เวียดนามมุ่งมั่นให้การท่องเที่ยวขยายตัวในปี 2569

เวียดนามมีจุดยืนชัดเจนในปี 2569 ว่า ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวจะต้องเติบโตอย่างมากและรวดเร็ว หลังจากปี 2568 เป็นหนึ่งในประเทศที่การเติบโตของธุรกิจนี้อย่างมาก โดยคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 25 ล้านคน จากมากกว่า 20 ล้านคน เมื่อปี 2568 รวมทั้งการท่องเที่ยวในประเทศก็จะเติบโตตามไปด้วย อย่างไรก็ดี เวียดนามจะให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่ต้องเติบโตอย่างยั่งยืน สามารถแข่งขันได้กับประเทศต่าง ๆ และมีคุณภาพ เวียดนามจะใช้ปี 2569 ซึ่งเป็นปีล่วงหน้าที่เวียดนามจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค 2027 เป็นปีดึงดูดการท่องเที่ยวไปทั่วโลก แต่เวียดนามต้องเร่งดำเนินการทั้งยกระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการบริการ รวมทั้งจะยกระดับการท่องเที่ยวเวียดนามให้เป็นระดับพรีเมียมมากขึ้น เพื่อกระจายรายได้ไปยังหลาย ๆ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น เน้นการท่องเที่ยวสีเขียว การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับ MICE (Meetings, Incentives, Conferences, and Exhibitions) และการเข้ามาเล่นกีฬากอล์ฟ  (golf tourism) เป็นต้น ทั้งนี้ เวียดนามต้องการให้นักท่องเที่ยวต่างชาติพำนักในเวียดนามนาน ๆ  และใช้จ่ายให้มากขึ้น เวียดนามก็พร้อมให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว เช่น มีการปรับปรุงกฎหมายการท่องเที่ยวปี 2550 ให้ทันสมัยมากขึ้น …

จีน ไทย สปป.ลาว และเมียนมา เริ่มการลาดตระเวนร่วมในแม่น้ำโขง

สื่อมวลชนจีนเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2569 รายงานว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนในมณฑลยูนนาน ส่งเจ้าหน้าที่และเรือลาดตระเวนจำนวน 3 ลำ ร่วมปฏิบัติการในลาดตระเวนเพื่อความมั่นคงในแม่น้ำโขง ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของ สปป.ลาว เมียนมา และไทย โดยเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการลาดตระเวนร่วมอย่างเป็นทางการในแม่น้ำโขง ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 162 มีรายงานด้วยว่า สปป.ลาวและเมียนมาส่งเรือเข้าร่วมการลาดตระเวนประเทศละ 1 ลำ ขณะที่เรือของจีนได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการร่วม (joint command center) เพื่อซ้อมการปฏิบัติการร่วมกันทั้งบนบกและบนแม่น้ำ ปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมของทั้ง 4 ประเทศในแม่น้ำโขง เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อปกป้องพื้นที่แม่น้ำโขงจากอาชญากรรมข้ามชาติ ปฏิบัติการครั้งนี้ประกอบด้วยการประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเจ้าหน้าที่ 4 ประเทศ ที่เมืองเชียงรุ่ง จังหวัดสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน โดยประเด็นที่ทั้ง 4 ประเทศให้ความสำคัญ คือ การเฝ้าระวังความท้าทายและภัยคุกคามในช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากจะเป็นช่วงเวลาที่จะมีเรือบรรทุกสินค้า และประชาชนจำนวนมากสัญจรในแม่น้ำโขง รวมทั้งการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างร่วมกันต่อไป ความร่วมมือด้านความมั่นคงของทั้ง 4 ประเทศเพื่อปกป้องแม่น้ำโขงจากอาชญากรรมข้ามชาติ ประกอบด้วยการประชุมหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ และการใช้เรือลาดตระเวนร่วมกันเป็นระยะ ๆ โดยภายหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติการร่วมในแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายของทั้ง 4…

สื่อต่างประเทศสนใจรายงานผลการเลือกตั้งไทย ญี่ปุ่น และโปรตุเกส

สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในไทย ญี่ปุ่น และโปรตุเกส ที่มีการเลือกตั้งในห้วงเดียวกัน โดยในส่วนของไทยรายงานการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการว่า พรรคการเมืองอนุรักษ์นิยมประกาศชัยชนะ ได้คะแนนนิยมนำคู่แข่งค่อนข้างมาก พร้อมรายงานท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี/หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่กล่าวขอบคุณประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน หากนายกรัฐมนตรีอนุทินได้เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล สื่อมวลชนรายงานด้วยว่า การเลือกตั้งในไทยคาดการณ์ยาก และมีแนวโน้มว่าจะไม่มีพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ ดังนั้น จึงจะมีการร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของไทยครั้งนี้สร้างความแปลกใจให้ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ในฐานะพรรคที่มีอุดมการณ์ปฏิรูป (reformist) เนื่องจากก่อนหน้านี้เชื่อว่าจะได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นจากผลสำรวจความคิดเห็น สื่อให้ความเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้นจากประชาชนที่สนับสนุนนโยบายอนุรักษ์นิยมในกรณีความชัดแย้งไทย-กัมพูชา สำหรับการเลือกตั้งในญี่ปุ่นเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิชิ และพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลชุดเดิม ได้รับคะแนนนิยมแบบท่วมท้น (landslide) โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 316 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ส่งผลให้รัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีทาคาอิชิได้ดำรงตำแหน่งต่อไป โดยผู้นำรัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าพร้อมจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศด้วยนโยบายการคลังแบบยั่งยืน ทำให้ชาวญี่ปุ่นเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถนำประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ เพราะมีอำนาจทางการเมืองสูง คาดว่าจะสามารถผลักดันกฎหมายสำคัญได้รวดเร็ว การที่พรรครัฐบาลเดิมของญี่ปุ่น ครองเสียงถึง 2…

มาเลเซีย-อินเดียจะขยายความร่วมมืออย่างรอบด้าน

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซียเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนรับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิของอินเดียที่เมืองปุตราจายา มาเลเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ผลการพบหารือ ทั้ง 2 ผู้นำเห็นพ้องที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างมาเลเซียกับอินเดียอย่างรอบด้าน เฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศ นอกจากนี้ ยังตกลงที่จะขยายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาสาธารณสุข และการศึกษาระหว่างกันด้วย การพบหารือระหว่างผู้นำประเทศมาเลเซียและอินเดียครั้งนี้เป็นโอกาสให้ 2 ประเทศได้ขยายความร่วมมือกัน โดยผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ลงนามในเอกสารความร่วมมือระหว่างกัน 11 ฉบับ ครอบคลุมด้านการค้า เทคโนโลยีสมัยใหม่ การจัดการภัยพิบัติ และภารกิจเพื่อสันติภาพ ที่น่าสนใจอย่างมาก คือ มาเลเซียและอินเดียจะร่วมมือกันสนับสนุนการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อประเทศต่าง ๆ และเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดการค้าระดับทวิภาคีเพิ่มขึ้น นายกรัฐมนตรีโมดิของอินเดียอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนมาเลเซียเป็นระยะเวลา 2 วัน โดยเป็นการเยือนครั้งแรกหลังจากทั้ง 2 ประเทศยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์เมื่อปี 2563 ปัจจุบันอินเดียต้องการเปิดทำการสถานกงสุลอินเดียในรัฐซาบาห์ของมาเลเซีย บนเกาะบอร์เนียว คาดว่าการเยือนครั้งนี้ เป็นไปเพื่อโน้มน้าวให้รัฐบาลมาเลเซียสนับสนุนอินเดียในประเด็นดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ มาเลเซียและอินเดียให้ความสำคัญต่อกันเนื่องจากมีผลประโยชน์ร่วมกันทั้งในมิติความมั่นคงทางทะเล การค้า…

คิวบาเสนอการเจรจากับสหรัฐฯ หลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงาน

ประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel ของคิวบาเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดเผยต่อสื่อมวลชนต่างประเทศว่าจะเสนอการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อให้ยกเลิก หรือผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรการค้าน้ำมันกับคิวบา เนื่องจากมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ ที่ผ่านมา คิวบาต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเพื่อใช้เป็นพลังงานผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ แม้ว่าที่ผ่านมา คิวบาจะเริ่มมีความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในระยะยาว เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าเครื่องมือด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ มีประสิทธิภาพในการสร้างแรงกดดันต่อประเทศในภูมิภาคอเมริกา โดยเมื่อ มกราคม 2569 รัฐบาลสหรัฐฯ ยกระดับการคว่ำบาตรคิวบา ด้วยการระงับการส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาไปคิวบา และผู้นำสหรัฐฯ ออกคำสั่ง (executive order) เมื่อ 30 มกราคม 2569 ห้ามนานาชาติส่งน้ำมันไปคิวบา ไม่เช่นนั้นจะต้องเผชิญอัตราภาษีจากสหรัฐฯ ทำให้คิวบาเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนพลังงาน และผู้นำคิวบาจำเป็นต้องเสนอการเจรจาเพื่อต่อรอง พร้อมย้ำว่าจะไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ แทรกแซงการเมืองภายใน หรือรุกล้ำอธิปไตยของคิวบา เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เคยระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองของคิวบา ผู้นำคิวบายืนยันว่าจะใช้ทุกวิธีการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงพลังงานในประเทศ และย้ำว่าคิวบามีสิทธิที่จะค้าขายกับต่างประเทศ พร้อมยังมีมุมมองว่ามาตรการของสหรัฐฯ แข็งกร่าวและเข้าข่ายอาชญากรรม เพราะการตัดช่องทางการค้าน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของคิวบา ทั้งการคมนาคม การให้บริการด้านสาธารณสุข การศึกษา และการผลิตอาหารเพื่อการอยู่รอด ก่อนหน้านี้ รัฐบาลคิวบาร้องขอความช่วยเหลือจากรัสเซียและเม็กซิโก แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด…

ผู้นำสหรัฐฯ สนับสนุน นรม.ทาคาอิชิ ก่อนการเลือกตั้งในญี่ปุ่น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 แสดงความคิดเห็นต่อการเมืองและการเลือกตั้งญี่ปุ่น ที่จะจัดขึ้นใน 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้นำสหรัฐฯ ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์สนับสนุนนางทาคาอิชิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พร้อมให้เหตุผลว่าเนื่องจากน นรม.ทาคาอิชิ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นผู้นำที่มีความแข็งแกร่ง ฉลาด และรักประเทศชาติ ดังนั้น ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อว่า นรม.ทาคาอิชิจะไม่ทำให้ชาวญี่ปุ่นผิดหวัง ทั้งนี้ นรม.ทาคาอิชิเป็นผู้นำญี่ปุ่นในช่วงที่ต้องเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่มีนโยบายภาษีตอบโต้ต่อญี่ปุ่นสูงถึงร้อยละ 25 แต่สามารถเจรจาได้ลดลงเหลือร้อยละ 15 ประธานาธิบดีทรัมป์เคยเยือนญี่ปุ่นและพบกับ นรม.ทาคาอิชิ เมื่อ ตุลาคม 2568 ระหว่างการเยือนเอเชีย ซึ่ง นรม.ญี่ปุ่นจัดการต้อนรับอย่างดีและบรรลุการเจรจาเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันต่อไปทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ที่สำคัญ คือ การลงนามในความร่วมมือด้านการสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่หายากที่เข้มแข็ง ซึ่งผู้นำทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องว่าจะเป็น “ยุคทอง” ร่วมกันของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าพร้อมจะจัดการต้อนรับ นรม.ทาคาอิชิที่มีกำหนดการเยือนสหรัฐฯ ใน 13 มีนาคม 2569 ด้วย…

รัสเซีย-ยูเครนแลกเปลี่ยนนักโทษ ยังไม่บรรลุการเจรจาสันติภาพ

รัสเซียกับยูเครนเสร็จสิ้นการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างกันรอบที่ 2 เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยยังไม่สามารถตกลงแผนการสร้างสันติภาพและยุติสงครามระหว่างกันได้ อย่างไรก็ตาม รัสเซียกับยูเครนตกลงที่จะแลกเปลี่ยนนักโทษสงครามระหว่างกันจำนวน 157 คน เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด และเป็นไปตามการประสานงานของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ทั้ง 2 ประเทศใช้วิธีการทางการทูตเพื่อรักษาระดับความขัดแย้ง และคาดหวังให้ไปสู่การยุติสงคราม การแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างกันครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ ตุลาคม 2568 มีรายงานว่านักโทษชาวรัสเซียเป็นทหารทั้งหมด ด้านนักโทษชาวยูเครน มีพลเรือนจำนวน 7 คน นอกนั้นเป็นทหารยูเครน ส่วนใหญ่ถูกกองทัพรัสเซียควบคุมตัวไปเมื่อ 2565 ผู้แทนรัสเซียมีมุมมองเชิงบวกต่อขั้นตอนและกระบวนการหารือครั้งนี้ เนื่องจากเป็นโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเงื่อนไขระหว่างกันอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม รัสเซียไม่พอใจบทบาทของยุโรปในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากขัดขวางการเจรจา และกล่าวโทษรัสเซียเชิงลบอยู่เสมอ ด้านประธานาธิบดียูเครนให้ความเห็นว่าการเจรจาเป็นขั้นตอนที่เป็นประโยชน์ แต่ยอมรับว่ายังมีหลายประเด็นที่เป็นความท้าทายและรัฐบาลยูเครนต้องเจรจาอย่างระมัดระวัง เพราะประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ คือ อธิปไตยเหนือดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน การเจรจา 3 ฝ่ายเพื่อหาแนวทางยุติสงครามในยูเครนจะจัดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3 มีความเป็นไปได้ที่จะจัดการเจรจาที่สหรัฐฯ แต่ยังไม่ได้กำหนดการที่ชัดเจน ทั้งนี้ สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะครบรอบ 4 ปีใน…

สปป.ลาว-เวียดนามกระชับความร่วมมือรอบด้าน

ความสัมพันธ์ระหว่าง สปป.ลาวและเวียดนามมีแนวโน้มใกล้ชิดและแน่นแฟ้นมากขึ้นในทุกมิติ หลังจากเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และนายกรับมนตรีเวียดนาม เยือน สปป.ลาวอย่างเป็นทางการ พร้อมคณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาล เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเพิ่มพูนความร่วมมือทั้งด้านการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เศรษฐกิจ และการลงทุนในโครงการที่สำคัญต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาของ 2 ประเทศ นอกจากนี้ ผู้นำระดับสูงของทั้ง 2 รัฐบาล ได้แสดงการสนับสนุนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระหว่างกัน ตลอดจนแสดงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเมืองของพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ที่ผ่านมา สปป.ลาวและเวียดนามมีประวัติศาสตร์ร่วมกัน โดยมีบทบาทของพรรคคอมมิวนิสต์เป็นจุดเชื่อมโยง ในครั้งนี้ ผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาวได้ใช้ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดในอดีตเป็นรากฐานในการขยายความร่วมมือระหว่างกันต่อไปในอนาคต โดยในพิธีต้อนรับ พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และนายกรัฐมนตรีของเวียดนามอย่างเป็นทางการนั้น นายทองลุน สีสุลิด เลขาธิการพรรคและประธานาธิบดี สปป.ลาว ย้ำว่า พรรค ภาครัฐ และภาคประชาชน สปป.ลาว จะทำทุกวิถีทางเพื่อร่วมมือกับพรรค รัฐ และประชาชนเวียดนามที่เป็นเหมือนพี่น้อง เพื่อปกป้องและเสริมสร้างมิตรภาพอันยิ่งใหญ่และความสามัคคีพิเศษที่อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ของเวียดนาม กับอดีตประธานาธิบดีไกสอน พมวิหาน รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีสุพานุวง ได้วางรากฐานไว้ สะท้อนว่าความร่วมมือในอดีตยังคงมีผลต่อความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป.ลาวและเวียดนาม ผลการเยือนครั้งนี้เป็นผลดีต่อทั้ง 2 ประเทศ โดย…

เกิดการชุมนุมคัดค้านประธานาธิบดีอิสราเอลเยือนออสเตรเลีย

ชาวออสเตรเลียจำนวนมากคัดค้านกรณีรัฐบาลเชิญและจะต้อนรับประธานาธิบดี Isaac Herzog ของอิสราเอลจะเยือนออสเตรเลียระหว่าง 8-12 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเริ่มรวมตัวกันเตรียมจัดการชุมนุมประท้วงคัดค้านเพื่อกดดันรัฐบาลให้ยกเลิกคำเชิญ เปลี่ยนท่าทีต่ออิสราเอล รวมทั้งสถานการณ์ในฉนวนกาซา โดยเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า กลุ่มผู้สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในออสเตรเลีย นำโดยองค์กร Palestine Action Group เริ่มการชุมนุมแล้วตั้งแต่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 และวางแผนจะรวมตัวกันที่เมืองซิดนีย์ใน 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อคัดค้านการเยือนออสตรเลียของประธานาธิบดี Herzog นอกจากนี้ มีรายงานว่านักเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในออสเตรเลีย รวมทั้งสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน เรียกร้องให้รัฐบาลสั่งควบคุมตัวประธานาธิบดี Herzog เพื่อสอบสวนคดีก่ออาชญากรรมสงครามและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ รัฐบาลออสเตรเลียพยายามควบคุมการชุมนุมดังกล่าว เพราะผู้นำออสเตรเลียเชิญประธานาธิบดี Herzog ด้วยตนเอง หลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในช่วงเทศกาล Hanukkah ของชาวยิวที่หาดบอนดี เมื่อ ธันวาคม 2568 อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมและสั่งห้ามการชุมนุมประท้วง รวมทั้งการขยายประกาศมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสั่งห้ามการชุมนุมประท้วงได้ ยิ่งทำให้ชาวออสเตรเลียไม่พอใจ โดยวิจารณ์ว่าการควบคุมการชุมนุมโดยสันติขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าออสเตรเลียควบคุมตัววัยรุ่นชาวออสเตรเลีย เนื่องจากสืบทราบว่าข่มขู่คุกคามผู้นำอิสราเอลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากควบคุมการชุมนุม…

ทั่วโลกกังวลกรณีข้อตกลงนิวเคลียร์สหรัฐฯ-รัสเซียจะหมดอายุ

สหประชาชาติ (UN) เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2569 แสดงความกังวลกรณีข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย หรือ New START (Strategic Arms Reduction Treaty) จะหมดอายุใน 5 กุมภาพันธ์ 2569 หากทั้ง 2 ประเทศไม่เจรจาต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว อาจทำให้เกิดการสะสมอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้น ไม่เป็นผลดีต่อการรักษาบรรยากาศความมั่นคงและสันติภาพ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงที่โลกจะเผชิญสงครามอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ ข้อตกลง New START จัดทำขึ้นเมื่อปี 2553 สาระสำคัญคือกำหนดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ที่ทั้งสหรัฐฯ และรัสเซียต้องลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน รวมทั้งกำหนดจำนวนการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ ปัจจุบันผู้แทนของรัสเซียระบุว่าพยายามเสนอการเจรจาทำข้อตกลงใหม่หรือต่ออายุข้อตกลงดังกล่าวกับสหรัฐฯ แล้ว โดยเสนอต่ออายุข้อตกลงออกไปอีก 12 เดือน แต่ฝ่ายสหรัฐฯ ยังไม่ตอบรับ ข้อตกลง New START จัดทำขึ้นเมื่อปี 2553 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และอดีตประธานาธิบดี นายดมิทรี เมดเวเดฟ ซึ่งเป็นอดีตผู้นำรัสเซียที่มีความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำของรัสเซียคนปัจจุบัน…