ความหวังในการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านยังลางเลือน

การหาทางออกเพื่อยุติยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเกิดขึ้น ทั้งในกรอบสหประชาชาชาติ (UN)  ระดับบุคคล และจากการเสนอจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ทางออกทั้งหมดดังกล่าวในขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้ ขณะที่ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล เพื่อโจมตีอิหร่าน ภายใต้รหัส “Epic Fury”ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยังได้รับการตอบโต้จากอิหร่านอย่างเข้มข้น โดยมีเป้าหมายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในหลายประเทศในตะวันออกกลาง เช่น อิสราเอล บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสใช้กรอบ  UN เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดการประชุมฉุกเฉินกรณีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยประธานาธิบดีมาครง ต้องการให้อิหร่าน เข้าสู่การเจรจา แต่ก็เห็นว่าชาวอิหร่านควรมีสิทธิกำหนดอนาคตของตนเองอย่างเสรี  ซึ่ง UNSC ก็จัดประชุมวาระฉุกเฉินในวันเดียวกัน  และนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN ได้แถลงในที่ประชุมประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงการตอบโต้ของอิหร่าน อย่างไรก็ดี ตัวแทนสหรัฐฯ และอิหร่านก็ตอบโต้กันอย่างรุนแรงในระหว่างการชี้แจงต่อ UNSC การเสนอให้มีการเจรจา…

ท่าทีประเทศในเอเชีย ตอ.ต. ต่อกรณีสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน

อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการชิงโจมตีก่อน (preemptive strike) เพื่อขจัดภัยคุกคามต่ออิสราเอล โดยเป็นปฏิบัติการร่วมกันระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางอย่างเข้มข้น และต่อเนื่อง แนวโน้มการปฏิบัติการทางทหารน่าจะยืดเยื้อ หากพิจารณาคำให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ The New York Times เมื่อ 1 มีนาคม 2569 ว่า กระบวนการการปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินต่อไป 4-5 สัปดาห์ หรืออาจยุติเร็วกกว่านั้น แต่ก็พร้อมจะเจรจากับอิหร่าน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงท่าทีต่อการปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลภายใต้รหัส “Epic Fury” ไปในทิศทางเดียวกันที่กังวลอย่างมากกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจะติดตามความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมต้องการกลับเข้าสู่เจรจาระหว่างกัน และปฏิบัติตามระเบียบระหว่างประเทศ พร้อมกับมีคำแนะนำให้ประชาชนของตนในอิหร่าน และประเทศในตะวันออกกลาง ระมัดระวังตัวมากขึ้น พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนในประเทศของตนติดต่อได้ตลอดเวลา และให้หลีกเลี่ยงเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง เวียดนามนอกจากเตือนประชาชนแล้ว ยังสั่งการให้หน่วยงานทั้งใน และเจ้าหน้าที่ของเวียดนามที่ปฏิบัติการในต่างประเทศร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการให้ความปลอดภัยแก่ชาวเวียดนามในต่างประเทศ ทั้งนี้เวียดนามยืนยันว่าชาวเวียดนามในอิหร่านและอิสราเอลปลอดภัย เช่นเดียวกับกัมพูชาระบุว่าประชาชนของตนในภูมิภาคยังคงปลอดภัยเช่นกัน  ขณะที่มีรายงานการเสียชีวิตของสตรีชาวฟิลิปปินส์ที่ไปทำงานเป็นผู้ดูแลคนไข้ จากขีปนาวุธของอิหร่านที่ยิงไปยังกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล สำหรับสิงคโปร์ให้ความสำคัญด้านความมั่นคงในประเทศ ด้วยการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบความปลอดภัยการเข้าประเทศทั้ง บุคคล ยานพาหนะ…

กัมพูชาต้องการจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้น ในปี 2569

กัมพูชากำลังดำเนินการหลายช่องทาง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปท่องเที่ยวกัมพูชามากขึ้นในปี 2569 หลังจากมีการประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงเป็นผลจากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกไม่ปลอดภัยจากการที่กัมพูชาเป็นประเทศที่เป็นฐานของอาชญากรรมออนไลน์ หรือแก๊งสแกมเมอร์ ประกอบกับเกิดความขัดแยังบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ เมื่อปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปกัมพูชาลดลง ร้อยละ 17 เหลือประมาณ 5.5 ล้านคน  สร้างรายได้ให้ประเทศ ประมาณ 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กัมพูชาต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้มาท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งเมื่อปี 2568 สูงเป็นอันดับ 2 รองจากเวียดนาม โดยต้องการให้รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นหนึ่งใน 4 เสาหลัก อีก 3 เสาหลัก ได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้าและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การเกษตร รวมทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง สำหรับช่องทางที่กัมพูชาใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน เช่น ยกเว้นวีซ่าให้เป็นเวลา 4 เดือน (15 มิถุนายน-15 ตุลาคม 2569 ) ซึ่งอาจขยายระยะเวลาเพิ่มการยกเว้นวีซ่าอีกได้ นอกจากนี้ ยังสนับสุนให้บริษัทผู้ผลิต China-Cambodia Mobile Film Tour…

ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือจะใช้อาวุธนิวเคลียร์เสริมบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ

นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือย้ำความสำคัญของการครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อค้ำประกันความมั่นคงของประเทศ โดยเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกล่าวในระหว่างเข้าร่วมการประชุมของพรรคแรงงานเกาหลี (Workers’ Party of Korea-WPK) ครั้งที่ 9  และชมการแสดงพาเหรดของกองทัพเกาหลีเหนือที่กรุงเปียงยางว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือจะให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทัพนิวเคลียร์ และระบบขีปนาวุธต่อไป เฉพาะอย่างยิ่งขีปนาวุธที่สามารถปล่อยจากเรือดำน้ำได้ และอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี ซึ่งจะมีขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูง สามารถโจมตีเป้าหมายได้แบบเฉพาะจุด ทั้งนี้ นายคิม จองอึนประกาศให้ชาวเกาหลีเหนือเชื่อมั่นว่า สถานะการเป็นประเทศที่ครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั้นมีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ทำให้สามารถป้องปรามศัตรูและภัยคุกคามได้อย่างดี พร้อมทั้งเชิดชูบทบาทของกองทัพเกาหลีเหนือที่เป็นแกนกลางความมั่นคงของประเทศ ในการแสดงพาเหรดกองทัพเกาหลีเหนือครั้งนี้มีทหารเข้าร่วมมากกว่า 14,000 คน แต่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจกรณีไม่มีการเปิดเผยอาวุธนิวเคลียร์หรือยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากการแสดงพาเหรดกองทัพเกาหลีเหนือที่ผ่านมา ท่าทีดังกล่าวของนายคิม จองอึน เป็นสัญญาณให้นานาชาติตระหนักถึงความมุ่งมั่นของเกาหลีเหนือที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอาวุธ และคาดว่าจะพัฒนาความร่วมมือกับประเทศที่สนับสนุนเกาหลีเหนือต่อไป โดยเฉพาะรัสเซียและจีน นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยังแสดงท่าทีต่อนโยบายต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ เกาหลีเหนือจะไม่เจรจากับเกาหลีใต้เพื่อรวมชาติ ส่วนการเจรจากับผู้นำสหรัฐฯ อาจเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยุติการดำเนินนโยบายที่เป็นภัยคุกคามหรือข่มขู่เกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นายคิม จองอึนยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องเจรจากับสหรัฐฯ ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้ความเห็นต่อท่าทีของเกาหลีเหนือว่าเกาหลีใต้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายที่จะหาแนวทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติ จึงเห็นว่าการสร้าวความเชื่อใจและเคารพระหว่างกันจะเป็นปัจจัยสู่สันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีได้ รัฐบาลจีนแสดงท่าทีที่น่าสนใจต่อการสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี โดยเมื่อ 26…

การปะทะระหว่างอัฟกานิสถานกับปากีสถานบริเวณชายแดน

ความขัดแย้งระหว่างอัฟกานิสถานกับปากีสถานตึงเครียดขึ้น จากกรณีมีรายงานว่าอัฟกานิสถานปฏิบัติการโจตีฐานทัพของปากีสถานครั้งใหญ่เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเน้นทำลายฐานทัพปากีสถานบริเวณชายแดนภาคตะวันออกของประเทศ เพื่อตอบโต้ปากีสถานที่ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในจังหวัด Nangharhar และจังหวัด Paktia ของอัฟกานิสถานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมากกว่า 70 ราย ทั้งนี้ รัฐบาลตอลิบันของอัฟกานิสถานประกาศว่าการปฏิบัติการของปากีสถานละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง สถานการณ์การปะทะทางการทหารและความขัดแย้งระหว่างอัฟกานิสถานกับปากีสถาน ตึงเครียดมากขึ้นตั้งแต่การปะทะทางการทหารที่บริเวณจุดข้ามแดน Durand Line เมื่อ ตุลาคม 2568 ส่งผลให้ทั้ง 2 ประเทศตัดสินใจปิดจุดผ่านแดนดังกล่าว จากนั้นแม้ทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันแล้ว แต่มีรายงานว่าพบการปะทะทางทหารระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีรายงานด้วยว่ารัฐบาลปากีสถานตอบโต้อัฟกานิสถานด้วยการโจมตีทางอากาศในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน พร้อมประกาศว่าเตรียมจะทำสงคราม ขณะเดียวกันก็ชี้แจงว่าฐานทัพปากีสถานไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตี ตามที่รัฐบาลตอลิบันกล่าวอ้าง ความตึงเครียดระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถานมีแนวโน้มจะยืดเยื้อ เสี่ยงรุนแรงและขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากปมความไม่ไว้วางใจระหว่างกัน เพราะปากีสถานเชื่อว่ารัฐบาลตอลิบันในอัฟกานิสถานสนับสนุนกลุ่มตอลิบันในปากีสถาน (TTP) ให้ก่อเหตุร้ายและโค่นล้มรัฐบาล ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศเชื่อว่ากลุ่มตอลิบันในอัฟากานิสถานยังคงอยู่เบื้องหลังและช่วยเหลือกลุ่มตอลิบันในปากีสถาน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง และช่วยรัฐบาลตอลิบันในอัฟกานิสถานปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย Islamic State Khorasan Province ต่อไป

จีน-เยอรมนีขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้า

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนรับนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ของเยอรมนีที่เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ที่กรุงปักกิ่ง เพื่อขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน ทั้งนี้ นานาชาติให้ความสนใจความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศที่เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 และ 3 ของโลก ดังนั้น พัฒนาการความสัมพันธ์จึงอาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจของยุโรปและโลก รวมทั้งการสนับสนุนบทบาทขององค์การสหประชาชาติ (UN) ให้เป็นกลไกกลางค้ำประกันความมั่นคงในระเบียบโลกแบบพหุภาคี ผู้นำจีนใช้โอกาสนี้ย้ำนโยบายสำคัญด้านเศรษฐกิจของจีน ที่เน้นการพัฒนาอย่างสันติ และมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาประเทศให้ทันสมัย โดยพร้อมจะร่วมมือกับเยอรมนี เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจโลกให้เติบโต มีนวัตกรรม เทคโนโลยี และยินดีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกัน ด้านผู้นำเยอรมนี แสดงความยินดีที่ได้เยือนจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมย้ำว่าเยอรมนีให้ความสำคัญกับนโยบายจีนเดียว รวมทั้งพร้อมให้ความร่วมมือกับจีนในฐานหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ต่อไป นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศยังเชื่อว่าการพัฒนาความร่วมมือทวิภาคี จะเป็นผลดีต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหภาพยุโรป (EU) เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลโลก (global governance) ในช่วงเวลาที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และไม่แน่นอนสูง การเยือนจีนครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อบริษัทและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในเยอรมนี ที่มีแนวโน้มจะร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของจีนมากขึ้น มีรายงานว่าการเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีนำคณะผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจรายใหญ่กว่า 30 ราย เดินทางไปพร้อมกันด้วย…

อินเดียเพิ่มความใกล้ชิดอิสราเอล แต่ในประเทศไม่ค่อยพอใจ

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดียเดินทางเยือนอิสราเอลอย่างเป็นทางการเป็นระยะเวลา 2 วัน ระหว่าง 25-26 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือ โดยได้รับความสนใจจากนานาชาติ เนื่องจากปัจจุบัน รัฐบาลอิสราเอลเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติให้ยุติสงครามในฉนวนกาซา และยกเลิกการผนวกดินแดนในเขตเวสต์แบงก์ที่เป็นที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์ อย่างไรก็ตาม ผู้นำอินเดียยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยมุ่งปกป้องและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติมากกว่า จึงไม่สนใจกระแสวิจารณ์จากนานาชาติ และเดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิสราเอล ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการค้า การพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธ และการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม รวมทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของอินเดียในระยะยาว นายกรัฐมนตรีโมดิ ได้รับการต้อนรับอย่างดี โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลเดินทางไปต้อนรับที่ท่าอากาศยานนานาชาติ Ben Gurion จัดพิธีต้อนรับ จากนั้นก็ได้เป็นผู้นำอินเดียคนแรกที่กล่าวถ้อยแถลงต่อสมาชิกสภาอิสราเอล โดยย้ำว่าอินเดียประณามเหตุการณ์โจมตีอิสราเอลเมื่อ ตุลาคม 2566 อินเดียเชื่อว่าอิสราเอลเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ และมีวิสัยทัศน์ร่วมกันด้านการส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่งคั่งของโลก ที่ผ่านมา อินเดียกับอิสราเอลลงนามในความร่วมมือด้านการลงทุนและการค้าทวิภาคี และอินเดียเป็นผู้นำเข้าอาวุธรายใหญ่ของอิสราเอลตั้งแต่ปี 2567 ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและอิสราเอลหลังจากนี้มีแนวโน้มพัฒนาไปในทิศทางที่ดีและใกล้ชิดกันมากขึ้น ที่ผ่านมา ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศเยือนแลกเปลี่ยนกันหลายครั้ง โดยนายกรัฐมนตรีโมดิเคยเยือนอิสราเอลเมื่อปี 2560 ส่วนนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูเยือนอินเดียเมื่อปี 2561 ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้ความสนใจบทบาทและท่าทีของผู้นำอินเดีย เนื่องจากการเยือนอิสราเอลเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณให้นานาชาติเห็นว่าอินเดียมีแนวทางดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นตัวของตัวเองอย่างมาก ไม่สนใจแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจ นอกจากนี้ การที่ผู้นำอินเดียและผู้นำอิสราเอลมีบุคลิกและอุดมการณ์ทางการเมืองที่คล้ายกัน…

อิหร่านจะเจรจากับสหรัฐฯ รอบที่ 3

อิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงใช้แนวทางการทูตเพื่อลดระดับความตึงเครียด จากที่สหรัฐฯ ขู่จะใช้กำลังทหาร และอิหร่านพร้อมโต้กลับ โดยส่งผู้แทนเดินทางไปกรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเจรจาประเด็นข้อตกลงนิวเคลียร์แลกเปลี่ยนกับการลดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเป็นรอบที่ 3 ใน 26 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีผู้แทนจากโอมานเป็นตัวกลางและผู้ประสานงานในการเจรจา สำหรับผู้แทนของอิหร่าน ได้แก่ นาย Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนผู้แทนของโอมาน ได้แก่ นาย Badr Albusaidi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน ขณะผู้แทนของสหรัฐฯ คาดว่าจะเป็นนาย Steve Witkoff ผู้แทนฝ่ายเจรจาและนาย Jared Kushner บุตรเขยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเข้าร่วมการเจรจาทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ได้แก่ การเจรจาที่โอมานเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2569 และการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นาย Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแสดงมุมมองเชิงบวกต่อการเจรจาครั้งนี้ โดยจะยังไม่เปลี่ยนแปลงความมุ่งมั่นของอิหร่านที่ต้องการข้อตกลงที่ยุติธรรมและสมดุล พร้อมยืนยันว่าอิหร่านไม่ได้ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ตามที่สหรัฐฯ กล่าวโทษ ด้านนายมาร์โค รูบิโอ…

เนปาลจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในมีนาคม 2569

ประชาชนชาวเนปาลจำนวนประมาณ 19 ล้านคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งใน 5 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลและคัดค้านการคอร์รัปชันครั้งใหญ่เมื่อ กันยายน 2568 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ นาย Sushila Karki ผู้นำรัฐบาลรักษาการของเนปาลยืนยันว่าจะดำเนินการให้โปร่งใส ยุติธรรม และราบรื่น รวมทั้งพร้อมจะมอบอำนาจทางการเมืองให้รัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งภายในระยะเวลา 6 เดือน สำหรับการเลือกตั้งเนปาลครั้งนี้ เป็นการลงคะแนนในระบบเลือกตั้งแบบผสมผสานตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ การเลือกตั้งแบบ First Past The Post (FPTP) จำนวน 165 ที่นั่ง และการเลือกตั้งแบบสัดส่วน หรือ Proportional Representation (PR) จำนวน 110 ที่นั่ง รวมเป็นการเลือกผู้แทนจำนวน 275 ที่นั่งในสภา ซึ่งการเลือกตั้งแบบผสมผสานนี้ทำให้พรรคการเมืองเผชิญความท้าทายในการชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย ที่น่าสนใจ คือ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งมากกว่า 3,400 คน และจำนวนมากกว่า 1,000 คนเป็นบุคคลที่มีอายุต่ำว่า 40 ปี สะท้อนว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุต่ำว่า 40…

คิวบายิงสกัดเรือที่มาจากรัฐฟลอริดา

สถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคละตินอเมริกาในปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับบทบาทและการดำเนินนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กลับไปให้ความสำคัญกับภูมิภาคละตินอเมริกาเป็นอันดับแรก ล่าสุดมีรายงานกรณีหน่วยความมั่นคงคิวบา ปฏิบัติการเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ยิงสกัดเรือเร็วจำนวน 1 ลำที่ติดป้ายทะเบียนของรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เนื่องจากเรือเร็วดังกล่าวเดินทางเข้าพื้นที่น่านน้ำของคิวบาอย่างผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ผู้โดยสารจากเรือเร็วดังกล่าวยิงใส่เรือของเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงคิวบาก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตอบโต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 ราย เป็นบุคคลสัญชาติคิวบาที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ หน่วยงานคิวบาที่มีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการครั้งนี้ คือ หน่วยลาดตระเวนชายฝั่งและชายแดน ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลคิวบาให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับสหรัฐฯ ค่อนข้างตึงเครียด จนทำให้รัฐบาลคิวบาวิตกว่าสหรัฐฯ อาจพยายามแทรกแซงกิจการภายในและการเมืองคิวบา เหมือนปฏิบัติการในเวเนซุเอลา กระทรวงมหาดไทยคิวบาระบุว่าผู้โดยสารเรือเร็วดังกล่าวพยายามลักลอบเดินทางเข้าคิวบา เพื่อเตรียมปฏิบัติการแทรกซึมก่อนก่อเหตุร้ายในมาตุภูมิคิวบา เพราะจากการตรวจสอบเรือดังกล่าวพบว่ามีอาวุธปืน กระสุนปืน และเสื้อเกราะจำนวนมาก ปัจจุบัน รัฐบาลและหน่วยความมั่นคงคิวบาเร่งสืบสวนกรณีดังกล่าว ขณะที่สหรัฐฯ ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการสืบสวนอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยอัยการสูงสุดของรัฐฟลอริดาประกาศว่าจะตั้งทีมสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน เนื่องจากไม่เชื่อมั่นในกระบวนการสืบสวนและข้อมูลของรัฐบาลคิวบา ที่อาจใช้เหตุการณ์นี้กล่าวโทษสหรัฐฯ ขณะที่นายมาร์โค รูบิโอ ยืนยันระหว่างการเข้าร่วมประชุม Caribbean Community (CARICOM) ที่สหพันธรัฐเซนต์คิตส์และเนวิส ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และให้ความเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน…