไปปฏิบัติการร่วมในประเทศเพื่อนบ้าน เหมือนกรณีการลาดตระเวนร่วมในแม่น้ำโขง  ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของประเทศเพื่อนบ้านของจีน ปัจจุบัน…

การประชุม Global Fraud Summit ประจำปี 2569 ที่ออสเตรีย

นานาชาติส่งผู้แทนระดับสูงเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยการฉ้อโกง หรือ Global Fraud Summit 2026 ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย ระหว่าง 16-17 มีนาคม 2569 เป็นการประชุมที่จัดขึ้นโดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime-UNODC) และองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization-INTERPOL) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา การฉ้อโกงหรือการหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต รวมทั้ง Scam Centers เป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทุกประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นการก่ออาชญากรรมผ่านอินเทอร์เน็ตที่ตรวจจับยากแล้ว ยังเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงินและการค้ามนุษย์ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั่วโลกตระหนักว่าการฉ้อโกงหรือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต กลายเป็นแหล่งเงินทุนของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งนอกจากจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชนต่อการทำงานของหน่วยงานภาครัฐด้วย เพราะกลุ่ม Scammer อ้างว่าเป็นหน่วยงานภาครัฐเพื่อหลอกลวงประชาชน ดังนั้น ปัญหา Scammer และการฉ้อโกงออนไลน์จึงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ ที่รัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งภาคเอกชนและภาคประชาสังคม (CSO) ควรหาแนวทางปฏิบัติร่วมกับเพื่อควบคุมและจัดการภัยคุกคามนี้ร่วมกัน UNODC และ INTERPOL เป็นหน่วยงานหลักที่จัดการประชุมครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแคนาดา…

ผู้นำสหรัฐฯ ขอให้เนโตและจีนร่วมปฏิบัติการปกป้องช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 15 มีนาคม 2569  ใช้กลไกความร่วมมือทางการทหารระหว่างประเทศเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงในปฏิบัติการที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเสนอให้ประเทศอื่น ๆ ควรส่งเรือรบเข้าไปปกป้องผลประโยชน์และค้ำประกันความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น ทั้งจีน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมทั้งเสนอให้เนโต ส่งกองกำลังไปสนับสนุนสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งขู่ว่าหากเนโตปฏิเสธและไม่ช่วยเหลือสหรัฐฯ อาจเผชิญอนาคตที่ย่ำแย่ ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเรือพาณิชย์จำนวนอย่างน้อย 16 ลำ เป็นเรือขนส่งน้ำมัน 10 ลำ ตกเป็นเป้าหมายโจมตีและได้รับอันตรายระหว่างการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน ซึ่งเป็นเส้นทางเดินทางสำคัญของโลก ด้านผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ประกาศว่าจะเป็นต้องปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวเพื่อกดดันสหรัฐฯ ให้ยุติสงคราม ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะไม่ส่งกองเรือไปช่วยเหลือตามที่ผู้นำสหรัฐฯ ร้องขอในทันที เพราะ สหรัฐฯ เองก็ยังไม่ส่งเรือรบเข้าไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากจะเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีโดยอิหร่านและกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ที่ได้เปรียบมากกว่า แต่ก็มีรายงานว่า  รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณามาตรการที่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบข้อจำกัดทางกฎหมายของประเทศ เพื่อรับรองความปลอดภัยของเรือและลูกเรือญี่ปุ่นที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่อิหร่านก็กำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่าพร้อมเจรจาและไม่โจมตีเรือจากประเทศต่าง ๆ ยกเว้นสหรัฐฯ และอิสราเอล จึงต้องพิจารณาท่าทีต่อสงครามในตะวันออกกลางอย่างรอบคอบ ปัจจุบันสหราชอาณาจักรระบุว่าจะทบทวนข้อเสนอ จีนยืนยันเรียกร้องให้ยุติการใช้ปฏิบัติการทหารและความรุนแรงระหว่างประเทศ ฝรั่งเศสและเยอรมนี พันธมิตรสำคัญและประเทศที่มีอิทธิพลในเนโต ระบุว่าจะให้ความสำคัญกับภารกิจของนานาชาติเพื่อปกป้องความปลอดภัยในการเดินเรือ แต่ไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามโดยตรง ด้านออสเตรเลียและญี่ปุ่น ระบุชัดเจนว่าไม่มีแผนการจะส่งเรือรบเข้าไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ…

กลุ่ม OPEC ประเมินอุปสงค์น้ำมันโลกไม่เปลี่ยนแปลง แต่ติดตามสงครามอิหร่านใกล้ชิด

องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ OPEC เผยแพร่มุมมองต่อการประเมินอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569-2570 ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม คือ ในปี 2569 อุปสงค์น้ำมันโลกจะอยู่ที่ประมาณ 1.38 ล้านบาร์เรล/วัน และในปี 2570 อยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน แม้ว่าปัจจุบันจะมีสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก เฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งน้ำมันไปทั่วโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซปริมาณมาก รวมทั้งทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศสมาชิกกลุ่ม OPEC ประเมินว่า ความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะอยู่ในระดับเดิม จึงอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในระยะยาวได้ การประเมินดังกล่าวเป็นผลจากข้อมูลความต้องการน้ำมันในตลาดโลกเมื่อห้วง กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบกับปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ จึงอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันอย่างแท้จริง เพราะสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ และอิสราเอล เริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้กลุ่มประเทศ OPEC ยอมรับว่าต้องติดตามพัฒนาการสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อแนวโน้มความต้องการน้ำมันในตลาดโลกในรายงานฉบับถัดไป รวมทั้งต้องติดตามมาตรการและนโยบายพลังงานของกลุ่มประเทศ OPEC+ ที่สำคัญด้วย ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย เวเนซุเอลา และไนจีเรีย ก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามในอิหร่าน สมาชิก OPEC บางประเทศและสมาชิก…

ผู้นำอิหร่านคนใหม่ประกาศสู้ต่อในสงคราม จะปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันศัตรู

อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านมีถ้อยแถลงเมื่อ 12 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นถ้อยแถลงครั้งแรกหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ โดยระบุว่าอิหร่านจะสู้ในสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันรัฐบาลศัตรูให้ยุติการทำสงครามกับอิหร่าน นอกจากนี้ อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ยังขอให้ประชาชนและรัฐบาลมีเอกภาพ ยืนยันว่ายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณถึงสหรัฐฯ และประเทศในตะวันออกกลางโดยตรงว่า อิหร่านจะโจมตีทำลายฐานทัพสหรัฐฯ ที่ยังปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคตะวันออกลาง ดังนั้น สหรัฐฯ และประเทศที่ให้สหรัฐฯ เข้าไปปฏิบัติการทางทหาร ควรยุติความเคลื่อนไหวดังกล่าวทันที ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าผู้นำอิหร่านคนใหม่มั่นใจในขีดความสามารถและศักยภาพของกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมทั้งกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคที่อิหร่านให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ว่าจะสามารถตอบโต้และทำสงครามอสมมาตร (asymmetric warfare) กับสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ เนื่องจากแม้จะมียุทโธปกรณ์ที่ไม่เท่ากับสหรัฐฯ แต่อิหร่านให้ยุทธวิธีกระจายกำลังและฐานบัญชาการ ตามยุทธศาสตร์การรบแบบ Decentralized Mosaic Defense (DMD) ทำให้กองกำลังฝ่ายอิหร่านที่กระจายอยู่ทั่วประเทศสามารถปฏิบัติการต่อได้ แม้ศูนย์บัญชาการกลางจะเผชิญอุปสรรค และยังมีจุดแข็งเพิ่มเติมหลังจากการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ที่ใกล้ชิดกับ IRGC ทำให้การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น อิหร่านจึงมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับมือกับสงครามได้ นอกจากนี้ ผู้นำอิหร่านยังส่งสัญญาณโน้มน้าวไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางให้ตระหนักถึงผลกระทบในระยะยาว หากยังสนับสนุนสหรัฐฯ…

พรรค RSP ได้รับชัยชนะแบบถล่มทลายในการเลือกตั้งเนปาล

ผลการเลือกตั้งทั่วไปในเนปาลบ่งชี้ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับที่สื่อมวลชนเรียกว่าเป็น “แผ่นดินไหว” ทางการเมือง เพราะพรรค Rastriya Swatantra Party หรือ RSP พรรคการเมืองใหม่ที่ก่อตั้งได้นาน 4 ปี และมีนาย Balendra Shah นักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นอดีตศิลปินและผู้นำกลุ่มประท้วง ได้รับชัยชนะแบบถล่มทลาย จากการเลือกตั้งเมื่อต้น มีนาคม 2569 ขณะที่พรรคการเมืองเดิมหรือกลุ่มนักการเมืองรุ่นเก่าสูญเสียคะแนนนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะนาย KP Sharma Oli อดีตผู้นำเนปาลที่สูญเสียคะแนนนิยมในเขตอิทธิพลเดิม ประชาชนชาวเนปาลในพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มการเมืองเดิมให้ความเห็นกับสื่อมวลชนว่า ประชาชนเบื่อหน่ายปัญหาคอร์รัปชันและระบบการเมืองที่ไม่มีประสิทธิภาพมาอย่างยาวนาน จึงเห็นว่าพรรค RSP และนาย Balendra Shah เป็นความหวังใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมทางการเมือง และเชื่อมั่นว่าผู้นำรัฐบาลคนใหม่ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองจำกัด อาจสร้างผลงานได้ดีและกลายเป็นจุดแข็งของผู้นำคนใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองในภูมิภาคเอเชียใต้ มีมุมมองว่ารัฐบาลชุดใหม่ของเนปาลจะเผชิญกับความท้าทาย เพราะต้องบริหารจัดการการเมืองรูปแบบใหม่ โดยมีประชาชนคาดหวังสูงว่ารัฐบาลจะมีผลงานที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ขณะที่นาย Balendra Shah อายุ 35 ปี ยังมีประสบการณ์ทางการเมืองไม่มาก เสี่ยงสูญเสียเป้าหมายทางการเมืองเดิมที่เน้นการปฏิรูปและสร้างความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนมีแนวโน้มจะใช้กฎหมายเคร่งครัดเพื่อจัดการบริหารความมั่นคงในประเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมได้ เพราะกลุ่มอุปถัมภ์ทางการเมือง (political patronage) อาจไม่พอใจและร่วมมือกับสื่อมวลชน…

 แฮ็กเกอร์ที่สนับสนุนอิหร่านโจมตีบริษัทของสหรัฐฯ 

การตอบโต้สหรัฐฯ ของอิหร่านที่โจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ประเมินไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้น โดยกลุ่มอุดมการณ์ที่สนับสนุนอิหร่านอาจจะตอบโต้ด้วยการก่อการร้ายต่อมาตุภูมิสหรัฐฯ ในทางกายภาพ ควบคู่ไปกับที่แฮ็กเกอร์ ซึ่งอิหร่านให้การสนับสนุนจะโจมตีต่อระบบไซเบอร์ของภาครัฐ และเอกชนของสหรัฐฯ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคง และด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด สื่อมวลชนของสหรัฐฯ เมื่อ 10 มีนาคม 2569 เปิดเผยโดยอ้างแหล่งข่าวจากประชาคมข่าวกรองของสหรัฐฯ ว่า ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ออกคำเตือนไปยังภาครัฐ และเอกชนของสหรัฐฯ ว่าอาจเป็นเป้าหมายการถูกแฮ็กเกอร์ที่อิหร่านให้การสนับสนุน โจมตีระบบไซเบอร์ เช่น ระบบไซเบอร์ของภาคการเงิน รวมทั้งระบบไซเบอร์ด้านการวิจัย และบริษัทด้านการทหารที่อิสราเอลร่วมมือกับสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อ 12 มีนาคม 2569  Handala ซึ่งเป็นแฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายต่อบริษัท Stryker ผู้ผลิตและให้บริการอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ของโลกในสหรัฐฯ  โดยประกาศว่าเพื่อเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนในอิหร่าน จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แนวโน้มที่แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านทั้งเป็นกลุ่ม หรือเป็นผู้ที่เห็นอกเห็นใจอิหร่าน จะโจมตีระบบไซเบอร์ที่เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอล หรือประเทศที่อยู่ฝ่ายสหรัฐฯ มีแนวโน้มมากขึ้น โดยบริษัทด้านไซเบอร์ของโลกประเมินว่า แม้ว่าศักยภาพของระบบอินเทอร์เน็ตของอิหร่าน หลังจากถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตี จะได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่อิหร่านสนับสนุน…