จีนออกมาตรการคว่ำบาตรไต้หวันและสหรัฐฯ ตอบโต้กรณีผู้นำไต้หวันพบปะกับประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนแถลงเมื่อ 7 เม.ย.66 ว่า จีนออกมาตรการคว่ำบาตรนาง Hsiao Bi-khim ผู้แทนไต้หวันประจำสหรัฐฯ (ผู้มีบทบาทหลักในการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวันกับผู้นำระดับสูงของสหรัฐฯ) และสมาชิกในครอบครัว โดยห้ามเดินทางเข้าจีน ฮ่องกง และมาเก๊า รวมทั้งบริษัทหรือนักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับนาง Hsiao ห้ามร่วมมือกับองค์กรหรือบุคคลในจีน นอกจากนี้ จีนยังใช้มาตรการคว่ำบาตรสถาบันการศึกษาของสหรัฐฯ 2 แห่ง ได้แก่ สถาบัน Hudson ที่มอบรางวัล Global leadership ให้กับประธานาธิบดีไช่เมื่อ 30 มี.ค.66 และห้องสมุดประธานาธิบดีโรนัล เรแกน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประธานาธิบดีไช่ พบหารือกับนายเควิน แมคคารธีร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อ 5 เม.ย.66 โดยห้ามการแลกเปลี่ยนความร่วมมือและกิจกรรมระหว่างสถาบันทั้ง2แห่งกับบุคคลและสถาบันในจีน ฮ่องกง และมาเก๊า รวมทั้งคณะผู้บริหารของสถาบัน 2 แห่งถูกระงับการออกวีซ่า เดินทางเข้าจีน นอกจากนี้การเคลื่อนย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินหรืออสังหาริมทรัพย์ใดๆ ของทั้ง 2 สถาบันในจีน ฮ่องกง และมาเก๊ายังถูกระงับอีกด้วย

ไต้หวันเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์

สำนักข่าว Radio Taiwan International รายงานอ้างนางหวาง เหม่ยฮัว รัฐมนตรีเศรษฐการไต้หวัน เมื่อ 4 เม.ย.66 ว่า ทางการไต้หวันกำลังเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะการออกแบบแผงวงจรรวม (IC) โดยจะดำเนิน 2 มาตรการได้แก่ 1) ขยายการรับสมัครบุคลากรจากต่างประเทศ และ 2) เร่งสร้างบุคลากรในไต้หวัน โดยจะร่วมมือกันระหว่างภาครัฐกับเอกชนทั้งภาควิชาการและการผลิต เพื่อเปิดสถาบันเซมิคอนดักเตอร์ และยกเลิกระเบียบการว่าจ้างบุคลากรจากต่างประเทศที่ต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 2 ปี นอกจากนี้ ทางการไต้หวันได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ เพื่อรับบุคลากรจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียวใต้ ทั้งในรูปแบบการทำงานโดยตรง และศึกษาต่อในไต้หวัน โดยจัดที่สิงคโปร์เป็นประเทศแรกระหว่าง 27-31 มี.ค.66 รวมทั้งเตรียมจะจัดที่ฟิลิปปินส์ในปลาย พ.ค.-มิ.ย.66 และที่เวียดนามและอินโดนีเซียใน ก.ย.66

นรม.เวียดนาม ลาว และกัมพูชา หารือการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด

สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 5 เม.ย.66 ว่า นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรี(นรม.)กัมพูชา นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม.เวียดนาม และนายสอนไซ สีพันดอน นรม.ลาว หารือนอกรอบการประชุมสุดยอดคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) ครั้งที่ 4 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว ในวันเดียวกัน โดยผู้นำทั้งสามได้บรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละประเทศ และพิจารณาบันทึกความร่วมมือด้านต่าง ๆ รวมถึงประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่มีข้อห่วงกังวลร่วมกัน ซึ่งทั้งสามฝ่ายเห็นพ้องให้ประสานงาน และจัดประชุมระดับผู้นำอย่างเนื่อง เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด การอำนวยความสะดวกในความร่วมมือด้านการลงทุน การค้าและธุรกิจระหว่างองค์กร การส่งเสริมการค้าชายแดน การแบ่งปันประสบการณ์ด้านการร่างกฎหมายและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการสร้างประชาคมอาเซียนเพื่อการพัฒนาที่เท่าเทียมและยั่งยืน ทั้งนี้ ทั้งสามฝ่ายยินดีที่จะจัดการประชุมสุดยอดสภาแห่งชาติกัมพูชา-ลาว-เวียดนาม ครั้งแรก ณ นครหลวงเวียงจันทน์ในปี 2566 และการประชุมสุดยอดกัมพูชา-ลาว-เวียดนาม ครั้งที่ 12 ที่กัมพูชา ส่วน นรม.เวียดนามและกัมพูชายืนยันจะสนับสนุนลาวเป็นประธานอาเซียนในปี 2567

สหรัฐฯ ประเมินว่ายังต้องเฝ้าระวังภัยคุกคามจากเทคโนโลยี AI

สำนักข่าววีโอเอ รายงานเมื่อ 4 เม.ย.66 อ้างคำแถลงของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯระหว่างประชุมร่วมกับสภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (President’s Council of Advisors on Science and Technology-PCAST) ในวันเดียวกัน ว่า สหรัฐฯ ยังคงต้องเฝ้าระวังภัยคุกคามจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) และต้องมีมาตรการป้องกันและจัดการความเสี่ยง ตลอดจนผลกระทบต่อสังคม ความมั่นคงและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยีที่ต้องตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ พร้อมกับเรียกร้องฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ให้ผ่านร่างกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว เพื่อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัทเทคโนโลยี ห้ามการโฆษณาที่มุ่งเป้าหมายเยาวชน และให้ความสำคัญกับประเด็นสุขภาพและความปลอดภัยในวงจรของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี

อาเซียนและ USAID ส่งเสริมการใช้ ASW เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าในภูมิภาค

เว็บไซต์ asean.org รายงานเมื่อ 4 เม.ย.66 ว่า อาเซียนและสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (United States Agency for International Development-USAID) จัดประชุมวิชาการประเด็น ASEAN Single Window (ASW) ครั้งที่ 6 ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และขยายขอบเขตการใช้ ASW อำนวยความสะดวกทางการค้าในภูมิภาค โดยที่ประชุมได้แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการใช้ระบบ ASW Live Operation พิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรตามความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement-ATIGA) การกำหนดให้ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) ทดแทนออกเอกสารฉบับจริง เป็นประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ (Priority Economic Deliverables-PEDs) ที่อาเซียนจะดำเนินการภายในปี 2566 และการวางแผนขยายขอบเขตการใช้ ASW ให้ครอบคลุมการออกใบขนสินค้าอาเซียน (ASEAN Customs Declaration. Document-ACDD) และใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Phyto )

ตำรวจอิสราเอลปะทะกับชาวปาเลสไตน์ที่มัสยิดอัลอักศอ มีผู้บาดเจ็บ 7 คน

สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อ 5 เม.ย.66 ว่า เกิดเหตุปะทะระหว่างตำรวจอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์หลายสิบคนที่บริเวณมัสยิดอัลอักศอ (ศาสนสถานสำคัญอันดับ 3 ของศาสนาอิสลาม) ในนครเยรูซาเล็มเมื่อ 4 เม.ย.66 ทำให้มีชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บ 7 คนจากการถูกซ้อมและถูกยิงด้วยกระสุนยาง โดยตำรวจอ้างว่าเป็นการตอบโต้การก่อความรุนแรงของชาวปาเลสไตน์ที่ใช้อาวุธดอกไม้ไฟ ไม้ และก้อนหิน ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ โฆษกประธานาธิบดีปาเลสไตน์ประณามการใช้ความรุนแรงของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ว่าเป็นการก่ออาชญากรรม พร้อมเตือนไม่ให้อิสราเอลละเมิดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งยกระดับความรุนแรงมากขึ้น

ไต้หวันมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

สำนักข่าว Taiwan news รายงานเมื่อ 2 มี.ค. 66 ว่า ไต้หวันมีเสรีภาพทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชีย จากผลสำรวจดัชนีชี้วัดเสรีภาพทางเศรษฐกิจประจำปี 2566 (Index of Economic Freedom 2023) จัดทำโดย The Heritage Foundation ของสหรัฐฯ ซึ่งเก็บข้อมูลจาก 184 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ โดยไต้หวันได้คะแนนรวม 80.7 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.6 คะแนน เมื่อเทียบกับปี 2565 ขณะที่จีนได้อันดับที่ 154 โดยได้คะแนน 48.3 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.3 คะแนน เมื่อเทียบกับปี 2565   Image Credit :

ผู้นำเกาหลีเหนือเรียกร้องให้เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 2 มี.ค.66 อ้างการรายงานของ สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคนงานเกาหลีครั้งที่ 7 ของชุดที่ 4 เมื่อ 1 มี.ค.66 ระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเร่งผลักดันนโยบายด้านการเกษตรและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยผู้นำเกาหลีเหนือเรียกร้องให้ประชาชนดำเนินการตามข้อเสนอแนะด้านการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรทั้งประเทศตามเป้าหมายของปี 2566 เฉพาะอย่างยิ่งให้ทุกไร่เพิ่มสัดส่วนผลผลิตต่อไร่ รวมถึงบรรลุเป้าหมายการพัฒนาเกษตรกรรมในระยะยาว นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือมีคำสั่งให้พัฒนาประสิทธิภาพของระบบชลประทาน เพิ่มจำนวนอุปกรณ์การเกษตรรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงในพื้นที่ชนบท และพัฒนาความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและธนาคาร ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่าง 26 ก.พ.-1 มี.ค.66 เพื่อหารือประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจและการเกษตร ห้วงที่เกาหลีเหนืออาจเผชิญวิกฤตทางอาหาร   Image Credit : Reuters

ตม.เกาหลีใต้ปฏิเสธการขอสถานะลี้ภัยของชายชาวรัสเซียที่หนีการเกณฑ์ทหาร

หนังสือพิมพ์โคเรียเฮรัลด์ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 มี.ค.66 ว่ากระทรวงยุติธรรม(ยธ.)เกาหลีใต้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลท้องถิ่นนครอินช็อน กรณีศาลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)เกาหลีใต้ภายใต้การกำกับของ ยธ. พิจารณาและทบทวนเอกสารการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยของชายชาวรัสเซีย 2 คน (ศาลไม่รับคำร้องของชายชาวรัสเซียอีก 1 คน) เมื่อ 14 ก.พ.66 หลังจาก ตม.เกาหลีใต้ปฏิเสธคำร้องดังกล่าวของชายชาวรัสเซีย 3 คน ที่เดินทางเข้าเกาหลีใต้ตั้งแต่ ก.ย.65 เพื่อหนีการเกณฑ์ทหารของกองทัพรัสเซียในการปฏิบัติภารกิจในยูเครน ส่งผลให้บุคคลดังกล่าวยื่นคำร้องต่อศาลท้องถิ่น ทั้งนี้ ตม.พิจารณาจากคำพิพากษาของศาลสูงและหลักพื้นฐานกฎหมายในต่างประเทศว่า การปฏิเสธเข้ารับการเกณฑ์ทหารไม่ใช่เหตุผลเพียงพอสำหรับการขอสถานะผู้ลี้ภัย อีกทั้งหากรับรองสถานะลี้ภัยด้วยเหตุผลดังกล่าว อาจเป็นกรณีตัวอย่างการลี้ภัยในอนาคต ขณะนี้ ยธ.ส่งตัวชาวรัสเซีย 2 คน (ไม่ระบุสถานะของชาวรัสเซียอีก 1 คน) ไปศูนย์สนับสนุนผู้ลี้ภัยที่เกาะ Yeongjong นครอินช็อน ระหว่างรอขั้นตอนการพิจารณาทางกฎหมายต่อไป ก่อนหน้านี้ ชาวรัสเซียทั้ง 3 คน อาศัยในท่าอากาศยานนานาชาติอินช็อนเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน Image Credit : matichon

กัมพูชาศึกษาความเป็นไปได้โครงการทางด่วนราชธานีพนมเปญ-กรุงปอยเปต (ติดไทย)

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 2 มี.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายซุน จันทล รัฐมนตรีอาวุโส/รัฐมนตรีโยธาธิการและขนส่งกัมพูชา ว่า กัมพูชาอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้โครงการทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-กรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย (ตรงข้าม จ.สระแก้ว) ซึ่งเป็นโครงการทางด่วนสายที่ 4 ของกัมพูชา ทั้งนี้ ทางด่วนดังกล่าวเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และเชื่อมโยง “เสาเศรษฐกิจ” 5 พื้นที่ ประกอบด้วย ราชธานีพนมเปญ เสียมราฐ พระสีหนุ รวมถึงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตกเฉียงเหนือ รวมทั้งจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางและการขนส่ง และส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างไทยและกัมพูชา ปัจจุบันกัมพูชาเปิดใช้งานทางด่วนสายแรกจากราชธานีพนมเปญ-สีหนุวิลล์ เมื่อ ต.ค.65 ส่วนทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-บาเว็ท จ.สวายเรียง (ติดเวียดนาม) เตรียมวางศิลาฤกษ์ในกลางปี 2566 และทางด่วนสายราชธานีพนมเปญ-เสียมราฐ ศึกษาความเป็นไปได้ใกล้จะแล้วเสร็จ   Image Credit :mgronline