โปแลนด์และยูเครนกล่าวโทษรัสเซีย โจมตีสถานีรถไฟบริเวณพรมแดน

โปแลนด์และยูเครนเมื่อ 13 กันยายน 2569 กล่าวโทษรัสเซียว่าทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปตึงเครียดขึ้น จากเหตุรัสเซียใช้โดรนโจมตีสถานีรถไฟ Yahodyn เมืองทางภาคตะวันตกของยูเครน ติดกับบริเวณพรมแดนโปแลนด์ แม้ว่าการโจมตีดังกล่าวจะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ แต่โปแลนด์และยูเครนเห็นว่าเป็นการยั่วยุทางทหารและความมั่นคงอย่างมาก เนื่องจากการโจมตีเกิดขึ้นบริเวณพรมแดน และยังเกิดขึ้นหลังจากขบวนรถไฟของอดีตผู้นำสหราชอาณาจักร เจ้าหน้าทีระดับสูงของสหภาพยุโรป และอดีตผ็อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ (CIA) เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว จากสถานีรถไฟในเมือง Yahodyn เพื่อไปยังสถานี Dorohusk ในโปแลนด์ หลังเสร็จสิ้นการประชุม Yalta European Strategy (YES) ในกรุงเคียฟ เท่ากับว่ารัสเซียอาจมีเจตนาข่มขู่และคุกคามความมั่นคงของสหภาพยุโรป ยูเครนแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารบนรถไฟดังกล่าวอพยพได้ล่วงหน้าการโจมตีประมาณ 15 นาที ทำให้สามารถควบคุมความสูญเสียได้ อย่างไรก็ดี ยูเครนกล่าวโทษรัสเซียว่าตั้งใจทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือน เป็นการปฏิบัติการทางทหารที่โหดร้ายและป่าเถื่อน พร้อมกันนี้ ผู้นำยูเครนใช้เหตุการณ์ครั้งนี้เรียกร้องให้นานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ สนับสนุนระบบสกัดกั้นและป้องกันประเทศให้ยูเครนโดยเร็ว เนื่องจากปัจจุบันรัสเซียเปลี่ยนยุทธวิธีไปใช้โดรนและขีปนาวุธที่มีความเร็วสูง เพื่อทำลายเป้าหมายในยูเครนมากขึ้น จากเดิมที่เน้นปฏิบัติการภาคพื้นดินในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน รัฐบาลโปแลนด์จัดการประชุมฉุกเฉินด้านความมั่นคงทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเตือนว่าปฏิบัติการของรัสเซียอาจทำให้ความขัดแย้งขยายขอบเขตจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ไปเป็นสงครามรัสเซีย-สหภาพยุโรปและเนโต หากรัสเซียไม่ระมัดระวังและควบคุมการปฏิบัติการทางทหาร ก่อนหน้านี้ เมื่อต้น กันยายน 2569 เยอรมนีเปิดเผยว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุโดรนโจมตีท่าอากาศยานในเมือง Leipzig เมื่อ สิงหาคม…

MOU การนำเข้าแรงงานจากศรีลังกาครอบคลุมหลายด้าน

  ปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในไทย ทำให้ไทยต้องพยายามหาหลาย ๆ แนวทาง เพื่อไม่ให้ระบบเศรษฐกิจหยุดชะงัก และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทั้งรายย่อย และรายใหญ่ เช่น เมื่อกลาง กรกฎาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้แก่คนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนามจนถึง ธันวาคม 2570 จากที่ไม่สามารถดำเนินการตามระเบียบการอยู่ในราชอาณาจักรได้ทัน ทั้งนี้ ตัวเลขเมื่อ กรกฎาคม 2569 คนต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้รับอนุญาตทำงานเป็นกรณีพิเศษมีประมาณ 720,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเมียนมา รองลงไปคือ เวียดนาม และลาว อย่างไรก็ดี การที่ไทยยังต้องการแรงงานต่างด้าวเพิ่ม บางส่วนเพื่อชดเชยจากที่รัฐบาลไม่อนุญาตรับแรงงานกัมพูชา  แรงงานศรีลังกายังเป็นทางเลือก ซึ่งไทยและศรีลังกาได้มีการหารือกันเป็นระยะ จนมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 8 กันยายน 2569  เห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา (MOU) และบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศทั้ง 2  ด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย (Agreement) MOU นำเข้าแรงงานจากศรีลังกาดังกล่าวครอบคลุมหลายด้าน และจะทำให้มีการนำเข้าแรงงานจากศรีลังกาถูกต้องตามกฎหมายเบื้องต้น ประมาณ 10,000 คน เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน เช่น ภาคขนส่ง  ขณะเดียวกันก็ป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ การลักลอบเข้าเมือง…

จีน-สปป.ลาว ฝึกปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

จีนและ สปป.ลาว กระชับความร่วมมือด้านการทหารและการปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษธรรมและบรรเทาทุกข์หลังเผชิญภัยพิบัติ โดย สปป.ลาวร่วมมือกับจีน ร่วมกันเริ่มจัดการฝึกร่วมรหัส Peace Train-2026 ครั้งที่ 6 ที่นครหลวงเวียงจันท์ เมื่อ 7 กันยายน 2569 ซึ่งการฝึกร่วมดังกล่าวจะเสริมความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารของทั้ง 2 ประเทศ ตลอดจนมีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือใหม่ ๆ เช่น โดรนและหุ่นยนต์ เพื่อยกระดับปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษธรรมและบรรเทาทุกข์หลังเผชิญภัยพิบัติ ที่เป็นความท้าทายด้านความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศ มีรายงานว่าจีนและ สปป.ลาว ส่งทหารเข้าร่วมการฝึกดังกล่าวประมาณ 700 นาย โดยการฝึกในปีนี้เน้นการรับมือและตอบสนองเหตุการณ์ภัยพิบัติ ครอบคลุมปฏิบัติการค้นหา ช่วยเหลือ กู้ภัย และการให้บริการทางการแพทย์ การฝึกร่วม Peace Train ระหว่างจีน-สปป.ลาว เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2560 เป้าหมายเพื่อกระชับความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคง รวมทั้งเสริมขีดคาวมสามารถของ สปป.ลาวในการรับมือกับภัยพิบัติและปฏิบัติการทางการแพทย์ โดยจีนให้ความสำคัญกับการฝึก Peace Train ร่วมกับ สปป.ลาว เพราะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์การขยายบทบาทของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหาร รวมทั้งการแพทย์ระหว่างจีนกับ สปป.ลาว ในปี…

อินเดียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือ BRICS ระหว่าง 12-13 กันยายน 2569 โดยพร้อมต้อนรับผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS ที่จะเดินทางเยือนกรุงเดลี เมืองหลวงของประเทศ ที่สำคัญ ได้แก่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิชกียอน ของอิหร่าน ทั้งนี้ นานาชาติคาดการณ์ว่าประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ จะเป็นเรื่องแนวทางรับมือกับผลกระทบจากสงครามและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสงครามในยูเครน ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความตึงเครียดขึ้นทั้งใน 2 สมรภูมิ ขณะเดียวกันก็จะเป็นโอกาสของผู้นำอินเดียที่จะแสดงบทบาทการโน้มน้าวให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมกันรักษาระบบเศรษฐกิจและพลังงานของโลกให้มีเสถียรภาพ การประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ครั้งนี้มีความสำคัญต่อทิศทางความร่วมมือของกลุ่ม การหารือ 2 ฝ่าย ระหว่างประเทศสมาชิก การกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการค้าของประเทศสมาชิก รวมทั้งการสร้างอำนาจต่อรองกับประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ นอกจากนี้ ทั่วโลกยังติดตามถ้อยแถลงและท่าทีของกลุ่ม BRICS ต่อความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ที่เป็นสมาชิกกลุ่ม แต่มีจุดยืนที่แตกต่างกันในสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ และอิหร่านเคยโจมตี UAE เพื่อตอบโต้ที่สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคด้วย มีความเป็นไปได้สูงที่การประชุมกลุ่ม…

กลุ่มฮูษียึดท่าเรือสำคัญในเยเมน สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียด

เส้นทางเดินเรือที่สำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างน้อย 2 แห่ง กำลังอยู่ท่ามกลางสมรภูมิการสู้รบระหว่างประเทศ นอกจากสถานการณ์การปะทะตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซที่รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อ 11 กันยายน 2569 มีรายงานว่ากลุ่มฮูษีในเยเมน ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน ได้ปฏิบัติการต่อสู้กับกองทัพรัฐบาลเยเมนที่มีซาอุดีอาระเบียสนับสนุนอย่างตึงเครียด และกลุ่มฮูษีได้ยึดท่าเรือสำคัญในเมือง Mocha เมืองชายฝั่งของเยเมนที่ติดกับทะเลแดง ทำให้กลุ่มฮูษีมีศักยภาพในการควบคุมเส้นทางเดินเรือ หรือช่องแคบ Bab al-Mandeb หรือช่องแคบที่เชื่อมระหว่างยุโรป-เอเชีย ที่ผ่านมา ช่องแคบ Bab al-Mandeb เป็นเส้นทางขนส่งทางเรือที่สำคัญ เนื่องจากเรือขนส่งสินค้าและพลังงานจำนวนมากไม่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ ปัจจุบัน สถานการณ์ในเยเมนทำให้ทั่วโลกวิตกว่า การสู้รบและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งระหว่างประเทศ และกระทบเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวในเยเมนทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 4 ขณะที่กลุ่มฮูษีมีแนวโน้มควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ในบริเวณภาคตะวันตกของประเทศได้เป็นเวลานาน เนื่องจากได้เปรียบทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และการครองอำนาจต่อรองกับนานาชาติ โดยมีอิหร่านให้การสนับสนุน สถานการณ์ในเยเมนทำให้นานาชาติวิตกกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก รวมทั้งวิกฤตด้านมนุษยธรรมในเยเมน เนื่องจากเผชิญสงครามในประเทศเป็นเวลานาน และการที่กลุ่มฮูษีประสบความสำเร็จในการยึดเมือง Mocha ก็สะท้อนว่ารัฐบาลเยเมนอ่อนแออย่างมาก อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูษีในเยเมนประกาศว่าการสู้รบจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบ Bab al-Mandeb ด้านสถาบันวิชาการ Crisis Group ระบุว่าความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือดังกล่าวขึ้นอยู่กับท่าทีของซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งประเมินว่าสถานการณ์สู้รบยังไม่แน่นอน ทั่วโลกจึงต้องติดตามพัฒนาการในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดต่อไป  

สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านจะยุติหลังการเลือกตั้งทั่วไปกลางสมัย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 10 กันยายน 2569 คาดการณ์ว่าสงครามอิหร่านจะยุติได้ภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไป กลางสมัยของสหรัฐฯ ใน 3 พฤศจิกายน 2569 เท่านั้น สะท้อนว่าราคาน้ำมันโลกจะไม่ปรับลดลงจนกว่าการเลือกตั้งในสหรัฐฯ จะเสร็จสิ้น ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่เจรจากับอิหร่านเพิ่มเติมด้วย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าอิหร่านจะต้องยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ทันทีในห้วงเวลาดังกล่าว เพราะจะไม่สามารถต้านทานหรือรับมือกับผลกระทบจากการทำสงครามที่ยืดเยื้อและมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นฟูความมั่นคงของอิหร่าน ประธานาธิบดีทรัมป์ยังระบุด้วยว่า อิหร่านจะใช้ทุกวิธีการเพื่อแทรกแซงผลการเลือกตั้งของสหรัฐฯ เพื่อบั่นทอนอำนาจทางการเมืองของรัฐบาลและพรรครีพับลิกัน ซึ่งต้องแข่งขันกันในการเลือกตั้งทั่วไปกลางสมัย (midterm election) ที่มีความสำคัญต่อการรักษาเสียงข้างมากในฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ โดยปัจจุบัน พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียที่นั่งในทั้ง 2 สภา เนื่องจากผลงานด้านเศรษฐกิจ การแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการดำเนินนโยบายต่ออิหร่าน ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ สะท้อนว่าผู้นำสหรัฐฯ และพรรครีพับลิกันจะใช้ประเด็นสงครามอิหร่านให้เป็นประโยชน์ในการหาเสียง โน้มน้าวให้ชาวอเมริกันเชื่อว่าต้องสนับสนุนพรรครีพับลิกันและประธานาธิบดีทรัมป์ต่อไปหากต้องการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล รวมทั้งคงความได้เปรียบเหนืออิหร่านและได้ชัยชนะเหนืออิหร่านในอนาคต ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโทษนโยบายของอดีตผู้นำรัฐบาลที่มาจากพรรคเดโมแครตว่าทำให้อิหร่านมีโอกาสพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และปล่อยให้อิหร่านขยายอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางปัจจุบันตึงเครียดมากขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในสมรภูมิช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นจุดปะทะระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และกรณีกลุ่มฮูษีปะทะกับกองทัพเยเมนและกองทัพซาอุดีอาระเบีย ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น

จีนรับรอง 11 อาชีพใหม่ ตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยี

รัฐบาลจีนเมื่อ 9 กันยายน 2569 ประกาศรับรองอาชีพและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดแรงงานที่พัฒนาและขยายตัวเพิ่มขึ้นตามอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดย 11 อาชีพใหม่ที่กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคม (MOHRSS) ของจีนรับรอง 11 อาชีพใหม่ครอบคลุมผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล (digital occupation) ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม (green occupation) ส่วน 23 ความเชี่ยวชาญด้านการวางแผนเพื่อความยั่งยืน การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และนักออกแบบด้านการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัย สะดวกสบาย และเหมาะสมกับผู้อยู่อาศัยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ (Elderly-friendly Design) รัฐบาลจีนรับรองอาชีพและความเชี่ยวชาญใหม่เพื่อให้เป็นกรอบการพัฒนาแผนด้านการศึกษา แนวทางพัฒนาทักษะแรงงานและทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งกฎระเบียบมาตรฐานต่าง ๆ ให้เอื้อต่อรูปแบบเศรษฐกิจและสังคมจีนในอนาคต โดยตั้งแต่ปี 2562 จีนทบทวนและรับรองอาชีพใหม่แล้วอย่างน้อย 121 อาชีพ นอกจากนี้ มีรายงานว่าจีนทบทวนคำนิยามอาชีพอื่น ๆ ที่เคยประกาศรับรองไปแล้วด้วย เช่น อาชีพนายหน้าซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร การที่รัฐบาลจีนประกาศรับรองอาชีพและความเชี่ยวชาฯเฉพาะด้านครั้งนี้ สอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศ 5 ปี ของจีน ระหว่างปี 2569-2573 ว่าจะให้ความสำคัญกับการพัฒนารากฐานเศรษฐกิจ 4 ด้าน…

ชาวสโลวีเนียคัดค้านการเปิด สอท.อิสราเอลในประเทศ

กรณีอิสราเอลทำสงครามและใช้ความรุนแรงปราบปรามชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นานาชาติไม่เห็นด้วยกับท่าทีของอิสราเอล รวมทั้งแสดงออกเพื่อคัดค้านนโยบายของอิสราเอลในฉนวนกาซามากขึ้น ล่าสุดเมื่อ 10 กันยายน 2569 มีรายงานว่าชาวสโลวีเนีย ประเทศในยุโรปซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จำนวนหลายพันคน รวมตัวกันชุมนุมประท้วงและคัดค้านกรณีนายกรัฐมนตรี Janez Jansa ผู้นำรัฐบาลสโลวีเนียจะอนุญาตให้อิสราเอลไปตั้งสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำเมือง Ljubljana เมืองหลวงของสโลวีเนีย เพื่อเพิ่มพูนความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม ชาวสโลวีเนียไม่เห็นด้วยกับกรณีอิสราเอลทำสงครามในฉนวนกาซา โดยมีมุมมองว่าการโจมตีที่ผ่านมาเป็นความพยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ไม่ใช่การป้องกันตนเองตามที่รัฐบาลอิสราเอลกล่าวอ้าง จึงไม่ต้องการให้อิสราเอลไปเปิดสถานเอกอัครราชทูตในประเทศ เนื่องจากจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสโลวีเนีย ผู้ชุมนุมประท้วงชาวสโลวีเนียจัดการชุมนุมในรูปแบบการเดินขบวน ชูป้ายคัดค้าน พร้อมป้ายสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ จากนั้นเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณที่จะมีการสร้างสถานเอกอัครราชทูตของอิสราเอล ก่อนหน้านี้ ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวสโลวีเนีย ซึ่งมีประชากรประมาณ 2 ล้านคน ต่อกรณีดังกล่าวพบว่าร้อยละ 56 ไม่เห็นด้วยกับการอนุญาตให้อิสราเอลเปิดสถานเอกอัครราชทูตในประเทศ มีเพียงร้อยละ 14 ที่สนับสนุน การตัดสินใจของผู้นำรัฐบาลสโลวีเนียชุดปัจจุบัน ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อ กรกฎาคม 2569 แตกต่างจากรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ที่รับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ คว่ำบาตรการส่งออกอาวุธให้อิสราเอล ตลอดจนมีจุดยืนคัดค้านการขยายถิ่นอาศัยของชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ดังนั้น ท่าทีของผู้นำคนปัจจุบันทำให้ประชาชนและนักการเมืองสโลวีเนียตั้งข้อสังเกตและวิจารณ์นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันว่าดำเนินนโยบายเอื้อประโยชน์แก่อิสราเอลอย่างมาก ด้วยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด และเดินหน้าการเปิดสถานเอกอัครราชทูต อาจเป็นเพื่อตอบแทนอิสราเอลสนับสนุนให้ชนะการเลือกตั้งเมื่อ มีนาคม 2569 ทั้งที่อาจต้องเผชิญความท้าทายในการโน้มน้าวความคิดเห็นของประชาชนและสาธารณะ…

ไต้หวันเพิ่มมาตรการเชิงรุกทางไซเบอร์ด้วยการร่วมมือกับสหรัฐฯ   

ไต้หวันมีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพทางไซเบอร์ในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์จากจีน โดยในปีงบประมาณ 2570 กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้เสนอของบประมาณต่อรัฐสภา เพื่อใช้ในในการลาดตระเวนหาการฝังตัว และทำการเชิงรุกกลับ ก่อนที่จะถูกโจมตีจริง ๆ โดยจะของบประมาณ จำนวน 3 .03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจัดตั้งหน่วยที่ชื่อว่า หน่วยต่อต้านการโจมตีทางไซเบอร์  (Military Cyber Hunt Team) ซึ่งจะอยู่ภายใต้หน่วยที่ชื่อว่า Information, Communications and Electronic Force Command ที่เป็นหน่วยอิสระที่แยกจากกองทัพ ประเทศที่ให้การสนับสนุนการปฏิบัติการหน่วยที่ตั้งขึ้นใหม่ของไต้หวัน คือสหรัฐฯ โดยจะนำทีมผู้เชี่ยวชาญมาฝึกสอน ซึ่งความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันในเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อรับมือภัยคุกคามจากจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้เพิ่มความสำคัญ และความเข้มข้นในการเน้นการลาดตระเวนดูทางไซเบอร์เพื่อหาการซ่อนตัว แทรกซึมและฝังตัวของแฮ็กเกอร์เข้าในระบบปฏิบัติการของไต้หวัน การดำเนินการของหน่วยนี้จะเป็นการไล่ล่าเชิงรุก (proactive cyber threat hunting) มากกว่าแก้ไขหลังจากถูกโจมตีทางไซเบอร์แล้ว ทั้งนี้ ทีมงานจากสหรัฐฯ จะช่วยฝึกด้วยการปฏิบัติการมากกว่าทฤษฎี เหมือนเช่นที่สหรัฐฯ กับไต้หวันเคยฝึกทางไซเบอร์ร่วมกันภายใต้   Cyber Flag exercises การขยายความร่วมมือทางไซเบอร์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันจะมีมากขึ้น เพื่อรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์จากจีน ทั้งนี้…

รัสเซีย-เกาหลีเหนือเปิดสะพานเชื่อมสัมพันธ์ กระชับความใกล้ชิด

ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซีย-เกาหลีเหนือใกล้ชิดมากขึ้น และมีแนวโน้มจะพัฒนาไปเป็นมิตรประเทศที่พึ่งพากันด้านความมั่นคง โดยเมื่อ 7 กันยายน 2569 ผู้แทนระดับสูงของรัสเซียและเกาหลีเหนือ เข้าร่วมพิธีเริ่มเปิดทำการสะพานข้ามแม่น้ำ Tumen หรือสะพาน Yakov Novichenko ซึ่งเชื่อมระหว่างดินแดนของ 2 ประเทศ เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นสัญลักษณ์สะท้อนความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างกัน ทั้งนี้ สะพานดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1  กิโลเมตร เริ่มสร้างตั้งแต่ เมษายน 2568 สามารถใช้เป็นเส้นทางขนส่งโดยรถบรรทุกได้มากถึง 300 คัน/วัน ซึ่งนายกรัฐมนตรี Mikhail Mishus ของรัสเซียระบุว่าสะพานดังกล่าวเชื่อมต่อไปยังถนนและเส้นทางคมนาคมที่สำคัญอื่น ๆ ของรัสเซียด้วย รวมทั้งเชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานข้ามแดนลักษณะนี้จะเป็นผลดีต่อการพัฒนาความร่วมมือด้านการค้า การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รวมทั้งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การก่อสร้างสะพานดังกล่าวเป็นผลจากการพบหารือระหว่างที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเยือนเกาหลีเหนือเมื่อปี 2567 ซึ่งในระยะแรก สะพานดังกล่าวจะใช้ประโยชน์ด้านการขนส่งสินค้าเป็นหลัก จากนั้นจะเปิดใช้บริการด้านการเดินทางทั่วไปในระยะถัดไป ที่ผ่านมา การคมนาคมเดินทางระหว่างรัสเซีย-เกาหลีเหนือจะใช้รถไฟและเครื่องบินเป็นหลัก เฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางรถไฟข้ามแดน หรือ Friendship Bridge ที่ก่อนหน้านี้เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างรัสเซีย-เกาหลีเหนือเพียงแห่งเดียว สะพาน Yakov Novichenko…