อาเซียนกำลังปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์สำหรับอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ
อาเซียนกำลังปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตมูลค่าสูงสำหรับอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งเป็นบทวิเคราะห์ของสถาบัน International Institute for Strategic Studies (IISS) สถาบันวิจัยและคลังสมองชั้นนำของโลกด้านความมั่นคง เรื่อง ASEAN’s critical minerals and industrial-upgrade dilemma โดยเผยแพร่เมื่อ 5 มิถุนายน 2569 อาเซียนกำลังปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตมูลค่าสูงสำหรับอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ เนื่องจากประเทศสมาชิก เฉพาะอย่างยิ่งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งมีทรัพยากรแร่ธาตุ (เช่น นิกเกิล ดีบุก ทองแดง และแร่หายาก) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก อาเซียนมีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านบทบาทจากการเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบต้นน้ำ (Upstream) ไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถในอุตสาหกรรมการแปรรูปและการผลิตขั้นปลายน้ำ (Downstream) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พลังงานหมุนเวียน และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้มีการกำหนดแผนปฏิบัติการความร่วมมือด้านแร่ธาตุของอาเซียน ปี 2569-2573 เพื่อส่งเสริมการบูรณาการในระดับภูมิภาค แม้อาเซียนจะมีโอกาส และมีเป้าหมายที่ชัดเจนข้างต้น แต่ก็เผชิญความท้าทาย และข้อจำกัด ได้แก่ การต้องพึ่งพาทางเทคโนโลยีและกลุ่มทุนข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งจากจีน เนื่องจากการยกระดับสู่ห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้นต้องอาศัยเทคโนโลยีการแปรรูปขั้นกลาง ซึ่งปัจจุบันจีนครอบครองกำลังการกลั่นแร่หายากกว่า ร้อยละ…











