OPEC คาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในระยะยาวจะยังคงเพิ่มขึ้น

เว็บไซต์ Oil and Gas Journal อ้างรายงาน World Oil Outlook ของ OPEC เมื่อ 10 ต.ค.66 คาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในระยะยาวจะเพิ่มขึ้นจากวันละ 99.6 ล้านบาร์เรล เมื่อปี 2565 เป็นวันละ 116 ล้านบาร์เรล ในปี 2588 ปัจจัยหลักมาจากภาคการขนส่งทางบก การบิน และปิโตรเคมี ที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น โดย OPEC ประเมินว่าระหว่างปี 2565 ถึง 2588 อินเดียจะเป็นประเทศที่ใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นมากที่สุด เฉลี่ยวันละ 6.6 ล้านบาร์เรล รองลงมาคือจีน ประมาณวันละ 4 ล้านบาร์เรล ขณะที่การใช้ถ่านหินจะลดลง เนื่องจากนโยบายพลังงานของประเทศต่างๆ มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานลมและแสงอาทิตย์จะเพิ่มขึ้นจากประมาณร้อยละ 2.7 เมื่อปี 2565 เป็นร้อยละ 11.7 ในปี 2588 อย่างไรก็ตาม น้ำมันจะยังคงเป็นเชื้อเพลิงที่มีสัดส่วนการใช้มากที่สุด…

สันนิบาตอาหรับจะจัดประชุมระดับ รมว.กต. หาแนวทางยุติความรุนแรงในฉนวนกาซาของปาเลสไตน์

สำนักข่าว Al Arabiya รายงานเมื่อ 9 ต.ค.66 ว่า สันนิบาตอาหรับ (Arab League-AL) จะจัดประชุมวิสามัญระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่กรุงไคโร อียิปต์ ใน 11 ต.ค.66 เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการหยุดยั้งการรุกรานฉนวนกาซาในปาเลสไตน์ของอิสราเอล ตามคำร้องของชาวปาเลสไตน์ หลังจากกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซา ก่อเหตุโจมตีอิสราเอล เมื่อ 7 ต.ค.66 โดยนาย Hossam Zaki รองเลขาธิการสันนิบาตอาหรับ กล่าวว่าการประชุมครั้งนี้ จะพยายามแสวงหาช่องทางดำเนินการทางการเมืองในระดับกลุ่มประเทศอาหรับและระหว่างประเทศเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในปาเลสไตน์ ทั้งนี้ รายงานดังกล่าว มีขึ้นในวันเดียวกับการเยือนรัสเซียของนาย Ahmed Aboul Gheit เลขาธิการสันนิบาตอาหรับ เพื่อพบหารือกับ นาย Sergei Lavrov รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งเลขาธิการสันนิบาตอาหรับ หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย โดยกล่าวถึงประเด็นความรุนแรงในปาเลสไตน์ว่า หากอิสราเอลไม่เปลี่ยนจุดยืน (มีนัยถึงการรุกรานและยึดครองปาเลสไตน์) สงครามระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์จะยังดำเนินต่อไปและไม่มีทางยุติ

ราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์สู้รบอิสราเอล-กลุ่มฮะมาส

ปัจจัยทางจิตวิทยาจากสถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสที่รุนแรงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็นผลจาก ปัจจุบัน (10 ต.ค.66) ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับเพิ่มขึ้น 2.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อยู่ที่ 86.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบส่งมอบล่วงหน้าในตลาดสหรัฐอเมริกาปรับราคาเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดว่า แม้สถานการณ์ดังกล่าวจะยังยืดเยื้อ แต่ในสิ้นปี 2566 น่าจะไม่เกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

จำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายบางส่วนในเหตุการณ์รุนแรงในอิสราเอล

สื่อต่างประเทศเมื่อ 9-10 ต.ค.66 รายงานจำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายในเหตุการณ์รุนแรงในอิสราเอล และบางประเทศอาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นหลังจากนี้ เช่น ไทย เสียชีวิต 12 ราย (ล่าสุด เมื่อ 10 ต.ค.66 กต.ไทยรายงานจำนวน 18 ราย) สูญหาย 11 คน บาดเจ็บ 8 คน กัมพูชา เสียชีวิต 1 ราย ฟิลิปปินส์สูญหาย 5 คน บาดเจ็บ 1 คน เนปาล ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย สูญหาย 1 คน บาดเจ็บ 4 คน จีน ถูกจับไปเป็นตัวประกัน 1 คน สูญหาย 4 คน บาดเจ็บ 3 คน…

ท่าทีสมาชิกอาเซียนบางประเทศต่อเหตุการณ์รุนแรงในอิสราเอล

ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแสดงจุดยืนเมื่อ 9 ต.ค.66 สนับสนุนการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์ และตำหนิประชาคมระหว่างประเทศที่เพิกเฉยต่อการกระทำของอิสราเอลที่โหดร้ายและกดขี่ชาวปาเลสไตน์ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.)มาเลเซีย ประณามอิสราเอลว่าเป็นต้นตอของปัญหา สำหรับ กต.กัมพูชาแสดงความเสียใจต่อเหตุรุนแรงในอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกัน เพื่อลดความรุนแรง หยุดยิง และอำนวยความสะดวกให้เกิดการเจรจาสันติภาพ ส่วนโฆษก กต.เวียดนามแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่ง เมื่อ 8 ต.ค.66 เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง ขณะที่ประชาชนเวียดนามทุกคนในอิสราเอลยังปลอดภัย ด้านสิงคโปร์แจ้งเตือนให้ชาวสิงคโปร์ หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปอิสราเอล และขณะที่พำนักในอิสราเอลหรือปาเลสไตน์ก็ให้เพิ่มการระวังตัว

สถานการณ์ในอิสราเอลยังมีการตอบโต้กัน

สถานการณ์ในอิสราเอลยังมีการตอบโต้กัน โดยสื่อต่างประเทศเมื่อ 9 ต.ค.66 รายงานว่า กลุ่มฮะมาสในปาเลสไตน์ ตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ Jabalia ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งมีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่มาก ด้วยการยิงจรวดทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อ 9 ต.ค.66 ขณะที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israeli Defence Forces-IDF) ประกาศปิดล้อมฉนวนกาซาของปาเลสไตน์เต็มรูปแบบ และตัดไฟฟ้า ปิดช่องทางการส่งอาหารและพลังงาน (มีพลเรือนในพื้นที่ประมาณ 2 ล้านคน)

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำการสนับสนุนอิสราเอลทางโทรศัพท์กับ นรม.อิสราเอล

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน หารือทางโทรศัพท์กับ นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เมื่อ 8 ต.ค.66 แสดงความเสียใจและยืนยันการสนับสนุนอิสราเอลให้สามารถรับมือกับการโจมตีของกลุ่มฮะมาสที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังย้ำความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล โดยสหรัฐฯ เตรียมให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่อิสราเอลโดยเร็วที่สุด ตลอดจนหารือการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามอื่น ๆ เพื่อไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายหรือประเทศคู่ขัดแย้งของอิสราเอลแสวงประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว

อาเซียนและฮ่องกงมุ่งส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน

  หนังสือพิมพ์ South China Morning Post (SCMP) รายงานเมื่อ 9 ต.ค.66 อ้างนายจอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ว่า ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน-ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong Summit) ที่โรงแรม Conrad Hong Kong และระบบการประชุมทางไกล ซึ่งจัดโดย  SCMP ร่วมกับ Hong Kong-ASEAN Foundation และ Our Hong Kong Foundation หารือประเด็นการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน เฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือภายใต้โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษรอบอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Guangdong-Hong Kong-Macao-Greater Bay Area-GBA) รวมถึงการยกระดับความร่วมมือด้านการบริการ อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และอนุญาโตตุลาการพาณิชย์ (trade arbitration) โดยเน้นย้ำจุดแข็งของฮ่องกงในฐานะจุดเชื่อมระหว่างตลาดจีนกับตลาดโลกภายใต้หลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ (one country, two…

สื่อมวลชนสหรัฐฯ อ้างว่าเกาหลีเหนือเริ่มส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารให้รัสเซีย

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 6 ต.ค.66 อ้างการรายงานของสถานีโทรทัศน์ CBS News ของสหรัฐฯ ว่า เกาหลีเหนือเริ่มส่งยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับปืนใหญ่ให้รัสเซียห้วงที่รัสเซียทำสงครามกับยูเครน แต่ไม่ชัดเจนว่า การสนับสนุนดังกล่าวเป็นความร่วมมือใหม่ที่เกิดจากผลประชุมสุดยอดเกาหลีเหนือ-รัสเซียเมื่อ 13 ก.ย.66 หรือความร่วมมือเดิม รวมถึงสิ่งแลกเปลี่ยนที่เกาหลีเหนือจะได้รับจากการสนับสนุนรัสเซีย ทั้งนี้ ประเทศตะวันตกให้ความสนใจประเด็นเกาหลีเหนือกับรัสเซียอาจหารือถึงการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางทหารห้วงการพบหารือระหว่างนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่รัสเซีย ซึ่งเกาหลีเหนืออาจได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาดาวเทียมทางทหารและเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จากรัสเซีย

ทหารลาว-ไทยหารือการปราบปรามยาเสพติดตามแม่น้ำโขง ในพื้นที่แขวงบ่อแก้ว-จ.เชียงราย

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 27 ก.ค.66 ว่า พ.อ.ทองไซ สียาลาด หน.การทหาร บก.ทหารแขวงบ่อแก้ว (ตรงข้าม จ.เชียงราย) ลาว เป็นประธานร่วมการประชุมลาว-ไทยเพื่อแก้ไขสถานการณ์ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดในพื้นที่ ณ จ.เชียงราย เมื่อ 20 ก.ค.66 โดยที่ประชุมเห็นพ้องจะเสริมกำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ชายแดนริมแม่น้ำโขง เพื่อสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติด และการลำเลียงยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงบริเวณชายแดนแขวงบ่อแก้ว-จ.เชียงราย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับปัญหาการค้ายาเสพติดในพื้นที่มีเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการขยายแผนความร่วมมือในอนาคตอย่างยั่งยืน รวมทั้งเยี่ยมชมการตรวจการณ์ทางเรือตามลำแม่น้ำโขง