สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้กลุ่มฮูษี หากเป็นภัย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่กลุ่มฮูษีในเยเมนเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 ว่า หากดำเนินการเป็นภัยคุกคามต่อการเดินเรือในทะเลแดงหรือผลประโยชน์ของสหรัฐฯ  สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ทันที หากจำเป็น ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้น หลังจากกลุ่มฮูษีเตือนบริษัทขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศว่า เรือที่ติดธงซาอุดีอาระเบียและเรือที่กำลังขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือของซาอุดีอาระเบีย อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางทหารได้จากกลุ่มฮูษีได้ การยกระดับความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกกลุ่มฮูษีประกาศเมื่อ 20 กรกฎาคม 2569  มีมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย โดยจะปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ต่อเรือของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีผลทันที ทั้งนี้ เพื่อตอบโต้กรณีที่ซาอุดีอาระเบียปิดล้อมเยเมนนานกว่า 10 ปี ทั้งยังโจมตีสนามบินนานาชาติซานาเพื่อขัดขวางการลงจอดของเที่ยวบินที่บรรทุกแกนนำฮูษีกลับจากอิหร่าน ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮูษีจะใช้ขีปนาวุธและ โดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย   หากซาอุดีอาระเบียยกระดับการโจมตีพื้นที่ในเยเมน ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่ม กลุ่มฮูษีอ้างว่า มีเรือพาณิชย์ 6 ลำ เปลี่ยนเส้นทางกลับภายใน 24 ชั่วโมง หลังได้รับคำเตือนตามมาตรการดังกล่าว แต่ไม่ได้ระบุชื่อเรือ ตำแหน่ง จุดหมายปลายทาง สัญชาติของเรือ ทั้งนี้ การข่มขู่ของกลุ่มฮูษี ทำให้มีรายงานว่าการเรือขนส่งน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียไปยังเอเชียต้องตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางในทะเลแดง เนื่องจากผู้ประกอบการขนส่งและโรงกลั่นน้ำมันกังวลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือ หากสถานการณ์การขนส่งน้ำมันยังมีอุปสรรคจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่สหรัฐฯ ยังโจมตีอิหร่านต่อเนื่อง และกลุ่มฮูษีพร้อมจะตอบโต้ซาอุดีอาระเบียที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาค…

สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และแนวโน้มการเจรจา

สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 11  โดยขยายเป้าหมายการโจมตีไปยังบริเวณพื้นที่ภาคตะวันตก และพื้นที่ตอนในของอิหร่าน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน (Pickaxe Mountain) หรือ Kuh-e Kolang Gaz La ที่อยู่พื้นที่ตอนใต้ของกรุงเตหะราน และอยู่ใกล้กับโรงงานนิวเคลียร์ Natanz ด้วย ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐฯ ไม่เคยโจมตี Pickaxe Mountain เนื่องจากเป็นโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและยังไม่เปิดใช้งาน อย่างไรก็ตาม การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ดังกล่าว ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจหมายถึงการส่งกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน แต่กรณีดังกล่าวยังไม่ชัดเจน เพราะสหรัฐฯ ต้องระมัดระวังและพิจารณาอย่างรอบคอบหากจะส่งกองทัพปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน หรือการขู่อิหร่านอีกครั้ง จะเป็นการกดดันให้อิหร่านต้องเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง แต่อาจไม่ใช่ทางเปิด จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันได้ ด้านอิหร่านขยายพื้นที่การโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางเช่นกัน โดยมีรายงานการโจมตีที่คูเวต บาห์เรน และจอร์แดน ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่ากลุ่มฮูษีในเยเมน ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน ปฏิบัติการโจมตีเรือของซาอุดีอาระเบีย ระหว่างเดินทางในทะเลแดงด้วย กระทรวงสงคราม หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมงบประมาณทำสงครามระยะยาวกับอิหร่าน พิจารณาจากท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ เมื่อ 22 กรกฎาคม…

ฝรั่งเศสผ่านกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์

รัฐสภาฝรั่งเศสเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 อนุมัติกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งห้ามนักเรียนใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) แห่งแรกที่ผลักดันและบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวได้สำเร็จ ในช่วงที่หลายประเทศกำลังพิจารณามาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในกลุ่มเยาวชน เนื่องจากเสี่ยงเผชิญภัยคุกคาม การหลอกลวง และปัญหาสุขภาพจิต มาตรการของฝรั่งเศสดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ใน กันยายน 2569 โดยเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีจะไม่ได้รับอนุญาตให้สมัครบัญชีใหม่ ส่วนแพลตฟอร์มที่จะห้ามไม่ให้เยาวชนเข้าใช้งาน เช่น TikTok, Snapchat และ Instagram เนื่องจากมีการเผยแพร่เนื้อหาทีไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพจิตและการตัดสินใจของเยาวชน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แสดงความยินดีที่รัฐสภาผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่าเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะปกป้องเยาวชนและเด็กในประเทศจากภัยคุกคามและอันตรายต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสยังต้องมีขั้นตอนการพิจารณาว่ามาตรการนี้ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้ ฝรั่งเศสพยายามทำให้มาตรการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยจะยังให้เยาวชนเข้าถึงเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และสารานุกรม สมาชิกพรรคฝ่ายค้านของฝรั่งเศสบางส่วนยังคงคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว แต่ผู้ปกครองเยาวชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นมาตรการเดียวที่ทำให้ผู้ปกครองและนักปกป้องสิทธิเด็กมีอำนาจต่อรองกับบริษัทผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ หรือกลุ่ม Tech Giants รวมทั้งใช้ปกป้องความปลอดภัยของเยาวชนได้มากขึ้น สำหรับหน่วยงานที่จะบังคับใช้มาตรการดังกล่าวของฝรั่งเศส คือ Arcom ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลสื่อภาพและเสียงและการสื่อสารดิจิทัลของฝรั่งเศส มีอำนาจตรวจสอบและต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งลิขสิทธิ์ ผ่านโลกออนไลน์และดิจิทัล…

รมว.กต.สหรัฐฯ เยือนฟิลิปปินส์ ท่ามกลางสถานการณ์ทะเลจีนใต้ตึงเครียด

นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ เข้าร่วมการประชุมในกรอบอาเซียน ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ฟิลิปปินส์เป็นประธาน รวมทั้งการประชุมในกรอบ East Asia Summit (EAS) และย้ำจุดยืนว่าสหรัฐฯ สนับสนุนฟิลิปปินส์ในช่วงที่สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ตึงเครียดขึ้น เนื่องจากเรือรบฟิลิปปินส์เผชิญหน้ากับเรือหน่วยยามชายฝั่งจีน เมื่อ 20 กรกฎาคม 2569 บริเวณสันดอนโธมัสที่ 2 หรือ Second Thomas Shoal ซึ่งฟิลิปปินส์ถือว่าอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของประเทศ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทั้งฝ่ายฟิลิปปินส์และจีนไม่พอใจระหว่างกัน และเรียกตัวเอกอัครราชทูตไปประท้วง โดยฟิลิปปินส์ระบุว่าเจ้าหน้าที่หน่วยยามชายฝั่งจีนทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์จนได้รับบาดเจ็บ ฟิลิปปินส์กับจีนเผชิญหน้ากันในพื้นที่สันดอนโธมัสที่ 2 หลายครั้ง เนื่องจากฟิลิปปินส์ประจำการกองทัพเรือ ขณะที่จีนไม่ยอมรับอำนาจอธิปไตยของฟิลิปปินส์เหนือพื้นที่พิพาทดังกล่าว นายรูบิโอ เยือนฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรกในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คาดว่าในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมกรอบอาเซียนและ EAS จะมีประเด็นสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ความมั่นคงพลังงาน สถานการณ์ในเมียนมา สถานการณ์สงครามอิหร่านและยูเครน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจเป็นประเด็นหารือสำคัญ โดยทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า นายรูบิโอจะพบหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนหรือไม่…

อาชญากรรมข้ามแดนบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย

อาชญากรรมข้ามแดนบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซียยังคงเป็นปัญหาของทั้งสองประเทศ เนื่องจากยังมีปัญหาทั้งการลักลอบค้ายาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ กระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ชายแดนไทย-มาเลเซียยังเป็นทางผ่านของอาชญากรรมข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งการค้ามนุษย์ ซึ่งเมื่อ ปลายเมษายน 2569  มีรายงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซียที่ทำการกวาดล้างเครือข่ายค้ามนุษย์แรงงานชาวอินโดนีเซียที่ใช้ไทยและสิงคโปร์เป็นทางผ่านเพื่อลักลอบเข้ามาเลเซีย ลักษณะสำคัญของอาชญากรรมข้ามแดนที่สำคัญ และเห็นได้ชัด คือ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการ เป็นวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น มีรายงานเมื่อต้น กรกฎาคม 2569 ว่า ตำรวจชายแดนมาเลเซียพบว่า เครือข่ายการค้ามนุษย์ที่เคลื่อนไหวบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซียใช้วิธีการนำพาแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา โดยในแต่ละครั้ง นำพาจำนวนน้อย ๆ  ประมาณ 2-4 คน จากเดิม ประมาณ 10-20 คน โดยลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ และท่าข้ามผิดกฎหมายตามแนวแม่น้ำโก-ลก เฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และตำบลรันเตาปันยัง รัฐกลันตัน เพื่อเดินทางเข้าเมืองโดยรถ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของมาเลเซียยังตรวจพบรูปแบบการปฏิบัติการของเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ใช้ช่องทางชายแดนไทย-รัฐกลันตันใช้ว่า พยายามหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ ด้วยการใช้คนท้องถิ่นที่เป็นสตรีมากขึ้นในการเป็นผู้นำทาง หรือนำพาเหยื่อ และผู้บัญชาการตำรวจรัฐเกดะห์ มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569…

กัมพูชารับความช่วยเหลือด้านการทหาร และความมั่นคงจากญี่ปุ่น

การที่กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือด้านการทหารและความมั่นคงจากญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเมื่อ 19 กรกฎาคม 2569 ตอกย้ำความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างสองประเทศว่ามีความใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศในภาพรวมอยู่ในกรอบการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ที่ได้ลงนามกันเมื่อ 2566  นอกจากนี้ หลังจากที่กัมพูชาปรับปรุงฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ แล้วเสร็จ และจะเริ่มใช้งานเมื่อ เมษายน 2568 กัมพูชายังได้เชิญเรือญี่ปุ่นจอดเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียมเป็นประเทศแรกอีกด้วย สำหรับความช่วยเหลือที่นาย Ueno Atsushi เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชากับ พลเอก เตีย เซยฮา รอง นายกรัฐมนตรี เมื่อ 19 กรกฎาคม 2569 ลงนามร่วมกันที่ราชธานีพนมเปญ เป็นโครงการช่วยเหลือด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ (Official Security Assistance-OSA) จากญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นจะจัดหาอุปกรณ์การสื่อสารแก่กองทัพบกกัมพูชา และเรือตรวจการณ์แก่กองทัพเรือกัมพูชา มูลค่าทั้งหมดประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการป้องปรามของกัมพูชา  ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการ OSA กับฟิลิปปินส์ และเมื่อ มีนาคม 2569 ก็ให้ความช่วยเหลือแก่ไทยให้รับมือกับภัยพิบัติ นาย Ueno…

ไทยเตรียมรับมือกับภาวะขาดแคลนแรงงานต่างด้าว

ภาวการณ์ขาดแคลนแรงงานต่างด้าวของไทย แม้จะไม่อยู่ในระดับวิกฤต แต่ไทยก็ต้องเตรียมทุกแนวทางในการรับมือกับปัญหานี้ เนื่องจากต้องเป็นที่ยอมรับว่า แรงงานต่างด้าวจะเข้าไปทำงานในไทยในงานที่แรงงานไทยไม่ค่อยทำ เช่น แรงงานที่ยากลำบาก นอกจากนี้ ไทยยังไม่รับแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาจากความขัดแย้งชายแดน อย่างไรก็ดี ไทยยังมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของไทยในระดับหนึ่ง ไทยจึงมีการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานต่อไปอีก 1 ปี  ทั้งนี้ ไทยมีคนต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2568  ประมาณ 720,000 คน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 การต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนามที่อนุญาตให้อยู่และทำงานอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ถึง 11 ธันวาคม 2569 (แต่ยังไม่สามารถจัดทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและไปดำเนินการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวและประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569) โดยผ่อนผันให้อยู่และทำงานได้ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 แต่ต้องปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น จ่ายค่าธรรมเนีนม และทำประกันสุขภาพ ให้ทันเวลาตามที่กำหนด…

สหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน และ 3 ประเด็นน่าติดตาม

การปะทะรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความตึงเครียด และเริ่มมีรายงานปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับกฎหมายด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หรืออนุสัญญาเจนีวา (1949 Geneva Conventions) โดยอิหร่านระบุเมื่อ 16 กรกฎาคม 2569 ว่า กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่าน ที่ไม่ใช่เป้าหมายด้านการทหาร ได้แก่ สะพาน สถานีรถไฟและท่าอากาศยาน โรงงานผลิตพลังงาน และสิ่งปลูกสร้างในเมือง กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการโจมตีทั้งหมดมุ่งเน้นทำลายเป้าหมายด้านการทหารในอิหร่าน เช่น ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต้องการสร้างความชอบธรรมในการใช้กำลังทหารเพื่อชิงความได้เปรียบในสงครามครั้งนี้ และมีการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (information warfare) เป็นเครื่องมือเพิ่มความชอบธรรมในการวางกลยุทธและดำเนินยุทธวิธีการต่อสู้ต่อไป สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การปะทะรอบใหม่นี้ คือ สิทธิการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสหรัฐฯ ต้องไม่แทรกแซงช่องแคบฮอร์มุซ และต้องถอนกำลังออกจากภูมิภาค เพื่อแลกกับการทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับไปมีสถานะเหมือนช่วงก่อนสงคราม ซึ่งอิหร่านจะยอมรับโอมานเป็นอีก 1 ประเทศที่มีสิทธิบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับอิหร่านเท่านั้น ประเด็นที่น่าจับตามองจากการปะทะรอบใหม่นี้ ได้แก่ 1) ขีดความสามารถของอิหร่านที่จะต้านทานมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบัน มีรายงานว่าอิหร่านสามารถต้านทานมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ ได้อย่างน้อย 90 วัน เนื่องจากได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์และมียุทโธปกรณ์เพียงพอ 2)…

องค์กรระหว่างประเทศกังวลความปลอดภัยชาวโรฮีนจา

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) แสดงความกังวลเมื่อ 16 กรกฎาคม 2569 เกี่ยวกับความปลอดภัยของชาวโรฮีนจาที่อพยพออกจากเมียนมาทางเรือ เนื่องจากมีรายงานว่าเรือของผู้อพยพจำนวน 2 ลำสูญหาย และอาจทำให้ชาวโรฮีนจาจากรัฐยะไข่ของเมียนมา และบางส่วนเดินทางมาจากค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองค็อกซ์บาซาร์ของบังกลาเทศ  จำนวน 500 คน เสียชีวิต ตั้งแต่ปลาย มิถุนายน 2569 สำหรับสาเหตุที่ทำให้องค์กร IOM และ UNHCR แสดงความกังวล เนื่องจากไม่สามารถติดต่อเรือดังกล่าวได้ และมีรายงานเรือจมบริเวณชายฝั่งเมียนมา แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ในห้วงปี 2569 มีชาวโรฮีนจาที่เสียชีวิตระหว่างการอพยพจากเมียนมาไปทางเรือ จำนวนอย่างน้อย 300 คน โดยเป็นชาวโรฮีนจาที่ต้องการอพยพหนีภัยความขัดแย้งและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าเหตุการณ์ด้านความมั่นคงและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง รวมทั้งชาติพันธุ์ในเมียนมายังไม่มีเสถียรภาพ ยังคงมีความรุนแรงและทำให้ชาวโรฮีนจาต้องการอพยพออกจากพื้นที่ แม้ว่าจะเผชิญความเสี่ยงสูงในการเดินทาง เพราะการเดินทางด้วยเรือในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน ทำให้การเดินทางไปปลอดภัย ความปลอดภัยของชาวโรฮีนจาที่ต้องการอพยพจากเมียนมาไปยังมาเลเซีย ยังคงเป็นประเด็นที่องค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศให้ความสนใจ และติดตามรายงานต่อเนื่อง พร้อมกับเชื่อมโยงกับมาตรการแก้ไขปัญหาของไทย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านเมียนมา และเคยมีส่วนร่วมในการป้องกันการค้ามนุษย์ รวมทั้งการแสวงประโยชน์จากชาวโรฮีนจา ชาวโรฮีนจามีแนวโน้มอพยพออกจากเมียนมามากขึ้น เนื่องจากการตั้งถิ่นฐานในเมียนมาและบังกลาเทศนั้นไม่ปลอดภัย ทำให้ประเด็นชาวโรฮีนจาจะได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง พิจารณาจากสหประชาชาติ (UN) เคยเรียกร้องให้ประเทศต่าง…

จีนไม่พอใจสหราชอาณาจักรกรณีเปลี่ยนผู้บริหารบริษัทเหล็ก

กรณีสหราชอาณาจักรซื้อกิจการบริษัท British Steel ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของประเทศ ที่ก่อนหน้านี้มีบริษัทกลุ่มจิงเย่ (Jingye) ของจีนเป็นผู้บริหาร ทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก โดยกระทรวงการต่างประเทศของจีนเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569 ประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าว พร้อมระบุว่าเป็นการลดสิทธิตามกฎหมายของบริษัทจีน รวมทั้งส่งผลเสียต่อมุมมองนักธุรกิจจีนที่ต้องการไปลงทุนในสหราชอาณาจักรในอนาคต สำหรับสาเหตุที่รัฐบาลจีนไม่พอใจ เนื่องจากมองว่าที่ผ่านมา บริษัทกลุ่มจิงเย่ของจีน ได้เข้าไปบริหารและทุ่มเทงบประมาณเพื่อฟื้นฟูกิจการของบริษัท British Steel ที่เคยประสบปัญหาการเงิน แต่รัฐบาลสหราชอาณาจักรออกกฎหมายเพื่อยึดกิจการคืนเมื่อ 16 กรกฎาคม 2569 โดยอ้างเหตุผลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ห่วงโซ่การผลิตและปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ รัฐบาลจีนเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรทบทวนมาตรการดังกล่าว เคารพสิทธิของบริษัทกลุ่มจิงเย่ของจีน และปฏิบัติตามข้อตกลง China-UK Investment Protection Agreement รวมทั้งกฎหมายด้านการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนปฏิบัติต่อนักลงทุนและนักธุรกิจของจีนในสหราอาณาจักรอย่างยุติธรรม บริษัทกลุ่มจิงเย่ของจีน ซึ่งเป็น 1 ใน 100 บริษัทขนาดใหญ่ของจีน เข้าซื้อกิจการบริษัท British Steel ให้เป็นบริษัทในเครือเมื่อปี 2563 มูลค่าประมาณ 94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากบริษัท British Steel ประสบปัญหาด้านการเงินและเสี่ยงล้มละลาย แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูกำไร…