จีนประท้วง นรม.อินเดียกรณีทวีตข้อความขอบคุณการแสดงความยินดีจากประธานาธิบดีไต้หวัน

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 7 มิ.ย.67 ว่า กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) จีนประท้วงอินเดียเมื่อ 6 มิ.ย.67 กรณีมีทวิตข้อความบนแอปพลิเคชั่น X แลกเปลี่ยนกันระหว่างนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิของอินเดีย กับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน โดยนางเหมา หนิง โฆษก กต.จีน ระบุว่า ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าประธานาธิบดีของไต้หวัน เพราะมีเพียงจีนเดียวซึ่งไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และจีนต่อต้านการมีปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นทางการทุกรูปแบบระหว่างเจ้าหน้าที่ชาวไต้หวัน (Taiwanese authorities) กับประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน เนื่องจากหลักการจีนเดียวได้รับการยอมรับและเป็นข้อเห็นพ้องในประชาคมระหว่างประเทศ การกระทำของอินเดียจึงขัดต่อท่าทีของจีนต่อไต้หวันอย่างรุนแรง อนึ่ง ประธานาธิบดีไล่ของไต้หวันทวีตข้อความแสดงความยินดีต่อชัยชนะในการเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีโมดิ และเสริมว่าไต้หวันคาดหวังจะร่วมมือกับอินเดียเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านการค้าและเทคโนโลยีเพื่อสร้างสันติภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งฝ่ายผู้นำอินเดียตอบขอบคุณและคาดหวังจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

เลขาธิการ UN กังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) แถลงเมื่อ 6 มิ.ย.67 แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และประณามการโจมตีของกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่ และภาคสะไกง์ ซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งนี้ เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุด และให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองพลเรือนเป็นลำดับแรกตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมทั้งป้องกันการยุยงให้เกิดความตึงเครียดและการใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้สมาชิก UN และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ร่วมสนับสนุนการทำงานเพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนของนางจูลี บิช็อป ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการ UN เรื่องเมียนมา (Special Envoy on Myanmar)

ผู้นำเกาหลีใต้ส่งเสริมการเตรียมพร้อมทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้เกาหลีเหนือ

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 6 มิ.ย.67 ว่า ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล ของเกาหลีใต้ กล่าวปาฐกถาเนื่องในวัน Memorial Day ของเกาหลีใต้ ที่สุสานแห่งชาติกรุงโซล โดยระบุจะส่งเสริมความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศให้เข้มแข็ง เฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมพร้อมทางทหาร เพื่อตอบโต้กิจกรรมยั่วยุของเกาหลีเหนืออย่างเต็มกำลัง นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ยังวิจารณ์เกาหลีเหนือที่ไม่พัฒนาประเทศไปตามโลก ละเมิดสิทธิมนุษยชน และปล่อยให้ประชาชนอดอยาก ซึ่งเกาหลีใต้จำเป็นต้องพัฒนาประเทศให้เข้มแข็ง เพื่อจะช่วยฟื้นฟูสิทธิและเสรีภาพของประชาชนชาวเกาหลีเหนือ และพัฒนาสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีต่อไป

หน่วยข่าวกรองจีนเตือนไม่ให้ จนท.รัฐใช้บริการคลาวด์จัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลลับ

  กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน  เผยแพร่ข้อมูลบนบัญชี WeChat ของหน่วยงานเมื่อ 5 มิ.ย.67 เตือนไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐจัดเก็บ ดำเนินการ หรือส่งต่อข้อมูลอ่อนไหวและมีชั้นความลับบนสื่ออินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และบนบริการคลาวด์ (cloud services) หากจำเป็นต้องใช้บริการคลาวด์ก็จะต้องเข้ารหัสเอกสาร เปลี่ยนพาสเวิร์ดบ่อยครั้ง และปิดระบบการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยข่าวกรองของต่างประเทศเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ เนื่องจากปัจจุบันหน่วยข่าวกรองต่างประเทศพยายามขโมยข้อมูลอ่อนไหวและข้อมูลลับโดยหลายวิธีการ อาทิ การโจมตีทางไซเบอร์ และการใช้มัลแวร์ (Trojan horse viruses) เป็นภัยต่อความเป็นส่วนตัวของบุคคลและความมั่นคงของประเทศ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เยือนฝรั่งเศสระหว่าง 5-9 มิ.ย.67

  ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 4 มิ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เยือนฝรั่งเศสระหว่าง 5-9 มิ.ย.67 เพื่อเข้าร่วมงานรำลึกครบรอบ 80 ปี สมรภูมินอร์มังดีหรือ Deliverance Day (D-Day) โดยมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรในยุโรป หลังการรณรงค์หาเสียงของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความห่วงกังวลว่าสหรัฐฯ อาจลดระดับความร่วมมือกับภูมิภาค ทั้งนี้ในการพบกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส จะหารือกันในประเด็นการนำสินทรัพย์ของรัสเซียที่ถูกอายัดมาใช้ฟื้นฟูยูเครน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอิสราเอล-ฮะมาส การขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ร่วมในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก การรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความร่วมมือด้านความมั่นคงและการค้าในห้วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2567 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังมีแผนจะพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เพื่อยืนยันการสนับสนุนของสหรัฐฯ ต่อยูเครนด้วย

ไต้หวันจัดสารวัตรทหารประจำการคุ้มกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรม

  หนังสือพิมพ์ Taipei Times รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.67 ว่าฝ่ายความมั่นคงไต้หวันดำเนินการจัดสารวัตรทหารเข้าประจำการคุ้มกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วไต้หวัน เพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรมโดยกลุ่มผู้เห็นอกเห็นใจ ผู้สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) หรือ ไส้ศึก (fifth column) ซึ่งอาจทำตามคำแนะนำของ พคจ. ในการทำลายหรือทำให้โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อาทิ โรงไฟฟ้า คลังเก็บน้ำมัน อ่างเก็บน้ำ และอุทยานวิทยาศาสตร์ ใช้งานไม่ได้ โดยคาดว่ามีบุคคลที่ทำงานให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อย 5,000 คน ในไต้หวัน ทั้งนี้ กรมสารวัตรทหาร (Military Police Command) ได้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่จาก 5,000 นายเป็น 11,000 นาย เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการขยายกองทัพและตอบโต้ภัยคุกคามจากจีน หลังจากพิจารณาการแทรกซึมของบุคคลที่ทำงานให้ฝ่ายตรงข้ามและขีดความสามารถในการสร้างความเสียหาย

ลาว กัมพูชา และสิงคโปร์ จัดตั้งคณะทำงานเพื่อผลักดันการค้าไฟฟ้าข้ามพรมแดนผ่านโครงข่ายใต้ทะเล

  เว็บไซต์ข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.67 ว่ากระทรวงพลังงานและบ่อแร่ลาว กระทรวงเหมืองแร่และพลังงานกัมพูชา และกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์  ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานเพื่อส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนระหว่างกัน เมื่อ 3 มิ.ย.67 โดยคณะทำงานดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างกรอบการทำงานที่ครอบคลุมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการซื้อ-ขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนในอาเซียน การปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลและขั้นตอนการออกใบอนุญาตสำหรับการผลิต การส่งออก และการนำเข้าไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงการลดความซัำซ้อนของการอนุญาตให้มีกระบวนการสำรวจและติดตั้งสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลข้ามพรมแดน การอำนวยความสะดวกในการจัดทำข้อตกลงทางการค้า และส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและส่งผ่านเพื่อให้การค้าไฟฟ้าข้ามพรมแดนระหว่างสามประเทศราบรื่น ทั้งนี้ ลาวย้ำว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยดึงดูดการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในลาวและภูมิภาค ส่วนสิงคโปร์เห็นว่าคณะทำงานจะช่วยแก้ไขปัญหาสายไฟฟ้าใต้ทะเลในอาเซียน และกัมพูชาคาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างเครือข่ายพลังงานที่เชื่อมโยงกันในอาเซียนอย่างยั่งยืน

เวียดนามส่งออกผักและผลไม้เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อห้วง ม.ค.-พ.ค.67

  สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 31 พ.ค.67 อ้างการเปิดเผยของนาย Nguyen Thanh Binh ประธานสมาคมผักและผลไม้เวียดนาม ว่า ห้วง ม.ค.-พ.ค.67 เวียดนามส่งออกผักและผลไม้มูลค่า 2,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2566 เนื่องจากผลผลิตในประเทศมีจำนวนมาก และความต้องการของตลาดเดิมและตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ตามฤดูกาลที่ได้รับความนิยมสูง เช่น ทุเรียน แก้วมังกร สับปะรด แตงโม มะม่วง ลองกอง และ ลิ้นจี่ อย่างไรก็ดี นาย Nguyen Nhu Cuong ผู้อำนวยการกรมผลิตพืช สังกัดกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม (MARD) กล่าวว่า สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและค่าเงินด่งเวียดนามอ่อนจะเป็นความท้าทายต่อการส่งออกสินค้าเกษตร MARD จึงพยายามขยายตลาดด้วยการเจรจาเพื่อลดขั้นตอนและความซับซ้อนในการส่งออกไปยังจีน สหรัฐฯ ยุโรป รัสเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมทั้งขยายตลาดใหม่ไปยังกลุ่มประเทศฮาลาล อาทิ ตะวันออกกลางและแอฟริกา

รมว.กต.อินโดนีเซีย เชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่จะยังคงสนับสนุนปาเลสไตน์

  นางเร็ตโน มัรซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย บรรยายสาธารณะในหัวข้อ “Indonesia Diplomacy for Palestine: All Eyes on Rafah” เมื่อ 3 มิ.ย.67 ที่ Gadjah Mada University เมืองยอกยาการ์ตา ว่า อินโดนีเซียยังคงสนับสนุนปาเลสไตน์ให้บรรลุอิสรภาพ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่จะสนับสนุนปาเลสไตน์เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ นางเร็ตโน ได้ตั้งข้อสังเกตว่าอิสราเอลกำลังใช้ความพยายามเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นระบบกำจัดปาเลสไตน์ โดยการทำให้สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) อ่อนแอลง เพื่อหวังกำจัดสิทธิในการกลับคืนของผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ รวมทั้งปฏิเสธแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบสองรัฐ ตลอดจนพยายามขัดขวางการเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติของปาเลสไตน์

รมว.กห.จีนย้ำการรวมชาติไต้หวันอย่างสันติแต่จะดำเนินการเต็มที่เพื่อป้องกันการแยกตัวเป็นเอกราช

  สำนักข่าว CGTN รายงานเมื่อ 2 มิ.ย.67 อ้างสุนทรพจน์ของ พล.ร.อ.ต่ง จุน รัฐมนตรีกลาโหมจีน ในการประชุม Shangri-La Dialogue ครั้งที่ 21 ที่สิงคโปร์ว่า จีนเคารพต่อสันติภาพและความสามัคคี ไม่เคยพยายามครองความเป็นใหญ่หรือขยายอิทธิพลทางทหาร ทั้งยังระบุว่า ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกมีความสามารถแก้ไขความตึงเครียดได้เอง แต่ก็ยังคงถูกบีบบังคับจากพลังอำนาจภายนอกที่พยายามใช้อำนาจเข้าครอบงำ ขณะเดียวกัน พล.ร.อ.ต่ง จุน ยังระบุถึงประเด็นไต้หวันโดยให้คำมั่นว่าจีนจะดำเนินการรวมชาติอย่างสันติ แต่ความพยายามดังกล่าวกลับถูกกัดเซาะจากกองกำลังภายนอกและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในไต้หวัน ซึ่งจีนจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมความพยายามแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน  และสร้างหลักประกันว่าความพยายามแบ่งแยกดินแดนจะไม่ประสบผลสำเร็จ