WEF เริ่มการประชุมประจำปี 2569

ผู้นำประเทศและผู้แทนระดับสูงจากองค์กรต่าง ๆ เดินทางไปที่เมืองดาวอส สวิตเซเอร์แลนด์ เพื่อร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2569 ระหว่าง 19-23 มกราคม 2569 โดยมีหัวข้อการประชุมหลัก คือ “A Spirit of Dialogue” มีผู้แทนจากรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ บริษัทภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม รวมทั้งผู้แทนจากสถาบันวิชาการไปเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของโลก และร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญต่อไป ทั้งนี้ WEF จัดการประชุมเป็นประจำทุกปี ซึ่งปี 2568 กำหนด 5 ประเด็นหลักที่เป็นความท้าทายสำคัญของโลก (key global challenges) ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการกับความท้าทายที่จะมีความซับซ้อนมากขึ้น สำหรับ 5 ประเด็นหลักที่เป็นความท้าทายของโลก ได้แก่ 1) แนวทางเพิ่มความร่วมมือในโลกที่แข่งขันกันมากขึ้น 2) วิธีการปลดล็อกปัจจัยใหม่ ๆ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก 3) แนวทางการลงทุนเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 4) แนวทางการส่งเสริมนวัตกรรมไปพร้อม ๆ…

ประเทศยุโรปคัดค้าน และพร้อมขึ้นมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ

ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคยุโรปกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มห่างเหินและขัดแย้งกันจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเป้าหมายต้องการให้สหรัฐฯ เข้าไปครอบครองเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก ท่าทีดังกล่าวทำให้ทั้งเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และประเทศยุโรปไม่เห็นด้วย เพราะเท่ากับละเมิดอธิปไตยและสิทธิของประเทศยุโรป ทำให้หลายประเทศตัดสินใจจะส่งกำลังทหารไปกรีนแลนด์เพื่อปกป้องความมั่นคงของภูมิภาค ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันอีกครั้งเมื่อ 18 มกราคม 2569 ว่า ต้องการครอบครองเกาะกรีนแลนด์เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ รวมทั้งเพื่อไม่ให้จีนและรัสเซียครอบครอง  สหรัฐฯ  พร้อมจะลงโทษประเทศในยุโรปจำนวน 8 ประเทศที่ไม่เห็นด้วย หรือพยายามขัดขวางความต้องการดังกล่าวด้วยมาตรการภาษีตอบโต้ ในอัตราร้อยละ 10 เริ่มตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ประเทศที่อยู่ในบัญชีจะเผชิญมาตรการภาษีเพิ่ม ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์ รวมทั้งเดนมาร์ก และจะเพิ่มระยะต่อไป ที่ร้อยละ 25 อย่างไรก็ดี ยุโรปประกาศจะเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐฯ เช่นกัน ประเทศยุโรปที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว คือกลุ่มประเทศที่ประกาศว่าจะส่งทหารไปประจำการและสนับสนุนความมั่นคงที่เกาะกรีนแลนด์ ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “Arctic Endurance” โดยทั้ง 8 ประเทศยืนยันว่าไม่มีเป้าหมายเพื่อข่มขู่ประเทศใด พร้อมกันนี้ ปรากฏกระแสชาวกรีนแลนด์จำนวนมากรวมตัวกันชุมนุมคัดค้านนโยบายของผู้นำสหรัฐฯ…

พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเริ่มการประชุมคัดเลือกผู้นำสูงสุด

สื่อต่างประเทศติดตามการประชุมใหญ่ครั้งที่ 14 ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ระหว่าง 19-25 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นการประชุมสำคัญที่จัดขึ้นทุก ๆ 5 ปีเพื่อคัดเลือกผู้นำสูงสุดของพรรคและกำหนดเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยมีรายงานว่า พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ /ผู้นำสูงสุดเวียดนาม และนายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวพร้อมสมาชิกพรรคและคณะผู้แทนระดับสูง ที่บริเวณ Pham Hung Street ในกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม มีผู้แทนสมาชิกพรรคจำนวน 1,586 คน เข้าร่วมการประชุมเพื่อสะท้อนมุมมองของสมาชิกพรรคจำนวนมากกว่า 5.6 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งจะหารือกันภายใต้หลักการความสามัคคี ประชาธิปไตย มีวินัย ก้าวหน้าและพัฒนา (Solidarity, Democracy, Discipline, Breakthrough and Development) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศ การประชุมนี้ มีเอกสารรายงาน 4 ฉบับที่พรรคคอมมิวนิสต์จะต้องพิจารณาระหว่างการประชุม ได้แก่ รายงานการเมือง รายงานการทบทวนนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ รายงานการทบทวนระเบียบของพรรค และรายงานรับรองผลงานของรัฐบาลและคณะกรรมาการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 13 ที่ผ่านมา ซึ่งในการประชมุครั้งนี้…

เศรษฐกิจจีนเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้เผชิญมาตรการภาษีสหรัฐฯ

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics – NBS) เมื่อ 19 มกราคม 2569 เผยแพร่รายงานเศรษฐกิจจีน (GDP) เมื่อปี 2568 เติบโตร้อยละ 5 หรือ 19.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามเป้าหมายที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ แม้ว่าจะเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ภาคบริการและการผลิต ขณะที่ดัชนีด้านการลงทุนและการบริโภคในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนยังได้รับผลกระทบจากบรรยากาศเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ และสงครามการค้าของสหรัฐฯ การเผยแพร่รายงานเศรษฐกิจดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อทิศทางการกำหนดนโยบายของรัฐบาลจีน ในการประชุมสำคัญที่จะมีขึ้นในปี 2569 เพื่อกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปี 2569-2573 โดยดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2568 สะท้อนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภาคอุตสาหกรรม การบริการ และการส่งออกไปยังต่างประเทศ นอกจากนี้ การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีคุณภาพ จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของจีนต่อไปในระยะยาว สื่อต่างประเทศสนใจรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของจีน ไม่ใช่เพราะเป็นประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของโลกเท่านั้น แต่เพราะเศรษฐกิจจีนเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้ว่าจะเผชิญมาตรการภาษีจากผู้นำสหรัฐฯ  สะท้อนว่าจีนยังคงส่งออกไปต่างประเทศได้มากพอที่จะทำให้ได้เปรียบดุลการค้าเมื่อปี 2568 อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนประเมินว่าจีนอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ชัดเจนมากขึ้นในปี 2569 นอกจากนี้…

เดนมาร์กคัดค้านสหรัฐฯ กรณีต้องการครอบครองกรีนแลนด์

ผู้แทนระดับสูงของเดนมาร์กและสหรัฐฯ หารือกันเมื่อ 14 มกราคม 2569 โดยยังคงไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าต้องการให้สหรัฐฯ ได้ครอบครองกรีนแลนด์ โดยนาย Lars Lokke Rasmussen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก พร้อมทั้งนาง Vivian Motzfeldt รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกรีนแดลน์หารือกับรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ และนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผลลัพธ์การประชุมทั้ง 2 ประเทศได้สนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา แต่มีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นกรีนแลนด์ โดยยังคงจุดยืนที่แตกต่างกันเกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม ทั้งเดนมาร์กและกรีนแลนด์ไม่ต้องการความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และคาดหวังว่าจะใช้การพบหารือครั้งนี้เพื่อหาแนวทางร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป ประเด็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์กเห็นพ้องกับผู้นำสหรัฐฯ คือ นโยบายการเฝ้าระวังและป้องกันการขยายอิทธิพลของรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ใช้อ้างเกี่ยวกับภัยคุกคามจากกองทัพรัสเซียและจีนในพื้นที่ดังกล่าวนั้นยังไม่ถูกต้อง ดังนั้น เดนมาร์กพร้อมจะตั้งทีมงานการหารือในประเด็นนี้ต่อไป เพื่อลดระดับความตึงเครียดและสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน ด้านผู้แทนของกรีนแลนด์ระบุว่าพร้อมจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ต่อไป แต่ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการครอบครอง ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่ยืนยันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 ว่าต้องการให้กรีนแลนด์อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสหรัฐฯ เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ ทำให้ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศยุโรปและสหประชาชาติ ห่วงกังวล และเมื่อ…

สหรัฐฯ เริ่มขายน้ำมันจากเวเนซุเอลา

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 15 มกราคม 2569 กรณีรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มขายน้ำมันจากแหล่งพลังงานในเวเนซุเอลา มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งปฏิบัติการบุกเข้าไปควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลาเมื่อต้น มกราคม 2569 และประกาศว่าจะมีการขายน้ำมันต่อไปในเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์ร่วมกันของชาวอเมริกันและชาวเวเนซุเอลา ทั้งนี้ การขายน้ำมันครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่สะท้อนว่า ผู้นำสหรัฐฯ สามารถดำเนินการตามนโยบายที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปควบคุมและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลาเอง และเพื่อโน้มน้าวให้บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันของสหรัฐฯ เชื่อมั่นต่อการลงทุนในเวเนซุเอลามากขึ้น โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังยืนยันด้วยว่าปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วมมกับกับนาง Delcy Rodríguez รักษาการประธานาธิบดีและผู้นำรัฐบาลเวเนซุเอลาได้เป็นอย่างดี และคาดว่าการดำเนินนนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์จะช่วยให้สหรัฐฯ และภูมิภาคอเมริกาใต้มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ พร้อมกับปลอดภัยจากอาชญากรรมกลุ่มค้ายาเสพติดและการแทรกแซงจากต่างประเทศ ทั้งนี้ นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ มีแผนการจะเข้าไปยึดครอง ควบคุม และขายน้ำมันจากเวเนซุเอลาจำนวนอย่างน้อย 50 ล้านบาร์เรล และจะให้บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ เข้าไปบริหารจัดการทรัพยากร โดยปราศจากการคอร์รัปชัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการซื้อขายน้ำมันครั้งแรกเอง รายได้ดังกล่าวจะจัดสรรให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต่อไป…

จีนคัดค้านฟิลิปปินส์กรณีข้อพิพาทในทะเลจีนใต้

สถานการณ์ความมั่นคงในทะเลจีนใต้ยังคงเป็นประเด็นเสี่ยงเกิดความขัดแย้งทางการทูตและการทหารระหว่างประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาท  เฉพาะอย่างยิ่งจีนกับฟิลิปปินส์ โดยเมื่อ 13-15 มกราคม 2569 รัฐบาลจีนเผยแพร่ถ้อยแถลงผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีน/มะนิลา คัดค้านกรณีสภาทางทะเลแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (National Maritime Council-NMC) มีถ้อยแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในทะเลจีนใต้ พร้อมอ้างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลหรือ UNCLOS และกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อเป็นหลักฐานว่าจีนละเมิดอธิปไตยของฟิลิปปินส์ในทะเลตะวันตก รวมทั้งเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone – EEZ) ของฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์เปลี่ยนท่าทีเพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติภาพและความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมทั้งคัดค้านถ้อยแถลงของฟิลิปปินส์ที่ย้ำว่าจีนมีปฏิบัติการลาดตระเวนทางทะเลที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วย สรุปประเด็นที่จีนคัดค้านฟิลิปปินส์ ประกอบด้วยการโจมตีและวิจารณ์จีนว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นการข่มขู่คุกคาม และพยายามทำให้ทั่วโลกเข้าใจเหตุการณ์ในทะเลจีนติผิดไปจากความเป็นจริง หรือที่เรียกว่า ICAD activities (illegal, coercive, aggressive and deceptive) ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่จีนใช้เพื่ออ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ เช่น การใช้กองเรือประมงติดอาวุธเคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้ การใช้ปืนยิงเลเซอร์และปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่เพื่อขัดขวางการเดินเรือของประเทศอื่น ๆ ในพื้นที่พิพาท อีกประเด็นที่ทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก คือ กรณีที่ฟิลิปปินส์อ้างถึงเขตปฏิบัติการทางทหาร หรือ maritime zone ชองฟิลิปปินส์ ที่หน่วยความมั่นคงและทหารของฟิลิปปินส์จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อปกป้องทรัพยากรและชาวประมง ด้านทางรัฐบาลจีนยืนยันว่าไม่มีคำนิยามหรือการกำหนดเขตปฏิบัติการทางทหารหรือ maritime zone…

ทิศทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกในปี 2569

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เติบโตอย่างรวดเร็วมาก  และแนวโน้มอุตสาหกรรมนี้ ในปี 2569 จะมีมูลค่าเกือบถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยภูมิภาคอเมริกา และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกคงการเป็นผู้นำการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก ขณะที่ประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นไต้หวัน โดยมีบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co.(TSMC) เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกเช่นเดิม ด้วยการครองสัดส่วนการผลิต ร้อยละ 50-60 ของโลก และยังเป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปให้กับบริษัทชี้นนำของโลก เช่น บริษัท Apple บริษัท Advanced Micro devices (AMD) บริษัท Nvidia และบริษัท Qualcomm เป็นต้น รายงานขององค์กรสถิติการค้าเซมิคอนดักเตอร์โลก (World Semiconductor Trade Statistics–WSTS) ที่เผยแพร่เมื่อต้นธันวาคม 2568 ประเมินว่า ในปี 2568 การเติบโตอย่างของเซมิคอนดักเตอร์โลกจะอยู่ที่ร้อยละ  22  มีมูลค่ารวมทั้งโลกอยู่ที่ 772,243 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2569 จะเติบโต ร้อยละ 26.3 ซึ่งจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่…

การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านน่าจะทำให้สถานการณ์ในอิหร่านดีขึ้น

สถานการณ์ในอิหร่านขณะนี้ยังคงมีการประท้วง  เพื่อต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน ขณะที่รัฐบาลอิหร่านก็ปราบปรามอย่างหนัก เพื่อหวังว่าจะให้เหตุการณ์ยุติ แต่การประท้วงที่ดำเนินมาตั้งแต่ 28 ธันวาคม 2568 ยังไม่มีท่าทียุติโดยง่าย องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนประเมินว่า มีชาวอิหร่านเสียชีวิตแล้วกว่า 600 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก การประท้วงหลักยังอยู่ที่เตหะรานซึ่งเป็นเมืองหลวง แต่ก็กระจายไปยังเมืองต่าง ๆ ด้วย รวมทั้งมีรายงานจากเจ้าหน้าทีในอิหร่านว่า มีชาวอิหร่านเสียชีวิตแล้วกว่า 1,200 ราย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้สถานการณ์ในอิหร่านมีตึงเครียดมากขึ้น ด้วยการระบุเมื่อ 11 มกราคม 2569 ว่าการโจมตีอิหร่านจะเป็นทางเลือกในหลาย ๆ ทาง ที่สหรัฐฯ จะดำเนินการ หากอิหร่านใช้กำลังกวาดล้างผู้ประท้วง ขณะที่อิหร่านก็โต้ว่า พร้อมจะตอบโต้สหรัฐฯ หรืออิสราเอลกลับทันที หากสหรัฐฯ ทำการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ทางเลือกที่สหรัฐฯ จะดำเนินการต่ออิหร่าน เช่น การโจมตีด้วยขีปนาวุธระยะไกล การปฏิบัติการทางไซเบอร์ และปฏิบัติการทางจิตวิทยา การปฏิบัติการลับ รวมทั้งการขึ้นภาษีประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน ร้อยละ 25 ซึ่งประเด็นนี้ทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก และออกมาตอบโต้ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของจีนกับอิหร่าน เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่กับอิหร่าน…

กัมพูชาเดินเกมเพิ่มความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ

ในห้วงที่การเมืองไทยซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งบริเวณชายแดนกำลังมุ่งหาเสียงในการเลือกตั้ง และรัฐบาลยังเป็นรักษาการ กัมพูชาเล่นเกมในเวทีระหว่างประเทศ โดยใช้การพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ  และการให้สัมภาษณ์สื่อของสหรัฐฯ แสดงจุดยืนของกัมพูชาที่ต้องการสันติภาพกับไทย แต่ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเวทีกล่าวหาไทยว่า ไทยอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อขัดแย้งบริเวณชายแดนอีกได้ หากใช้ข้อกล่าวหาว่ากัมพูชาเป็นฐานของกลุ่มหลอกลวงทางออนไลน์ นายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ใช้การพบปะกับนายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เมื่อ 10 มกราคม 2569  (หลังจากพบเจ้าหน้าที่ไทยเมื่อ 9 มกราคม 2569) ในการแสดงให้นานาชาติเห็นว่า กัมพูชาต้องการสันติ และแสดงท่าทีเหมือนทุกครั้งที่ชื่นชมสหรัฐฯ ในการทำให้ไทยและกัมพูชาหยุดยิง โดยยกย่องบทบาทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และหวังว่าสหรัฐฯ จะยังช่วยต่อไปให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 26 ตุลาคม 2568 สำหรับกัมพูชาไม่มีปัญหาในการที่จะดำเนินการดังกล่าว นายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ยังได้ให้คำมั่นต่อนายดีซอมบรีว่า ทั้งสหรัฐฯ และกัมพูชาจะยังเสริมสร้างมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมในการเพิ่มความความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน ความมั่นคง การทหาร และความเกี่ยวพันระดับประชาชน รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย และศักยภาพของกัมพูชาในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งในโอกาสนี้ นายดีซอมบรียังให้เงินกัมพูชาจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์…