สถานการณ์ประท้วงและความรุนแรงในลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ

  สถานการณ์ประท้วงต่อต้านนโยบายจัดการและควบคุมผู้อพยพในสหรัฐฯ รุนแรงมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง และกองกำลังป้องกันชาติ (national guards) หรือกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิของสหรัฐฯ เมื่อ 8 มิถุนายน 2568 มีรายงานภาพความรุนแรงและความเสียหายจากการปราบปรามการประท้วงดังกล่าว และอาจเป็นประเด็นทำให้ชาวอเมริกันโจมตีรัฐบาลว่ากระทำความรุนแรงเกินกว่าเหตุต่อผู้ชุมนุม สาเหตุของการปะทะเกิดจากผู้ชุมนุมประท้วงคัดค้านนโยบายจัดการผู้อพยพของรัฐบาล ชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 บริเวณย่านกลางเมือง ห้างสรรพสินค้า Home Depot และพื้นที่ใกล้เคียง Metropolitan Detention Centerเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สาเหตุของการประท้วงเกิดจากเหตุก่อนหน้านั้น รัฐบาลสั่งลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบและจับกุมผู้อพยพผิดกฎหมายในพื้นที่อย่างเข้มงวด ทำให้คนในพื้นที่ไม่พอใจและชุมนุมคัดค้านการดำเนินคดีต่อผู้อพยพระหว่างการชุมนุมเมื่อ 6-7 มิถุนายน 2568 มีรายงานการปิดถนนและพยายามก่อกวนการทำงานของหน่วยงานรัฐบาล ด้วยการตั้งจุดสกัดกั้นไม่ให้รถยนต์ลาดตระเวนของหน่วยงานราชการปฏิบัติงานได้ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่พอใจและประกาศให้การชุมนุมดังกล่าวผิดกฎหมาย พร้อมกับสั่งให้กองกำลังป้องกันชาติลงพื้นที่เพื่อสลายการชุมนุมเมื่อ 8 มิถุนายน 2568 ผู้ประท้วงระบุว่ากองกำลังป้องกันชาติและเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงใช้อุปกรณ์หลายรูปแบบเพื่อปราบปรามการชุมนุม รวมทั้งระเบิดควันและกระสุนที่ใช้ในการควบคุมการประท้วง ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจ ตะโกนขับไล่เจ้าหน้าที่ และก่อเหตุทำลายทรัพย์สินสาธารณะ จากนั้นสถานการณ์เริ่มมีการใช้ความรุนแรง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ประท้วงบางส่วน นักการเมืองสหรัฐฯ พรรคเดโมแครตวิจารณ์ว่าการตัดสินใจส่งกองกำลังป้องกันชาติไปควบคุมการชุมนุม อาจเป็นการละเมิดอำนาจของรัฐ และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวโดยเร็ว เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นกรณีแรกในรอบหลายปี ที่รัฐบาลกลางตัดสินใจส่งกองกำลังป้องกันชาติไปปฏิบัติหน้าที่ในรัฐใดรัฐหนึ่ง โดยไม่ได้รับการร้องขอจากผู้ว่าการรัฐนั้น อาจเท่ากับการแทรกแซง…

ผู้นำสหรัฐฯ ออกคำสั่งห้ามบุคคลจาก 12 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 4 มิถุนายน 2568 ลงนามในคำสั่งผู้บริหาร ห้ามบุคคลที่เดินทางมาจาก 12 ประเทศ เข้าสหรัฐฯ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ สำหรับ 12 ประเทศที่จะเผชิญมาตรการดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกา ได้แก่ ชาด คองโก อิเควทอเรียลกินี เอริเทรีย ซูดาน และโซมาเลีย นอกจากนี้ ยังมีเมียนมา อิหร่าน ลิเบีย เยเมน อัฟกานิสถาน และเฮติ ด้วย ส่วนประเทศที่สหรัฐ จะจำกัดการเดินทางเข้าสหรัฐฯ มีจำนวน 7 ประเทศ ได้แก่ ลาว คิวบา เวเนซุเอลา ซีราลีออน บุรุนดี ตองโก และเติร์กเมนิสถาน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติเช่นกัน ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุสาเหตุที่บุคคลจาก 7 ประเทศไม่เผชิญคำสั่งคว่ำบาตรหรือห้ามเดินทาง เพราะสหรัฐฯ ให้โอกาสในการพิจารณาคัดกรองบุคคล รวมทั้งให้โอกาสในการเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกันด้วย คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ใน 9 มิถุนายน 2568…

นรม.กัมพูชากล่าวถึงความท้าทายของรัฐบาลในการประชุมสภา

  สื่อมวลชนกัมพูชารายงานเมื่อ 5 มิถุนายน 2568 ว่า นายฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวถึงความท้าทายในการดำเนินนโยบายและการทำงานของรัฐบาลกัมพูชาในห้วง 20 เดือนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลกัมพูชาเผชิญความท้าทายหลากหลายรูปแบบ ทั้งจากสถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศ แต่เชื่อมั่นว่าความท้าทายต่าง ๆ จะทำให้รัฐบาลและผู้นำประเทศรุ่นใหม่แข็งแกร่ง พร้อมปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนเห็นความสำคัญในการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลและรัฐสภากัมพูชาที่จะต้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาท้าทายต่าง ๆ ต่อไป ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นระหว่างนายกรัฐมนตรี กัมพูชาเข้าร่วมการประชุมสภาเมื่อ 3 มิถุนายน 2568 ความท้าทายสำหรับรัฐบาลกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ เศรษฐกิจ เกษตรกรรม และระบบประกันสังคม รวมทั้งการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ ปัญหาเงินเฟ้อ และความขัดแย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทั้ง 3 ความท้าทายนี้ส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว และการเติบโตในภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ อย่างไรก็ดี รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ เนื่องจากมีความคืบหน้า และรัฐบาลมีเสถียรภาพ นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังกล่าวถึงเหตุการณ์ประท้วงเมื่อ สิงหาคม 2567 ประเด็นต่อต้านและคัดค้านความร่วมมือในกรอบ Cambodia-Laos-Vietnam Development Triangle…

กัมพูชาเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพหลอกให้บริจาคช่วยกองทัพ

  สื่อมวลชนกัมพูชารายงานเมื่อ 3 มิถุนายน 2568 เตือนประชาชนชาวกัมพูชาไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้ความรู้สึกรักชาติและต้องการสนับสนุนทหารในช่วงนี้ ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลอกให้ชาวกัมพูชาสนับสนุนเงินหรือบริจาคเงิน เสื้อผ้า และสิ่งของให้กองทัพ โดยปัจจุบันพบว่ามีมิจฉาชีพสร้างตัวตนปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกให้ชาวกัมพูชาโอนเงินเพื่อบริจาคสิ่งของและอุปกรณ์สนับสนุนให้ทหารบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย ด้านรัฐบาลกัมพูชาเพิ่มความร่วมมือกับบริษัท Meta ให้ควบคุมและจัดการกับมิจฉาชีพในแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สื่อกัมพูชารายงานว่า จุดผ่านแดนระหว่างกัมพูชากับไทยยังเปิดให้บริการทุกจุด แม้ว่าจะมีกระแสข่าวว่าอาจปิดทำการบางแห่ง ด้านชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ติดกับพรมแดนกัมพูชา-ไทยไม่เห็นด้วยกับการปิดทำการด่านข้ามแดนหรือจุดผ่านแดนระหว่างกัน เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ของกัมพูชาประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อ 2 มิถุนายน 2568 ว่าจะเสนอให้การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชา ดำเนินการผ่านการพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ โดยความคิดเห็นดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาแล้ว นอกจากนี้ กัมพูชาเสนอให้ไทยเร่งสิบสวนเหตุความรุนแรงเมื่อ 28 พฤษภาคม 2568 ซึ่งกัมพูชาถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง โหดร้ายและละเมิดกฎหมาย เนื่องจากมีทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นายขณะเกิดเหตุปะทะบริเวณพรมแดน พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ของกัมพูชาย้ำว่าต้องการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณพรมแดนกัมพูชา-ไทยตามแนวทางสันติภาพและการเจรจา โดยพร้อมจะส่งคณะผู้แทนหารือในกรอบ Joint…

การเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนล้มเหลว คืบหน้าแลกเปลี่ยนตัวนักโทษ

    การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่กรุงอิสตันบูล ตุรกี เมื่อ 2 มิถุนายน 2568 ยังไม่บรรลุผล แม้ว่าจะเป็นการเจรจารอบที่ 2 ระหว่างผู้แทนจากทั้ง 2 ฝ่ายและมีผู้แทนต่างประเทศเข้าร่วมด้วย การเจรจาดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ยูเครนและรัสเซียไม่ยอมรับข้อเสนอเพื่อหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข รัสเซียเสนอให้มีการหยุดยิงชั่วคราวในบางพื้นที่เป็นระยะเวลาประมาณ 2-3 วัน แต่ยูเครนไม่เห็นด้วย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ของยูเครน ซึ่งเป็นผู้นำการเจรจาของฝ่ายยูเครนยืนยันว่ารัสเซียต้องหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 30 วัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่าได้เสนอข้อตกลงหยุดยิงให้รัสเซียพิจารณาล่วงหน้าแล้ว แต่รัสเซียไม่ตอบรับ และไม่ส่งข้อตกลงให้ฝ่ายยูเครนพิจารณา อย่างไรก็ดี ทั้ง 2 ฝ่าย คือยูเครนและรัสเซียระบุว่าจะยังเข้าร่วมการเจรจาต่อไป และมีข้อตกลงจะแลกเปลี่ยนตัวนักโทษระหว่างกัน รวมทั้งส่งคืนร่างทหารที่เสียชีวิตระหว่างการทำสงครามครั้งนี้ให้กันอย่างน้อย 12,000 ร่าง การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนน่าจะยังไม่มีความคืบหน้าสำคัญในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างยังปฏิบัติการทางการทหารตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รัสเซียยังมีข้อเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนกับการยุติสงครามที่ซับซ้อนจนอาจเป็นอุปสรรคต่อยูเครน เช่น ให้นานาชาติรับรองสถานะไครเมีย และ 4 แคว้นในภูมิภาคตะวันออกของยูเครนปัจจุบัน ได้แก่ Donetsk, Luhansk, Kherson และ…

ความคืบหน้าการสืบสวบเหตุปาระเบิดขวดใส่ผู้ชุมนุมในสหรัฐฯ

  สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) เมื่อ 3 มิถุนายน 2568 รายงานความคืบหน้าการสืบสวนเหตุชายชาวอียิปต์ในสหรัฐฯ ก่อเหตุปาระเบิดขวดและจุดไฟเมื่อ 1 มิถุนายน 2568 ที่เมือง Boulder รัฐโคโลราโด ใส่ผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลจากฉนวนกาซา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 ราย ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 52-88 ปี  โดยระบุว่านาย Mohamed Sabry Soliman ผู้ก่อเหตุเตรียมการมาอย่างน้อย 1 ปี ปัจจุบันต้องโทษอย่างน้อย 16 ข้อหา เช่น อาชญากรรมจากความเกลียดชัง พกพาวัตถุระเบิด และพยายามฆาตกรรม เจ้าหน้าที่ยังพบว่าผู้ก่อเหตุเตรียมระเบิดขวดไว้อีกอย่างน้อย 16 ลูก เพื่อก่อเหตุซ้ำ นาย Mohamed Sabry Soliman ชาวอียิปต์อายุ 45 ปี ผู้ก่อเหตุ มีแรงจูงใจจากสถานการณ์สงครามในฉนวนกาซา เนื่องจากผู้ก่อเหตุตะโกนว่า “free Palestine” ระหว่างก่อเหตุโจมตีด้วยการปาระเบิดขวดและที่จุดเปลวไฟใส่ผู้ชุมนุม ซึ่งรวมตัวกันชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล นาย…

จุดเปลี่ยนโฉมหน้าของตะวันออกกลาง : ผู้นำสหรัฐฯ กับซีเรียพบกัน

  วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เป็นวันที่เปลี่ยนโฉมหน้าของตะวันออกกลางเกิดขึ้น นั่นคือการพบกันระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายอะห์มัด อัชชะเราะอ์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของซีเรีย ที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย เป็นการพบกันครั้งแรกของผู้นำทั้งสองประเทศในรอบ 25 ปี การพบกันของผู้นำสหรัฐฯ และซีเรียยังเป็นการเสียเปรียบด้านยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่สำหรับอิหร่าน ขณะที่คู่ขัดแย้งในตะวันออกกลาง เฉพาะอย่างยิ่งอิสราเอลและอิหร่าน ยังไม่เห็นสัญญาณในการปรับความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซาอุดีอาระเบียภายใต้การนำของเจ้าชาย มุฮัมมัด บิน ซัลมานและบทบาทของตุรกีภายใต้นายเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ในการอำนวยความสะดวกที่ทำให้เกิดการพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับซีเรียครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม บทบาทของซาอุดีอาระเบียชี้ให้เห็นถึงความพยายามลดความตึงเครียดในภูมิภาค ขณะที่ตุรกี แม้จะร่วมประชุมทางโทรศัพท์ก็ตามก็มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเจรจานี้ขึ้น การประสานงานของทั้งสองประเทศชี้ให้เห็นถึงผลประโยชน์ร่วมกันที่จะเห็นซีเรียฟื้นตัวจากสงครามกลางเมืองที่ยาวนานยืดเยื้อ ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดและได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภูมิทัศน์โลกตะวันออกกลางไม่มากก็น้อยจากการพบกันครั้งนี้ คือประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดของสหรัฐฯ ต่อซีเรีย ซึ่งบังคับใช้มานานกว่า 45 ปี แนวทางนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศของซีเรีย โดยเป็นการเปิดประตูรับการลงทุนและการค้าจากต่างประเทศที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูประเทศ ด้านประธานาธิบดีอัชชะเราะอ์สัญญาจะขับไล่กลุ่มติดอาวุธต่างชาติออกจากซีเรีย ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ซีเรียได้เชิญชวนบริษัทสหรัฐฯ ในภาคส่วนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติด้วย นัยสำคัญต่อคู่ขัดแย้งในตะวันออกกลาง เฉพาะอย่างยิ่งอิสราเอลกับอิหร่านก็เกิดขึ้นเช่นกัน สหรัฐฯ พยายามผลักดันให้ซีเรียสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอลด้วยการเข้าร่วมข้อตกลง Abraham Accords แต่ประธานาธิบดีอัชชะเราะอ์ยังไม่มีท่าทีตอบรับที่ชัดเจน ชี้ให้เห็นว่าการปรับความสัมพันธ์เต็มรูปแบบอาจต้องใช้เวลานาน…

ยุทโธปกรณ์และบทบาทของอิหร่านจากการเข้าร่วมงานแสดงอาวุธ LIMA 2025 ที่มาเลเซีย

  การปรากฏตัวของอิหร่านในงานแสดงอาวุธนานาชาติ Langkawi International Maritime & Aerospace Exhibition (LIMA 2025) ที่มาเลเซีย เมื่อ 20 – 24 พฤษภาคม 2568 เป็นโอกาสสำคัญที่อิหร่านได้แสดงศักยภาพทางทหารว่าสามารถใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาด้วยตนเองนำเสนอต่อสายตาชาวโลก ซึ่งบางเทคโนโลยีเคยถูกใช้งานจริงแล้ว กระทรวงกลาโหมอิหร่านได้ออกบูธเสนอขายขีปนาวุธ อากาศยานไร้คนขับ เครื่องบินฝึก เครื่องบินลำเลียง เฮลิคอปเตอร์ เรือรบ ดาวเทียม และระบบเทคโนโลยีควบคุมการยิง ระบบนำวิถี และระบบตรวจการณ์ เป็นต้น ตัวอย่างเทคโนโลยีที่นำมาเสนอ เช่น ระบบป้องกันภัยทางอากาศ Arman ระบบขีปนาวุธ BM-300 และโดรน Karrar เป็นต้น LIMA 2025 อิหร่านได้มาร่วมงาน LIMA เป็นครั้งที่สองแล้ว อิหร่านยังเคยร่วมจัดงานแสดงอาวุธ Defence Services Asia & National Security Asia 2024 (DSA &…

เกาหลีใต้เตรียมจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีใน 3 มิถุนายน 2568

  ชาวเกาหลีใต้ที่มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 44.4 ล้านคน เตรียมตัวไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ใน 3 มิถุนายน 2568 ขณะที่บางส่วนเริ่มไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว ซึ่งจัดขึ้นทั้งหมด 3,568 จุดทั่วประเทศ เป็นระยะเวลา 2 วันระหว่าง 30-31 พฤษภาคม 2568 การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญต่อทิศทางการเมืองและเสถียรภาพของเกาหลีใต้อย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ สถานการณ์การเมืองของเกาหลีใต้ค่อนข้างน่าห่วงกังวล ตั้งแต่อดีตประธานาธิบดียูน ซ็อก-ยอล ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปลายปี 2567 เนื่องจากเชื่อว่ามีความพยายามจากต่างชาติจะแทรกแซงการเมืองของเกาหลีใต้ ทำให้ประชาชนและฝ่ายนิติบัญญัติเกาลีใต้ไม่พอใจอย่างมากและคัดค้านจนทำให้ศาลเกาหลีใต้ต้องมีคำสั่งถอดถอนอดีตประธานาธิบดีเมื่อเมษายน 2568 และต้องเร่งจัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเมือง ทั้งนี้ นักการเมืองเกาหลีใต้จำนวนมากไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ ผู้ที่คาดว่าจะได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่ คือ นายลี แจ-เมียง (Lee Jae-myung) อายุ 61 ปี สมาชิกสมัชชาแห่งชาติเกาหลีใต้และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย (KDP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่ได้รับความนิยมมากขึ้นตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2565 โดยมีฐานเสียงเป็นกลุ่มชาวเกาหลีใต้ที่สนับสนุนแนวคิดเสรีนิยม และจากผลสำรวจความคิดเห็นของชาวเกาหลีใต้สะท้อนว่า นายลี แจ-เมียง เป็นตัวเก็งในการชิงตำแหน่งครั้งนี้ เนื่องจากหาเสียงด้วยการเน้นย้ำว่าจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ คอร์รัปชัน และความแตกแยกทางการเมือง ตลอดจนจะสร้างเกาหลีใต้ให้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมการผลิตเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของโลก รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์การเมืองนักการเมืองสายปฏิบัติ…

กัมพูชากับจีนเสร็จสิ้นการฝึกร่วมรหัส Golden Dragon ครั้งที่ 7

  การฝึกร่วมทางการทหาร รหัส Golden Dragon ครั้งที่ 7 ประจำปี 2568 ตอกย้ำความร่วมมือด้านการทหารที่ใกล้ชิดระหว่างกันระหว่างกัมพูชากับจีน  โดยเมื่อ 28 พฤษภาคม 2568 กองทัพของทั้ง 2 ประเทศเสร็จสิ้นการซ้อมรบร่วม ที่จังหวัด Kampong Chhnang เมืองท่าสำคัญของกัมพูชา โดยการฝึกครั้งนี้ มีขึ้นระหว่าง 14-28 พฤษภาคม 2568 การฝึกครั้งนี้ยังเป็นความร่วมมือด้านการทหารระหว่างกัมพูชากับจีนครั้งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่มีการฝึกครั้งแรกเมื่อปี 2559 ครอบคลุมการฝึกป้องกันภัยทางอากาศ บก และทะเล มีทหารกัมพูชาเข้าร่วมมากกว่า 1,300 นาย และมีทหารจีนเข้าร่วมประมาณ 900 นาย มีการใช้ฐานทัพเรือเรียม ในจังหวัดพระสีหนุ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา เป็นฐานจอดเรือของจีน รวมทั้งมีการฝึกร่วมเพื่อตอบโต้สถานการณ์การก่อการร้ายในเมือง (urban counterterrorism) การช่วยเหลือตัวประกัน การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการฝึกซ้อมยิงจริงเพื่อป้องกันความมั่นคงทางทะเล บริเวณท่าเรือสีหนุวิลล์และท่าเรือเรียม  โดยให้ทหารของทั้ง 2 ประเทศบัญชาการและปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด นอกจากความใกล้ชิดและความไว้วางใจกันระหว่างกองทัพของทั้ง 2 ประเทศ…