ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ร่วมกันจัดการผู้อพยพข้ามช่องแคบอังกฤษ

ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร เมื่อ 4 สิงหาคม 2569 ปฏิบัติการร่วมกันในช่องแคบอังกฤษ เพื่อรักษาความมั่นคงทางทะเล โดยร่วมกันช่วยเหลือและกู้ภัยกรณีเรือผู้อพยพจำนวน 173 คน ได้รับความเสียหายระหว่างพยายามเดินทางข้ามจากเมืองทางตอนเหนือของฝรั่งเศสไปยังสหราชอาณาจักร ผลการปฏิบัติการสามารถช่วยเหลือผู้อพยพได้ทั้งหมด ปัจจุบันอยู่ระหว่างให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเตรียมส่งกลับฝรั่งเศส ทั้งนี้ มีรายงานว่าระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือและกู้ภัย มีผู้อพยพบางส่วนปฏิเสธความช่วยเหลือ เนื่องจากมุ่งมั่นที่จะเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร แม้ว่าเรือขนส่งจะได้รับความเสียหายอย่างมากจากเหตุเพลิงไหม้เครื่องยนต์ ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรด้านการรักษาความมั่นคงทางทะเล โดยรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศตกลง เมื่อ เมษายน 2569 จะเพิ่มการลาดตระเวนทางทะเลและการตรวจตราเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งผู้อพยพจำนวนมากนิยมใช้เป็นเส้นทางเดินเรือ ทั้งนี้ นอกจากมาตรการลาดตระเวนทางทะเลแล้ว ฝรั่งเศสกับสหราชอาณาจักรยังปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสกัดกั้นเรือประเภท “taxi boat” ของเครือข่ายและขบวนการค้ามนุษย์ที่จะลักลอบนำพาผู้อพยพผ่านช่องแคบอังกฤษด้วย ซึ่งตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นมา ฝรั่งเศสพบว่าความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรประสบความสำเร็จในการปราบปรามและสกัดกั้นความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ามนุษย์ เนื่องจากจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายที่ใช้เส้นทางดังกล่าวลดลงจากเมื่อปี 2568 ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรย้ำว่าการอพยพผิดกฎหมายมีความเสี่ยงอันตรายสูงมาก และขบวนการค้ามนุษย์ยังคงเป็นความท้าทายในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางทะเลและความมั่นคงชายแดนของประเทศต่าง ๆ  พร้อมประกาศว่าฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพร้อมร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ เพื่อยับยั้งและสกัดกั้นการเดินทางของผู้อพยพในรูปแบบที่อันตราย

สหรัฐฯ จะปิดทำการสถานกงสุล 5 แห่ง รวมทั้งในอินโดนีเซียและญี่ปุ่น

รัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อ 4 สิงหาคม 2569 แจ้งฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ว่าต้องการปิดทำการสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของสหรัฐฯ จำนวน 5 แห่งใน 5 ประเทศ ได้แก่ 1) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/เกรนาดา ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กในทะเลแคริเบียน 2) สถานกงสุลในเมืองนาโงยา ญี่ปุ่น 3) สถานกงสุลในเมืองเมดาน อินโดนีเซีย 4) สถานีทางการทูต (American Presence Post) ในเมือง Winnipeg แคนาดา และ 5) สำนักงานสถานเอกอัครราชทูต สาขาย่อยในเมือง Douala แคมเมอรูน เพื่อลดงบประมาณของรัฐบาลในการดูแลและดำเนินงานของสำนักงานดังกล่าว โดยคาดว่าจะช่วยลดงบประมาณได้ประมาณ 4.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนว่าสหรัฐฯ เดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลให้กระชับและคล่องตัวมากขึ้น ตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าสหรัฐฯ ปิดสำนักงานด้านการทูตและการต่างประเทศในบางพื้นที่ เพื่อให้พร้อมต่อการจัดสรรงบประมาณในการตั้งสำนักงานแห่งใหม่ในประเทศและพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์มหาอำนาจของสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่า สหรัฐฯ ยังเดินหน้าแผนการฟื้นฟูและตั้งสำนักงานการทูตในลิเบีย ซีเรีย และเวเนซุเอลา ต่อไป สถานเอกอัครราชทูต…

อิหร่านส่งสัญญาณเชิงบวก หลังเจรจากันโอมานเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยผลการเจรจากับโอมานประเด็นการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซร่วมกันเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าทิศทางการเจรจาเป็นไปในเชิงบวก ทำให้ทั่วโลกคาดหวังว่าอิหร่านกับโอมานจะสามารถบริหารเส้นทางเดินเรือดังกล่าวได้ รวมทั้งทำให้เปิดเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและพลังงานตามปกติ ทั้งนี้ ท่าทีของอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลง ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในห้วงเดียวกันว่าอาจมีข้อตกลงด้านความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซจะมีความคืบหน้าและสัญญาณเชิงบวก อย่างไรก็fu ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงตึงเครียดและเปราะบาง ขณะที่ข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับโอมานยังไม่แน่นอน เพราะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ รวมทั้งสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่ได้เจรจากันโดยตรง มีกาตาร์ละปากีสถานเป็นตัวกลางทางการทูต ตลอดจนมีความเสี่ยงสูงที่คู่ขัดแย้ง เฉพาะอย่างยิ่งอิหร่านและสหรัฐฯ จะใช้เครื่องมือทางทหารระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ยังไม่มีรายละเอียดข้อตกลงว่าอิหร่านจะมีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะคัดค้าน รวมทั้งยังมีรายงานว่าบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในสหรัฐฯ เช่น บริษัท ExxonMobil และบริษัท Chevron รวมทั้งบริษัท Saudi Aramco ของซาอุดีอาระเบีย อาจสูญเสียผลประโยชน์ด้านกำไร หากช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่สภาวะปกติ ปัจจุบัน กองเรือของกองบัญชาการสหรัฐฯ (CENTCOM) ยังปฏิบัติการในพื้นที่ตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ เน้นการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือเรือขนส่งสินค้าที่อยู่ในพื้นที่ โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นฝ่ายปิดช่องแคบดังกล่าว ตามที่รัฐบาลอิหร่านโจมตี มีรายงานว่าอิหร่านพร้อมจะทำสงครามกับสหรัฐฯ อีกครั้ง หากการเจรจาประเด็นการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซล้มเหลว โดยพบว่าปัจจุบัน…

สหภาพยุโรปเพิ่มมาตรการป้องกันชายแดน ถอดบทเรียนวิกฤตผู้อพยพสเปน

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เพิ่มมาตรการป้องกันความมั่นคงชายแดนอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อรับมือกับวิกฤตผู้อพยพจากโมร็อกโdไปยังเมือง Ceuta ของสเปน ซึ่งเป็นวิกฤตด้านความมั่นคงและผู้อพยพตั้งแต่ปลาย กรกฎาคม 2569 โดยท่าทีดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหภาพยุโรปจัดการประชุมวาระฉุกเฉินแบบออนไลน์ เพื่อหารือประเด็นดังกล่าวโดยเฉพาะ ซึ่งประธานคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำให้สเปนร่วมมือในการปกป้องชายแดนของสมาชิกทุกประเทศ และพร้อมสนับสนุนการสร้างแนวป้องกันชายแดนที่เป็นรูปธรรม สเปนรายงานว่าปัจจุบันสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติแล้ว โดยผู้อพยพอย่างน้อย 69,500 ราย ได้เดินทางกลับไปยังโมร็อกโกแล้ว ขณะที่จำนวนผู้อพยพที่เสียชีวิตระหว่างพยายามเดินทางข้ามไปเมือง Ceuta อยู่ที่ 72 ราย พร้อมกับชี้แจงว่าวิกฤตดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะขบวนการค้ามนุษย์ที่เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ บิดเบือนข้อมูลจากนโยบายของสเปน จนทำให้เกิดคลื่นผู้อพยพจำนวนมาก ด้านประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเสนอในการประชุมให้สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับการป้องกันความมั่นคงชายแดนและรับมือกับสถานการณ์ผู้อพยพ แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ความร่วมมือระหว่างรัฐหุ้นส่วน 2) ยกระดับความมั่นคงชายแดน 3) ใช้ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า 4) เร่งปราบปรามเครือข่ายค้ามนุษย์ และ 5) สนับสนุนให้ผู้อพยพจากภูมิภาคแอฟริกา เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย สถานการณ์วิกฤตผู้อพยพที่สเปน ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เนื่องจากประเทศอื่น ๆ กังวลว่าจะเผชิญปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมายที่ใช้สเปนเป็นเส้นทางผ่าน ทั้งนี้ มีรายงานว่าอิตาลีสั่งยกเลิกมาตรการวีซ่าเชงเก้น (Schengen)…

อิหร่านย้ำไม่ได้เจรจากับสหรัฐฯ แต่หารือกับโอมานประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังมีความตึงเครียดสูง แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะเปิดเผยเมื่อ 3 สิงหาคม 2569 ว่า อยู่ระหว่างการเจรจาทำข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน และจะระงับการโจมตีอิหร่านไว้เพื่อสร้างความไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่เจรจากับสหรัฐฯ แต่จะหารือกับโอมานเพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ หรือเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้ร่วมกันต่อไป พร้อมวิจารณ์สหรัฐฯ เชิงลบว่าเป็นฝ่ายทำให้การเดินเรือและความมั่นคงไม่แน่นอน เนื่องจากกองเรือสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมเส้นทางดังกล่าวไว้ อิหร่านขู่กองเรือสหรัฐฯ อาจตกอยู่ในความเสี่ยง หากยังคงมาตรการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือของอิหร่านไว้ พร้อมเตือนให้สหรัฐฯ เปลี่ยนยุทธวิธีจัดการความมั่นคงในภูมิภาค นอกจากนี้ อิหร่านยืนยันว่าจะไม่ยอมรับเส้นทางเดินเรือใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ท่าทีของสหรัฐฯ และอิหร่านต่อทิศทางและแนวโน้มการเจรจาที่ขัดแย้งกันมากครั้งนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน โดยปรับตัวลงเล็กน้อยเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซสามารถทำได้บางส่วน แต่จำนวนน้อยกว่าปกติอย่างมาก ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งนี้ เริ่มส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ มากขึ้น ล่าสุด ผลสำรวจชาวอเมริกันยอมรับผลงานของผู้นำสหรัฐฯ เพียงร้อยละ 35 ตกต่ำลงเรื่อย ๆ จากร้อยละ 37 เมื่อ กรกฎาคม 2569 ซึ่งนอกจากปัจจัยสงครามในตะวันออกกลาง ชาวอเมริกันจำนวนมากยังไม่พอใจผลงานด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอีกด้วย ทั้งนี้ นักวิชาการในต่างประเทศประเมินว่าสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอาจทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์เผชิญความขัดแย้งกับสมาชิกพรรครีพับลิกัน จากกรณีประธานาธิบดีทรัมป์มักจะสื่อสังคมออนไลน์ประกาศคำข่มขู่และชี้แจงนโยบาย มากกว่าที่จะใช้กลไกรัฐบาล…

พลเรือนตกเป็นเป้าหมายการโจมตีระหว่างรัสเซีย-ยูเครนมากขึ้น

สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียดต่อเนื่องและไม่มีสัญญาณยุติความขัดแย้งระหว่างประเทศ ขณะที่การโจมตีในห้วงที่ผ่านมา มีรายงานว่าพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ใช่สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการทหาร ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีตอบโต้ระหว่างกองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายมากขึ้น  มีรายงานเมื่อ 3 สิงหาคม 2569 ว่ายูเครนปฏิบัติการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน โจมตีพลเรือนที่อยู่บริเวณชายหาดและแหล่งท่องเที่ยวบริเวณหมู่บ้าน Arkhipo-Osipovka ภูมิภาค Krasnodar ติดกับทะเลดำ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นพลเรือนอย่างน้อย 7 ราย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 40 ราย เนื่องจากไม่มีสัญญาณเตือนภัย รัสเซียประณามและโจมตียูเครนว่าตั้งใจโจมตีพลเรือนให้ได้รับความเสียหาย ขณะที่ยูเครนยังไม่มีถ้อยแถลงตอบโต้ แต่สื่อสังคมออนไลน์ของยูเครนระบุว่า ระบบต่อต้านโดรนของรัสเซีย เป็นสาเหตุที่ทำให้โดรนของยูเครนตกในพื้นที่พลเรือน และทำให้มีความสูญเสีย ทั้งที่แท้จริงแล้วยูเครนต้องการส่งโดรนดังกล่าวเข้าไปสอดแนมในรัสเซีย หรือโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารในพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งตั้งแต่ปลายปี 2568 ยูเครนมีความคืบหน้าในการใช้ยุทธวิธีโจมตีรัสเซียจากระยะไกลมากขึ้น สามารถสร้างการโจมตีใกล้กรุงมอสโก และเมืองสำคัญ เช่น เซนต์ปีเตอร์สเบอร์ก ได้ คาดว่าเนื่องจากยูเครนมีอากาศยานไร้คนขับที่มีประสิทธิภาพ และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ปฏิบัติการดังกล่าว นักวิชาการประเมินว่าปัจจุบันยูเครนมีความได้เปรียบจากการใช้ยุทธศาสตร์ค่อย ๆ ทำลายกำลังทางทหารและเศรษฐกิจของรัสเซีย โดยใช้หลักการดำเนินการแบบนักธุรกิจเพื่อให้เห็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม เช่น การตั้งเป้าหมายทำลายทหารของรัสเซียให้ได้ประมาณ 50,000 นาย/เดือน การใช้ระบบสะสมแต้ม (“ePoints” system) เพื่อสร้างแรงผลักดันและกำลังใจให้ทหารยูเครนที่สามารถทำลายอาวุธหรือทหารรัสเซียได้ การเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพผ่านการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง…

ผู้นำเมียนมาจะเยือนไทย

นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา จะเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่าง 6-7 สิงหาคม 2569 โดยเป็นการเยือนตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีไทย และเป็นการเยือนประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศที่ 2 ต่อจากการเดินทางเยือน สปป.ลาว เมื่อต้น กรกฎาคม 2569 สำหรับเป้าหมายการเยือนไทย คือ การหารือทวิภาคีเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และความร่วมมือในกรอบอาเซียน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเมียนมามีกำหนดการเข้าร่วมกิจกรรม Thailand-Myanmar Business Forum ประจำปี 2569 ที่กรุงเทพฯ เพื่อขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการดำเนินธุรกิจระหว่างกันทั้งระดับภาครัฐและภาคเอกชน สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจติดตามการเยือนไทยครั้งนี้ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีเมียนมาเยือนไทยในฐานะผู้นำรัฐบาลพลเรือน และคาดว่าต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ทางการทูตและเป็นประเด็นเสริมภาพลักษณ์ของผู้นำเมียนมาในประชาคมระหว่างประเทศ เนื่องจากแม้ว่าเมียนมาจะมีผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว แต่ประเทศตะวันตก รวมทั้งอาเซียนบางส่วน ยังไม่ยอมรับบทบาทของผู้นำรัฐบาล เนื่องจากเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจทางการเมือง และใช้มาตรการปราบปรามประชาชนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองด้วยความรุนแรง รวมทั้งผู้นำเมียนมายังไม่ปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ประการที่เป็นแนวทางฟื้นฟูสันติภาพในเมียนมาของอาเซียน นอกจากนี้ สื่อรายงานว่าไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ให้ความสำคัญกับเมียนมา เนื่องจากต้องการความร่วมมือด้านการป้องกันและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพจำนวนมากที่หนีภัยความรุนแรงและการเมืองจากเมียนมาไปยังพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมาก รวมทั้งต้องการให้เมียนมาเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการค้ายาเสพติด เนื่องจากเป็นปัญหาข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย รวมทั้งภาพลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม กรณีผู้นำเมียนมาเยือนไทยทำให้กลุ่มปกป้องสิทธิชาวเมียนมาแสดงความเห็นคัดค้าน เช่น กลุ่ม  Justice For Myanmar…

ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ คัดค้านมาตรการขึ้นภาษีประเทศคู่ค้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เผชิญความท้าทายในการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าเพื่อลงโทษประเทศคู่ค้าที่มีปัญหาการแก้ไขประเด็นใช้แรงงานบังคับ เนื่องจากสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติบางส่วนไม่เห็นด้วยและคัดค้านการใช้มาตรการดังกล่าว สะท้อนว่าระบบการเมืองของสหรัฐฯ มีกระบวนการใช้การถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการที่ยังคงเข้มแข็งและเข้มข้น โดยเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครตจำนวน 25 คนจาก 25 รัฐ ยื่นฟ้องประธานาธิบดีทรัมป์กรณีประกาศเมื่อ กรกฎาคม 2569 จะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจาก 60 ประเทศคู่ค้าทั่วโลก ด้วยเหตุผลไม่สามารถแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับ โดยฝ่ายนิติบัญญัติมีความเห็นว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต และเป็นการออกคำสั่งอย่างผิดกฎหมาย ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบโต้และยืนยันว่าการใช้คำสั่งของผู้นำสหรัฐฯ เป็นไปอย่างเหมาะสมและตามกฎหมาย รวมทั้งจะเป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาการค้าระหว่างประเทศ ที่สหรัฐฯ เผชิญนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากประเทศอื่น ๆ ทั้งนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าวเนื่องจากส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดเล็กของสหรัฐฯ ที่คัดค้านการขึ้นภาษีเนื่องจากประเด็นการบังคับใช้แรงงานเช่นกัน เพราะมีมุมมองว่าการลงโทษประเทศคู่ค้าด้วยวิธีการนี้ ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์การใช้แรงงานบังคับในต่างประเทศดีขึ้น จึงไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง รวมทั้งทำให้ผู้ประกอบการของสหรัฐฯ ต้องนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ในราคาสูงขึ้นด้วย ก่อนหน้านี้ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ คัดค้านมาตรการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าจากประเทศอื่น ๆ ตามอำนาจรัฐบัญญัติ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เนื่องจากรัฐบัญญัติดังกล่าวไม่ครอบคลุมการสั่งเพิ่มอัตราภาษี…

สหรัฐฯ ประกาศว่ามีการเปิดการเจรจากับอิหร่าน

การเปิดการเจรจากับอิหร่านของสหรัฐฯ สร้างความหวังว่าอาจนำไปสู่ข้อตกลงที่ทำให้เกิดสันติภาพอีกครั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากความขัดแย้งครั้งนี้ยืดเยื้อตั้งแต่  28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยฝ่ายที่เป็นออกแถลงเรื่องเปิดการเจรจา คือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ เตรียมจัดการเจรจากับอิหร่าน ใน 3 สิงหาคม 2569 หลังจากเมื่อ 2 สิงหาคม 2569 ประกาศตัดสินใจยกเลิกการโจมตีอิหร่านที่มีการเตรียมพร้อมแล้วอย่างขนานใหญ่ ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อนตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ข้ออ้างที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ประกาศยุติการโจมตีอิหร่านคือ การเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่กับอิหร่านมีความคืบหน้า รวมทั้งได้รับการร้องขอจากอิหร่านและพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาค อาทิ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ เรียกร้องสหรัฐฯ ให้ระงับการโจมตีอิหร่านจากที่มีรายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมพร้อมจะโจมตีฐานยิงขีปนาวุธ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน อย่างไรก็ดี อิหร่านไม่ได้หวั่นเกรงการขู่จะโจมตีสหรัฐฯ โดยนายอับบาส อะราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านหารือกับ พลเอก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน และเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MbS) มกุฎราชกุมาร/นายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย ทางโทรศัพท์ ด้วยการย้ำว่า อิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้การรุกรานของสหรัฐฯ อย่างเต็มกำลัง…

สิงคโปร์ศึกษากำหนดการเข้าถึงแพลตฟอร์มของเยาวชนตามช่วงอายุ

หลายประเทศออกข้อกำหนดให้ใช้เกณฑ์ด้านอายุเป็นตัวกำหนดการเข้าถึงแพลตฟอร์มของเยาวชน ด้วยข้ออ้างว่า เพื่อความปลอดภัยของเยาวชนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่อาจนำไปสู่การถูกหลอกลวง และการชักนำไปสู่การตัดสินใจของเยาวชนในแนวทางที่ผิด เช่น ความรุนแรงสุดโต่ง  ประเทศในยุโรปที่ล่าสุดใช้เกณฑ์นี้ ได้แก่ ฝรั่งเศส โดย ตั้งแต่ กันยายน 2569 เยาวชนฝรั่งเศสอายุต่ำกว่า 15 ปี จะไม่สามารถสมัครบัญชีแพลตฟอร์มใหม่ และห้ามเยาวชนไม่ให้เข้าใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น TikTok  ทั้งนี้ มีอีกหลายประเทศในยุโรปที่กำลังพิจารณาเกณฑ์อายุเหมือนฝรั่งเศส ส่วนออสเตรเลียที่เป็นประเทศแรกในโลกที่ใช้มาตรการนี้ ก็ได้กำหนดเกณฑ์อายุเยาวชนต่ำกว่า 16 ปี ห้ามเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่างไรก็ดี กฎหมายใช้เกณฑ์ด้านอายุในการกำหนดการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้ถูกกระแสวิจารณ์ว่า อาจไม่ได้แก้ไขปัญหาได้โดยตรง เนื่องจากกฎหมายอาจไม่สามารถสกัดกั้นการใช้สื่อออนไลน์ของเยาวชนได้อย่างสิ้นเชิง เพราะต้องได้รับความร่วมมือจากเจ้าของแพลตฟอร์ม หรือผู้ให้บริการ (provider) ด้วย เช่น  เยาวชนออสเตรเลีย ร้อยละ 58 ยังสามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับร้อยละ 60 ก่อนมีกฎหมาย นอกจากนี้ การกีดกันเยาวชนในเรื่องนี้ อาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เช่น อาจปิดกั้นความคิดเชิงสร้างสรรค์ และทักษะด้านเทคโนโลยีของเยาวชน รวมทั้งทำให้ไม่สามารถก้าวทันความรู้ หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ที่จะได้รับจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้…