ผช.ผบ.ทร.สหรัฐฯ เสร็จสิ้นการเยือนไทย

(ภาพจากกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ) กองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ (INDOPACOM) แถลงเมื่อ 25 ก.ค.65 เกี่ยวกับผลการเยือนไทยของนายคาร์ลอส เดล โตโร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือสหรัฐฯ ระหว่าง 23-25 ก.ค.65 โดยได้พบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเรือไทย เพื่อกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง การพัฒนาศักยภาพด้านการทหารของไทยให้ทันสมัย และการส่งเสริมให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเปิดกว้างและเสรี ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือสหรัฐฯ เยือนไทยเป็นครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่งเมื่อ ส.ค.64 โดยมีภารกิจครอบคลุมการดูแลเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯ กว่า ๙๐๐,๐๐๐ นาย

WHO ประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

ดร.Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ประกาศเมื่อ 23 ก.ค.65 ให้การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern-PHEIC) หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 16,000 ราย ใน 75 ประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป และมีความเสี่ยงที่จะแพร่กระจายทั่วโลก พร้อมทั้งเรียกร้องประเทศต่าง ๆ ปฏิบัติตามคำแนะนำของ WHO ในการรับมือโรคฝีดาษลิงผ่านทางเว็บไซต์ และระบบรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโรคฝีดาษลิงที่มีการปรับปรุงอย่างทันเวลา อาทิ ยกระดับการเฝ้าระวังและมาตรการด้านสาธารณสุข เสริมสร้างการจัดการทางคลินิก การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลและคลินิก เร่งวิจัยการใช้วัคซีน การรักษา และเครื่องมืออื่น ๆ ในการป้องกันโรค ตลอดจนประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้กับประชาชนในชุมชนอย่างใกล้ชิดและทั่วถึง เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชายรักชาย ทั้งนี้ การพิจารณาภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ข้อมูลการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก 2) ความเสี่ยงด้านสาธารณสุขต่อประเทศอื่น ๆ…

ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ประเมินว่าจีนดำเนินนโยบายแข็งกร้าวในภูมิภาคมากขึ้น

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อ 24 ก.ค.65 อ้างท่าที พล.อ.มาร์ก มิลเลย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ประเมินว่า จีนดำเนินนโยบายแข็งกร้าวและเป็นอันตรายต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมากขึ้นในห้วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉพาะอย่างยิ่งการส่งเครื่องบินและเรือรบปฏิบัติการในมหาสมุทรแปซิฟิก ท่าทีของพล.อ.มิลเลย์มีขึ้นระหว่างการเยือนอินโดนีเซียเพื่อกระชับความร่วมมือด้านการทหาร และมีกำหนดการจะเยือนออสเตรเลียเพื่อประชุมผู้บัญชาการทหารในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งคาดว่าจะหยิบยกประเด็นความเคลื่อนไหวด้านการทหารของจีนหารือกับพันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

รมว.กต.ญี่ปุ่นประณามการโจมตีท่าเรือเมือง Odesa ของยูเครน

นายโยชิมะซะ ฮายาชิ รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ก.ค.65 ประณามรัสเซียอย่างรุนแรงกรณีก่อเหตุโจมตีท่าเรือเมือง Odesa ของยูเครนเมื่อ 23 ก.ค.65 หลังมีการลงนามข้อตกลง Black Sea Grain Initiative ระหว่างองค์การสหประชาชาติ ตุรกี ยูเครน และรัสเซีย ที่นครอิสตันบูล ตุรกี เมื่อ 22 ก.ค.65 เพื่อเปิดทางสำหรับการส่งออกธัญพืชที่ติดค้างอยู่ในยูเครนผ่านทะเลดำ ซึ่งการกระทำของรัสเซียในลักษณะดังกล่าวจะทำให้วิกฤตขาดแคลนอาหารของโลกรุนแรงขึ้น โดยญี่ปุ่นเรียกร้องให้รัสเซียแสดงบทบาทในทางที่จะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งดีขึ้น รวมทั้งปฏิบัติตามข้อตกลง Black Sea Grain Initiative

ยูเครนประสงค์จะเข้าร่วมเป็นภาคี TAC

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 25 ก.ค.65 ว่า ยูเครนประสงค์จะลงนามสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia-TAC) ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 55 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง แต่กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนและเลขาธิการยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากยูเครนยื่นคำขอล่าช้า อย่างไรก็ดี กระบวนการประเมินการยื่นสมัครเข้าเป็นภาคี TAC ของยูเครนน่าจะเสร็จสิ้นได้ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ใน ส.ค.65 ซึ่งอาเซียนจะตอบรับคำขอดังกล่าวได้ในปี 2566 ทั้งนี้ ประเทศที่จะลงนามเป็นภาคยานุวัติเข้าเป็นอัครภาคี TAC ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งนี้ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน กาตาร์ กรีซ เนเธอร์แลนด์ และเดนมาร์ก

ผู้นำสูงสุดอิหร่านพบผู้นำรัสเซียเพื่อประชุมแก้ไขปัญหาซีเรีย

สำนักข่าว Press TV และ สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 19 ก.ค.65 ว่า อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี ฮุซัยนี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน พบหารือกับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งเยือนอิหร่านเพื่อเข้าร่วมการประชุมว่าด้วยการแก้ไขปัญหาซีเรีย (Astana Talk) ระหว่างผู้นำรัฐบาลรัสเซีย ตุรกี และอิหร่าน ในวันเดียวกันนี้ การพบหารือดังกล่าว ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวในเชิงสนับสนุนผู้นำรัสเซียที่ตัดสินใจทำสงครามในยูเครนว่า อิหร่านไม่สนับสนุนการทำสงครามที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนในทุกรูปแบบ แต่กรณีสงครามในยูเครน หากรัสเซียซึ่งมีความเข้มแข็งและเป็นอิสระ ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มทำสงครามก่อน องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ก็อาจใช้ประเด็นไครเมียเป็นข้ออ้างเพื่อเริ่มทำสงครามในยูเครนเพื่อต่อต้านรัสเซียเช่นกัน นอกจากนี้ผู้นำสูงสุดอิหร่านระบุด้วยว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ และชาติตะวันตก อ่อนแอลง เห็นได้จากการดำเนินนโยบายต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงซีเรีย อิรัก เลบานอน และปาเลสไตน์ ของสหรัฐฯ และชาติตะวันตก มีประสิทธิภาพน้อยลง แม้ว่าจะมีการพยายามและสนับสนุนด้านการเงินอย่างมากก็ตาม ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า การดำเนินนโยบายแบบสับปลับของสหรัฐฯ และชาติตะวันตก ทำให้อิหร่านกับรัสเซียยังจำเป็นต้องระมัดระวังการดำเนินความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และชาติตะวันตก

บริษัทน้ำมันแห่งชาติบราซิลลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่ 20 ก.ค.65

บริษัทน้ำมันแห่งชาติบราซิล (Petrobras) แถลงว่าบราซิลลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหน้าโรงกลั่น โดยลดราคาน้ำมันเบนซินร้อยละ 5 ตั้งแต่ 20 ก.ค.65 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งแรกตั้งแต่ปี 2564 ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านพลังงานคาดว่าประธานาธิบดีจาอีร์ โบลโซนาโรดำเนินมาตรการกดดันบริษัทน้ำมันเชื้อเพลิงให้ลดราคาน้ำมันก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลในต.ค.65 รวมทั้งดำเนินมาตรการลดราคาน้ำมันอื่นๆ ได้แก่ ลดราคาภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง  และอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ผู้ขับขี่รถบรรทุก

กองทัพเมียนมาวางทุ่นระเบิดในรัฐคะยา ใกล้ชายแดนไทย

สำนักข่าว AP อ้างรายงานของ Amnesty International (AI) เมื่อ 20 ก.ค.​ 65 ว่า กองทัพเมียนมากำลังก่ออาชญากรรมสงคราม ด้วยการวางทุ่นระเบิดขนาดใหญ่รอบหมู่บ้านในรัฐคะยาใกล้ชายแดนไทย โดยทหารเมียนมาวางทุ่นระเบิดบนถนน ทุ่งนา และโบสถ์ ในหมู่บ้านกว่า 20 แห่ง ซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจากการเหยียบทุ่นระเบิดแล้วอย่างน้อย 20 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ข้อมูลของ AI สอดคล้องกับข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยง (Karenni Human Rights Group) ที่ระบุเมื่อต้น ก.ค.65 ว่า กองทัพเมียนมาติดตั้งทุ่นระเบิดในหลายพื้นที่ของรัฐคะยา ทั้งนี้ การใช้ทุ่นระเบิดมีขึ้นในห้วงที่กองทัพเมียนมาต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธชาติพันธ์กะเหรี่ยงเข้มข้นขึ้น หลังจากการเกิดรัฐประหารเมื่อ ก.พ. 64 อย่างไรก็ตาม ประชาคมระหว่างประเทศเผชิญความท้าทายในการกดดันเมียนมาประเด็นดังกล่าว เนื่องจากเมียนมาไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Mine Ban Convention) จึงยังมีการใช้ทุ่นระเบิดเพื่อปฏิบัติการทางการทหาร

ผู้นำรัสเซีย อิหร่าน และตุรเคีย หารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์

สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 19 ก.ค. 65 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เยือนกรุงเตหะราน อิหร่าน เพื่อหารือกับประธานาธิบดีอิหร่าน และประธานาธิบดีตุรเคีย ทั้งในแบบทวิภาคีและไตรภาคี โดยผู้นำทั้งสามจะกระชับความสัมพันธ์ในด้านพลังงาน การขนส่ง การค้า และการพัฒนา รวมถึงการส่งออกธัญพืชของยูเครน ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และส่งผลให้ทั่วโลกเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร อนึ่ง การเยือนอิหร่านครั้งนี้ เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งที่สองของประธานาธิบดีปูติน ตั้งแต่บุกยูเครน ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาคมระหว่างประเทศอย่างมาก เนื่องจากประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ เพิ่งเสร็จสิ้นการเยือนตะวันออกกลางเมื่อกลาง ก.ค.65 ส่งผลให้การเยือนของประธานาธิบดีปูติน ครั้งนี้ เหมือนเป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ที่พยายามจะขยายอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลาง

จีนเตือนว่าจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดหากประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 20 ก.ค. 65 ว่า นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า จีนจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน หากนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน และสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลลัพธ์ที่จะตามมา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก สำนักข่าว Financial Times รายงานว่า นางเปโลซีจะเยือนไต้หวันใน ส.ค.65 ทั้งนี้ ไต้หวันเผชิญแรงกดดันจากจีนเพิ่มขึ้น และเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรคเดโมแครตบางส่วนห่วงกังวลและมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับความเหมาะสมในการเยือนไต้หวันของนางเปโลซี เนื่องจากอาจทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนทวีความตึงเครียด