สหรัฐฯ และพันธมิตรสนับสนุนฟิลิปปินส์กรณีเผชิญหน้ากับหน่วยยามฝั่งจีนในทะเลจีนใต้

นาง MaryKay Carlson เอกอัครราชทูต(ออท.)สหรัฐฯ/มะนิลา เผยแพร่ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อ 10 ธ.ค.66 ระบุว่า สหรัฐฯ ยืนหยัดเคียงข้างฟิลิปปินส์และพันธมิตร ในการประณามการกระทำของจีนที่เป็นภัยอันตรายและขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศ กรณีหน่วยยามฝั่งจีน (China Coast Guard-CCG) ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงขัดขวางเรือของหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ (Philippine Coast Guard-PCG) บริเวณแนวสันดอนโธมัสที่ 2 (Second Thomas Shoal) ในทะเลจีนใต้ เมื่อ 9 ธ.ค.66 โดยย้ำว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการบ่อนทำลายแนวคิดอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง (Free and Open Indo-Pacific-FOIP) นอกจากนี้ออท.ออสเตรเลีย/มะนิลา และ ออท.ญี่ปุ่น/มะนิลา ได้เผยแพร่ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อ 9 ธ.ค.66 แสดงความห่วงกังวลต่อสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต (สอท.)นิวซีแลนด์/มะนิลา สอท.ไอร์แลนด์/มะนิลา ออท.คณะผู้แทนสหภาพยุโรป/ฟิลิปปินส์ ออท.แคนาดา/มะนิลา ออท.เยอรมนี/มะนิลา ออท.เนเธอร์แลนด์/มะนิลา และ ออท.ฟินแลนด์/มะนิลา เผยแพร่ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม…

กต.สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานสถานการณ์การก่อการร้ายประจำปี 2565

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานสถานการณ์การก่อการร้ายประจำปี 2565 (2022 Country Reports on Terrorism-CRT) เมื่อ 30 พ.ย.66 ระบุว่า ในปี 2565 สหรัฐฯ ยกระดับมาตรการต่อต้านการก่อการร้าย ผ่านการส่งเสริมแนวดำเนินการทางการทูตและความร่วมมือพหุภาคีกับพันธมิตรและภาคประชาสังคมมากขึ้น อาทิ การร่วมระดมทุนกว่า 440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถในการต่อต้านภัยก่อการร้ายของอิรักและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย อย่างไรก็ดี องค์กรก่อการร้ายข้ามชาติยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชีย โดยกลุ่ม ISIS ซึ่งมีเครือข่ายทั่วโลกกว่า 20 สาขา ยังคงปฏิบัติการก่อการร้ายในหลายภูมิภาค แม้นาย Abu Ibrahim al-Hashimi al-Qurayshi ผู้นำกลุ่มจะเสียชีวิตลง เมื่อ ก.พ.65 เช่นเดียวกับกลุ่มอัลกออิดะฮ์ (Al-Qaeda) ที่สูญเสียนาย Ayman al-Zawahri ผู้นำกลุ่ม เมื่อ ก.ค.65 แต่ยังคงปฏิบัติการโจมตีโดยมุ่งเป้าผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ขณะที่กลุ่ม al-Shabaab ยังควบคุมดินแดนบริเวณภาคกลางและใต้ของโซมาเลีย และกลุ่ม Jama’at…

ประธานาธิบดีรัสเซียลงนามคำสั่งเพิ่มจำนวนทหารในกองทัพอีก 170,000 นาย

สำนักข่าว  Al Jazeera รายงานเมื่อ 2 ธ.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ลงนามคำสั่งเพิ่มจำนวนกำลังพลของกองทัพรัสเซีย 170,000 คน เมื่อ 1 ธ.ค.66 และมีผลบังคับใช้ทันที ทั้งนี้กองทัพรัสเซียเดิมมีกำลังพล 1,320,000 คน และคำสั่งล่าสุดนี้เป็นการทยอยเปิดรับอาสาสมัครตามกระบวนการ เพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามที่มากขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงถึงการปฏิบัติการทางทหารในยูเครนและการตอบโต้การขยายตัวของเนโตที่ประชิดชายแดนของรัสเซีย

เศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน+3 เสี่ยงเผชิญปัจจัยเชิงลบต่อเสถียรภาพของภาคการเงิน

Straits Times ของสิงคโปร์ รายงานเมื่อ 5 ธ.ค.66 อ้างรายงานเสถียรภาพทางการเงินภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Financial Stability Report-AFSR) ประจำปี 2566 ของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office-AMRO) ว่า เศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน+3 เผชิญความเสี่ยงจากปัญหาเงินเฟ้อที่กระทบต่อเสถียรภาพของภาคการเงินในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นและยาวนานมากขึ้น ปัญหาหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจ รวมทั้งอุปทานส่วนเกินของภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ภูมิภาคอาเซียน+3 ยังเสี่ยงได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดของภาคการเงินทั่วโลก อาทิ วิกฤตการณ์ภาคการธนาคารของสหรัฐฯ เมื่อ มี.ค.66 (การปิดตัวของธนาคาร 3 แห่งในสหรัฐฯ) นโยบายการเงินโลกที่เข้มงวดมากขึ้น และการไหลเวียนของเงินทุนข้ามพรมแดนที่เข้มข้นขึ้น

FBI เตือนความเสี่ยงจากการลดอำนาจในการสอดแนมการสื่อสาร

สำนักข่าว วีโอเอ รายงานเมื่อ 5 ธ.ค.66 อ้างคำแถลงของนายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation – FBI) ในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตุลาการของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในวันเดียวกัน ว่า Section 702 ในบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐบัญญัติการสอดแนมข่าวกรองต่างประเทศ (Foreign Intelligence Surveillance Act (FISA) of 1978 Amendments Act of 2008) เป็นข้อกำหนดสำคัญที่ให้อำนาจแก่ FBI และประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ ในการติดตามและตรวจจับความเคลื่อนไหวขององค์กรก่อการร้ายต่างชาติที่จะก่อเหตุในสหรัฐฯ ผ่านการรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารในประเทศ ดังนั้นการลดทอนอำนาจดังกล่าวด้วยการเพิ่มข้อจำกัดเพื่อคุ้มครองสิทธิของชาวอเมริกัน ที่บังคับให้ต้องขออนุญาตศาลก่อนปฏิบัติการสอดแนมการสื่อสาร จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่ของ FBI และทำให้ประสิทธิภาพในการยับยั้งภัยก่อการร้ายในประเทศลดลงอย่างมาก โดยเปรียบเทียบว่าเป็นการปลดอาวุธเพียงฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ

เนปาลเรียกร้องให้รัสเซียหยุดรับสมัครทหารรับจ้างชาวเนปาล

เว็บไซต์ Reuters และ The Straits Times รายงานเมื่อ 5 ธ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศเนปาล ว่า รัฐบาลเนปาลเรียกร้องให้รัสเซียหยุดรับสมัครพลเมืองเนปาลเข้าเป็นทหารในกองทัพ และขอให้ส่งตัวทหารชาวเนปาลทุกคนกลับประเทศทันที หลังมีพลเมืองเนปาล 6 คนที่ทำงานให้กองทัพรัสเซียถูกสังหาร ซึ่งรัฐบาลเนปาลเรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียส่งร่างชาวเนปาล และจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ รัฐบาลเนปาลยืนยันที่จะใช้แนวทางการทูตช่วยเหลือพลเมืองเนปาล 1 คน ซึ่งทำงานในกองทัพรัสเซีย และถูกจับเป็นเชลยอยู่ในยูเครน พร้อมสั่งห้ามพลเมืองเนปาลสมัครเข้าเป็นทหารในประเทศใดก็ตามที่อยู่ระหว่างทำสงคราม ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถานทูตเนปาล/มอสโก เปิดเผยว่า มีพลเมืองเนปาลประมาณ 150-200 คน ทํางานเป็นทหารรับจ้างในกองทัพรัสเซีย

บริษัทค้าอาวุธจีนมีผลประกอบการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post อ้างรายงานประจำปีของ Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) เมื่อ 4 ธ.ค.66 ว่า  บริษัทค้าอาวุธของจีนส่วนใหญ่มีผลประกอบการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเมื่อปี 2565  โดยจีนอยู่ในอันดับ 2 ของประเทศที่มีการค้าอาวุธมากที่สุดในโลกที่ครองส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 18 ของการค้าอาวุธโลก รองจากสหรัฐฯ ที่ครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ร้อยละ 51 (แต่ผลประกอบการลดลง) ทั้งนี้ใน 100 อันดับบริษัทผลิตอาวุธและบริการทางทหารของ SIPRI  มีบริษัทจีนติดอันดับ 8 บริษัท โดยในจำนวนนี้มี 6 บริษัทที่มีผลประกอบการเพิ่มขึ้น และมี 3 บริษัทที่อยู่ใน 10 อันดับแรก ซึ่งทั้ง 8 บริษัทมีรายได้รวม 100,080 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 และเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 4 สำหรับ Norinco…

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเยือน UAE เพื่อเข้าร่วมประชุม COP28

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 29 ก.ย.66 ว่า รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส และนายจอห์น เคอร์รี ผู้แทนพิเศษด้านสภาพภูมิอากาศของผู้นำสหรัฐฯ จะเยือนนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates – UAE) ระหว่าง 1-2 ธ.ค.66 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 28 (COP28) ทั้งนี้สหรัฐฯ มีเป้าหมายมุ่งส่งเสริมบทบาทนำด้านการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการขับเคลื่อนเป้าหมายตามข้อตกลงปารีส การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และเตรียมสนับสนุนความช่วยเหลือแก่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีความเสี่ยงด้านภูมิอากาศให้สามารถปรับตัวและรับมือกับภัยพิบัติ รวมทั้งจะร่วมมือกับจีนในการผลักดันการขึ้นบัญชีก๊าซมีเทน ตามเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

อินเดียส่งเสริมความร่วมมือด้านอวกาศกับสหรัฐฯ

เว็บไซต์ The Times of India รายงานเมื่อ 30 พ.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของประธานองค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (Indian Space Research Organisation-ISRO) เมื่อ 29 พ.ย.66 ว่า นักบินอวกาศชาวอินเดีย 4 คน จะเข้ารับการฝึกในภารกิจร่วมด้านอวกาศระหว่างอินเดียกับสหรัฐฯ ที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (National Aeronautics and Space Administration-NASA) โดยหนึ่งในนั้นจะได้รับคัดเลือกให้ประจำการที่สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station-ISS) ในปี 2567 นอกจากนี้ อินเดียและสหรัฐฯ เตรียมปล่อยดาวเทียมสำรวจ NASA-ISRO Synthetic Aperture Radar (NISAR) ในห้วงไตรมาสแรกของปี 2567 ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ ประธาน ISRO ของอินเดีย พบหารือกับผู้แทนจาก NASA ประเด็นความร่วมมือด้านอวกาศ เมื่อ 28 พ.ย.66

สมาชิกอาเซียน 5 ประเทศหารือเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง

เว็บไซต์ asean.org รายงานเมื่อ 30 พ.ย.66 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง (Sub-Regional Ministerial Steering Committee on Transboundary Haze Pollution in the Mekong Sub-Region – MSC Mekong) ครั้งที่ 12 จัดขึ้นในวันเดียวกัน ที่ จ.ญาจาง เวียดนาม หารือสถานการณ์หมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โอกาสนี้ที่ประชุมยืนยันการปฏิบัติตามกรอบการประชุมสมัชชารัฐภาคีต่อข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (Conference of the Parties to the ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) แผนงานว่าด้วยความร่วมมืออาเซียนเพื่อควบคุมมลพิษหมอกควันข้ามแดนด้วยวิธีปฏิบัติ (Roadmap on ASEAN Cooperation towards Transboundary Haze Pollution Control…