12 ประเทศต้องการคว่ำบาตรอิสราเอล กรณีขยายถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์

กรณีอิสราเอลเดินหน้าแผนการขยายถิ่นฐานในดินแดนของชาวปาเลสไตน์ ทำให้นานาชาติคัดค้านและไม่เห็นด้วยเนื่องจากแผนการของอิสราเอลละเมิดสิทธิชาวปาเลสไตน์ และขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งการขยายถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการแก้ไขความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพ ทำให้นานาชาติแสดงท่าทีกดดันและคัดค้านอิสราเอลในประเด็นดังกล่าวมากขึ้น แต่รัฐบาลอิสราเอลไม่เปลี่ยนท่าที ทำให้เมื่อ 8 กันยายน 2569 รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของประเทศตะวันตกจำนวน 12 ประเทศ นำโดยสหราชอาณาจักร ร่วมกันประกาศต้องการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิสราเอล เพื่อลงโทษอิสราเอลที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยแต่ละประเทศจะไปกำหนดมาตรการและดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป สำหรับ 12 ประเทศตะวันตกที่ร่วมสนับสนุนการคว่ำบาตรอิสราเอลในประเด็นนี้ ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส แคนาดา เดนมาร์ก ฟินแลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส และสเปน ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรกที่เริ่มมาตรการคว่ำบาตร โดยจะเริ่มคว่ำบาตรสินค้าจากอิสราเอล จากนั้นฝรั่งเศสและแคนาดาจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ส่วนอีก 9 ประเทศจะแสดงท่าทีคัดค้านการขยายถิ่นฐานของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ สะท้อนว่า มาตรการคว่ำบาตรของประเทศตะวันตกต่ออิสราเอลอาจมีรูปแบบและวิธีการที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ กดดันอิสราเอลให้ยุติการผนวกหรือรุกรานดินแดนของชาวปาเลสไตน์ และทำให้ทั่วโลกเห็นว่านโยบายของอิสราเอลต่อเขตเวสต์แบงก์นั้นผิดกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมกับสหราชอาณาจักร เนื่องจากมีมุมมองว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค ท่าทีของสหราชาอาณาจักรทำให้อิสราเอลไม่พอใจอย่างมาก โดยวิจารณ์ถ้อยแถลงของสหราอาณาจักรว่าไม่เป็นเรื่องจริง และสั่งปิดทำการสำนักงานกงสุลสหราชอาณาจักร ประจำเยรูซาเล็มตะวันออก เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้…

ความขัดแย้ง และสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อดัชนีราคาอาหารโลก

องค์การอาหารโลก (Food and Agriculture Organization of the United Nations-FAO) สะท้อนภาพให้เห็นว่า ความขัดแย้งของภูมิรัฐศาสตร์โลก เฉพาะอย่างยิ่งความกังวลของสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่มีผลต่อการส่งออกสินค้าเกษตรทางทะเลดำ รวมทั้งสภาพภูมิอากาศโลกที่แปรปรวนได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณอาหารโลก ทั้งจากการขนส่ง และการเพาะปลูก  จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ดัชนีราคาอาหารโลก เมื่อ สิงหาคม 2569 สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี หรือตั้งแต่ พฤศจิกายน  2565 นักวิเคราะห์ยังประเมินสอดคล้องกับรายงานของ FAO ว่า การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซทำให้ค่าระวางขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นตามค่าประกันที่บริษัทขนส่งเรียกเก็บสูงขึ้นตามความเสี่ยงในการขนส่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ  ไม่เพียงแต่กระทบราคาสินค้าการเกษตรที่จะสูงขึ้น แต่ราคาปุ๋ยเคมีก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากปิโตรเคมี ประมาณร้อยละ 30 ของโลก ต้องผ่านช่องทางนี้ ซึ่งมีกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และบาห์เรน เป็นผู้ผลิตยูเรียรายใหญ่ ขณะที่ราคาของยูเรียในต้น กันยายน 2569 สูงถึง 600 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน จาก 450 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ความเสี่ยงจากภาวะปริมาณอาหารโลกที่ลดลงยังมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อต่อไป จากการที่สหรัฐฯ และอิหร่านต่างกลับมาตอบโต้กันด้วยการจมเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อช่วงต้น…

มาเลเซียยังไม่มีการเลือกตั้งก่อนกำหนดในเร็ววันนี้

นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแสดงความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในการบริหารประเทศ แต่ก็ไม่ได้แข็งกร้าวต่อพรรคร่วมรัฐบาลที่ดาตุ๊ก ซรี อะห์หมัด ซาฮิด ฮามีดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานพรรค UMNO ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแสดงทัศนะ เมื่อ 3 กันยายน 2569 สนับสนุนให้การจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 16 (GE16) ก่อนกำหนดใน กุมภาพันธ์ 2571 แต่ยืนยันพรรคว่าไม่ได้มีความขัดแย้งใดในรัฐบาล ขณะที่ประธานพรรคปาส ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนดเช่นกัน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียไม่ได้คัดค้านที่จะให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนด แต่มีนัยยังไม่เห็นด้วย โดยให้สัมภาษณ์เมื่อ 3 กันยายน 2569 ยืนยันท่าทีเช่นเดิมที่กล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพ รวมทั้งมีความชอบธรรมที่จะผลักดันการฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เดินหน้าปรับปรุงความเป็นอยู่ของชาวมาเลเซีย พร้อมกับกวาดล้างการคอร์รัปชัน และการใช้อำนาจในทางที่ผิด อนึ่ง ผลการสำรวจความนิยมในตัวนายกรัฐนตรีมาเลเซีย ยังสูงกว่า ร้อยละ 50 ก่อนหน้านี้ ในวันชาติมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้กล่าวสุนทรพจน์ เกี่ยวกับมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือประชาชน 6 ข้อ เพื่อลดภาระค่าครองชีพและสนับสนุนธุรกิจรายย่อย และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน…

เหตุภูเขาไฟ Anak Krakatua ปะทุในอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียเผชิญความท้าทายในการจัดการภัยคุกคามจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง หลังจากต้องควบคุมหมอกควันจากปัญหาไฟป่าตั้งแต่กลาง สิงหาคม-ต้น กันยายน 2569 ล่าสุด อินโดนีเซียยังเผชิญความเสี่ยงด้านมลภาวะและภัยพิบัติมากขึ้นจากเหตุภูเขาไฟปะทุในหลายพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 4 กันยายน 2569 บริเวณเกาะชวา เกาะสุมาตรา และช่องแคบซุนดา ทำให้เกิดหมอกควันปริมาณมาก เฉพาะอย่างยิ่งกรณีภูเขาไฟ Anak Krakatua ปะทุเมื่อ 6 กันยายน 2569 เป็นผลให้กระทรวงคมนาคมของอินโดนีเซียต้องสั่งระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศชั่วคราว เพื่อป้องกันผลกระทบจากหมอกควันและเศษฝุ่นที่อาจเป็นอันตรายต่อกิจกรรมการคมนาคมทางอากาศ ซึ่งคาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ ได้แก่ เกาะชวาตะวันออก และเกาะสุมาตรา มาตรการระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศชั่วคราวใน 8 ท่าอากาศยานทั่วประเทศ ทำให้มีรายงานผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินและได้รับผลกระทบอย่างน้อย 170,000 คน ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาติดตามความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของภูเขาไฟ Anak Krakatua อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ภูเขาไฟดังกล่าวจะปะทุอย่างต่อเนื่อง อินโดนีเซียยืนยันว่าไม่พบสัญญาณว่าจะเกิดเหตุสึนามิ หรือคลื่นสูงที่เป็นผลจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและภูเขาไฟระเบิด ซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อปี 2561 ที่ภูเขาไฟ Anak Krakatua บางส่วนถล่มลงทะเล ทำให้เกิดคลื่นสึนามิในบริเวณใกล้เคียง มีผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว 429 ราย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินโดนีเซียเน้นเผยแพร่คำเตือนประชาชนเรื่องผลกระทบต่อสุขอนามัย เนื่องจากเถ้า ฝุ่น…

สเปนเผชิญความท้าทายวิกฤตผู้อพยพตกค้าง

สถานการณ์ผู้อพยพจากภูมิภาคแอฟริกาเหนือไปยังเมือง Ceuta ของสเปนเมื่อ 30-31 กรกฎาคม 2569 แม้จะคลี่คลายไปแล้ว แต่กลายเป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมืองและสังคมในสเปน รวมทั้งเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาล เนื่องจากวิกฤตผู้อพยพดังกล่าวสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลสเปนด้านการรักษาความมั่นคงและป้องกันความปลอดภัยตามแนวชายแดน รวมทั้งการจัดการกับขบวนการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ชาวสเปนยังรวมตัวกันมากกว่า 50,000 คน เพื่อชุมนุมขับไล่นายกรัฐมนตรี Pedro Sánchez ผู้นำรัฐบาล เมื่อ 3-6 กันยายน 2569 เพราะไม่สามารถจัดการกับผู้อพยพที่ยังคงตกค้างอยู่จำนวนประมาณ 5,000 คน ที่ยังคงตกค้างในพื้นที่สาธารณะของเมือง Ceuta ได้ ชาวสเปนจำนวนมากกจึงวิจารณ์รัฐบาลเชิงลบว่าจัดการล่าช้า ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเพื่อดูแลหรือช่วยหลือผู้อพยพ และต้องการให้รัฐบาลเร่งส่งตัวผู้อพยพที่ตกค้างกลับประเทศต้นทาง หรือให้เดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ๆ พรรคการเมืองฝ่ายค้านของสเปนใช้ประโยชน์จากสถานการณ์การประท้วงด้วยการกล่าวโทษรัฐบาลสเปนว่าดำเนินนโยบายเอื้อประโยชน์ต่อโมร็อกโก ยิ่งเป็นเหตุกระตุ้นให้ชาวสเปนไม่พอใจรัฐบาลที่ทำเหมือนชาวสเปนเป็นพลเมืองชั้น 2 และไม่ได้รับการปกป้องจากรัฐบาล จนมีรายงานว่าผู้ชุมนุมประท้วงชาวสเปนบางส่วนแสกงความไม่พอใจด้วยการเผาทำลายที่พักอาศัยชั่วคราวของผู้อพยพในพื้นที่ รัฐบาลสเปนพยายามแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางประนีประนอม โดยประกาศเมื่อ 5 กันยายน 2569 ว่าจะสร้างที่พักพิงชั่วคราวให้ผู้อพยพที่ยังคงตกค้างในบริเวณชุมชนอย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่  Loma Colmenar, La Hipica, Tarajal และ Los Rosales ที่เมือง Ceuta…

สหรัฐฯ-อิหร่านโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ กับอิหร่านปฏิบัติการทางทหารตอบโต้กันรอบใหม่ และบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นพื้นที่ตอบโต้กันไป-มา โดยมีรายงานเมื่อ 6 กันยายน 2569 ว่า สหรัฐฯ-อิหร่านโจมตีตอบโต้กันในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ต่างฝ่ายต่างเน้นทำลายและสกัดกั้นเรือขนส่งพลังงานระหว่างกัน จนทำให้สถานการณ์ปัจจุบันถูกเรียกว่า “Tanker War” โดยสหรัฐฯ ทำลายเรือขนส่งน้ำมันและพลังงานของอิหร่านไปอย่างน้อย 3 ลำ ขณะที่อิหร่านโจมตีเรือขนส่งน้ำมันและพลังงานของประเทศที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมทั้งโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ จำนวน 2 ลำ ที่ลาดตระเวนในบริเวณใกล้เคียงกับช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทั้งนี้ การโจมตีรอบนี้สหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านเป็นฝ่ายเริ่มใช้ขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตของสหรัฐฯ ก่อน ขณะที่อิหร่านระบุว่าจำเป็นต้องโจมตีเพราะเรือรบของสหรัฐฯ ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือของอิหร่าน สาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ-อิหร่านกลับไปโจมตีเรือขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นฐานที่มั่นทางทหารบนชายฝั่งของคู่ขัดแย้ง เนื่องจากเมื่อปลาย สิงหาคม 2569 มีรายงานว่าจำนวนเรือขนส่งพลังงานและสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้นเพิ่มขึ้น ทำให้อิหร่านไม่พอใจ เนื่องจากยังไม่อนุญาตให้เกิดเส้นทางเดินเรืออย่างเป็นทางการ และอยู่ระหว่างการเจรจาจัดตั้งเส้นทางเดินเรือใหม่กับโอมาน ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่ากรณีอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากเรือบรรทุกเครื่องบินเปรียบเป็น “กระดูกสันหลัง” ของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้น หากตกเป็นเป้าหมายโจมตีต่อเนื่อง อาจทำให้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ต้องยกระดับการป้องปรามภัยคุกคามด้วยการโจมตีอิหร่านมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ประเมินว่าอิหร่านจะเริ่มโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ มากขึ้น เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำสงครามเพื่อความอยู่รอด หรือ existential war…

ผู้นำยูเครนประเมินสงครามกับรัสเซียยังไม่สิ้นสุด แม้สหรัฐฯ เร่งไกล่เกลี่ย

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนให้ความเห็นเมื่อ 7 กันยายน 2569 เกี่ยวกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อเป็นเวลานานตั้งแต่ปี 2565 จะยังคงไม่สิ้นสุดเร็ว ๆ นี้ และทั้ง 2 ประเทศจะต้องปะทะกันอีกในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายสำหรับทั้ง 2 กองทัพ เพราะสภาพอากาศที่เป็นอุปสรรคต่อทหาร และความเสี่ยงที่รัสเซียจะมุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทำให้ทหารและประชาชนยูเครนไม่มีพลังงานเพียงพอ และเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรม ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากยูเครนกับรัสเซียยกระดับการปะทะและโจมตีด้วยเครื่องมือทางการทหารอย่างตึงเครียด เพื่อหวังกดดันให้คู่ขัดแย้งยอมแพ้หรือยอมรับเงื่อนไขเข้าสู่การเจรจาและหยุดยิง แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าทั้ง 2 ประเทศจะยอมรับเงื่อนไขระหว่างกัน ท่าทีของผู้นำยูเครนยังสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังไม่สามารถโน้มน้าวหรือกดดันให้ทั้งรัสเซียและยูเครนวางอาวุธชั่วคราว เพื่อเข้าสู่การเจรจาได้ เนื่องจากนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ด้านการเจรจา และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขย ประธานาธิบดีนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนรัสเซียและยูเครนเมื่อ 6 กันยายน 2569 และได้เจรจากับผู้นำของทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งในการหารือกับผู้นำของยูเครน ก็มีเจ้าหน้าที่ระดับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนีเข้าร่วมด้วย แม้ว่าประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนจะยอมรับว่าการหารือมีความสำคัญ และขอบคุณสหรัฐฯ ที่ส่งผู้แทนไปเยือนยูเครน แต่ก็ประเมินว่าสงครามจะเกิดขึ้นต่อไป ดังนั้น ยูเครนยังต้องการรับความช่วยเหลือด้านการทหาร…

จีนรับมือผลกระทบสงครามการค้าและสังคมสูงอายุ

กระทรวงการคลังจีนเมื่อ 6 กันยายน 2569 ประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเงินในประเทศ ด้วยการอัดฉีดเงินทุนประมาณ 360,000 ล้านหยวน หรือ 53,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้สถาบันการเงินและธนาคารของรัฐ รวมทั้งบริษัทประกันของรัฐจำนวน 8 แห่ง เพื่อรักษาขีดความสามารถและศักยภาพด้านการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ บริหารความเสี่ยง และกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ สำหรับสถาบันการเงินและธนาคาร รวมทั้งบริษัทประกันของจีนที่จะได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณนี้ เช่น ธนาคาร Industrial and Commercial Bank of China (ICBC) ธนาคาร Agricultural Bank of China (ABC) บริษัท China Life Group และบริษัท People’s Insurance Company (Group) of China (PICC) ซึ่งแต่ละธนาคารและบริษัท ให้ความเห็นว่ามาตรการของรัฐบาลจีนจะเป็นผลต่อการความมั่นคงด้านทุนและการให้บริการในระยะยาว จีนใช้มาตรการอัดฉีดทุนให้สถาบันการเงินและบริษัทประกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการไหลเวียนเงินทุนในระยะยาว ที่จะเผชิญผลกระทบจากการทำสงครามการค้ากับประเทศตะวันตกที่มีแนวโน้มเข้มข้นและตึงเครียดมากขึ้น ประกอบกับจีนเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น…

บทวิเคราะห์สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2569

สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่รัสเซียทำสงครามเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2565 หรือกว่า 4 ปี ยังหาทางออกไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายยังตอบโต้กันไปมา ขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาอำนาจก็เป็นแกนนำฝ่ายตะวันตกที่สนับสนุนยูเครน และมีรายงานล่าสุด เมื่อต้น กันยายน 2569 ่ว่า ผู้แทนสหรัฐฯ ได้เดินทางไปรัสเซีย เพื่อหารือกับผู้นำรัสเซียในการยุติสงคราม ทั้งนี้ สถาบัน Observer Research Foundation (ORF) คลังสมองของอินเดีย เผยแพร่บทความเรื่อง Russia-Ukraine War: Frozen Front, Burning Hinterland เมื่อ 29 สิงหาคม 2569 ประเมินสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2569 ยังไม่มีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดลงในเร็ววัน และการเจรจาสันติภาพยังคงหยุดชะงัก ท่ามกลางการยกระดับการปะทะด้วยยุทธวิธีใหม่ ๆ บทความข้างต้นประเมินว่า ความหวังในการเจรจาสันติภาพในปี 2569 ไม่มีความคืบหน้า ขณะที่กรอบความเข้าใจ “สูตรแองคอเรจ” (Anchorage formula) หรือ “สปิริตแห่งแองคอเรจ” (ซึ่งรัสเซียอ้างว่าบรรลุข้อตกลงในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดีมีร์ปูติน…

ผู้นำจีนเยือนอียิปต์ จับตาการขยายอิทธิพลในตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน พร้อมภริยา เดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการเมื่อง 1 กันยายน 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการทูตและเศรษฐกิจกับอียิปต์ที่เป็นประเทศผู้นำในภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับการเยือนครั้งนี้ ทั่วโลกให้ความสนใจบทบาทของประธานาธิบดี Abdel Fattah al-Sisi ของอียิปต์ที่ต้อนรับผู้นำจีนอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งต้องรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่เป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนด้านความมั่นคงที่สำคัญของประเทศ ขณะเดียวกัน บทบาทของจีนที่จะเพิ่มขึ้นด้านการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ก็เป็นประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศให้ความสนใจ โดยคาดว่าผู้นำจีนจะใช้โอกาสนี้นำเสนอบทบาทจีนในฐานะผู้สร้างความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เป็นบทบาทตรงข้ามกับสหรัฐฯ ที่กำลังทำสงครามในอิหร่าน จนทำให้พันธมิตรในภูมิภาคต้องเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ กำหนดการของประธานาธิบดีจีนจะใช้เวลาเยือนจำนวน 3 วัน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะได้พบหารือกับผู้นำอียิปต์ใน 2 กันยายน 2569 จากนั้นจะไปเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum ด้วย คาดว่าจะมีการส่งเสริมความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการศึกษา ในฐานะประเทศที่เป็นจุดเริ่มต้นอารยธรรมสำคัญของโลก ทั้งนี้ ผู้นำจีนเยือนอียิปต์เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายผู้นำอียิปต์ที่เดินทางไปเยือนจีนบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเยือนภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากการเยือนซาอุดีอาระเบียเมื่อปี 2565 จีนให้ความสำคัญกับอียิปต์ในฐานะประเทศหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายร่วมกันประเด็นการพัฒนาประเทศกลุ่ม Global South นอกจากนี้ ในปี 2569 ยังเป็นโอกาสครบรอบ 70…