จีนเริ่มใช้วีซ่าประเภท K ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

  สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 1 ตุลาคม 2568 ว่า รัฐบาลจีนเริ่มใช้วีซ่าประเภท K เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเดินทางและพำนักในจีนได้นานขึ้น โดยจีนประกาศเตรียมใช้วีซ่าดังกล่าวเมื่อ สิงหาคม 2568 เป้าหมายเพื่อกระตุ้นการแลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกกับชาวจีน โดยวีซ่าประเภท K จะลดขั้นตอนการทำเอกสารเพื่อขอวีซ่าเดินทางเข้าจีน เช่น ไม่ต้องมีสถาบันหรือต้นสังกัดรับรอง แต่ต้องมีคุณสมบัติด้านความรู้และประสบการณ์ทำงานที่ตรงตามความต้องการของจีน เช่น มีวุฒิการศึกษาสาขา STEM ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ซึ่งรัฐบาลจีนคาดหวังให้การใช้วีซ่าประเภทใหม่นี้ตอบสนองความต้องการของจีนที่จะเป็นผู้นำด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของโลก รัฐบาลจีนเคยใช้มาตรการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีทักษะที่จีนต้องการให้เดินทางเข้าประเทศมากขึ้น เช่น เมื่อปี 2556 จีนออกวีซ่าประเภท R หรือ Talent Visa เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีความสามารถและทักษะสูง โดยเป็นทักษะที่จีนต้องการเป็นพิเศษ สามารถเดินทางเข้า-จีนได้หลายครั้งและมีระยะเวลา 5-10 ปี รวมทั้งสามารถทำงานในจีนได้ สำหรับวีซ่าประเภท K ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติอย่างมาก เนื่องจากเป็นมาตรการที่สวนทางกับนโยบายของสหรัฐฯ ที่จำกัดการรับชาวต่างชาติเข้าไปทำงานด้านเทคโนโลยีในสหรัฐฯ มากขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ ต้องการปกป้องความมั่นคง และวิตกว่าการให้ชาวต่างชาติเข้าไปมีบทบาทด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบต่างประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจีนจะออกวีซ่าประเภท…

สหรัฐฯ ค้ำประกันความมั่นคงให้กับกาตาร์

  ทั่วโลกให้ความสนใจการกระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ กับกาตาร์ โดยมีรายงานเมื่อ 1 ตุลาคม 2568 กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งผู้บริหารเมื่อ 29 กันยายน 2568 ที่มีเนื้อหาเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ กับกาตาร์ให้ใกล้ชิดมากขึ้น โดยสหรัฐฯ จะค้ำประกันความมั่นคงให้กาตาร์ หากกาตาร์เผชิญการโจมตี หรือการคุกคามจากปัจจัยภายนอก ก็จะถือว่าเป็นการคุกคามต่อความมั่นคงและสันติภาพของสหรัฐฯ เช่นกัน คำสั่งผู้บริหารดังกล่าว เป็นการยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านการทหารอันดับ 1 ของโลก กับกาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความร่วมมือส่งเสริมบทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาคมาโดยตลอด เพราะกาตาร์เป็นที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐฯ รวมทั้งสนับสนุนนโยบายของสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบัน คือ การเป็นตัวกลางการเจรจาระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาส ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งการให้รัฐมนตรีกระทรวงสงคราม หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศและผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ วางแผนและนโยบายร่วมกับหน่วยงานของกาตาร์ เพื่อปกป้องกาตาร์จากภัยคุกคามและการโจมตีจากต่างชาติ รวมทั้งให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประสานงานกับกาตาร์อย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาค คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นการส่งสัญญาณให้นานาชาติเห็นว่า ประเทศที่ร่วมมือกับสหรัฐฯ จะได้รับการปกป้อง แม้ว่าจะไม่ใช่พันธมิตรในกรอบเนโต พร้อมกับป้องปรามไม่ให้คู่ขัดแย้งของสหรัฐฯ กาตาร์ หรือประเทศใดก็ตามปฏิบัติการทางทหารโจมตีกาตาร์ และเป็นการมอบอำนาจตามกฎหมายของสหรัฐฯ ให้สามารถใช้ทุกเครื่องมือเพื่อปกป้องความมั่นคงของกาตาร์ได้ ทั้งการทูต การทหาร และเศรษฐกิจ เนื่องจากความปลอดภัยของกาตาร์จะเท่ากับความปลอดภัยของสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า…

สมาชิก EU จะเพิ่มความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ เพื่อรับมือกับรัสเซีย

  ผู้นำสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) รวมตัวกันที่กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์กเมื่อ 1 ตุลาคม 2568 เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงและป้องกันภัยคุกคามสำคัญของภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งภัยคุกคามจากปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย  การประชุมครั้งนี้ มีนาย António Costa ประธานสภาสหภาพยุโรปและนายกรัฐมนตรี Mette Frederiksen ของเดนมาร์กเป็นเจ้าภาพ และมีผู้นำประเทศยุโรปเข้าร่วม ทุกประเทศเห็นพ้องว่ายุโรปกำลังเผชิญสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำประเทศยุโรปจึงควรเพิ่มความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและตอบโต้กับภัยคุกคาม โดยพื้นที่สำคัญ คือ ยูเครนและน่านฟ้าฝั่งตะวันออกของยุโรป เนื่องจากปัจจุบันเผชิญภัยคุกคามจากปฏิบัติการทางหทารของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กเน้นย้ำให้ทุกประเทศตระหนักว่ารัสเซียกำลังทำสงครามลูกผสม (hybrid warfare) และใช้เครื่องมือทางไซเบอร์ในการโจมตีเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงของยุโรปด้วย การประชุมดังกล่าวสะท้อนความเป็นเอกภาพของ EU และความพยายามในการป้องกันภูมิภาคจากภัยคุกคามร่วมกัน ซึ่งผลของการประชุมครั้งนี้ มี 3 ประเด็นสำคัญ คือ สมาชิก EU ได้ย้ำเป้าหมายร่วมกันที่จะเสริมสร้างความมั่นคงของภูมิภาคให้แข็งแกร่งมากขึ้นภายในปี 2573 ด้วยการระดมงบประมาณป้องกันภูมิภาคจำนวนอย่างน้อย 150,000 ล้านยูโร ผ่านกรอบความร่วมมือ Security Action for Europe หรือ SAFE ที่ริเริ่มขึ้นในปี 2568…

เวียดนามและลาวได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นบัวลอย

  สถานการณ์ภัยพิบัติในประเทศเพื่อนบ้านของไทยได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศ โดยปัจจุบันเวียดนามและลาวเผชิญกับพายุบัวลอย ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง ทำให้มีรายงานผู้ประสบภัยและความเสียหายจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่งที่เวียดนาม มีรายงานเมื่อ 1 ตุลาคม 2568 ว่า พายุบัวลอยสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อเวียดนามแล้วอย่างน้อย 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีรายงานผู้เสียชีวิต 29 ราย สูญหาย 22 ราย และได้รับบาดเจ็บ 139 ราย พายุดังกล่าวทำให้เกิดอุทกภัยฉับพลันรุนแรงและดินถล่ม ทำลายทรัพย์สินสาธารณะและที่อยู่อาศัยในบริเวณกว้าง เฉพาะอย่างยิ่งในชนบทภาคเหนือและภาคกลางของเวียดนาม รวมทั้งทำให้เกิดปัญหาไฟดับ นอกจากนี้ ทางการเวียดนามให้ความสำคัญกับการรายงานความเสียหายและผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศด้วย โดยพื้นที่เพาะปลูกอย่างน้อย 44,000 เฮกเตอร์ ถูกทำลายจากพายุดังกล่าว ซึ่งขึ้นฝั่งเวียดนามตั้งแต่ช่วงปลาย กันยายน 2568 ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ประกาศแจ้งเตือนให้ชาวเวียดนามเตรียมพร้อม ขณะที่รัฐบาลยกระดับมาตรการกู้ภัยและบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัย ลาวได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นดังกล่าวเช่นกัน โดยมีรายงานว่าพายุบัวลอยทำให้เกิดฝนตกหนัก อุทกภัยและดินถล่มในแขวงภาคกลางและเหนือของลาว ได้แก่ แขวงเชียงขวาง แขวงเวียงจันทน์ แขวงบอลิคำไซ แขวงคำม่วน แขวงสะหวันนะเขต หัวพัน อุดมไซ ไซยะบูลี และหลวงพระบาง เฉพาะอย่างยิ่งแขวงไซสมบูน จากการสำรวจความเสียหายเมื่อ 1…

สหรัฐฯ เสนอแผนยุติสงครามในฉนวนกาซา

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลเมื่อ 30 กันยายน 2568 ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ วอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางยุติสงครามระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาส พร้อมทั้งเสนอแผนยุติสงครามในฉนวนกาซา ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้เห็นชอบแล้ว เพื่อดำเนินการต่อไปให้เกิดผล โดยเสนอผ่านกาตาร์และอียิปต์ ซึ่งเป็นประเทศผู้ไกล่เกลี่ย จากนี้จะให้กลุ่มฮะมาสซึ่งเป็นคู่ขัดแย้ง ใช้เวลาประมาณ 3-4 วันเพื่อทบทวน และพิจารณาแผนดังกล่าว ซึ่งมีองค์ประกอบ 20 ประเด็นสำคัญ เช่น อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสจะต้องหยุดยิงทันที   อิสราเอลต้องปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวน 250 คน และชาวปาเลสไตน์ที่ถูกควบคุมตัวไปตั้งแต่เกิดสงครามครั้งนี้ รวมหลายพันคน ตลอดจนให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันจำนวน 48 คน ข้อเสนอดังกล่าวยังรวมถึงการค้ำประกันความปลอดภัยให้สมาชิกกลุ่มฮะมาส  โดยอิสราเอลจะไม่ผนวกเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา  หากยินยอมปลดอาวุธ และเข้าร่วมกระบวนการสร้างสันติภาพระหว่างกัน แลกกับการให้กองทัพอิสราเอลถอนกำลังทั้งหมดจากฉนวนกาซา  จากนั้นให้กองกำลังนานาชาติ หรือ International Stabilization Force นำโดยกลุ่มประเทศอาหรับเข้าไปควบคุมความปลอดภัยในพื้นที่ฉนวนกาซาแทน โดยที่จะมีคณะกรรมการชาวปาเลสไตน์แสดงบทบาทด้านการบริหารและปฏิรูปองค์กร Palestinian Authority ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ ประกอบด้วยข้อแลกเปลี่ยนระหว่างคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย…

เกิดเหตุแผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์และ aftershock กว่า 600 ครั้ง 

  ฟิลิปปินส์ประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูด บริเวณนอกชายฝั่งตอนกลางของประเทศ ใกล้กับจังหวัดเซบูและเมือง Bogo เมื่อ 30 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 21.59 น.ของเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วย่างน้อย 60 คนและได้รับบาดเจ็บมากกว่า 150 คน อาคารและที่อยู่อาศัยจำนวนมากได้รับความเสียหาย มีรายงานว่าหลังจากเหตุแผ่นดินไหว มี aftershock ตามไปอีกอย่างน้อย 611 ครั้ง ประชาชนในพื้นที่ประมาณ 90,000 คน ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่ทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้ และต้องเฝ้าระวังเหตุการณ์ รัฐบาลท้องถิ่นประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาสาสมัครเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งต่อทรัพย์สินและความรู้สึกของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่สถาบัน Institute of Volcanology and Seismology ที่รับผิดชอบด้านการเฝ้าระวังภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและภูเขาไฟโดยตรง ยังเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ชายฝั่ง เพื่อความปลอดภัย ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่เผชิญภัยพิบัติจากธรรมชาติบ่อยครั้ง เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ ทำให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและการให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ประชาชนจำนวนมากยังวิจารณ์มาตรการช่วยเหลือหลังเกิดภัยพิบัติว่าไม่เพียงพอ ทั้งเครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการกู้ภัย และความช่วยเหลือสิ่งของอุปโภคและบริโภค โดยเฉพาะน้ำ อาหาร และยารักษาโรค…

รัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญภาวะ Government Shutdown

  สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 1 ตุลาคม 2568 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะ Government Shutdown หรือภาวะการหยุดปฏิบัติงานชั่วคราวของหน่วยงานรัฐบาลกลาง เป็นผลจากฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ไม่เห็นชอบร่างงบประมาณใช้จ่ายของหน่วยงานภาครัฐได้ทัน 30 กันยายน 2568 แม้ว่าปัจจุบัน พรรครีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งเป็นผู้นำรัฐบาล แต่ในการลงมติเห็นชอบในร่างงบประมาณ ต้องให้วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตอย่างน้อย 7 คน ลงมติเห็นชอบด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ วุฒิสมาชิก Chuck Schumer ผู้นำเสียงข้างน้อยยืนยันว่ารัฐบาลและพรรครีพับลิกันต้องเห็นชอบงบประมาณเพิ่มในรัฐบัญญัติ Affordable Care และรัฐบัญญัติอื่น ๆ ที่สำคัญต่อนโยบายและฐานเสียงของพรรคเดโมแครตก่อน จึงจะยอมเห็นชอบในร่างงบประมาณ ภาวะ Government Shutdown ครั้งนี้เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมทางการเมืองและการบริการราชการของสหรัฐฯ ที่แตกต่างไปจากในอดีต เนื่องจากมีกฎหมาย 12 ฉบับที่ฝ่ายนิติบัญญัติไม่เห็นชอบ จึงอาจทำให้การหยุดปฏิบัติงานครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานส่วนกลางทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้นเหมือนภาวะ Government Shutdown ครั้งอื่น ๆ ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์…

นักท่องเที่ยวจีน-รัสเซียจะเดินทางไป-มาระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น

  จีนกับรัสเซียใกล้ชิดและแนบแน่นในทุกมิติ ซึ่งรวมทั้งความมั่นคง  เพื่อเป็นอีกขั้วหนึ่งในการต่อสู้กับอิทธิพลของสหรัฐฯ  ความร่วมมือและความใกล้ชิดที่น่าติดตามอีกเรื่องหนึ่งระหว่างจีนและรัสเซีย คือ ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว และทั้งสองประเทศก็ให้ความสำคัญที่จะกระตุ้นให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างกัน จากการที่ออกมาตรการต่าง ๆ ออกมาแล้ว เช่น การไม่ต้องมีวีซ่า และล่าสุดก็มีการเพิ่มการดึงดูดการท่องเที่ยวด้วยการจะใช้กระเช้าลอยฟ้าข้ามพรมแดนแห่งแรกของโลก จีนจะต้อนรับนักท่องเที่ยชาววรัสเซียมากขึ้น เนื่องจากจีนตัดสินใจต่อการยกเว้นวีซ่าให้กับชาวรัสเซียที่ถือพาสปอร์ตปกติ เป็นจำนวน 1 ปี โดยเริ่ม 15 กันยายน 2568- 14 กันยายน 2569  หากเดินทางไปทำธุรกิจ ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ และเพื่อน ไม่เกิน 30 วัน โดยตัวเลข 1 เดือนที่ผ่านมา (15 สิงหาคม-14 กันยายน 2568) นักท่องเที่ยวรัสเซีย-จีน ไป-กลับที่เดินทางโดยเครื่องบิน มีเกือบ 1900 เที่ยวบิน และหากนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ถึง 14 กันยายน 2568  เที่ยวบินไป-กลับที่สายการบินจีนและรัสเซียที่ร่วมมือกัน เพิ่มขึ้นจากห้วงเดียวกันของปี 2567…

ผู้นำเมียนมาเยือนรัสเซียและได้ชี้แจงเรื่องการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา

เมียนมาได้ประโยชน์ทั้งการติดตามพัฒนาการของพลังงานนิวเคลียร์ และย้ำความใกล้ชิดกับรัสเซียจากการที่พลเอกอาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (SSPC) และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 ที่มี Rosatom รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย เป็นเจ้าภาพและฉลองการครบรอบ 80 ปี อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของรัสเซีย ระหว่าง 25-28 กันยายน 2568  ตามคำเชิญของนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และได้พบหารือกับประธานาธิบดีปูตินด้วย การต้อนรับพลเอกอาวุโส มินอองไลง์ของประธานาธิบดีปูตินที่พระราชวังเครมลิน มอสโก เมื่อ 25 กันยายน 2568 นอกจากผู้นำทั้งสองย้ำความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ยาวนานกว่า 70 ปีแล้ว ยังต้องการให้ข้อตกลงที่ลงนามกันมีผลในทางปฏิบัติ เช่น การใช้พลังงานนิวเคลียร์เชิงสันติ การเพิ่มการลงทุน ความร่วมมือด้านสุขภาพ การผลิตยา การเกษตร วิชาการ และการทหาร เป็นต้น พลเอกอาวุโส มินอองไลง์แสดงนัยด้วยว่าสนับสนุนรัสเซียในการทำสงครามกับยูเครน ด้วยการแสดงความเห็นว่า ทุกประเทศมีสิทธิปกป้องตนเอง หากอธิปไตย ความมั่นคงและประชาชนถูกคุกคาม พลเอกอาวุโส มินอองไลง์ยังแจ้งว่า…

อิหร่านไม่พอใจกรณีสหประชาชาติเพิ่มมาตรการคว่ำบาตร

รัฐบาลอิหร่านเมื่อ 29 กันยายน 2568 ระบุว่าไม่พอใจและจะตอบโต้สหประชาชาติ กรณีมีมติเมื่อ 28 กันยายน 2568 คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เนื่องจากเชื่อว่าอิหร่านเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ ไม่ให้ความร่วมมือกับนานาชาติในการตรวจสอบโครงการพัฒนานิวเคลียร์ และไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีข้อตกลงระหว่างประเทศ ทั้งนี้ มติของสหประชาชาติมีขึ้นหลังจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและเยอรมนี ยืนยันว่าอิหร่านไม่ให้ความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อเข้าไปตรวจสอบการพัฒนานิวเคลียร์ เท่ากับละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA หรือ Joint Comprehensive Plan of Action ที่กลุ่มประเทศยุโรปลงนามร่วมกับอิหร่านเมื่อปี 2558 และเป็นข้อตกลงที่ทำให้ทั่วโลกชะลอมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านไว้ ยกเว้นสหรัฐฯ ที่ถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวไปเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา นานาชาติชะลอการคว่ำบาตรอิหร่านมาเป็นระยะเวลา 10 ปี โดยทบทวนข้อมูลจากประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านว่าเป็นอันตรายหรือไม่ โดยเมื่อ 28 สิงหาคม 2568 สหประชาชาติต้องทบทวนมติการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้งตามกำหนดการ และมีรายงานว่าจีนกับรัสเซียพยายามสนับสนุนให้สหประชาชาติยกเว้นหรือชะลอการคว่ำบาตรอิหร่านออกไปแล้ว แต่ไม่เป็นผล หลังจากนี้ อิหร่านจะเผชิญการคว่ำบาตรอย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ ห้ามค้าอาวุธ ห้ามเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ห้ามกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธที่มีศักยภาพในการนำส่งอาวุธนิวเคลียร์ อายัดทรัพย์สินและคำสั่งห้ามเดินทางสำหรับบุคคลและหน่วยงานของอิหร่าน นอกจากนี้ ประเทศต่าง ๆ จะมีสิทธิตรวจสอบสินค้าที่สายการบินและบริษัทเดินเรือของอิหร่านให้บริการด้วย…