สหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อเป้าหมายขบวนการค้ายาเสพติดในเอกวาดอร์

การปฏิบัติการทางทหารยังเป็นเครื่องมือทรงพลังของสหรัฐฯ ในการกวาดล้างยาเสพติดและการทำผิดกฎหมายในภูมิภาคอเมริกาใต้ แต่ครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นที่เอกวาดอร์ สหรัฐฯ ไม่ได้การทำการเพียงฝ่ายเดียว โดยกองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ (U.S. Southern Command – SOUTHCOM) ได้โพสต์วิดีโอ เมื่อ 3 มีนาคม 2569 เกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารร่วมกับรัฐบาลเอกวาดอร์ เพื่อปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด และกลุ่มก่อการร้าย การปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่าง SOUTHCOM กับรัฐบาลเอกวาดอร์ ในการกวาดล้างองค์การก่อการร้าย (Designated Terrorist Organizations ) ในภูมิภาคอเมริกาใต้นั้น เกิดขึ้นจากกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคอเมริกาใต้มีความเชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติด (narco-terrorism) และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งมั่นว่าจะต้องกวาดล้างให้หมด เพื่อไม่ให้ยาเสพติด และกลุ่มอาชญากรเข้าสู่สหรัฐฯ ก่อนหน้านี้เมื่อ 3 มกราคม 2569 สหรัฐฯ ก็ได้ดำเนินการปฏิบัติการทางทหารชิงตัวผู้นำเวเนซุเอลา ไปขึ้นศาลสหรัฐฯ แล้ว ในข้อหาอาญากรข้ามชาติ การเผยแพร่ปฏิบัติการทางทหารการร่วมมือกันระหว่างสหรัฐฯ กับเอกวาดอร์ ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับประชาคมระหว่างประเทศ และไม่ได้เป็นข่าวครึกโครม เนื่องจากอาจมีประเด็นอิหร่านที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเข้าโจมตีในห้วงเดียวกัน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีดาเนียล โนโบอา…

เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองในอิหร่านและสหรัฐฯ ในช่วงสงคราม

สถานการณ์ความขัดแย้งและการปฏิบัติการทางทหารตอบโต้กันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ยังคงสร้างความสูญเสียและเหตุรุนแรงไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง สื่อมวลชนต่างประเทศส่วนใหญ่ให้ความสนใจรายงานเหตุการโจมตีระหว่างประเทศ ได้แก่ อิสราเอลโจมตีทั้งอิหร่านและเลบานอนครั้งใหญ่เมื่อ 5 มีนาคม 2569 เพื่อทำลายฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในทางตอนใต้ของเลบานอน และตอบโต้อิหร่านที่พยายามโจมตีอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มีรายงานว่าเรือดำน้ำของสหรัฐฯ จมเรือรบของอิหร่านได้ในมหาสมุทรอินเดีย บริเวณนอกชายฝั่งศรีลังกา ขณะเดียวกันก็มีเหตุการณ์สำคัญในมิติการเมืองภายในที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ เมื่อ 5 มีนาคม 2569 ซึ่งแม้จะยังไม่มีผลต่อการปฏิบัติการทางหทารโดยตรง แต่คาดว่าอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ทิศทางและแนวโน้มความขัดแย้งครั้งนี้ได้ ดังนี้ อิหร่านเลื่อนกำหนดการพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุดออกไปก่อน จากเดิมที่กำหนดให้เริ่มต้นใน 5-8 มีนาคม 2569โดยให้เหตุผลด้านการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและความปลอดภัย เนื่องจากคาดว่าจะมีชาวอิหร่านจำนวนมากต้องการเข้าร่วมพิธี อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าหน่วยความมั่นคงอิหร่านอาจวิตกว่าผู้นำสูงสุดคนใหม่อาจตกเป็นเป้าหมายการลอบสังหาร เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลประกาศชัดเจนว่าจะสังหารผู้นำสูงสุดคนใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากระบอบการปกครองที่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ปัจจุบันเริ่มปรากฏรายชื่อบุคคลที่อาจได้รับการเสนอให้เป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ เช่น นาย Mojtaba Khamenei อายุ 56 ปี บุตรชายคนที่ 2 ของอดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งมีอุดมการณ์แข็งกร้าวและมีความใกล้ชิดกับกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และนาย Hassan Rouhani อดีตประธานาธิบดีอิหร่าน ที่มีอุดมการณ์สายกลางและสนับสนุนการปฏิรูปประเทศ ด้านสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงได้รับการสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ให้มีอำนาจสั่งปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านต่อไป โดยได้รับการสนับสนุน…

สิงคโปร์ เมียนมา กัมพูชาได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน

สิงคโปร์ เมียนมา กัมพูชา และประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ตอนนี้รุนแรงถึงระดับอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยการจะระเบิดเรือทุกลำที่แล่นผ่าน ส่วน QatarEnergy ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจปิโตรเลียมของกาตาร์ และเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก ยุติการผลิต LNG และโรงกลั่นน้ำมันของอารามโก (Aramco) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบียได้รับผลกระทบจากถูกเศษโดรนตกใส่  ด้านสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ประกาศเมื่อ 3 มีนาคม 2569 ว่าจะให้เรือรบของสหรัฐฯ คุ้มกันเรือขนส่งทุกลำเช่นกัน แม้ประเทศในอาเซียนจะมีมาตรการรองรับภาวะดังกล่าวได้ระดับหนึ่ง หากสงครามไม่ยืดเยื้อ แต่ก็ได้รับผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศด้วยเช่นกัน จากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งจะตามมาด้วยอัตราเงินเฟ้อ นักวิเคราะห์กังวลว่าการ disruption ที่เกิดขึ้น หากยืดเยื้อ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องพลังงานเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อการ disruption ของห่วงโซ่อุปทานสินค้า ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงของการขนส่งสินค้าอีกด้วย สิงคโปร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกลั่นและค้าน้ำมันระหว่างประเทศ ได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนน้ำมันดิบและค่าขนส่งทางเรือจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้สิงคโปร์ต้องทบทวนอัตราการขยายตัวเของเศรษฐกิจใหม่ รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อด้วย  ซึ่งเมื่อ 3 มีนาคม 2569 บริษัท Shell เป็นบริษัทแรกที่ปรับขึ้นราคาน้ำมัน ตามด้วยบริษัท Caltex Esso…

เนปาลเริ่มการเลือกตั้งทั่วไปใน 5 มีนาคม 2569

ประชาชนชาวเนปาลที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนประมาณ 1.9 ล้านคน เริ่มทยอยเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งสำคัญใน 5 มีนาคม 2569 โดยเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก เพื่อคัดเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 275 ที่นั่ง หลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อปี 2569 ที่เยาวชน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z รวมตัวกันเมื่อกันยายน 2568 ประท้วงต่อต้านรัฐบาลของนาย KP Sharma Oli  และนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน คาดว่าประเด็นที่ชาวเนปาลจะใช้เป็นปัจจัยต่อการเลือกตั้ง คือ การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และปัญหาว่างงาน ผลการเลือกตั้งของเนปาลน่าจะมีความชัดเจน และประกาศผลได้ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากเนปาลมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับที่ราบ ทำให้การนับคะแนนจากพื้นที่ชนบทต้องใช้เวลามากกว่าพื้นที่อื่น ๆ ทั้งนี้ มีรายงานว่าชาวเนปาลจำนวนมากกว่า 800,000 คน เดินทางออกจากเมืองหลวง เพื่อกลับไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่ภูมิลำเนา ด้านรัฐบาลรักษาการของเนปาลกระตุ้นให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย สร้างเสถียรภาพทางการเมือง และทำให้เนปาลได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ทั้งนี้ เมื่อปลายมกราคม 2569 เนปาล เตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจเลือกตั้ง โดยจัดให้มีการฝึกอบรม เพื่อประจำการที่หน่วยเลือกตั้ง สื่อมวลชนต่างประเทศมีมุมมองว่าการเลือกตั้งเนปาลครั้งนี้ จะสะท้อนรูปแบบการเมืองของเนปาลในระยะยาว ว่าต้องการนักการเมืองรุ่นเก่าที่เป็นชนชั้นนำและมีอำนาจ หรือนักการเมืองรุ่นใหม่ ผู้สมัครที่น่าสนใจและมีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลเนปาลคนต่อไป…

จีนจะจัดการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ ประจำปี 2569

จีนเตรียมพร้อมจัดการประชุมใหญ่ประจำปี 2569 ที่ปรุงปักกิ่ง เริ่มใน 4 มีนาคม 2569 เป็นการประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมือง (Chinese People’s Political Consultative Conference – CPPCC) มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 2,000 คน และใน 5 – 12 มีนาคม 2569 จะเป็นการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress – NPC) ซึ่งเป็นการประชุมสำคัญ เนื่องจากจะมีการประกาศผลงานของรัฐบาล ทบทวนร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะ 5 ปี หรือระหว่างปี 2569-2573 ทบทวนแผนงบประมาณแห่งชาติของปี 2568 และปี 2569 รวมทั้งทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั่วโลกจับตามการประชุมดังกล่าว หรือการประชุมสองสภา ซึ่งเป็นการประชุมการเมืองสำคัญที่สุดของจีน คาดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะย้ำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เพิ่มความจริงจังด้านการปราบปรามคอร์รัปชัน และวางรากฐานการพัฒนาสังคมในระยะยาว ทั้งนี้ มีข้องสังเกตการว่าสื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจบทบาทของนายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ เนื่องจากมีข่าวลือเมื่อต้นปี 2569 ว่านายจ้าว เล่อจี้…

โอกาสเกาหลีเหนือ… เผชิญชะตากรรมเหมือนกับเวเนซุเอลา และอิหร่าน ?

การปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สหรัฐฯ ยืนยันจะเดินหน้าต่อไปในอิหร่านตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 2 มีนาคม 2569 ทำให้เกิดการวิเคราะห์กันต่อไปว่า……แล้วเกาหลีเหนือประเทศที่สหรัฐฯ กล่าวหา โดยตลอดว่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และมีการทดสอบการยิงขีปนาวุธท้าทายสหรัฐฯ บ่อยครั้ง จะเป็นประเทศต่อไปหรือไม่ที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับบุกลักพาตัวผู้นำเวเนซุเอลาด้วยข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ  และโจมตีทางทหารอิหร่านอย่างรุนแรงร่วมกับอิสราเอล เพื่อลดทอนศักยภาพในการพัฒนานิวเคลียร์ และปลดปล่อยให้ประชาชนมีเสรีภาพตามที่สหรัฐฯ กล่าวอ้าง กลับมาดูท่าทีเกาหลีเหนือที่มีความใกล้ชิดกับอิหร่าน เกาหลีเหนือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ออกถ้อยแถลงประณามการกระทำของสหรัฐฯ และอิสราเอลครั้งนี้ อย่างรุนแรง จากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านที่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งละเมิดกฎระเบียบระหว่างประเทศ เป็นการกระทำที่เห็นแก่ตนเอง รวมทั้งมุ่งความเป็นใหญ่เพียงฝ่ายเดียว และเป็นธรรมชาตินิสัยอันธพาลของสหรัฐฯ พร้อมกับสะท้อนว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะขยายตัววงกว้างออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับโอกาสที่เกาหลีเหนือจะเผชิญกับเหตุการณ์เดียวกับเวเนซุเอลา และอิหร่าน อาจต้องพิจารณาสถานการณ์ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์โจมตีอิหร่าน ประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้ประชาคมโลกจับตามองมาที่เอเชีย-แปซิฟิกถึงทิศทางความสัมพันธ์กับจีน ที่ทำสงครามเศรษฐกิจกันอย่างเข้มข้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางเยือนจีนใน 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 ซึ่งในห้วงนั้น อาจมีการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งนายคิม จองอึนได้พูดเปิดทางไป เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ในโอกาสแถลงปิดการประชุมสมัชชาพรรคแรงงานครั้งที่…

ความหวังในการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านยังลางเลือน

การหาทางออกเพื่อยุติยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเกิดขึ้น ทั้งในกรอบสหประชาชาชาติ (UN)  ระดับบุคคล และจากการเสนอจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ทางออกทั้งหมดดังกล่าวในขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้ ขณะที่ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล เพื่อโจมตีอิหร่าน ภายใต้รหัส “Epic Fury”ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยังได้รับการตอบโต้จากอิหร่านอย่างเข้มข้น โดยมีเป้าหมายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในหลายประเทศในตะวันออกกลาง เช่น อิสราเอล บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสใช้กรอบ  UN เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดการประชุมฉุกเฉินกรณีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยประธานาธิบดีมาครง ต้องการให้อิหร่าน เข้าสู่การเจรจา แต่ก็เห็นว่าชาวอิหร่านควรมีสิทธิกำหนดอนาคตของตนเองอย่างเสรี  ซึ่ง UNSC ก็จัดประชุมวาระฉุกเฉินในวันเดียวกัน  และนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN ได้แถลงในที่ประชุมประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงการตอบโต้ของอิหร่าน อย่างไรก็ดี ตัวแทนสหรัฐฯ และอิหร่านก็ตอบโต้กันอย่างรุนแรงในระหว่างการชี้แจงต่อ UNSC การเสนอให้มีการเจรจา…

ท่าทีประเทศในเอเชีย ตอ.ต. ต่อกรณีสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน

อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการชิงโจมตีก่อน (preemptive strike) เพื่อขจัดภัยคุกคามต่ออิสราเอล โดยเป็นปฏิบัติการร่วมกันระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางอย่างเข้มข้น และต่อเนื่อง แนวโน้มการปฏิบัติการทางทหารน่าจะยืดเยื้อ หากพิจารณาคำให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ The New York Times เมื่อ 1 มีนาคม 2569 ว่า กระบวนการการปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินต่อไป 4-5 สัปดาห์ หรืออาจยุติเร็วกกว่านั้น แต่ก็พร้อมจะเจรจากับอิหร่าน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงท่าทีต่อการปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลภายใต้รหัส “Epic Fury” ไปในทิศทางเดียวกันที่กังวลอย่างมากกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจะติดตามความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมต้องการกลับเข้าสู่เจรจาระหว่างกัน และปฏิบัติตามระเบียบระหว่างประเทศ พร้อมกับมีคำแนะนำให้ประชาชนของตนในอิหร่าน และประเทศในตะวันออกกลาง ระมัดระวังตัวมากขึ้น พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนในประเทศของตนติดต่อได้ตลอดเวลา และให้หลีกเลี่ยงเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง เวียดนามนอกจากเตือนประชาชนแล้ว ยังสั่งการให้หน่วยงานทั้งใน และเจ้าหน้าที่ของเวียดนามที่ปฏิบัติการในต่างประเทศร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการให้ความปลอดภัยแก่ชาวเวียดนามในต่างประเทศ ทั้งนี้เวียดนามยืนยันว่าชาวเวียดนามในอิหร่านและอิสราเอลปลอดภัย เช่นเดียวกับกัมพูชาระบุว่าประชาชนของตนในภูมิภาคยังคงปลอดภัยเช่นกัน  ขณะที่มีรายงานการเสียชีวิตของสตรีชาวฟิลิปปินส์ที่ไปทำงานเป็นผู้ดูแลคนไข้ จากขีปนาวุธของอิหร่านที่ยิงไปยังกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล สำหรับสิงคโปร์ให้ความสำคัญด้านความมั่นคงในประเทศ ด้วยการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบความปลอดภัยการเข้าประเทศทั้ง บุคคล ยานพาหนะ…

กัมพูชาต้องการจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้น ในปี 2569

กัมพูชากำลังดำเนินการหลายช่องทาง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปท่องเที่ยวกัมพูชามากขึ้นในปี 2569 หลังจากมีการประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงเป็นผลจากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกไม่ปลอดภัยจากการที่กัมพูชาเป็นประเทศที่เป็นฐานของอาชญากรรมออนไลน์ หรือแก๊งสแกมเมอร์ ประกอบกับเกิดความขัดแยังบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ เมื่อปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปกัมพูชาลดลง ร้อยละ 17 เหลือประมาณ 5.5 ล้านคน  สร้างรายได้ให้ประเทศ ประมาณ 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กัมพูชาต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้มาท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งเมื่อปี 2568 สูงเป็นอันดับ 2 รองจากเวียดนาม โดยต้องการให้รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นหนึ่งใน 4 เสาหลัก อีก 3 เสาหลัก ได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้าและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การเกษตร รวมทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง สำหรับช่องทางที่กัมพูชาใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน เช่น ยกเว้นวีซ่าให้เป็นเวลา 4 เดือน (15 มิถุนายน-15 ตุลาคม 2569 ) ซึ่งอาจขยายระยะเวลาเพิ่มการยกเว้นวีซ่าอีกได้ นอกจากนี้ ยังสนับสุนให้บริษัทผู้ผลิต China-Cambodia Mobile Film Tour…

ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือจะใช้อาวุธนิวเคลียร์เสริมบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ

นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือย้ำความสำคัญของการครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อค้ำประกันความมั่นคงของประเทศ โดยเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกล่าวในระหว่างเข้าร่วมการประชุมของพรรคแรงงานเกาหลี (Workers’ Party of Korea-WPK) ครั้งที่ 9  และชมการแสดงพาเหรดของกองทัพเกาหลีเหนือที่กรุงเปียงยางว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือจะให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทัพนิวเคลียร์ และระบบขีปนาวุธต่อไป เฉพาะอย่างยิ่งขีปนาวุธที่สามารถปล่อยจากเรือดำน้ำได้ และอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี ซึ่งจะมีขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูง สามารถโจมตีเป้าหมายได้แบบเฉพาะจุด ทั้งนี้ นายคิม จองอึนประกาศให้ชาวเกาหลีเหนือเชื่อมั่นว่า สถานะการเป็นประเทศที่ครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั้นมีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ทำให้สามารถป้องปรามศัตรูและภัยคุกคามได้อย่างดี พร้อมทั้งเชิดชูบทบาทของกองทัพเกาหลีเหนือที่เป็นแกนกลางความมั่นคงของประเทศ ในการแสดงพาเหรดกองทัพเกาหลีเหนือครั้งนี้มีทหารเข้าร่วมมากกว่า 14,000 คน แต่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจกรณีไม่มีการเปิดเผยอาวุธนิวเคลียร์หรือยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากการแสดงพาเหรดกองทัพเกาหลีเหนือที่ผ่านมา ท่าทีดังกล่าวของนายคิม จองอึน เป็นสัญญาณให้นานาชาติตระหนักถึงความมุ่งมั่นของเกาหลีเหนือที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอาวุธ และคาดว่าจะพัฒนาความร่วมมือกับประเทศที่สนับสนุนเกาหลีเหนือต่อไป โดยเฉพาะรัสเซียและจีน นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยังแสดงท่าทีต่อนโยบายต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ เกาหลีเหนือจะไม่เจรจากับเกาหลีใต้เพื่อรวมชาติ ส่วนการเจรจากับผู้นำสหรัฐฯ อาจเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยุติการดำเนินนโยบายที่เป็นภัยคุกคามหรือข่มขู่เกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นายคิม จองอึนยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องเจรจากับสหรัฐฯ ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้ความเห็นต่อท่าทีของเกาหลีเหนือว่าเกาหลีใต้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายที่จะหาแนวทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติ จึงเห็นว่าการสร้าวความเชื่อใจและเคารพระหว่างกันจะเป็นปัจจัยสู่สันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีได้ รัฐบาลจีนแสดงท่าทีที่น่าสนใจต่อการสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี โดยเมื่อ 26…