รัฐบาลจีนเผยแพร่สมุดปกขาวในประเด็นธรรมาภิบาล

รัฐบาลจีนเผยแพร่สมุดปกขาว เรื่อง More Just and Equitable Global Governance: China’s Principles, Proposals and Actions เมื่อ 17 มิถุนายน 2569 ให้ความสำคัญกับปัญหาของโลกในปัจจุบันที่กำลังเผชิญความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การกีดกันทางการค้า และการใช้อำนาจข่มขู่ ซึ่งทำลายหลักนิติธรรมสากล ระบบธรรมาภิบาลโลกที่นำโดยสหประชาชาติ (UN)  จึงจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูป เพื่อลดการผูกขาดอำนาจและเปิดโอกาสให้กลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) มีสิทธิและเสียงในเวทีโลกมากขึ้น จีนได้เสนอทางออกที่เรียกว่า “ข้อริเริ่มด้านธรรมาภิบาลโลก” (Global Governance Initiative – GGI) เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตโลก โดยยึดหลักการ 5 ประการ ได้แก่ 1) ความเสมอภาคแห่งอำนาจอธิปไตย ทุกประเทศไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ต้องได้รับการเคารพและมีสิทธิเท่าเทียมกัน 2) หลักนิติธรรมระหว่างประเทศ ใช้การบังคับใช้กฎหมายและกฎบัตร UN อย่างเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ 3) พหุภาคีนิยม ต่อต้านการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และสนับสนุนให้ UN เป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหาร่วมกัน…

อิหร่านยังต้องการอำนาจบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ

อำนาจในการบริหารจัดการแล่นเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นความต้องการของอิหร่าน และจะยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวในการเจรจาทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านยืนยันอำนาจดังกล่าว เมื่อ 22 มิถุนายน 2569 โดยนายมุฮัมมัด บากิร กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านแสดงจุดยืนของอิหร่านดังกล่าว หลังเสร็จสิ้นการเจรจาครั้งที่ 1 ที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่ก็จะหารือกับโอมานที่อยู่ตรงข้ามกับอิหร่าน เพื่อร่วมมือกันในประเด็นนี้ อย่างไรก็ดี อิหร่านยืนยันว่าจะปฏิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพในช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในภูมิภาคและระดับโลก แต่จะไม่กลับไปสู่รูปแบบเดิมก่อนเกิดสงคราม เพราะอิหร่านจะมีอำนาจในการบริหารจัดการ ซึ่งขณะนี้นายกอลีบาฟ และนายอับบาส อะราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้เดินทางไปยังกรุงมัสกัต โอมาน เพื่อหารือกับผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโอมานเกี่ยวกับมาตรการร่วมกันเพื่อรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสหรัฐฯ ก็พยายามล็อบบี้ประเทศในภูมิภาคเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยนายมาโค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คูเวต และบาห์เรน ระหว่าง 23–25 มิถุนายน 2569 เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค รวมทั้งให้มีจุดยืนสอดคล้องกับแนวทางใหม่ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน รวมถึงการประสานงานด้านความมั่นคงทางทะเล และการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเฉพาะการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน (MOU) และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความอ่อนไหวในประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ที่อิหร่านต้องการอำนาจบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ อาจ ทำให้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ…

อินโดนีเซีย และเวียดนามจะใช้ AI เพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) กำลังถูกใช้ในทุกภาคส่วนทั้งเอกชน รัฐบาล หรือระดับบุคคล สำหรับในภาครัฐ หลาย ๆ ประเทศมีการวางยุทธศาสตร์และดำเนินการตามแผนในการใช้ AI มาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อินโดนีเซีย และเวียดนามเป็นสองประเทศในอาเซียนที่รัฐบาลประกาศในช่วง มิถุนายน 2569 ว่า มีแผนจะใช้เทคโนโลยี AI อย่างแข็งขัน กฎหมายเกี่ยวกับแผนจะใช้เทคโนโลยี AI ในการพัฒนาประเทศ ที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียกำลังจะลงนาม เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งนอกจากมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศแล้ว อินโดนีเซียยังคาดว่าเทคโนโลยี AI  จะช่วยเพิ่มมูลค่า GDP ได้ 366,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 12 ภายในปี 2573 รวมทั้งได้กำหนดให้หน่วยงานกลางและท้องถิ่นนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในระหว่างปี  2569-2572 บริษัท Big Tech ในอินโดนีเซียได้ให้ความร่วมมือในการร่างแผนข้างต้นของรัฐบาลอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน เช่น Meta IBM และ Microsoft  นอกจากนี้ ในแผนจะใช้เทคโนโลยี AI ของรัฐบาลอินโดนีเซียยังจะมีข้อเสนอต่าง…

การหารือทางเทคนิคระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังเดินหน้า

การหารือทางเทคนิคระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังเดินหน้าต่อไป ตลอดทั้งสัปดาห์ที่รีสอร์ทบนภูเขาซึ่งเป็นของกาตาร์ หลังจากการเจรจาระดับสูงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MoU) แห่งอิสลามาบัด ครั้งที่ 1 ซึ่งมีปากีสถานและกาตาร์ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย เมื่อ 21 มิถุนายน 2569 ที่เมือง Buergenstock สวิตเซอร์แลนด์ สิ้นสุดลง แต่การเจรจาเพื่อทำข้อตกลงก็ยังมีความอ่อนไหว จากที่อิสราเอลต้องยุติการรุกรานเลบานอนโดยทันที พร้อมกับคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่โพสต์ข้อความข่มขู่อิหร่านด้วยการจะโจมตี หากการเจรจาไม่ได้ข้อตกลง การเจรจารอบแรก ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบโรดแมปไปสู่การบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน ขณะที่การเจรจาทางเทคนิคจะดำเนินต่อไป  ด้านนายอับบาส อะรากชี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า การไกล่เกลี่ยของกาตาร์และปากีสถานนำไปสู่ “ความคืบหน้าครั้งสำคัญ” ในการยุติสงครามในเลบานอน พร้อมเปิดเผยว่า ผลการเจรจานำไปสู่การยกเลิกข้อจำกัดต่อการส่งออกน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของอิหร่าน การยกเลิกมาตรการปิดล้อมบางส่วน การปลดล็อกทรัพย์สินอิหร่านบางส่วนที่ถูกอายัดไว้ การเริ่มต้นแผนฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่สำหรับอิหร่าน  แต่นายอับบาส อะรากชีย้ำว่า บททดสอบสำคัญ คือ การดำเนินการตามข้อตกลงเพื่อลดความขัดแย้งในเลบานอน ทั้งนี้ นาย Danny Danon เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ (UN) ให้สัมภาษณ์เมื่อ…

แนวโน้มของตลาดโลหะโลกจากบทวิเคราะห์ของ S&P Global

S&P Global องค์กรชั้นนำของโลกด้านข้อมูลทางการเงิน การวิเคราะห์ตลาด และการจัดอันดับเครดิต (Credit Ratings) เมื่อต้น มิถุนายน 2569 เผยแพร่บทวิเคราะห์ที่กำลังเป็นกระแสที่น่าสนใจ และการที่ประเทศต่าง ๆ ต้องเตรียมรับมือ เรื่อง How Geopolitical Shifts are Reshaping Metals Markets ซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวโน้มของตลาดโลหะว่ากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน และความต้องการเชิงโครงสร้าง ในเรื่อง How Geopolitical Shifts are Reshaping Metals Markets ประเด็นที่ S&P Global วิเคราะห์ไว้เชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตร์โลก เฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มตั้งแต่ปลาย กุมภาพันธ์ 2569 ว่า หากความกังวลเรื่องสงครามลดลง รวมถึงการหยุดยิงในอ่าวเปอร์เซีย จะทำให้ราคาของโลหะอุตสาหกรรมที่สูงขึ้นจาก ปรับตัวลดลง เช่น ราคาทองแดง และแร่เงิน  ขณะที่แร่เงินมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่าทองคำ หากเกิดสันติภาพที่ยั่งยืน เนื่องจากแร่เงินมีความต้องการใช้งานจริงรองรับอย่างแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด สำหรับความต้องการทองแดงในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างมาก จากการมุ่งสู่พลังงานสะอาดทั่วโลก…

การลงทุนด้าน AI  และผลกระทบต่อตลาดแรงงานในปี 2569

S&P Global องค์กรชั้นนำของโลกด้านข้อมูลทางการเงิน การวิเคราะห์ตลาด และการจัดอันดับเครดิต (Credit Ratings) เผยแพร่รายงาน เรื่อง The AI and labor landscape 2026 เมื่อ 2 มิถุนายน 2569 เกี่ยวกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) และผลกระทบต่อตลาดแรงงานในปี 2569 โดยชี้ให้เห็นว่า องค์กรส่วนใหญ่นำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน และเพิ่มผลิตภาพของพนักงาน โดยมีเพียง ร้อยละ 24 เท่านั้นที่ตั้งเป้าหมายหลักเพื่อลดจำนวนพนักงาน การปรับลดพนักงานจึงเป็นเพียงผลพลอยได้ มากกว่าจะเป็นจุดประสงค์หลักของการลงทุนด้าน AI สายงานที่ได้รับผลกระทบ และได้โอกาสจากเทคโนโลยี AI  เช่น มีการเลิกจ้าง และลดบทบาทในสายงานธุรการ บริการลูกค้า การผลิต และการแปลภาษา แต่ในขณะเดียวกันก็มีการสร้างงานใหม่เพื่อรองรับ AI เช่น งานด้านไอที ซอฟต์แวร์ และการจัดการข้อมูล ขณะที่ขนาดของธุรกิจ เช่น  ธุรกิจ SMEs…

เมียนมาจัดการประชุม Mekong Tourism Forum ประจำปี 2569

เมียนมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง โดยจัดการประชุม Mekong Tourism Forum ประจำปี 2569 ที่เมืองย่างกุ้ง เมื่อ 17 มิถุนายน 2569  การประชุมดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ผู้กำหนดนโยบายและกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจาก 6 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ เมียนมา ไทย สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน ซึ่งทั้ง 6 ประเทศเป็นสมาชิกกรอบ Greater Mekong Subregion หรือ GMS สำหรับการประชุมครั้งนี้กำหนดธีม คือ “Tourism for People, Travel with Purpose” ที่เน้นให้ชุมชนได้ประโยชน์สูงสุดจากการเปิดรับนักท่องเที่ยว และกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยไม่ได้วัดเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยว แต่พิจารณาจากความเป็นอยู่ของชุมชนที่ดีขึ้น และธุรกิจขนาดเล็กได้ประโยชน์ การประชุมดังกล่าวสะท้อนว่ากลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยยังคงมีแนวคิดจะเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบเพื่อให้เอื้อต่อการขยายธุรกิจ กิจกรรม และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคร่วมกัน นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังสะท้อนว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของทั้ง 6 ประเทศ สำหรับผลลัพธ์การประชุม  สมาชิกเห็นพ้องจะสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมียนมา ให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของภูมิภาค พร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมาตรการต่าง…

บรรยากาศการเมืองมาเลเซีย ก่อนการเลือกตั้งในรัฐยะโฮร์

บรรยากาศการเมืองภายในมาเลเซียเข้มข้นขึ้นก่อนการเลือกตั้งในรัฐยะโฮร์ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐยะโฮร์จำนวน 56 ที่นั่งใน 11 กรกฎาคม 2569 การเลือกตั้งระดับรัฐมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางการเมืองและเสถียรภาพของรัฐบาล เนื่องจากเป็นรัฐบาลผสมที่มาจากพรรคร่วม หรือ กลุ่มพันธมิตรแห่งความหวัง (PH) ขณะที่นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซีย เผชิญกระแสวิจารณ์ว่าไม่สามารถรักษาเอกภาพระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลได้ แม้ว่าจะยืนยันเมื่อ พฤษภาคม 2569 ว่าพรรคร่วมรัฐบาลมาเลเซียยังมีเอกภาพ แต่ยังมีรายงานว่า กรณีกลุ่มแนวร่วมแห่งชาติ (BN) ประกาศว่าจะส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งในการเลือกตั้งรัฐยะโฮร์ โดยไม่ร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งที่ BN ก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้กลุ่ม PH บางส่วนไม่พอใจ และเชื่อว่ากลุ่ม BN พยายามแยกตัวออกไปเพื่อขยายอำนาจทางการเมือง สะท้อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมาเลเซียเปราะบางมากขึ้น สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจรายงานความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมาเลเซียในช่วงก่อนการเลือกตั้งในรัฐยะโฮร์ ซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากเป็นฐานเสียงของกลุ่ม BN และพรรคอัมโน (UMNO) คู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญของพรรครัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมทั้งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่อาจเอื้อต่อการสร้างผลงานทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งระดับชาติที่จะมีขึ้นในปี 2571 ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของนักการเมืองมาเลเซียปัจจุบัน คือ การแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อระบบพันธมิตรทางการเมือง วิจารณ์นโยบายของรัฐบาล และการใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างคะแนนนิยมและบั่นทอนภาพลักษณ์ของคู่แข่ง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองมาเลเซียอธิบายบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันว่าเป็น “โรงละคร” ที่นักการเมืองจะใช้อุดมการณ์ ถ้อยแถลงแสดงจุดยืนทางการเมืองชัดเจน และทำทุกวิธีการเพื่อโน้มน้าวประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่นักการเมืองจะเจรจาและตกลงผลประโยชน์ตามความเป็นจริง…

ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศ

นายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 17  มิถุนายน 2569 ว่า ญี่ปุ่นต้องเพิ่มงบประมาณและขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายด้านความมั่นคงในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนความร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศหุ้นส่วนที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน เพื่อสร้างมาตรการป้องปรามภัยคุกคามหลายชั้น (multi-layered deterrence) ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นมีขึ้นในช่วงที่นานาชาติ โดยเฉพาะจีนและเกาหลีเหนือ ให้ความสนใจและติดตามพัฒนาการนโยบายความมั่นคงและการทหารของญี่ปุ่น พร้อมวิจารณ์ว่าญี่ปุ่นต้องการกลับไปใช้นโยบายแข็งกร้าว ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อภูมิภาค รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าญี่ปุ่นแก้กฎหมายให้เอื้อต่อการค้าขายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง โดยได้รับความสนใจจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร รวมทั้งฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ดังนั้น การเปลี่ยนนโยบายของญี่ปุ่นอาจทำให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธในภุมิภาค ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการรักษาบรรยากาศความมั่นคงและสันติภาพระหว่างประเทศ การปรับตัวของญี่ปุ่นที่น่าติดตามในอนาคต คือ ความพยายามผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 9 ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันสนับสนุน แต่เผชิญกระแสต่อต้านจากนักการเมืองและประชาชนบางส่วนที่มีมุมมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว อาจทำให้ญี่ปุ่นตกอยู่ในอันตราย เสี่ยงเผชิญสงคราม ที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญ มาตรา 9 ของญี่ปุ่นเป็นหลักการสำคัญที่ห้ามรัฐบาลเข้าร่วมสงครามและตั้งกองทัพ ทำให้ปัจจุบันญี่ปุ่นมีกองกำลังป้องกันตนเอง ซึ่งมีบทบาทจำกัดเพื่อปกป้องประเทศตนเองเท่านั้น

สหรัฐฯ เปิดเผยเนื้อหา MoU ยุติสงครามกับอิหร่าน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ​ และประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อ 17 มิถุนายน 2569 ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU เบื้องต้น ร่วมกัน โดยใช้การลงนามแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยุติสงคราม พร้อมกันนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายระบุว่าข้อตกลงตาม MoU มีผลบังคับใช้ทันที สำหรับสาระสำคัญในข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯ เป็นฝ่ายเปิดเผย ขณะที่อิหร่านยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ ได้แก่ อิหร่านต้องไม่พัฒนาหรือจัดหาอาวุธนิวเคลียร์ การหยุดยิงและยุติการสู้รบในทุกสมรภูมิทันที รวมทั้งในเลบานอน  และเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยตามปกติ โดยสหรัฐฯ จะถอนกองเรือที่ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน ควบคู่กับยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออุตสาหกรรมพลังงานอิหร่าน และจะตั้งกองทุนร่วมกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่านด้วย มูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื้อหาใน MoU เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยุติปฏิบัติการทางทหารระหว่างกันทันที จะเคารพอธิปไตยระหว่างกัน ไม่แทรกแซงสถานการณ์การเมืองภายใน จะเจรจากันต่อไปเป็นระยะเวลา 60 วันเพื่อให้บรรลุข้อตกลงที่ชัดเจน สหรัฐฯ จะถอนกองเรือที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน และระหว่างนั้นจะเปิดเส้นทางเดินเรือทันที โดยกำหนดว่าจำนวนเรือที่จะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะอยู่ระดับเดียวกันกับช่วงก่อนสงคราม ซึ่งอิหร่านจะต้องไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง จนกว่าจะเจรจากับโอมาน ซึ่งเป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์ติดกับช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน นอกจากนี้…