นรม.กัมพูชาให้รอง ผบ.ตร. ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบภายในเวียดนาม

สำนักข่าว ThmeyThmey รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของ นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ในวันเดียวกัน กรณีมีกลุ่มคน 40 คนบุกโจมตีสถานีตำรวจในเวียดนาม 2 แห่ง เมื่อ 11 มิ.ย.66 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน โดยมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ไช ซีนาริท รองผู้บัญชาการตำรวจกัมพูชา เดินทางไป จ.มณฑลคีรี (ติดกับเวียดนาม) เพื่อติดตามสถานการณ์ ทั้งนี้ กัมพูชาต้องการประสานความร่วมมือและสื่อสารกับทางการเวียดนามเพื่อควบคุมสถานการณ์ตามแนวชายแดน และปกป้องความมั่นคงภายในกัมพูชา ขณะที่ทางการเวียดนามกำลังสืบสวนแรงจูงใจการก่อเหตุดังกล่าว

บังกลาเทศได้รับการทาบทามเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS

เว็บไซต์ สำนักข่าวแห่งชาติบังกลาเทศ (Bangladesh Sangbad Sangstha – BSS) รายงานเมื่อ 14 มิ.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย AK Abdul Momen รัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศว่า บังกลาเทศได้รับเชิญจากกลุ่ม BRICS เข้าร่วมการประชุมที่แอฟริกาใต้ ในฐานะแขกใน ส.ค.66 โดยชีค อาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ จะเป็นตัวแทนเข้าร่วมตามคำเชิญ ทั้งนี้ ประธานาธิบดี Matamela Cyril Ramaposha ของแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ได้หยิบยกประเด็นการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS หารือกับชีค อาสินา ระหว่างพบหารือที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 14 มิ.ย.66 นอกจากนี้ กลุ่ม BRICS ซึ่งมีสมาชิก 5 ประเทศ ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ยังมีแผนจะเชิญซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซียเข้าร่วมเป็นสมาชิกด้วย

จีนและปาเลสไตน์ยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบหารือกับประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ที่เยือนจีน เมื่อ 14 มิ.ย.66 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจและส่งเสริมกัน โดยจีนระบุว่าพร้อมจะกระชับความร่วมมือและดำเนินการร่วมกับกับปาเลสไตน์อย่างรอบด้านในห้วงที่สถานการณ์โลกปัจจุบันต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการใหม่ในตะวันออกกลาง รวมทั้งสนับสนุนปาเลสไตน์เป็นสมาชิกสหประชาชาติ (United Nations -UN) โดยสมบูรณ์ และการเจรจาสันติภาพกับอิสราเอลตามหลัก UN

เลขาธิการ UN เรียกร้องให้นานาชาติป้องกันการเผยแพร่ความเกลียดชังทางออนไลน์

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations – UN) กล่าวเมื่อ 12 มิ.ย.66 เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ตระหนักถึงภัยคุกคาม และจัดการกับการแพร่กระจายของถ้อยคำแสดงความเกลียดชัง (Hate Speech) ข้อมูลเท็จ (Misinformation) และข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) จำนวนมากบนสื่อสังคมออนไลน์ ที่อาจกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง สืบเนื่องจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) รวมทั้งให้นานาชาติประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อทำให้พื้นที่ดิจิทัลปลอดภัย ขณะเดียวกันต้องปกป้องสิทธิ เสรีภาพในการแสดงออกบนหลักการสิทธิมนุษยชน

ไต้หวันกำลังร่างกฎหมายด้านความมั่นคงเพื่อกระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ ด้านอุตสาหกรรมกองทัพ

สำนักข่าว Taiwan news รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.66 ว่า คณะกรรมการว่าด้วยกิจการอาวุธของรัฐสภาไต้หวัน (The House Armed Services Committee) ได้เผยแพร่ร่างกฎหมายด้านความมั่นคงซึ่งจะเสนอต่อรัฐสภาให้พิจารณาในปีงบประมาณ 2567 เพื่อแก้ไขปัญหากรณีสหรัฐฯ ส่งมอบอาวุธให้ไต้หวันล่าช้าในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายกระชับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมกองทัพระหว่างกันยิ่งขึ้น ทั้งการซื้อขายอาวุธโดยตรง และอนุญาตให้ผู้ประกอบการสหรัฐฯ ลงทุนผลิตอาวุธร่วมกับไต้หวัน หรือให้ไต้หวันผลิตอาวุธของสหรัฐฯ โดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในไต้หวัน ทั้งนี้ ตั้งแต่สหรัฐฯ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันเมื่อปี 2522 ไต้หวันเริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศด้วยตนเอง โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ Chung-Shan และ the Aerospace Industrial Development Corporation ซึ่งสามารถผลิตเครื่องบินขับไล่ เครื่องบินฝึก อากาศยานไร้คนขับ อาวุธและกระสุนขนาดเล็ก รถหุ้มเกราะ และกำลังพัฒนาเรือดำน้ำของตนเอง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2568

มาเลเซียกำหนดเป้าหมายเป็นเสือด้านดิจิทัลแห่งเอเชีย

นายฟาห์มี ฟัดซิล รัฐมนตรีการสื่อสารและดิจิทัลของมาเลเซีย กล่าวปาฐกถาในงาน London Tech Week (LTW) เมื่อ 12 มิ.ย.66 ว่า มาเลเซียจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น เพื่อยกระดับมาเลเซียให้เป็น “เสือด้านดิจิทัลแห่งเอเชีย” (Asian digital tiger) ที่เป็นศูนย์กลางการบริการเทคโนโลยีการประมวลผล (data processing and services hub) แต่ยังขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศและเทคโนโลยีจำนวนมาก โดยมาเลเซียกำหนดเป้าหมายจะดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัลให้ได้ 130,000 ล้านริงกิต ภายในปี 2568 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

IAEA ประเมินเหตุโจมตีเขื่อนโนวา คาคอฟกา ในยูเครน ไม่ส่งผลเสียหายรุนแรงแก่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริเซีย

ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency – IAEA) เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อ 8 มิ.ย.66 เกี่ยวกับเหตุโจมตีเขื่อนโนวา คาคอฟกา ว่าเหตุดังกล่าวยังไม่ส่งผลเสียหายรุนแรงแก่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เมืองซาปอริเซียของยูเครน โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริเซีย ยังคงสามารถสูบน้ำหล่อเย็นจากเขื่อนโนวา คาคอฟกา ได้เป็นปกติ แม้ว่าระดับน้ำในเขื่อนจะลดลง 11 เมตร อย่างไรก็ดี IAEA ประเมินว่าหากระดับน้ำในเขื่อนลดลงมากกว่า 12.7 เมตร จะส่งผลให้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริเซียไม่สามารถใช้น้ำจากแหล่งดังกล่าวได้อีกต่อไป และจำเป็นต้องหาแหล่งน้ำอื่นทดแทน ทั้งนี้ นาย Rafael Mariano Grossi ผู้อำนวยการ IAEA มีกำหนดเดินทางไปตรวจสอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริเซียใน 12 มิ.ย.66

ฟิลิปปินส์พร้อมร่วมมือกับจีนเพื่อแก้ไขความขัดแย้งบนพื้นฐานของมิตรภาพที่ดี

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ รายงานเมื่อ 8 มิ.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังจากเข้าร่วมพิธีมอบรางวัล Award for Promoting Philippines-China Understanding (APPCU) ที่จัดโดยสมาคมเพื่อความเข้าใจฟิลิปปินส์-จีน และสถานเอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงมะนิลา ว่า ฟิลิปปินส์กับจีนจะทำงานร่วมกันเพื่อทำให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก รวมทั้งแสวงหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาท้าทายระหว่างกัน บนพื้นฐานของมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ยาวนาน อีกทั้งจะรักษาความเป็นพันธมิตรทางการค้าที่ดีต่อกัน โดยเฉพาะภาคเอกชนของฟิลิปปินส์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ระบุว่า ความสนใจร่วม ความเชื่อ และวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน จะเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับจีน ไม่ใช่ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างกัน   Image Credit : Office of the President of the Philippines Presidential Communications Office Tanggapang Pampanguluhan SA Komunikasyon

สหรัฐฯ เตรียมปล่อยดาวเทียมเพื่อติดตามและป้องกันภัยคุกคามทางอวกาศจากจีนและรัสเซีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 7 มิ.ย.66 ว่า กองกำลังอวกาศสหรัฐฯ ร่วมกับ สำนักงานลาดตระเวนแห่งชาติ (U.S. National Reconnaissance Office-NRO) เตรียมปล่อยกลุ่มดาวเทียม “Silent Barker” ใน ก.ค.66 เพื่อติดตาม ตรวจจับ และป้องกันภัยคุกคามทางอวกาศจากจีนและรัสเซีย เฉพาะอย่างยิ่งดาวเทียม SJ-21 ของจีน ซึ่งจะทำให้การแข่งขันทางอวกาศระหว่างมหาอำนาจรุนแรงขึ้น โดยกลุ่มดาวเทียม Silent Barker เป็นดาวเทียมวงโคจรต่ำประจำที่มีเซนเซอร์ตรวจจับจากภาคพื้นดิน อยู่เหนือพื้นโลกประมาณ 22,000 ไมล์ (35,400 กิโลเมตร) และใช้จรวด Atlas V booster ของบริษัท United Launch Alliance นำทางสู่อวกาศ

ญี่ปุ่นประณามการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนและกำลังพล KFOR ในคอซอวอ

นางโอโนะ ฮิคาริโกะ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น แถลงเมื่อ 1 มิ.ย.66 ว่า ญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างเซอร์เบียกับคอซอวออย่างใกล้ชิดในฐานะประธานกลุ่ม G7 ในปี 2566 พร้อมแสดงความห่วงกังวลถึงสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ทางเหนือของคอซอวอ และประณามการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนและกำลังพลกองกำลังคอซอวอ (Kosovo Force-KFOR) ซึ่งเป็นกองกำลังภายใต้การนำขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation-NATO) ในช่วงเกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจคอซอวอกับผู้ประท้วงชาวเซอร์เบีย เมื่อ 29 พ.ค.66 โดยญี่ปุ่นเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงทันที