จีนและสหรัฐฯ ได้ผลประโยชน์ร่วมกันกรณีน้ำมัน

จีนและสหรัฐฯ มหาอำนาจใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลก แม้จะมีความขัดแย้งกัน และช่วงชิงการเป็นมหาอำนาจของโลก แต่หากเป็นผลประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับก็จะมีความร่วมมือกัน ซึ่งในกรณีที่จีนจะกลับมาซื้อน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังจากยุติไปเมื่อต้นปี 2568 จากความขัดแย้งทางการค้าเป็นตัวอย่างหนึ่งเช่นกันที่จีนได้ทั้งพลังงาน และยังรักษาอิทธิพลได้ในภูมิภาคเอเชีย หากจีนสามารถกลับไปส่งออกพลังงานให้ประเทศในภูมิภาคได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง ในเมษายน 2569 น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐฯ กำลังเตรียมการขนส่งไปยังจีน โดยเฉลี่ยประมาณ 600,000 บาร์เรล/วัน ทั้งนี้ จีนไม่ได้ขาดแคลนพลังงานมากจนอยู่ในระดับวิกฤต แต่การนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางไม่ค่อยราบรื่น จากที่เกิดความขัดแย้งในตั้งแต่ เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และไม่สามารถนำเข้าจากเวเนซุเอลาที่สหรัฐฯ เข้าไปบริหารจัดการน้ำมันตั้งแต่ 3 มกราคม 2569  จีนจึงต้องวางแผนการใช้มีพลังงานใช้ประเทศอย่างเพียงพอ เช่น ระงับการส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซล เชื้อเพลิงเครื่องบิน เมื่อ 11 มีนาคม 2569 ยกเว้นบางประเทศที่เผชิญวิกฤต จีนยังส่งออกให้แต่มีปริมาณจำกัด เช่น เวียดนาม และฟิลิปปินส์ การที่จีนสามารถรื้อฟื้นการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ…

วิกฤตน้ำมันโลกขึ้นอยู่กับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์   

สมาชิก OPEC+ 8 ประเทศ (ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน) ตกลงกันในที่ประชุม เมื่อ 5 เมษายน 2569 ว่า ในห้วงพฤษภาคม 2569 สมาชิก 8 ประเทศจะเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมัน  206,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันที่หายไปจากตลาดพลังงานโลก  ที่ประชุมยังเห็นว่าความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำมันและก๊าซ ต้องใช้เวลาพอสมควรในการฟื้นตัว และให้ความสำคัญต่อความมั่นคงทางทะเลที่เป็นเส้นทางขนส่งพลังงานโลก ซึ่งได้แก่ ช่องแคบฮอร์มุซ การเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมัน  206,000 บาร์เรลต่อวันของสมาชิก OPEC+ 8 ในห้วงพฤษภาคม 2569 และการปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรองของสมาชิกทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ก่อนหน้านี้ จำนวน 400 ล้านบาร์เรล อาจไม่ช่วยผ่อนคลายวิกฤตพลังงานโลกได้มากนัก เพราะราคาตลาดพลังงานโลกในห้วงนี้ และต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขึ้นอยู่กับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มากกว่านโยบายการเพิ่มการผลิต เพราะการเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน และโจมตีแหล่งพลังงานกันไปมาระหว่างอิหร่านกับพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางทำให้การไหลเวียนของพลังงานของโลกได้รับผลกระทบ ทบวงพลังงานระหว่างประเทศประเมินว่า น้ำมันดิบของโลกเมื่อ มีนาคม…

เมษายน 2569 เดือนแห่งวิกฤตพลังงาน : เตรียมรับมือ

ไทยและทุกประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางต้องเตรียมรับมือกับการขาดแคลนน้ำมันดิบที่จะมาจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่ในห้วง เมษายน 2569 จะรุนแรงขึ้น ซึ่งรัฐบาลควรชี้แจงประชาชนในประเทศให้เข้าใจถึงปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อราคาพลังงาน หรือในขั้นรุนแรงอาจจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนเป็นบางช่วง  รวมทั้งอาจต้องร่วมมือกันประหยัดพลังงาน หากมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาเพิ่มเติม เพื่อมิให้เกิดกระแสตื่นตระหนกในสังคม จนลุกลามไปจนถึงความขัดแย้งภายในประเทศ นาย Fatih Birol ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency-IEA) ให้สัมภาษณ์ผู้บริหารของ Norges Bank Investment Management เมื่อ 1 เมษายน 2569 ว่า ใน ห้วงเมษายน 2569 จะเป็นเดือนที่เลวร้ายที่สุดจากที่ต้องเผชิญภาวะขาดแคลน จากน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติเหลว และจะมากกว่าวิกฤตที่เผชิญเมื่อ มีนาคม 2569 เป็นสองเท่า รวมทั้งจะเผชิญความความเสียหายมากเพิ่มเป็นสองเท่าเช่นกัน โดยชี้ให้เห็นว่า เมื่อ มีนาคม 2569 ยังมีเรือขนส่งพาณิชย์สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุชได้บ้าง แต่ใน เมษายน 2569 แทบจะไม่มีเลย จากการที่อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ องค์กรระหว่างประเทศกังวลถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากภาวะชงักงันของพลังงานดังกล่าว ที่นับตั้งแต่เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน เมื่อ…

สิงคโปร์แจ้งเตือนประชาชนว่าแนวโน้มภาษีน้ำมันและก๊าซจะเพิ่มขึ้น

ประชาชนของสิงคโปร์จะต้องชำระค่าไฟฟ้าและก๊าซสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 (เมษายน–มิถุนายน) เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลจากต้นทุนเชื้อเพลิง โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง  หน่วยงานด้านพลังงานของสิงคโปร์ระบุว่า การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าและก๊าซในครั้งนี้เป็นเพียงผลกระทบบางส่วนของราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น  และมีแนวโน้มที่จะส่งผลชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลพลังงานของสิงคโปร์ระบุว่า โครงสร้างพลังงานของประเทศมีความพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวในระดับสูง โดยก๊าซธรรมชาติเหลวคิดเป็นประมาณร้อยละ 95 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ และยังเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตก๊าซสำหรับครัวเรือน ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานภายในประเทศมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานโลกอย่างมาก ในเชิงระบบ สิงคโปร์ใช้กลไกการปรับอัตราค่าไฟฟ้าและก๊าซทุก 3 เดือน โดยคำนวณจากต้นทุนเชื้อเพลิงเฉลี่ยในช่วงประมาณ 2–2.5 เดือนก่อนหน้า เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงและลดความผันผวนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ราคาที่ผู้บริโภคจ่ายในปัจจุบันอาจยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในช่วงเวลาปัจจุบันทั้งหมด   โดยเมื่อ 31 มีนาคม 2569 สิงคโปร์ประกาศว่า ในห้วงเมษายน-มิถุนายน 2569 ภาษีน้ำมันและก๊าซที่พักอาศัยจะเพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อน ร้อยละ 2.1 อยู่ที่ 29.72 เซนต์ ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง หน่วยงานพลังงานของสิงคโปร์เตือนเมื่อปลาย มีนาคม 2569 ว่า ราคาพลังงานมีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับสูงในระยะต่อไป เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงสร้างแรงกดดันต่อการผลิตและการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก โดยเฉพาะการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้หน่วยงานยังเตือนว่าผู้บริโภคทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจควรเตรียมรับมือกับต้นทุนพลังงานที่สูงและผันผวนมากขึ้นในระยะข้างหน้า ในด้านมาตรการรับมือ รัฐบาลสิงคโปร์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนะนำให้ประชาชนเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน…

 สปป.ลาวเร่งรับมือกับผลกระทบจากราคาพลังงานสูงขึ้น

สปป.ลาวเป็นได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงาน ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันภายในประเทศพุุ่งสูงขึ้นถึง ร้อยละ 25-30 ซึ่งก่อให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน และทำให้อัตราเงินเฟ้อรวมไปถึงค่าครองชีพของประชาชนปรับตัวสูงขึ้น ตามราคาอาหารและค่าขนส่งที่แปรผันตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น สปป.ลาวจึงได้มีการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานดังกล่าว สำนักงานนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว ได้ออกประกาศมาตรการฉุกเฉินเมื่อ 19 มีนาคม 2569 กำหนดให้มีการปรับการเรียนการสอนในทุกสถาบันการศึกษาทั่วประเทศให้เหลือเพียง 3 วัน/สัปดาห์ พร้อมส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ในหน่วยงานรัฐทุกแห่ง เพื่อลดการเดินทางและประหยัดน้ำมัน และเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางให้กับประชาชนท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่ผันผวนอย่างรุนแรง และยังมีการกำหนดให้มีการเรียนการสอนแบบทางไกลสำหรับสถาบันที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีหากผลกระทบด้านพลังงานยังดำเนินต่อไป กระทรวงโยธาธิการและขนส่งยังเรียกร้องให้หน่วยงานราชการ ภาคธุรกิจ รวมถึงประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะ รถโดยสารประจำทาง รวมถึงใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยจะปรับลดค่าโดยสารสำหรับรถโดยสารไฟฟ้าปรับอากาศและเรียกเก็บค่าโดยสารอัตราเดียว (flat-rate) ที่เที่ยวละ 10,000 กีบ (ประมาณ 15 บาท) ห้วง 23 มีนาคม-30 พฤษภาคม 2569 เช่นเดียวกับนครหลวงเวียงจันทน์ที่ปรับปรุงการเก็บค่าโดยสารเป็นแบบอัตราเดียว นอกเหนือจากนี้ กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมของ สปป.ลาว ยังผลักดันให้กลุ่มเกษตรกรและภาคธุรกิจใช้พลังงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงศึกษาการจัดตั้งคลังสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงทางอาหารในอนาคตด้วย อย่างไรก็ดี เกษตรกร…

แฮกเกอร์ที่อิหร่านสนับสนุนเดินหน้าต่อเป้าหมายสหรัฐฯ  

แฮกเกอร์ที่อิหร่านให้การสนับสนุนยังเดินหน้าปฏิบัติการสงครามไซเบอร์ต่อเป้าหมายสหรัฐฯ โดยมีราย เมื่อ มีนาคม 2569 ขู่จะโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ เมื่อ 12 มีนาคม 2569  กลุ่ม Handala ซึ่งเป็น hacktivist ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ตอบโต้สหรัฐฯ ที่เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โจมตีโรงเรียนในอิหร่าน จนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 160 ราย และในจำนวนดังกล่าวเป็นนักเรียนกว่า 100 ราย ด้วยการขโมย และลบข้อมูลของบริษัท Stryker ซึ่งเป็นผู้ผลิตและให้บริการเทคโนโลยีทางการแพทย์ขนาดใหญ่ของโลก ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ FBI ของสหรัฐฯ ยอมรับเมื่อ 27 มีนาคม 2569 ว่าข้อมูลส่วนตัวของนาย แคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI ถูกกลุ่ม Handala เจาะระบบอีเมล แม้ข้อมูลที่ถูกขโมยจะไม่ส่งผลกระทบในวงกว้าง และเป็นประวัติส่วนตัว เช่น ประวัติ เอกสารส่วนตัว และรูปถ่ายสมัยก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง แต่ก็สะท้อนถึงความไม่ปลอดภัย และไม่เชื่อมั่นต่อระบบไซเบอร์ของสหรัฐฯ…

ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ยึดคลังน้ำมันอิหร่าน ไม่มีสัญญาณเชิงบวก

ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียด แม้ปากีสถานจะประกาศเมื่อ 29 มีนาคม 2569 พร้อมเป็นประเทศตัวกลางเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง แต่ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ขู่จะยึดคลังน้ำมันของอิหร่านในเกาะ Kharg ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน ประกอบกับอิหร่านยกระดับคำขู่ว่าจะโจมตีสถาบันศึกษาและอาคารที่พักอาศัยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีชาวอเมริกันและชาวอิสราเอลอาศัยอยู่ สะท้อนว่าประเทศคู่ขัดแย้งยังไม่ไว้วางใจระหว่างกัน และยังคงเลือกปฏิบัติการทางทหารเป็นเครื่องมือตอบโต้กันเป็นอันดับแรก สหรัฐฯ มีขีดความสามารถทางทหารมากพอที่จะยึดเกาะ Kharg เพื่อตัดกำลังและช่องทางการเงินของรัฐบาล รวมทั้งกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ แต่สหรัฐฯ อาจไม่สามารถควบคุมผลกระทบหรือความท้าทายด้านความมั่นคงที่จะตามมาได้ เนื่องจากอิหร่านจะตอบโต้อย่างรุนแรงด้วยการใช้ทุกวิธีการ รวมทั้งการก่อการร้าย และโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รวมทั้งอิสราเอล นอกภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมีมุมมองว่าประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการสร้างแรงกดดันสูงสุดต่ออิหร่าน เพื่อให้ยินยอมเข้าสู่การเจรจา ตามเป้าหมายของสหรัฐฯ เพราะก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่าอิหร่านยอมเจรจาแล้ว แต่รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธ ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ สูญเสียความน่าเชื่อถือและถูกวิจารณ์ว่าเผยแพร่ข่าวปลอม จึงประกาศคำขู่จะยึดครองเกาะ Kharg ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ส่งทหารประมาณ 3,500 นายไปประจำการเพิ่มเติมในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่สหรัฐฯ กับอิหร่านตอบโต้กันด้วยเครื่องมือทางทหารและคำขู่ มีรายงานว่าเมื่อ 28-29 มีนาคม 2569 ชาวอเมริกันที่ไม่พอใจนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์รวมตัวกันประท้วงคัดค้านการทำสงครามในตะวันออกกลาง รวมทั้งนโยบายอื่น ๆ เช่น การต่อต้านผู้อพยพและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ โดยชาวอเมริกันรวมตัวกันประท้วงภายใต้แคมเปญ “NO…

รัสเซียจะห้ามการส่งออกน้ำมันเบนซิน และดีเซล  

รัสเซียต้องการรักษาระดับราคาน้ำมันในประเทศให้มีเสถียรภาพ รวมทั้งพอใช้ และไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภค จึงจะประกาศให้ตั้งแต่ 1 เมษายน-31 กรกฎาคม 2569 ว่า รัสเซียจะไม่ส่งออกน้ำมันเบนซิน และดีเซล ซึ่งเป็นเวลารวม  4 เดือน โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์2569 ส่งผลต่อปริมาณน้ำมันดิบที่หมุนเวียนในตลาดโลก นอกจากนี้ เมื่อ มีนาคม 2569 รัสเซียยังถูกโดรนยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงกลั่นและการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย สัญญาณการระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซีย เพื่อเตรียมไว้ใช้บริโภคในประเทศ ทำให้มีการประเมินกันว่าปริมาณน้ำมันในตลาดพลังงานโลก เฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาจไม่มากพอตามความต้องการของประเทศต่าง ๆ และราคาจะยังอยู่ในระดับสูง แม้ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจผ่อนคลายลง หากความพยายามบรรลุผล ตามที่นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 27 มีนาคม 2569 ว่า การปฏิบัติการทหารอาจยุติในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ไม่ได้เป็นเดือน รวมทั้งอิหร่านก็ยอมให้เรือที่ไม่ใช่ศัตรูของอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศที่คาดว่าจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยได้มีการหารือกัน โดยมีปากีสถานเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกับซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ เมื่อ 29-30 มีนาคม 2569 การระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซียจะส่งผลกระทบหลายประเทศ…

ศาลสหรัฐฯ ตัดสินให้ผู้ใช้บริการชนะคดีบริษัทให้บริการสื่อออนไลน์

สื่อมวลชนสหรัฐฯ เมื่อ 25 มีนาคม 2569 รายงานกรณีคณะลูกขุนในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ตัดสินให้บริษัทผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์รายใหญ่ในสหรัฐฯ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท Meta และบริษัท Google ผู้ให้บริการ Youtube มีความผิดในข้อหาทำให้ผู้ใช้บริการมีพฤติกรรมเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ และมีปัญหาสุขภาพจิต เนื่องจากบริษัทดังกล่าวละเลยการควบคุมและตรวจสอบเนื้อหาในแพลตฟอร์ที่ให้บริการ ทั้งนี้ ศาลตัดสินใจทั้ง 2 บริษัทต้องชำระค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องร้อง ซึ่งเป็นสตรีชาวอเมริกันวัย 20 ปี จำนวน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการมีพฤติกรรมเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่เป็นเยาวชน ปัจจุบันทั้ง 2 ปริษัทมีถ้อยแถลงไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังดล่าว และจะยื่นอุทธรณ์ รวมทั้งยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมเนื้อหาที่ปลอดภัยและมีมาตรการรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ยังให้ข้อสังเกตว่าปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชนและประชาชนจำนวนมากในปัจจุบันเกิดจากหลากหลายปัจจัย ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าหากผู้ใช้บริการสื่อสังคมออนไลน์ดำเนินการฟ้องร้องสำเร็จ อาจทำให้มีการฟ้องร้องเพิ่มเติม เฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มเยาวชน ที่ปัจจุบันใช้เวลากับสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้น และเสี่ยงเผชิญปัญหาสุขภาพจิต การฟ้องร้องและดำเนินคดีครั้งนี้อาจเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทำให้บริษัทผู้ให้บริการสื่อสงคมออนไลน์ ต้องปรับปรุงมาตรการคัดกรองเนื้อหาและคัดเลือกเนื้อหาที่จะเผยแพร่ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้มงวดการจำกัดเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัย เฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาที่อาจนำไปสู่การค้าประเวณี หรือการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก (sexual exploitation) ตลอดจนควบคุมการให้ข้อมูลแบบอัตโนมัติ เพราะมีผลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกของผู้ใช้งาน…

รัฐบาลกัมพูชามุ่งพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่

สมเด็จฯ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้ความเห็นเมื่อ 26 มีนาคม 2569 ระหว่างกิจกรรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติครั้งที่ 4 (National Science, Technology and Innovation Day หรือ STI Day) กระตุ้นให้ประชาชนและภาคเอกชนในประเทศให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในประเทศ เนื่องจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญและจำเป็นต่อการเสริมขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและศักยภาพของกัมพูชาในเวทีโลก ที่ผ่านมาตลอด 20 ปี รัฐบาลให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมในฐานะ “ทางเลือก” ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม แต่ปัจจุบันได้ยกระดับเป็น “ปัจจัยจำเป็น” ต่อการพัฒนาทุกภาคส่วนของประเทศ รัฐบาลกัมพูชาสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาอย่างเต็มที่ โดยตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน คาดว่าจะให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสถาบันวิชาการและการศึกษาทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และพร้อมตอบสนองนโยบายเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของรัฐบาล เป้าหมายสำคัญ คือ ให้กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางการสร้างสรรค์เทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และมีเทคโนโลยีเป็นส่วนประกอบสำคัญของการผลิตภาคอุตสาหกรรม ผู้นำกัมพูชากระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในเป้าหมายดังกล่าวด้วย โดยเน้นย้ำหลักการสร้างระบบนิเวศน์ในประเทศให้เอื้อต่อการปรับเปลี่ยน หรือ “whole-of-ecosystem” รวมทั้งเชื่อมโยงให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าใจว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีส่วนสำคัญต่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ เพราะเป็นเครื่องมือที่ทำให้กัมพูชามีความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะโลกรวน และสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนได้ กิจกรรมในช่วง STI Day ของกัมพูชา…