สิงคโปร์ เมียนมา กัมพูชาได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน
สิงคโปร์ เมียนมา กัมพูชา และประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ตอนนี้รุนแรงถึงระดับอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยการจะระเบิดเรือทุกลำที่แล่นผ่าน ส่วน QatarEnergy ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจปิโตรเลียมของกาตาร์ และเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก ยุติการผลิต LNG และโรงกลั่นน้ำมันของอารามโก (Aramco) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบียได้รับผลกระทบจากถูกเศษโดรนตกใส่ ด้านสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ประกาศเมื่อ 3 มีนาคม 2569 ว่าจะให้เรือรบของสหรัฐฯ คุ้มกันเรือขนส่งทุกลำเช่นกัน แม้ประเทศในอาเซียนจะมีมาตรการรองรับภาวะดังกล่าวได้ระดับหนึ่ง หากสงครามไม่ยืดเยื้อ แต่ก็ได้รับผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศด้วยเช่นกัน จากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งจะตามมาด้วยอัตราเงินเฟ้อ นักวิเคราะห์กังวลว่าการ disruption ที่เกิดขึ้น หากยืดเยื้อ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องพลังงานเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อการ disruption ของห่วงโซ่อุปทานสินค้า ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงของการขนส่งสินค้าอีกด้วย สิงคโปร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกลั่นและค้าน้ำมันระหว่างประเทศ ได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนน้ำมันดิบและค่าขนส่งทางเรือจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้สิงคโปร์ต้องทบทวนอัตราการขยายตัวเของเศรษฐกิจใหม่ รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อด้วย ซึ่งเมื่อ 3 มีนาคม 2569 บริษัท Shell เป็นบริษัทแรกที่ปรับขึ้นราคาน้ำมัน ตามด้วยบริษัท Caltex Esso…











